ตอนที่ 20 : คู่หูสมองหมู
ใบหน้าของจั่นเฟิงบิดเบี้ยวไป เมื่อเห็นว่าอู่ซินซินยังจะทำการโจมตีอีกครั้ง เขาอดไม่ได้ที่จะกัดฟันแล้วพูดขึ้นมา "ช้าก่อน !"
ใครจะไปรู้ว่าอู่ซินซินไม่ฟังเลยแม้แต่น้อย นางยังคงทำการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
"หยุดมือ ! ข้าคือจั่นเฟิง รองเ้าสำนักเฉินกวง เ้าฆ่าข้าไม่ได้ !" จั่นเฟิงรีบะโออกมาเสียงดัง
เมื่อได้ยินแบบนั้น อู่ซินซินก็หยุดมือทันที โดยที่มือขาวผ่องยังคงค้างอยู่กลางอากาศ ห่างจากตัวจั่นเฟิงไปไม่กี่ฟุต
อีกด้านหนึ่ง หลินิและคนอื่นๆเองก็หยุดสู้กับลัวจวิน หลังจากเว้นระยะห่างแล้ว หลินิและคนอื่นๆต่างก็มองไปที่จั่นเฟิง พร้อมกับคอยระวังตัวจากลัวจวิน
"ติ๋ง" เมื่อเห็นฝ่ามือที่จ่ออยู่ตรงหน้า เหงื่อเม็ดโตบนหน้าผากของจั่นเฟิงก็หยดลงมา
อู่ซินซินมองจั่นเฟิงอย่างสงสัย "รองเ้าสำนักเฉินกวง?"
เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมา จั่นเฟิงก็สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆถอดผ้าดำบนใบหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าของตน
เื่มาถึงตรงนี้แล้ว เขาไม่มีทางที่จะปกปิดตัวเองได้ มีแค่การเปิดเผยตัวตนออกมาเท่านั้น เขาถึงจะมีโอกาสรอด
"นั่นเขา!"
"จั่นเฟิง รองเ้าสำนักเฉินกวง !"
" มันเป็เขาจริงๆด้วย !"
หลินิและคนอื่นๆต่างก็แสดงสีหน้าแปลกใจออกมา
พวกเขาเคยเห็นจั่นเฟิงจากที่ไกลๆมาก่อน จึงเป็ธรรมดาที่จะจำได้ทันที
"ดูเหมือนว่าข้าจะเคยเห็นเ้ามาก่อน...." อู่ซินซินมองไปที่จั่นเฟิงด้วยท่าทีแปลกใจ "งั้นเ้าก็เป็รองเ้าสำนักเฉินกวงจริงๆงั้นรึ?"
ตอนนี้เอง เหมาฉางเฟิงก็ขมวดคิ้วและพูดขึ้นมาว่า "ถ้าเ้าเป็รองเ้าสำนักเฉินกวง งั้นเขาก็...." ระหว่างที่พูดนั้นเขาก็มองไปที่ ลัวจวิน
"ข้าคือลัวจวิน!" ลัวจวินถอดผ้าสีดำออกอย่างไม่ลังเล เพื่อเปิดเผยตัวตนของตัวเอง "รองเ้าสำนักหยุนซาน ลัวจวิน"
"ไม่ผิดแน่ เขาคือรองเ้าสำนักหยุนซาน ลัวจวินจริงๆ" เหมาฉางเฟิงพยักหน้า เห็นได้ชัดว่าเขาจำลัวจวินได้
จางเฮิงหยางกระซิบออกมาว่า "คนหนึ่งเป็รองเ้าสำนักเฉินกวง อีกคนเป็รองเ้าสำนักหยุนซาน แล้วสองคนนี้มาทำอะไรที่สำนักคังเฉียง?"
หลินิส่งเสียงฮึดฮัดออกมา "ไม่ใช่ว่าพวกเขาเคยพูดไปแล้วรึ ? เป้าหมายของพวกเขาก็คือฆ่าเ้าสำนัก !"
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินิ ทุกคนก็นึกขึ้นมาได้ว่าลัวจวินเคยพูดแบบนั้นมาก่อน ใบหน้าของพวกเขาต่างเ็าขึ้นมาทันที
"กระทั่งพวกเราก็ยังเอาชนะไม่ได้ แต่กลับคิดที่จะสังหารเ้าสำนัก ไม่รู้ว่าไปเอาความกล้านี้มาจากไหน" จางเฮิงหยางเยาะเย้ยขึ้นมา
จั่นเฟิงไม่ได้สนใจคำพูดเสียดสีของจางเฮิงหยาง เขาพูดขึ้นมาอย่างใจเย็นว่า "ข้าผู้เฒ่ายอมรับว่า ประเมิณพวกเ้าต่ำไปจริงๆ แต่พวกเ้าก็อย่าได้คืบจะเอาศอก! อย่าลืมสิว่า ข้าผู้เฒ่าคือรองเ้าสำนักเฉินกวง หากข้าตายที่นี่ เ้าสำนักเฉินกวงจะต้องมาแก้แค้นให้ข้าแน่!"
สำนักเฉินกวงคือแบคอัพที่ใหญ่ที่สุดของเขา มีที่พึ่งที่ใหญ่แบบนี้อยู่ ต่อให้เป็ตัวอู่เฉินเอง ก็ไม่กล้าที่จะจัดการเขาง่ายๆ
จั่นเฟิงรู้ว่าเขาไม่อาจเอาชนะอู่ซินซินและกลุ่มหลินิได้ ดังนั้นจึงตั้งใจจะใช้ฐานะของตัวเองข่มขู่อีกฝ่าย
ลัวจวินเช็ดเืที่มุมปาก พลางกล่าวเสียงเย็นะเืว่า "พวกเ้าควรคิดดูดีๆ! หากวันนี้พวกเราสองคนตายไป สำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซานจะไม่ปล่อยพวกเ้าไปแน่!"
เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนก็มองหน้ากันด้วยความลังเล
จางเฮิงหยางมองไปรอบๆ แล้วถามอย่างลังเลว่า "พวกเราจะทำยังไงกันดี ?"
เหมาฉางเฟิงมองไปที่จั่นเฟิงและลัวจวินอย่างครุ่นคิด
"ยังจะมัวลังเลอะไรอีก ในความเห็นของข้าแล้ว ต้องฆ่า!" หลินิพูดออกมาอย่างเ็า แววตาของเขาไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ "ระหว่างพวกเรากับสองสำนักนั่น มันต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!"
เมื่อได้ยินแบบนั้น เหมาฉางเฟิงก็ส่ายหน้าพร้อมกับขมวดคิ้ว "ข้าไม่กลัวตาย แต่ถ้าฆ่าสองคนนี้ที่นี่ จะส่งผลกระทบอะไรกับสำนักคังเฉียง?"
"นั่นมัน....." เมื่อได้ยินแบบนั้น หลินิก็นิ่งไป แม้ว่าจะยังแค้นเคือง แต่ใบหน้าของเขาก็แสดงความลังเลออกมา
ในใจของหลินิแล้ว สำนักคังเฉียงแห่งนี้คืออีกครอบครัวของเขา เขาไม่กลัวตาย แต่กลัวว่าจะทำให้สำนักคังเฉียงเกิดเื่เลวร้ายขึ้น
ท่ามกลางแสงสว่างที่สาดออกมาจากห้องเรียน ได้สะท้อนให้เห็นถึงความลังเลบนใบหน้าของเหล่าศิษย์
"ได้โอกาสแล้ว !" จั่นเฟิงคิดในใจ จากนั้นก็หันไปกระซิบลัวจวินทันที " ไป !"
ตอนที่เตือนลัวจวินนั้น จั่นเฟิงได้ก้าวเท้าไปข้างหน้าแล้ว ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา ทำให้พวกเขาสามารถพุ่งออกจากวงล้อมของพวกหลินิได้ นี่คือโอกาสหนีที่เหมาะสมที่สุด ความจริงแล้ว ในบรรดาเหล่าลูกศิษย์ทั้ง 9 คน มีเพียงอู่ซินซินเท่านั้นที่สามารถไล่ตามความเร็วของพวกเขาทัน ส่วนคนที่เหลือต่อให้คิดจะไล่ตามพวกเขา ก็คงทำไม่ได้ นอกจากนี้แค่อู่ซินซินเพียงคนเดียว ก็ไม่สามารถที่จะขัดขวางพวกเขาทั้งสองคนได้
ลัวจวินเองก็มองหาโอกาสที่จะหนีเช่นกัน ตอนที่เห็นจั่นเฟิงเคลื่อนไหว เขาก็รีบพุ่งออกไปทันทีโดยไม่ลังเล
เพียงชั่วพริบตา ลัวจวินและจั่นเฟิงก็พุ่งฝ่าวงล้อมออกไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ!
กว่าที่พวกหลินิและอู่ซินซินจะตอบสนอง มันก็สายไปเสียแล้ว!
หลังจากที่ทิ้ง่ห่างจากพวกอู่ซินซินแล้ว ลัวจวินก็หยุดวิ่ง ก่อนจะหันกลับมามองแล้วพูดว่า "เด็กน้อย ความอัปยศในวันนี้ ข้าจะจดจำไว้ ! อย่าให้ข้าพบพวกเ้า หาไม่แล้ว..."
"หาไม่แล้วจะทำไม?"
จู่ๆก็มีเสียงเอื่อยๆดังขึ้นมาขัดจังหวะการพูดของลัวจวิน
ตอนนี้เองประตูห้องเรียนก็ถูกเปิดออก จางหยูยืนกอดอกอยู่ที่หน้าประตูด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ขณะมองไปที่ลัวจวินและจั่นเฟิง เสื้อคลุมสีม่วงบนตัวของจางหยูสะท้อนกับแสงไฟจนเกิดเป็แสงสว่างที่ดูน่าเกรงขามและลึกลับขึ้นมา
ด้านหลังของจางหยู มีอู่โม่ที่ยืนมองพวกเขาราวกับมองคนโง่อยู่
ความจริงแล้วจางหยูรู้สิ่งที่เกิดขึ้นที่นอกห้องเรียนตั้งนานแล้ว ทว่าเขาแค่อยากจะใช้โอกาสนี้ทดสอบความแข็งแกร่งของลูกศิษย์ ดังนั้นจึงไม่รีบร้อนออกมา แต่เมื่อจั่นเฟิงและลัวจวินคิดจะหนี จางหยูไม่อาจทนอยู่เฉยต่อไปได้
" จางหยู !" ลัวจวินหรี่ตาลงมองจางหยูั้แ่หัวจรดเท้า แล้วส่งเสียงฮึดฮัดออกมา "วันนี้เ้าอาจจะโชคดี แต่ครั้งหน้าเ้าจะไม่โชคดีแบบนี้อีก!"
แตกต่างจากทัศนคติที่แสนอวดดีของลัวจวินแล้ว จั่นเฟิงนั้นกลับแสดงสีหน้าที่สงบนิ่ง ในใจของเขาเกิดความสงสัยขึ้นมา "ลมปราณของเด็กคนนี้นี่มัน..." เขาไม่รู้สึกถึงลมปราณในตัวของจางหยูเลยด้วยซ้ำ
แปลก !
แปลกเกินไปแล้ว !
ปกติแล้ว มีแค่สองกรณีเท่านั้นที่เขาไม่สามารถรู้สึกถึงลมปราณจากตัวคนอื่นได้ หนึ่งก็คือคนคนนั้นไม่สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้บ่มเพาะได้ ส่วนอีกหนึ่งก็คือคนคนนั้นมีระดับการบ่มเพาะที่สูงกว่าตัวเอง!
จางหยูเป็คนธรรมดางั้นรึ ?
ไม่ใช่อย่างแน่นอน !
คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว !
" เ้าโง่นี่!" จั่นเฟิงเหลือบมองลัวจวินที่ยังคงหาเื่จางหยูอยู่ และอดไม่ได้ที่จะก่นด่าขึ้นมาในใจ เขาสาบานว่าชั่วชีวิตนี้เขาจะไม่ร่วมงานกับลัวจวินอีกต่อไป "ไม่รู้ว่าไอ้โง่นี่ สามารถบ่มเพาะมาถึงขอบเขตฉีซวนขั้นที่9 ได้ยังไง"
ถ้าลัวจวินไม่ใช่ลูกชายของเ้าสำนักหยุนซาน ลัวเยว่ซานล่ะก็ จั่นเฟิงคงทิ้งอีกฝ่ายไปนานแล้ว
จั่นเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่คอยระวังจางหยู เขาก็พูดขึ้นอย่างเ็าว่า "พอได้แล้วลัวจวิน นี่ยังอับอายไม่พองั้นรึ? ถ้าเ้ายังไม่รีบออกจากที่นี่ล่ะก็ ข้าจะทิ้งเ้าซะ!"
"กลัวอะไร ? ไม่ใช่ว่าพวกนั้นไล่ตามพวกเราไม่ทันรึไง ?" ลัวจวินพูดขึ้นมาอย่างภูมิใจ ดูเหมือนว่าเขาจะลืมเื่น่าอายก่อนหน้านี้ไป และเริ่มกลับมามั่นใจตัวเองอีกครั้ง
...
จางหยูไม่ได้สนใจจั่นเฟิงและลัวจวิน เขาหันกลับมามองหลินิ อู่ซินซิน และคนอื่นๆด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "เวลาช่างผ่านไปไวยิ่งนัก พริบตาเดียวพวกเ้าก็มาอยู่ที่สำนักคังเฉียงได้เดือนหนึ่งแล้วรึ ? ระหว่างนี้ข้ามัวแต่สอนทักษะในการบ่มเพาะให้กับพวกเ้า แต่กลับลืมสอนเคล็ดวิชาการต่อสู้ให้กับพวกเ้า เอาล่ะ งั้นพรุ่งนี้ข้าจะสอนเคล็ดวิชาให้กับพวกเ้าอย่างหนึ่ง ดังนั้นวันนี้ข้าจะสาธิตถึงความร้ายกาจของมันให้พวกเ้าดูก่อน"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ทุกคนต่างก็ตาเป็ประกายขึ้นมา
" เคล็ดวิชา? เคล็ดวิชาอะไร ?"
"เคล็ดวิชาของเ้าสำนักต้องน่าทึ่งมากแน่ๆ !"
"บางทีมันอาจจะเป็เคล็ดวิชาระดับเทพก็ได้!"
ทุกคนตื่นเต้นเป็อย่างมาก ั์ตาของพวกเขาฉายแววคาดหวังออกมา
จางหยูหัวเราะออกมาเบาๆ "จะเป็เคล็ดวิชาอะไรนั้น อีกเดี๋ยวพวกเ้าก็จะรู้เอง ตอนนี้ข้าบอกพวกเ้าได้เพียงว่า มันคือเคล็ดวิชาระดับธรรมดาขั้นกลาง ความแข็งแกร่งของมันนั้นน่ากลัวมาก มันแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเ้าจินตนาการไว้แน่!"
ระดับธรรมดาขั้นกลาง?
สีหน้าของทุกคนพลันแข็งทื่อขึ้นมา ดวงตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังก็เปลี่ยนเป็ตกตะลึง
"ทำไม หรือว่าพวกเ้าดูถูกเคล็ดวิชาระดับธรรมดาขั้นกลางงั้นรึ ?" จางหยูเลิกคิ้วสูง ก่อนจะพูดเสียงจริงจังว่า "ข้าไม่ได้โม้นะ เคล็ดวิชาระดับธรรมดาขั้นกลางของข้า มันแข็งแกร่งจริงๆ!"
ต่อให้มันแข็งแกร่งแค่ไหน แต่มันก็แค่เคล็ดวิชาระดับธรรมดาขั้นกลางไม่ใช่หรือ ?
หลินิหัวเราะออกมา "หึหึ หึหึ....."
จางหยูมองไปที่หลินิแล้วถามขึ้นมาว่า "หลินิ ดูเหมือนว่าเ้าจะไม่เชื่อข้างั้นรึ ?"
"เชื่อ ข้าเชื่อทุกอย่างที่เ้าสำนักพูดมา" แม้ปากของหลินิจะพูดแบบนั้น แต่สีหน้ากลับแสดงออกว่าไม่เชื่อ เขายังคิดว่าเ้าสำนักคงหยอกล้อพวกเขาเล่น
"พวกเ้า...เฮ้ออ ช่างมันเถอะ เอาเป็ว่าหลบไปก่อน" จางหยูส่ายหน้าแล้วโบกมือ "สองคนนั่นปล่อยให้ข้าจัดการเอง"
เขาเงยหน้ามองจั่นเฟิงและลัวจวิน จากนั้นก็ยิ้มออกมา "จั่นเฟิง ลัวจวิน ใช่รึไม่ ? พอดีเลย ข้าเพิ่งพัฒนาเคล็ดวิชาระดับธรรมดาขั้นกลางขึ้นมา ดังนั้นพวกเ้ามาทดสอบพลังของมันหน่อย หากพวกเ้าสามารถรับมือกับมันได้ พวกเ้าก็จะไม่ตาย และข้าก็จะปล่อยพวกเ้าไป แต่ถ้าพวกเ้าตาย ก็อย่าได้ตำหนิที่ข้าไม่ให้โอกาสพวกเ้า"
"เคล็ดวิชาระดับธรรมดาขั้นกลาง?" ลัวจวินรู้สึกราวกับว่ากำลังโดนดูถูกอยู่ จึงะโออกมาราวกับคนบ้าว่า "เด็กน้อย อย่ามาดูถูกพวกเรานะ! เชื่อรึไม่ว่าข้าสามารถฆ่าเ้าได้ด้วยการตบเพียงครั้งเดียว !"
คิ้วของจั่นเฟิงขมวดหนักขึ้นไปอีก เขากระซิบขึ้นมาว่า "อย่าใจร้อน ข้ามองการบ่มเพาะของเขาไม่ออก! อีกอย่าง บางทีเขาอาจจะแค่อยากถ่วงเวลาไว้ เพื่อให้เด็กพวกนั้นมาล้อมพวกเราก็ได้!"
เขาไม่เคยรู้สึกเหนื่อยขนาดนี้มาก่อน ไม่ใช่แค่ต้องคอยระวังพวกจางหยูเท่านั้น แต่ยังต้องคอยห้ามไม่ให้ลัวจวินทำอะไรโง่ๆอีกด้วย
ถ้าเขาไม่รู้ฐานะของลัวจวินล่ะก็ เขาคงสงสัยว่าชายคนนี้ถูกส่งมาจากฝ่ายตรงข้ามไปแล้ว
เมื่อได้ยินแบบนั้น ลัวจวินก็เหงื่อตกขึ้นมา " ใช่แล้ว ข้าลืมพวกปีศาจน้อยพวกนั้นไป !" เขาไม่ได้กลัวจางหยู แต่เขากลัวพวกหลินิ เพราะเขาทนรับการโจมตีจากพวกนั้นมาแล้ว จนเกือบต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่
เขามองไปที่พวกหลินิด้วยความแค้น ก่อนจะพูดขึ้นอย่างไม่ลังเลว่า " ไปกันเถอะ !"
เมื่อเห็นว่าลัวจวินเลิกหัวรั้น และยอมจากไปแต่โดยดี จั่นเฟิงก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา "ในที่สุดข้าก็จะได้กลับเสียที มันไม่ง่ายเลย !" มีแต่์เท่านั้นที่รู้ว่า เขาเปลืองความคิดไปมากแค่ไหน
เมื่อเห็นจั่นเฟิงและลัวจวินกำลังจะออกจากสำนัก หลินิและคนอื่นๆก็กังวลขึ้นมา " เ้าสำนัก !"
จางหยูก้าวเท้าออกไปอย่างไม่รีบร้อน พลางหัวเราะออกมา " ไม่ต้องกังวล พวกเขาหนีไม่พ้นหรอก !"
เมื่อพูดจบ ร่างของจางหยูก็เริ่มพร่ามัว ก่อนจะหายไปจากสายตาของทุกคน พร้อมกันเสียงดัง "ฟิ้ว"