ณ เมืองลันดา "ปีศาจมันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ทำไมถึงเกิดเื่แบบนี้ขึ้นได้ ปีศาจในโลกของเรามันไม่น่าจะมีจริงนี่ มันเป็เพียงแค่เื่เล่าในนิทานหลอกเด็ก ทำไมมันถึงมีตัวตนจริงๆ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" มันคือเสียงของเหล่าผู้คนที่กำลังหวาดกลัวและสิ้นหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น
บรรยากาศในที่นี้มีแค่กลิ่นคาวเื จำนวนผู้เสียชีวิตจากปีศาจที่ปรากฎตัวมีจำนวนไม่ต่ำกว่าพันคน ส่วนผู้ที่ได้รับาเ็นั้นมีมากเกินกว่าจะนับได้
เนื่องจากไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนและวันนี้เป็วันงานเทศกาลบวกกับทางเ้าหน้าที่ที่เข้าไปรับมือไม่รู้มาก่อนว่าจะต้องเจอกับอะไร พวกเขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก แล้วอีกอย่างเป็เพราะอาวุธปืนที่มีไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับปีศาจตนนั้นได้เลย
ผ.บ.มาร์ค (ตำรวจระดับสูงของเมืองลันดา)
"เรียกเ้าหน้าที่ทุกนายกลับมา" บ้าจริงพวกเราไม่มีแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้เลยด้วยซ้ำ เหตุการณ์บ้าๆ แบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน... ตอนนี้คงต้องเรียกเ้าหน้าที่ของเราให้กลับมารวมพลเพื่อเตรียมแผนขึ้นมาใหม่ ไม่อย่างนั้นเราคงเสียเ้าหน้าที่ทั้งหมดไปแน่ๆ ตอนนี้เราต้องรีบแจ้งเื่นี้ให้ทางรัฐบาลทราบเพื่อขอกำลังสนับสนุนทางทหาร
"หน่วยสื่อสาร!! รีบติดต่อเื่นี้ไปที่ส่วนกลาง ขอกำลังสนับสนุนมาที่นี่โดยด่วนแล้วรีบรายงานสถานการณ์เพื่อขอแผนรับมือฉุกเฉิน"
(ผู้กองนัลจิ) "ท่านครับเรารวบรวมเ้าหน้าที่มาได้ทั้งหมดหกสิบนาย ขอแผนปฏิบัติการด้วยครับ"
จากนั้น ผ.บ.มาร์ค ก็ได้สั่งการให้เ้าหน้าที่แบ่งกำลังคนออกเป็ทีม โดยให้แบ่งเป็ทีมละห้าคน เพื่อจะได้ทำการอพยพและนำทางผู้คนที่ยังติดอยู่ในเมืองให้ไปยังที่ปลอดภัย และได้เน้นย้ำคำสั่ง ไม่อนุญาติให้เ้าหน้าที่ทุกนายที่เข้าไปทำการปะทะกับปีศาจตนนั้นโดยเด็ดขาด โดยให้เน้นไปที่การช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในเมือง และย้ำให้ช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับาเ็เพียงเล็กน้อยก่อน เพราะสามารถช่วยและอพยพผู้คนเ่าั้ได้อย่างรวดเร็วมากกว่าผู้ที่ได้รับาเ็หนัก หลังจากอพยพคนเ่าั้เสร็จค่อยเข้าไปช่วยผู้ที่ได้รับาเ็หนักออกมาในภายหลัง ที่ต้องทำแบบนี้เป็เพราะจำนวนเ้าหน้าที่ที่มีไม่มากพอและไม่มีเครื่องมืออำนวยความสะดวก ทำให้ไม่สามารถอพยพผู้คนที่าเ็หนักได้ในทันที หลังจากสั่งการเสร็จเ้าหน้าที่ทุกนายก็ออกไปปฏิบัติการ
ณ ส่วนหนึ่งของเมืองที่ถูกโจมตี มีเด็กสาวคนหนึ่งพลัดหลงกับครอบครัว เด็กคนนั้นได้พยายามออกตามหาครอบครัวของเธอไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยเื
"พ่อออ แม่...!! อยู่ไหน" เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัว..
เด็กสาวได้เดินไปโดยไม่มีจุดหมายปลายทาง โดยทางที่เธอก้าวเดินไปมีแต่รอยเืและซากศพจำนวนมากกองอยู่ และในเงามืดที่เธอได้ย่างก้าวเข้าไปก็มีปีศาจตัวใหญ่กำลังยืนอยู่ แต่เพราะเสียงเรียกของเด็กสาวจึงทำให้ปีศาจได้ยินเสียงของเธอ ปีศาจตนนั้นจึงค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามา จนกระทั้งปีศาจและเด็กสาวได้ยืนประจันหน้ากัน และด้วยความน่ากลัวของตัวตนที่ได้พบเจอทำให้เธอหวาดกลัวเป็อย่างมาก และเพราะความกลัวนั้นเองที่ทำให้เธอไม่สามารถขยับตัวได้
ในตอนนั้นเด็กสาวก็ได้ะโร้องเรียกหาพ่อและแม่ของเธออีกครั้ง เธอได้ร้องขอความช่วยเหลือ ในระหว่างที่เธอกำลังะโร้องเรียกปีศาจที่อยู่ตรงหน้าก็ได้ยกมือขึ้นเพื่อที่จะจัดการกับเธอ แต่ในระหว่างที่กำลังจะใช้มือฟาดลงมา ผู้กองนัลจิที่กำลังช่วยเหลือผู้คนอยู่แถวๆนั้น แต่เพราะได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจึงได้มาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
หลังจากเขาเห็นปีศาจกำลังจะทำร้ายเด็กสาว ในจังหวะนั้นเขาจึงรีบหยิบปืนขึ้นมาลั่นไกยิงเข้าใส่ดวงตาของเ้าปีศาจ มันทำให้ปีศาจโจมตีพลาดไป และในระหว่างที่ยิง ลูกน้องของผู้กองที่ตามมาได้วิ่งเข้าไปช่วยเด็กผู้หญิงคนนั้นออกมา
ะุที่ผู้กองนัลจิยิงไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่ปีศาจได้เลย มันแค่ทำให้ปีศาจชะงักไปชั่วขณะนึงเท่านั้น หลังจากที่ปีศาจเห็นผู้กองนัลจิและเหยื่อของตนกำลังวิ่งหนี มันจึงร้องออกมาด้วยเสียงที่บ้าคลั่งและรีบวิ่งไล่ตามพวกเขาไป
พวกเขาวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตแต่ปีศาจมันก็ยังมีไล่ตามมาติดๆ
ไม่ดีแน่ ถ้าเป็แบบนี้ทุกคนจะตายกันหมด ตอนนี้เรามีผู้าเ็คนอื่นอยู่ด้วยไม่ว่ายังไงพวกเราทั้งหมดไม่มีทางหนีจากมันได้ และเมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาจึงคิดที่จะใช้ตัวเองเป็เหยื่อล่อ
"เดี๋ยวฉันจะล่อมันไว้เอง!! พวกนายรีบพาคนพวกนี้หนีไปซะ" หลังจากพูดจบผู้กองนัลจิได้ใช้ปืนยิงเข้าใส่ปีศาจ จากนั้นจึงวิ่งหนีไปอีกทางเพื่อล่อให้ปีศาจตามเขาไป ปีศาจที่ถูกยิงนั้นถึงมันจะไม่ได้รับาเ็ แต่ยิ่งโจมตีเข้าใส่ยิ่งทำให้มันบ้าคลั่งมากขึ้นไปอีก และในตอนที่อสูรตนนั้นวิ่งไล่ตามผู้กองนัลจิ มันได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทาง ราวกับว่าไม่มีอะไรสามารถขวางกั้นมันกับเหยื่อของมันได้
ในระหว่างที่หนีผู้กองนัลจิเขาได้คิดออกมาด้วยความสิ้นหวัง
ถ้าเป็แบบนี้ตายแน่ๆ มันเร็วมาก ถ้าไม่มีสิ่งกีดขวางเราคงตายไปแล้วจริงๆ ไม่มีทางหนีและไม่มีที่ให้ซ่อนตัว ทุกๆ ที่ที่วิ่งไปมันสามารถทำลายทุกอย่างให้พังทลาย ไม่ว่าเราจะหนีเข้าไปในตัวอาคารหรือที่ไหนก็ตาม ไม่มีที่ไหนปลอดภัย แต่ไม่ว่าจะยังไงฉันก็ต้องพามันออกไป ไปให้ไกลที่สุดออกไปนอกเมืองได้ยิ่งดี แต่โอกาสที่จะทำแบบนั้นได้แทบไม่มีเลย เหนื่อยเหลือเกิน ถ้าเป็แบบนี้คงได้หมดแรงก่อน
หลังจากวิ่งหนีไปได้สักระยะเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น สิ่งที่เขาได้พบทำให้เขาอุทานออกมา
"บ้าเอ้ย!! พวกนายทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้"
"อ่ะ ผู้กอง ไม่เป็ไรใช่ไหมครับ"
"รีบหนีเร็ว เ้านั่นมันกำลังตามฉันมา!! แต่ทำไมพวกนายถึงมาอยู่ตรงนี้" สถานการณ์ที่เขาได้เจอทำให้เขาคิดได้แค่ว่า ทำไมพวกเราช่างโชคร้ายขนาดนี้ เขาอุส่าล่ออสูรเอาไว้แต่ก็ดันกลับมาเจอกับเ้าพวกนี้ซะได้
"ถ้าเป็แบบนี้คงต้องสู้แล้วสินะ ฉันเหนื่อยเกินกว่าที่จะวิ่งหนีอีก"
"หัวหน้างั้นพวกเราก็จะช่วยสู้ถ่วงเวลาให้ผู้คนอพยพหนีออกไป"
"ได้สิไม่มีเวลาให้คิดอีกแล้ว พวกเรามาช่วยกันหยุดเ้าปีศาจตัวนี้ให้นานที่สุดกันเถอะ!!!"
จากนั้นก็ได้มีเสียงปืนดังสนั่นขึ้น
ระหว่างทางที่เนโครกลับมายังบ้าน เขาก็ได้เห็นภาพเมืองที่กำลังมอดไหม้
"นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นทำไมมีควันไฟขนาดใหญ่ขึ้นภายในเมือง" และในตอนนั้นเขาก็ได้พบเจอกับเหล่าผู้คนที่พากันออกมาจากเมือง เขาจึงรีบวิ่งเข้าไปถามกับคนเ่าั้
"มีอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ ทำไมพวกคุณถึงออกมาจากเมือง แล้วควันไฟนั่น"
ชายชราคนหนึ่งจึงได้บอกเื่ราวต่างๆ ว่ามีอสูรกายออกมาอาละวาด เขาได้เล่าอีกว่ามีผู้คนมากมายที่โดนมันสังหาร เขายังได้เตือนเนโครและห้ามไม่ให้เข้าไปในเมือง แต่ก็ไม่สามารถหยุดตัวของเนโครได้ ในตอนนี้เขาพยายามรีบวิ่งเข้าไปในเมืองอย่างสุดกำลัง
ระหว่างที่วิ่งอยู่เนโครเขาก็ได้เอ่ยถามกับดวงจิต
"หลังจากฝนดาวตกก็เกิดความวุ่นวายขึ้นมา... นี่เหรอที่นายบอกว่าเดี๋ยวฉันจะรู้เอง ปีศาจที่ลุงคนเมื่อกี้พูดถึง มันคือสิ่งที่นายกำลังจะบอกใช่ไหม"
[ใช่ ข้าััได้ถึงพลังั้แ่ตอนที่เจอกับเ้า]
"ทำไมถึงไม่บอกกันตรงๆ แล้วพลังที่ว่าเป็ยังไง"
[เ้าจะเชื่อข้าเหรอ เ้ายังบอกเองว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยว] คำพูดนี้ทำให้เนโครถึงกับพูดอะไรไม่ออก
[ส่วนพลังที่ข้าััได้เป็พลังที่บ้าคลั่ง คงเป็พลังจากอสูรคลั่งที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้]
"อสูรคลั่ง..?? ทำไมถึงเป็แบบนั้น พลังนี้มันมีรูปแบบและเงื่อนไขยังไง แล้วทำไมฉันถึงไม่เป็แบบพวกมัน"
[ข้าไม่รู้เหมือนกันเกี่ยวกับเื่ของเ้า แต่ถ้ารูปแบบพลังจะแบ่งแยกได้หลายระดับ และที่ข้าบอกว่าจะมอบพลังให้เ้า แต่มันก็ขึ้นอยู่กับตัวตนของผู้รับพลัง ถ้าพลังที่ได้มีมากจนเกินกว่าที่เ้าของร่างจะรับไหวหรือถ้าไม่มีความเข้ากัน พลังนั้นก็จะแปลเปลี่ยนเป็พิษจนทำให้ผู้ที่ได้รับพลังบ้าคลั่งขึ้นมาและไม่อาจกลับมาเป็เหมือนเดิมได้อีก และพลังที่ข้าััได้ตอนนี้ก็เหมือนกับที่ข้าบอกเ้า เราไม่สามารถทำอะไรกับมันได้นอกจากจะสังหารมันทิ้ง ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะเป็พลังที่ไม่สามารถควบคุมได้ จิตใต้สำนึกของมันมีเพียงแค่การทำลายล้าง]
"นายแน่ใจเหรอ"
[พลังอสูรคลั่งนั้นเป็สิ่งที่ทรงพลังแต่ขาดจิตใต้สำนึก การโจมตีของมันไม่อาจคาดเดาได้ มันจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่มันได้เจอ แต่เพราะเป็พลังที่ไร้จิตสำนึกมันจึงถูกจัดให้อยู่ในระดับต่ำ ต่างกับพลังที่สามารถควบคุมได้ที่จะทรงพลัง]
"ถ้าเป็แบบนั้นจริงฉันต้องรีบไปหาครอบครัวให้เร็วที่สุด"
จากนั้นเนโครก็ได้วิ่งผ่านซากปรักหักพังไปเรื่อยๆ จนถึงบ้าน แต่ทว่าสิ่งที่ได้พบเจอ....