
- GET IT ON : 1 -
“มึงเป็ไรวะ” โยทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของเพื่อนเอ่ยทัก เดี๋ยวเหม่อ เดี๋ยวทึ่งหัวตัวเอง มันเป็อะไรวะ หรือเครียดเื่งาน? เออเป็ไปได้ เพราะงานแม่งยังไม่ผ่าน แต่ก็ยังไม่มีใครผ่านปะวะ
“เปล่า” แบมแบมตอบเพื่อน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนสองสามทีก็กดล็อกแล้วถอนหายใจ
นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วนะ ทำไมเขายังเอาแต่คิดถึงเื่ในคืนนั้นอยู่ได้
“เฮ้อ” พอคิดถึงแล้วก็อยากจะทึ่งหัวตัวเองอีกสักร้อยรอบ ไม่น่าเลยแบมแบม ไม่น่ารับคำชวนวันนั้นเลย เพราะถ้าเขาไม่ไป เื่ในคืนนั้นก็คงจะไม่เกิด ว่าแล้วก็ทึ่งหัวตัวเองอีกสักรอบ
“อะ เอาเข้าไป” โยส่ายหน้า แม่งบอกไม่มีอะไรแต่ทึ่งหัวตัวเองจนจะหลุดจากบ่า ย้อนแย้งไปปะ
“กูจะทำยังไงดีวะ” แบมแบมหันไปมองเพื่อน ปากอิ่มเบะออกอย่างน่าสงสาร
“ทำ'ไรวะ” โยเลิกคิ้ว มึงยังไม่บอกกูเลยว่าเป็ไร มึงจะให้กูเอาคำปรึกษาที่ไหนมาให้ ถามแค่นี้เลยครับเพื่อน
“คือ...” พอจะพูดก็พูดไม่ออก ไม่รู้จะบอกเพื่อนว่ายังไงดี
“คือ? ”
“เอ่อ” แบมแบมมองหน้าโย พอเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งใจฟังก็ยิ่งพูดไม่ออก มือไม้เริ่มอยู่ไม่สุข จับนั่นจับนี่ขึ้นมาดูจนโยต้องยื่นมือมาแย่ง
“อย่าลีลาไอ้สัส” โยเอ็ดเพื่อน คนเขาอยากรู้ยังจะมาลีลาอยู่นั่นแหละ
“โอ๊ย!! ไม่รู้โว้ย” พูดจบก็กวาดทุกอย่างลงกระเป๋าแล้วลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนี ถ้าไม่ติดว่ามีใครอีกคนเดินมาขวางไว้เสียก่อน
“มึงจะไม่จบกับกูจริง ๆ ใช่ไหมไอ้แบม” อีกฝ่ายพูดด้วยสีหน้าโกรธแค้น
“กูทำอะไรให้มึงอีก? ” แบมแบมถามกลับ อะไรกัน นี่เขายังไม่ได้ไปหาเื่มันเลยนะ
“มึงอย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่ามึงยังทักหาเอมอยู่น่ะ ผู้หญิงเขาไม่เอาแล้วก็ยังจะตื๊ออยู่ได้ น่าสมเพช” คนพูดยกยิ้ม มองแบมแบมั้แ่หัวจรดเท้า
“พูดอะไรของมึง กูนี่นะทักไป” แบมแบมชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง จะหาเื่กันก็เอาเื่ที่มันเป็ไปได้หน่อยสิ ไม่ใช่เอาผู้หญิงมาอ้างแบบนี้ อีกอย่างนะ คนอย่างเขาจบแล้วคือจบเลย ไม่มีตื๊อหรือรีเทิร์นหรอก
“ก็เออดิวะ ทำไม? หรือเพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนเอาแล้ว? ” ทิมยกยิ้ม ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาแบมแบมที่ยืนจ้องหน้าเขาอยู่ กระตุกยิ้มมุมปากหนึ่งทีก่อนจะพูดต่อ
“ถ้าเป็อย่างนั้นมึงจะไปนอนอ้าขาให้เพื่อนกูเอาก็ได้นะ มันน่าจะชอบ” ทิมพยักหน้าไปทางเพื่อนของตนที่มาด้วยกัน เขาตั้งใจยั่วโมโห เพราะถ้ามันเป็คนเริ่มก่อนคนที่ผิดก็จะเป็มัน
และก็เป็ไปตามที่ทิมคิด ความอดทนของแบมแบมหมดลงทันทีที่อีกฝ่ายพูดประโยคนั้นออกมา
ผั๊วะ
หมัดหนัก ๆ ซัดเข้าที่หน้าคนพูดจนเซถอยไปหลายก้าว
ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของแบมแบม เขาเดินเข้าไปซัดต่อทันทีโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ
โยและคนอื่น ๆ ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่รีบพุ่งตัวเข้าไปช่วยเพื่อนของตนจนเหตุการณ์ชุลมุนกว่าเดิม แต่เพราะคนฝั่งนั้นมีมากกว่าทั้งสองคนเลยเสียเปรียบ
ปี๊ด!!
ก่อนที่แบมแบมกับโยจะแย่ไปกว่านั้นก็มีรปภ. สองถึงสามคนวิ่งเข้ามาห้ามพร้อมกับเป่านกหวีดเสียงดัง ทั้งสองคนเลยใช้โอกาสนั้นหนีออกจากบริเวณนั้นไป
โรงพยาบาล
“กูว่าเที่ยวในไทยก็ดีนะ”
“แต่กูอยากไปญี่ปุ่น”
“ไปทุกปีไอ้สัส” แม้ว่าการพูดคุยหรือถกเถียงกันของคนสามคนจะดังจนได้ยินไปถึงหน้าประตู แต่เ้าของห้องทำงานหรูกับไม่ได้มีท่าทีสนใจ
เขานั่งเหม่อมองออกไปนอกตึกพลางนึกถึงเื่ที่ยังค้างคาในใจ คิ้วเรียวขมวดเป็ปม แก้วน้ำผลไม้ในมือถูกหมุนวนไปมาช้า ๆ แต่ไม่มีท่าทีว่าจะยกขึ้นมาดื่มเลยสักนิด ในหัวก็เอาแต่คิดถึงใครบางคน
พอคิดถึง ภาพในคืนนั้นฉายเข้ามาในหัวอีกรอบ กลิ่นกายที่หอมเย้ายวนใจยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก เอวคอดที่ดูดีเกินกว่าจะเป็ผู้ชาย ใบหน้าหวานกับเสียงร้องที่อยากได้ยินซ้ำ ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะรู้ว่าเด็กคนนั้นเป็ใคร นี่ถ้าเด็กคนนั้นไม่หนีออกไปตอนที่เขาอาบน้ำก็คงจะได้คุยกันมากกว่านี้
“กูว่าภูเก็ต” แจ็ค หนุ่มหน้าตี๋สัญชาติฮ่องกงวางโทรศัพท์ในมือลง พร้อมกับเปิดภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่หาไว้ให้เพื่อนดู
“โน ๆ กูจะไปญี่ปุ่น” บี หนุ่มหล่อเ้าของดวงตาเรียวที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่ามีเสน่ห์ค้าน ่นี้พวกแม่งโหวตแต่ทะเล เบื่อแล้วนะเว้ย
“แต่เราอยากไปฝรั่งเศสอะ” จิน คุณหมอขวัญใจคนไข้เอ่ยขึ้นพร้อมกับทำหน้าออดอ้อน
“ไม่!!! ” แจ็คกับบีท้วงขึ้นพร้อมกันเสียงดังจนจินสะดุ้ง แต่ร่างสูงเ้าของห้องกลับยังคงนั่งนิ่ง ไม่มีท่าทีใหรือสนใจบทสนทนานั้นสักนิด
“แล้วจะไปไหนอะ” จินมองทั้งสองคนสลับไปมา
“ในเมื่อเลือกคนละที่ขนาดนี้ กูว่าเราตัดให้เหลือแค่ในประเทศกับต่างประเทศแล้วโหวตกันก่อนมะ ส่วนที่ไปค่อยว่ากันทีหลัง” บีออกความเห็น แอบยกยิ้มกับตัวเอง เพราะอย่างน้อยตอนนี้คนที่จะเที่ยวในประเทศก็มีแค่ไอ้แจ็คละว้า
“เอาดิ ๆ ” จินพยักหน้าเห็นด้วย เพราะเขามั่นใจว่ายังไงคุณชายมันก็เลือกต่างประเทศแน่ ๆ
“โหย งี้กูก็เสียเปรียบอะดิ” แจ็คโวยวาย ก็แหม แต่ละคนชอบไปต่างประเทศกันทั้งนั้น ไอ้บีญี่ปุ่น ไอ้จินฝรั่งเศส ส่วนไอ้มาร์ค แม้เขาจะไม่รู้ว่ามันอยากไปไหน แต่ก็คงไม่พ้นทริปแอดเวนเจอร์ที่ต่างประเทศหรอก แล้วแบบนี้เขาจะเหลืออะไร จะให้โหวตฮ่องกงประเทศบ้านเกิดตัวเองก็เที่ยวจนจะครบทุกซอกทุกมุมแล้ว
“มึงคิดมากไปเองเปล่า” บีพูดเสียงสูง ไม่ผิดที่มึงจะคิดมากหรอกแจ็ค กูเข้าใจเว๊ย แต่ก็นะ กูอยากไปแอ่วสาวยุ่นแล้วหอบกลับมาสักสิบยี่สิบแผ่นอะ เนี่ย แค่คิดก็คาวาอิ้แล้วไหม
“นั่นดิ เนอะมาร์คเนอะ” จินหาแนวร่วมอีกคน
ซึ่งผลที่ได้นั้นคือความเงียบ ทำให้อีกสองหนุ่มต้องหันไปมองตาม
“ไอ้มาร์ค” แจ็คเรียกเพื่อนเสียงเบา
“เฮ้คุณชาย” บีเรียกพร้อมกับโบกมือไปมาตรงหน้าคนที่กำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
“มาร์ค” จินเองก็ลองสะกิดเบา ๆ
แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นมีเพียงแค่ความเงียบและสายตาที่ดูเหม่อลอยเท่านั้น ทำเอาทั้งสามคนถึงกับหันไปมองหน้ากันด้วยความงง
มันเป็อะไรของมันวะ นั่นคือคำถามที่อยู่ในหัว
“ไอ้เหี้ยมาร์ค!!! ” และก็เป็บีที่ทนไม่ไหว เขาะโเรียกอีกคนจนเสียงดังลั่นห้อง
“เชี่ย!!! ” เ้าของชื่อสะดุ้งตัวโยน น้ำผลไม้หกกระเด็นเลอะพรมราคาแพง
“เล่นเหี้ยไรของมึงเนี่ยไอ้บี” มาร์คก้มมองพรมสีขาวสะอาดตาของตัวเองก่อนจะตวัดสายตาไปมองเพื่อน
“กูขอโทษ ก็มึงเล่นนั่งเหม่อไม่สนใจชาวบ้านชาวช่องเขานี่หว่า” บียกมือไหว้ขอโทษเพื่อน ใครจะไปคิดว่ามันจะใขนาดนี้เล่า ฉิบหายแน่กู พรมมันราคาตั้งหลายบาท
“เรียกธรรมดากูก็ได้ยินแล้วไหม” มาร์คตอบกลับด้วยความขุ่นเคืองใจ มือเรียวกดโทรหาเลขาที่อยู่หน้าห้องให้เรียกคนมาทำความสะอาด
“ถ้าเรียกธรรมดาแล้วมึงขานรับกูจะะโไหม” แม้จะรู้ว่าเพื่อนยังไม่หายโกรธแต่มันก็อดประชดประชันไม่ได้อยู่ดี และใช่ครับ ผมได้รับสายตาพิฆาตกลับมา ฮือออ อย่าทำอะไรกูเลยมาร์ค เดี๋ยวแม่กูจะเสียใจนะ
“มึงเป็ไรวะ” แจ็คถามขึ้นเพื่อเปลี่ยนประเด็น อันที่จริงก็อยากรู้นั่นแหละ เพราะแม่งเล่นเหม่อั้แ่พวกเขาเข้ามาในห้องแล้ว
“กูก็ปกตินี่” มาร์คทำหน้างง ไม่เข้าใจว่าเพื่อนหมายถึงอะไร เขาก็ปกติดีนะ ไม่ได้ป่วยหรือเป็อะไรสักหน่อย
“ปกติบ้านมึงดิ นี่พวกกูคุยกันร่วมชั่วโมงแล้วนะมึงรู้หรือเปล่า” แจ็คพูดเสียงเครียด ไอ้ห่า เพื่อนพูดกันตั้งนานไม่สนใจ เสียใจนะเนี่ย เสียใจ!!!!
“คุย? คุย’ไรกันเยอะแยะ” เขาละไม่เข้าใจเลยว่าพวกมันจะคุยกันอะไรกันขนาดนั้น เจอกันเกือบทุกวันยังมีเื่ให้ต้องคุยกันอีกเหรอ
“เอ้าไอ้ตัวดีนี่” บีชี้หน้าเพื่อนพร้อมกับตั้งท่าจะโวยวาย
“นี่มาร์คไม่ได้ฟังเลยเหรอ” จินเองก็ไม่ต่าง ทำหน้าน้อยอกน้อยใจปานเขาไปฆ่าใครในบ้านมันตาย
เออ!! เอาเข้าไปเว้ย
“เปล่า” มาร์คส่ายหน้าปฏิเสธทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้ฟังที่เพื่อนพูดจริง ๆ
“งั้นมึงเหม่ออะไร”
“กู” มาร์คมองหน้าเพื่อนทั้งสามที่ตั้งอกตั้งใจฟังแล้วถอนหายใจ
“เฮ้อ กูแค่กำลังคิดว่าจะไปไหนดี” เขาเลือกที่จะโกหกพวกมันออกไป เพราะยังไม่อยากที่จะเล่าอะไรในตอนนี้
“จริงอะ” จินหรี่ตามมองอย่างจับผิด
“อืม” มาร์คพยักหน้ายืนยัน
“แล้วมึงอยากไปไหน? ในประเทศหรือต่างประเทศ? ” บีรีบถามทันทีที่ได้โอกาส ถ้ามันเลือกต่างประเทศพวกเขาก็ชนะ หึหึ
จินกับแจ็คเองก็ตั้งใจรอฟังอยากใจจดใจจ่อ ทำเอาคนโดนถามคิ้วขมวด อะไรของพวกมัน แค่เลือกที่เที่ยวนี่ต้องจริงจังขนาดนี้เลยเหรอ
มาร์คใช่เวลาคิดนิดหน่อยก่อนจะตอบออกไป
“ในประเทศ” ไม่รู้ทำไม อยู่ ๆ ก็อยากเที่ยวในประเทศขึ้นมาซะงั้น
“เยส!! ” แจ็คะโโลดเต้นด้วยความดีใจ ไม่คิดว่ามันจะเลือกในไทย ม้า!!! ขอทิชชูให้แจ็คหน่อย จะเอามาซับน้ำตา
“โหย ไรของมึงเนี่ย” บีโวยวายเพราะคำตอบที่ได้ค่อนข้างจะไม่ถูกใจ
มาร์คยักไหล่ก่อนจะลุกขึ้นยืน จัดสูทให้เข้าที่ หยิบของที่จำเป็แล้วเดินออกจากห้องไปท่ามกลางเสียงโวยวายของเพื่อนทั้งสามคน
เอาเถอะ พอเหนื่อยเดี๋ยวพวกแม่งก็เลิกโวยวายเองแหละ
ร่างสูงเ้าของโรงพยาบาลชื่อดังก้าวเท้าออกจากลิฟต์อย่างไม่เร่งรีบ เขาเดินถอดน่องไปตามทางเดินของโรงพยาบาล ตั้งใจว่าจะเดินเล่นสักพักแล้วค่อยกลับ แวะทักทายผู้ป่วยที่ห้องพักรวมด้วยรอยยิ้มเป็มิตร พูดคุยด้วยนิดหน่อยก่อนจะเปลี่ยนห้อง แต่พอจะถึงห้องต่อมาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นใครบางคนเข้า
ตาคมหรี่มองอย่างพิจารณา สองขาเองก็ก้าวตามไปอย่างรีบร้อน
ใช่! ต้องใช่แน่ ๆ เขามั่นใจ
ไวเท่าความคิดรางสูงเดินตามอีกคนไปทันที พอเห็นว่าเป็คนที่ตัวเองกำลังตามหาปากได้รูปก็ยกยิ้มอย่างชอบใจ
นึกว่าจะต้องเสียแรงตามหาซะแล้ว หึ
“เออน่า กูกลับเองได้ มึงไปหาคำแก้ตัวกับแม่มึงเหอะ” ร่างบางเอ่ยบอกเพื่อนในสาย ขาเรียวก้าวไปตามทางเดินของโรงพยาบาลโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครบางคนกำลังเดินตาม
“แน่ใจสิ มึงคิดว่าคนอย่างกูจะหาที่นอนไม่ได้เหรอ เหอะ ๆ คิดผิดแล้วครับ” เขายังคงพูดตอบปลายสายด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่ในใจกลับไม่ได้สบายตาม
ที่บอกว่ามีที่ซุกหัวนอนแล้วนั้นก็เป็แค่คำโกหก และถ้าถามว่าทำไมต้องหาที่ซุกหัวนอน นั่นก็เป็เพราะรอยแผลบนหน้านี่แหละ ถ้ากลับบ้านสภาพนี้มีหวังโดนด่าแน่ หรือแย่กว่านั้นก็คงโดนไล่ออกจากบ้าน เหอะ ๆ
“โอเค ๆ แล้วเจอกัน”
ติ๊ด
พอกดตัดสายจากเพื่อนเขาก็ถอนหายใจออกมาทันที เพราะมัวแต่จมอยู่กับความคิดของตัวเองจึงไม่ทันได้ระวังทำให้ชนกับใครอีกคนเข้า
“โอ๊ะ”
“ขอโทษครับ” ร่างสูงเอ่ยขอโทษอย่างสุภาพ พลางส่งยิ้มให้อย่างเป็มิตร
“ไม่เป็ไรคะ...คุณ!! ” แบมแบมเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าโลกมันจะกลมได้ถึงเพียงนี้
ให้ตายสิ เขาจะทำยังไงดี อุตส่าห์พยายามลืมเื่ในคืนนั้นไปแล้วแท้ ๆ แต่พอมาเจอกับอีกคนภาพในวันนั้นก็วนกลับเข้ามาในหัวซะนี่
“อ้าวคุณ” มาร์คแกล้งทำเป็ใทั้ง ๆ ที่เข้าตั้งใจเดินชนอีกคนแท้ ๆ
“เอ่อ ผะ...ผม” และไม่รู้ว่าเพราะอะไรอยู่ ๆ เขาถึงได้ติดอ่างแบบนี้ แบมแบมหาเสียงตัวเองอยู่สักพักก่อนจะรีบเอ่ยขอตัว
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”
หมับ
มือหนาคว้าเข้าที่แขนเล็กก่อนที่อีกคนจะเดินหนีเขาไป ครั้งนี้เขาไม่ยอมหรอก ไม่ยอมให้หนีไปได้อีกเป็ครั้งที่สองแน่
“ครับ? ” แบมแบมเลิกคิ้ว อะไรของผู้ชายคนนี้เนี่ย
“ขอคุยด้วยหน่อยสิครับ” มาร์คยังคงจับแขนอีกคนไว้แน่น แน่ละ ถ้าเขาปล่อยมีหวังอีกคนได้หนีเขาไปแน่
“คุย? ” แบมแบมแกล้งทำหน้างง ไม่เอาไม่คุยโว้ย
แค่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะพูดเื่อะไรใบหน้าเขาก็ร้อนขึ้นมาอย่างกับมีไฟมาอังตรงหน้า แม่งเอ๊ย หน้าต้องแดงแน่ ๆ เลยอะ ทำไงดี เขาไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้เห็นเลย แต่จะหนีก็ไม่ได้เพราะอีกฝ่ายดันจับแขนเขาซะแน่นเลย
“ผมว่าคุณน่าจะรู้อยู่แล้วนะ” มาร์คยกยิ้ม เห็นหน้าที่เริ่มแดงของอีกคนแล้วยิ่งอารมณ์ดี นี่คงกำลังคิดถึงเื่ในวันนั้นอยู่ละสิ
“ไม่ ผมไม่มีอะไรจะคุย” แบมแบมเอ่ยปฏิเสธทันควัน จะให้คุยอะไรอีกเล่า แค่เขาโดนอีกฝ่ายเอาเปรียบมันก็มากพอแล้ว
“แต่ผมอยากคุย” พูดจบมาร์คก็ลากอีกคนให้ไปที่รถด้วยกัน
“ผมบอกว่าไม่ไง!! ” แบมแบมโวยวาย เขาขืนตัวเองไว้เพราะไม่อยากไปด้วย
“จุ ๆ อย่าเสียงดังสิครับ นี่โรงพยาบาลนะ” มาร์คยกมือขึ้นจุปากพลางมองไปรอบ ๆ
แบมแบมมองตามแล้วได้แต่กัดปากตัวเองแน่น ก่อนจะยอมเดินตามอีกคนไป คอยดูเถอะ เผลอเมื่อไหร่เขาเอาคืนแน่!!
— TBC. —
ถ้าอยากให้มาไว ๆ ก็ฝากกดใจและคอมเมนต์กันด้วยนะคะ
@PunSiRinn
#คืนที่หนึ่งมบ