หลังจากเหลาอาหารแห่งใหม่ได้เปิดขึ้นอย่างเป็ทางการ เวลาก็ล่วงเลยผ่านมาหลายสิบวันแล้ว เพราะความงมงามและอาหารที่เลิศรสทำให้มีผู้คนมากมายทั้งต่างเมืองและต่างแคว้นเดินทางมาเพื่อลิ้มลองอาหารโดยเฉพาะ
อีกทั้งพื้นที่รกร้างที่อยู่อีกฟากของถนนก็เริ่มมีผู้คนออกมาจับจองและเปิดร้านต่าง ๆ กันมากขึ้น ทำเอาเ้าของที่ดินที่ทำการปล่อยเช่าถึงกับยิ้มแก้มปริ
แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีสิ่งที่หลาย ๆ คนเริ่มกังวลกัน นั่นคือฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่สิบวันข้างหน้านี้ เ้าเมืองเหลียนหลังจากที่กลายมาเป็ลูกค้าประจำของเหลาอาหาร ได้พูดคุยกับเนี่ยลู่ซืออยู่บ่อยครั้ง เพราะชื่นชมในความเฉลียวฉลาดของนาง เขาจึงได้นำเหล่าขุนนางในเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องมาปรึกษานาง
"อย่างที่ข้าได้เล่าไปก่อนหน้านี้ เป็เพราะในปีนี้ทางเมืองหลวงไม่ส่งเสบียงมาให้ดั่งเช่นทุกปี ข้าจึงได้รู้สึกห่วงประชาชนที่ขาดแคลนใน่หน้าหนาวนี้ ว่ากันตามจริงเงินสำรองและเสบียงในคลังของเมืองเหลียนเองก็เหลือไม่ได้มากนัก อาจจะเพียงพอสำหรับสองเดือนหรือน้อยกว่านั้น
อีกทั้งอย่างที่รู้กันฤดูหนาวของที่นี่ค่อนข้างรุนแรง ทั้งยังมีการคาดการว่าความรุนแรงจะเพิ่มมากขึ้น เหล่าชาวเมืองที่พอมีอยู่มีกินก็ไม่น่าห่วงเท่าไหร่หรอก แต่ผู้ที่ยากไร้และชาวบ้านที่อยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ก็คงยากที่จะผ่านไปได้โดยง่าย อีกทั้งที่น่าห่วงที่สุดคงเป็ทาสในโรงค้าทาส"
เ้าเมืองเหลียนถอนหายใจออกมาเบา ๆ ปีนี้ถือเป็ปีแรกที่เขามารับหน้าที่เป็เ้าเมือง และเพราะยังไม่เคยมีประสบการณ์ เขาจึงต้องทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบ
"เราไม่สามารถให้พวกเขาเข้าป่าเพื่อไปหาเสบียงไว้ใช้ในต้นฤดูได้หรือเ้าคะ ในป่าเองก็มีผลไม้ป่า รวมถึงหัวเผือกหัวมัน รวมถึงของป่าที่สามารถนำมาตากแห้งได้อีกไม่น้อย ในบางหมู่บ้างพวกเราก็ให้พวกเขาเข้าไปล่าสัตว์ป่าและนำมาตากแห้งไว้ทานก็ได้เช่นกัน วิธีถนอมอาหารเองก็มีไม่น้อย"
"ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำ แต่เป็เพราะทำไม่ได้ นอกจากป่าทางทิศเหนือของเมืองเหลียนแล้ว ในป่าแห่งอื่นสัตว์อสูรล้วนดุร้าย ในแต่ละปีมีผู้ที่ต้องเสียชีวิตเพาะเข้าไปหาของป่ามากักตุนในฤดูนี้ไม่น้อยกว่าร้อยคน อีกทั้งเงินทองที่พวกเขามีก็ไม่ได้มากการที่จะกักตุนสินค้าจึงเป็เื่ที่ยากมากทีเดียว"
"เช่นนั้นเอาเป็เช่นนี้ดีหรือไม่เ้าคะ"
เนี่ยลู่ซือออกความคิด หลังถามที่ถามไถ่ไปมากมายนางก็ได้รู้ว่าหมู่บ้านที่ขึ้นตรงกับเมืองเหลียนมีทั้งหมดสิบเอ็ดหมู่บ้าน เพราะเหลือเวลาไม่มากวิธีจัดการที่ต้องใช้เวลาจึงต้องหยุดเอาไว้ก่อน นางเลือกที่จะให้เหล่าจอมยุทธ์ที่ขึ้นตรงกับนางและท่านเ้าเมือง โดยหากนับรวมนางเข้าไปด้วยจะมีจอมยุทธ์ทั้งสิ้นสิบหกคน โดยที่ในแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกสามคน แยกกันไปช่วยเหลือชาวบ้านในการเดินทางเข้าไปในป่าเพื่อสะสมอาหาร โดยจะแยกกันไปกลุ่มละสองหมู่บ้าน แต่มีนางเพียงผู้เดียวที่อาสาจะดูแลอีกหมู่บ้านที่เหลือ ซึ่งในคราแรกเ้าเมืองและคนอื่น ๆ คัดค้านอย่างถึงที่สุด แต่เมื่อนางกล่าวว่าจะมีจอมยุทธ์หญิงที่เก่งกาจอีกคนเดินทางร่วมกับนางไปด้วย พวกเขาจึงได้ยินยอมตอบรับข้อเสนอ
แต่กระนั้นหนทางการแก้ไขปัญหาก็ถือว่ายังไม่จบ เื่อาหารก็เื่หนึ่ง เื่เครื่องนุ่งห่มก็อีกเื่หนึ่ง เนี่ยลู่ซือได้มอบโสมคนอายุร้อยปี หลินจือร้อยปี และมุกราตรีอีกสองเม็ดให้กับเ้าเมืองเหลียน เพ่อที่เขาจะนำไปขานและนำมาซื้อเครื่องนุ่งห่มเพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนทุกคนอย่างเพียงพอ
"ข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านอย่างไรเลย สิ่งที่ท่านทำให้เมืองเหลียนของเรามันไม่ใช่แค่เพียงการมอบเงินช่วยเหลือ แต่เป็การ่ชีวิตผู้คนนับพัน"
เ้าเมืองเหลียนกล่าวพางก้มศรีษะขอบคุณนาง เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่เอ่ยขอบคุณความช่วยเหลือของนาง
กำหนดการเดินทางไปช่วยเหลือชาวบ้านคือในอีกสิบวัน ในระหว่างนี้พวกเขาจะต้องทำการจัดเตรียมเสบียงและเครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อยเพื่อนำไปแจกจ่ายตามหมู่บ้านต่าง ๆ อีกทั้งยังต้องออกมามาตรการในการควบคุมราคาสินค้าต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เหล่าพ่อค้าทั้งหลายเอารัดเอาเปรียบจนเกินไป
"เช่นนั้นก็หมายความว่าข้าสามารถออกไปยังโลกภายนอกและร่วมเดินทางกับท่านได้แล้วใช่หรือไม่เ้าคะ"
ชิงอีรีบเอ่ยออกมาอย่างดีใจ นับั้แ่ที่นางทำพันธะสัญญากับผู้เป็นายและให้กำเนิดบุตรชาย นางก็อยู่ภายในมิตินี้มาตลอด แต่ที่อยากออกไปยังโลกภายนอกนั้นไม่ใช่ว่าภายในมิติแห่งนี้ไม่ดีหรืออะไร สถานที่ที่เต็มไป้วยปราณธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีสมุนไพรที่่ในนางแข็งแกร่งขึ้นอยู่เต็มไปหมด แต่เป็เพราะนางเองก็อยากอยู่เคียงข้างผู้เป็นายเช่นเดียวกัน
"เสี่ยวหลง เ้าเองก็คิดเช่นเดียวกับแม่ใช่หรือไม่"
ชิงอีเอ่ยถามบุตรที่ยืนอยู่ข้างกาย เมื่อเห็นว่าบุตรชายพยักหน้าอย่างเห็นด้วย นางก็หันมายิ้มให้กับผู้เป็นายในทันที
เนี่ยลู่ซือก้มลงมองเ้าตัวน้อยที่ยืนเคียงข้างมารดาด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้หนิงหลงน้อยมีอายุได้เพียงสามเดือน แต่เพราะเป็สัตว์อสูรชั้นสูงที่มีบิดาเป็ัทมิฬขั้นเก้าและมารดาเป็อสรพิษทมิฬขั้นแปด การเติบโตจึงรวดเร็วไม่น้อย ว่ากันตามจริงหากมองจากรูปกายภายนอก เ้าตัวน้อยก็ไม่ได้ต่างอันใดจากเด็กห้าขวบทั้วไป แต่ดมื่อใดที่เ้าตัวกลับไปอยู่ในรางของสัตว์แล้วล่ะก็ ผู้คนภายนอกคงแตกตื่นไม่น้อย และนี่ก็เป็เหตุผลหลักกว่าเหตุใดตลอดสามเดือนที่ผ่านมาสองแม่ลูกจึงยังไม่ได้ออกจากมิติแห่งนี้เสียที
"หากออกไปภายนอกก็อย่ากลับร่างเดิมโดยที่ไม่บอกกล่าวอีกเข้าใจหรือไม่ ไม่เช่นนั้นแล้วต่อไปข้าไปไม่ซื้อถังหูลู่มาให้กินอีก เข้าใจหรือไม่"
คล้ายกับกลัวที่จะไม่ได้ทานของชอบอีก เ้าตัวน้อยรีบพยักหน้าในทันที สร้างความขบขันให้แก่สตรีทั้งสองไม่น้อย
"ข้าจะดูดซับพลังปราณเสียหน่อย เ้าไปพักผ่อนเถิด"
ชองอีและหนิงหลงพยักหน้าก่อนที่จะแยกย้ายกันไปพักผ่อน ก่อนที่จะออกไปสู่โลกภายนอกพร้อมกับผู้เป็นาย
"สองคนนี้คือคนที่ท่านพี่เคยเล่าให้ข้าฟังใช่หรือไม่ขอรับ"
หลังจากที่ออกมาจากมิติเนี่ยลู่ซือก็ได้แนะนำคนทั้งสองให้กับเนี่ยเฉิงและแม่นำหลี่ได้รู้จัก เฉี่ยเฉิงคล้ายชอบใจไม่น้อย เขาพุ่งตรงไปยังเ้าัน้อยก่อนที่จะอุ้มและหอมแก้มเ้าตัวน้อยไปหลายฟอด
"เหตุใดจึงเกิดมาได้น่ารักถึงเพียงนี้นะ ต่อไปเสี่ยวหลงเรียกข้าว่าพี่ชายนะ ไหนลองเรียกซิ"
เสี่ยวหลงคล้ายเขินอายเล็กน้อย ั้แ่ถืกำเนิดมานอกจากมารดาก็เพิ่งมีคนผู้นี้ที่หอมแก้มเขา ใบหน้าที่ขึ้นสีก้มมองพื้นด้วยความขัดเขิน ก่อนที่จะยอมเรียกตามที่คนตรงหน้าบอกอย่างว่าง่าย
"พี่ชายเฉิง..."
หล่าวเสร็จเ้าตัวน้อยก็วิ่งไปหลบที่ด้านหลังของมารดาในทันที เพราะความน่ารักของเ้าตัวน้อยทำให้อีกสี่คนอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างเอ็นดู
"อาเฉิงเลิกแกล้งเสี่ยวหลงได้แล้ว ไม่เช่นนั้นอีกไม่นานคงมีคนแก้มะเิเป็แน่ "
เพราะการเดินทางต้องใช้เวลาหลายวัน อีกทั้งเนี่ยเฉิงและแม่นมหลี่เองก็ต้องเดินทางไปกับเขาด้วย ทำให้ในระหว่างนี้จะไม่มีผู้ใดช่วยตรวจสอบบัญชี
"นมรู้จักอยู่ผู้หนึ่งเ้าค่ะ คนผู้นี้เคยเป็พ่อบ้านใหญ่ให้กับจวนขุนนางมาก่อน แต่เพราะได้รับาเ็สาหัสจนไม่สามารถเดินเหินได้สะดวกเช่นก่อน จึงถูกขับออกจากจวน แต่เขาเป็คนดีมากนะเ้าคะ อีกทั้งการคำนวนยังแม่นยำและรวดเร็ว หากคุณหนูสนใจข้าจะให้เขามาที่นี่ในวันพรุ่งนี้"
"เช่นนั้นแม่นมก็ให้คนขับรถม้าไปเชิญเขามาเถิดเ้าค่ะ ข้าจะได้สอนงานต่าง ๆ ก่อนเริ่มเดินทางด้วย "
แม่นมหลี่แสดงออกถึงความดีใจอย่างปิดไม่มิด ก่อนที่จะรีบกลับไปยังห้องของตนพร้อมกับเขียนจดหมายหนึ่งฉบับและยื่นให้อาซานเพื่อนำไปมอบให้กับบุรุษผู้นั้น
ในเช้าของวันต่อมารถม้าของสกุลเนี่ยก็ได้มีบุรุษสองคนเดินทางมาพร้อมกับอาซาน ก่อนที่จะเดินเข้าไปยังห้อโถงรับรองที่อยู่ภายในจวนหลังใหญ่
"คารวะเถ้าแก่เนี้ยขอรับ"
บุรุษผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นพร้อมกับทำการคารวะนาง บุรุษคนแรหคล้ายจะเป็ผู้ที่แม่นมหลี่กล่าวถึง ส่วนอีกคนคงจะเป็ลูกชายกระมัง
"ในจดหมายของแม่นมหลี่คงได้เขียนอธิบายเอาไว้คร่าว ๆ แล้ว ข้า้าผู้ที่มีความสามารถในด้านบัญชีและสามารถควบคุมดูแลร้านในระหว่างที่ข้าไม่อยู่ได้"
"ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยที่ให้โอกาสชายชราเช่นข้าขอรับ แต่ที่พวกข้ามาให้วันนี้เพราะมีข้อเสนอให้ท่าน บุรุษผู้นี้คือบุตรชายของข้า เขาได้รับการศึกษาวิชาความรู้มากมายจากข้า อีกทั้งยังร่างกายแข็งแรง หากท่านไม่รังเกียจโปรดเลือกเขาแทนข้า"
"ท่านพ่อ..."
"ข้าตัดสินใจว่าจะเลือกเ้าเข้ามาทำงานก็ย่อมต้องเป็เ้า "
"แต่ว่า..."
"ฟังข้าให้จบเสียก่อน ที่ข้าบอกว่าจะเลือกเ้านั้นเป็ความจริง ความสามารถของเ้าคือสิ่งที่ได้รับคำยืนยัยจากแม่นมของข้าแล้ว แต่บุตรชายของท่านไม่ใช่ เช่นนั้นในระหว่างนี้ข้าจะรับเขาเข้ามาทำงานเสียก่อน หากเขาเก่งกาจอย่างที่เ้ากล่าวมาจริง ข้าจะให้เขาเป็ลูกมือดูแลงานบัญชีของเ้า "
"ข...ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ย ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ย "
"อย่างไรก็ต้องเริ่มทำงานกันแล้ว เช่นนั้นลองไปดูสถานที่จริงกันหน่อยดีหรือไม่ "
แม้จะอยู่ในรั้งกำแพงเดียวกัน แต่ระยะทางจากจวนไปถึงเหลาอาหารก็ถือว่าไกลไม่น้อย คนทั้งหมดจึงเลือกที่จะนั่งรถม้าเพื่อเดินทางกัน เมื่อถึงเหลาอาหารเนี่ยลู่ซือก็ได้สั่งอาหารมากว่าสิบชนิด ทั้งยังแนะนำคนทั้งสองให้กับพนักงานในร้านได้รู้จัก แม้จะมีความประหม่าอยู่บ้างแต่ทั้งสองก็สามารถเข้ากับทุกคนในร้านได้ในเวลาอันรวดเร็ว
วันเวลาผ่านพ้นไปอีกครั้ง วันนี้คือกำหนดการเดินทางของพวกนาง รถม้าคันใหญ่หนึ่งคัน พร้อมกับเกวียนเสบียงและเครื่องนุ่งห่มอีกหลายเกวียนพร้อมแล้วที่จะเริ่มออกเดินทาง
หมู่บ้านที่เนี่ยลู่ซือเลือกเป็หมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล จำเป็ต้องอ้อมูเาขนาดใหญ่ถึงสองลูก อีกทั้งระหว่างทางยังอาจถูกสัตว์อสูรโจมตีได้ และเพราะความยากลำบากเช่นนี้จึงทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเดินทางมายังตัวเมืองเหลียนได้โดยง่าย
"ขบวนอื่นคงออกเดินทางกันแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ "
**************