หวังอีฮังเดินทางมาหนึ่งชั่วยามในที่สุดก็พบเข้ากับลำธาร และมีคนอยู่ที่ลำธารสามคน หวังอีฮังจึงแอบเฝ้ามอง “ท่านพี่ข้าตกปลาได้ตัวหนึ่ง” ชายหนุ่มกล่าว “ยอดไปเลย”ชายที่เป็พี่กล่าวชม และหญิงสาวก็ทำตาเป็ประกาย
“พวกท่านทั้งสองข้ารู้สึกหิวแล้ว เรามาย่างปลาที่พึ่งจับได้กันเถอะ” หญิงสาวในตอนนี้นางน้ำลายไหลออกจากปาก ด้วยความน่ากินของปลาจึงทำให้ใครต่อใครที่พบเห็นก็ต้องอยากลองชิม “น้องหญิงข้าว่าจับปลาให้มากกว่านี้ค่อยก่อไฟย่างกินกันเถอะเพียงแค่ตัวเดียวมันไม่พอสำหลับพวกเราสามคนหลอก”พี่คนโตกล่าว “ใช่แล้วน้องสาวข้าเ้าต้องอดทนให้ได้นะเป็ถึงผู้เปิดประตูบานที่สองได้เ้าจะต้องอดทนให้ได้” ชายหนุ่มที่เป็พี่คนรองกล่าว
หวังอีฮังมองปลาที่สาพี่น้องนั้นจับได้ตามไม่กระพริบ “ปลาม่วงหอมของดีเลยนี่ พวกนั้นไม่รู้หรือไงกันว่าปลาหอมม่วงนั้นมีค่าแค่ไหน” หวังอีฮังยังคงจ้องมองสามพี่น้องต่อ
“ข้าหิวแล้ว” หญิงสาวยังคงรู้สึกอย่างจะอย่างปลากินให้หายหิวเสียตอนนี้แต่ก็ต้องฝืนทน “น้องหญิงงั้นเ้าก็เอาปลาตัวนี้ไปย่างกินก่อนพวกข้าก็ได้” จากนั้นพี่คนโตก็เริ่มก่อไฟและย่างปลาให้กับน้องสาวตน หวังอีฮังที่มองดูทั้งสามจู่ๆน้ำในตาของเขาก็ไหล
“อะไรกันความทรงจำของร่างนี้มันช่างน่าสงสารเสียจริง” หวังอีฮังเดินออกห่างจากริมธาร กุ๊กๆ ไก่หินม่วงมองหวังอีฮังในแววตาสายไปด้วยความดุร้าย จากนั้นมันก็คำรามเสียงดัง กะต๊าก!! ปีกที่อยู่ขางลำตัวในตอนนี้มันเริ่มกางออก ขาทั้งสองข้างเตรียมพุ่งจู่โจม จะงอยปากมันวาวตั้งชี้ไปทิศทางหวังอีฮัง
“เ้าไก่บัดซบนี้” หวังอีฮังมองไก่หินม่วง ด้วยความตื่นกลัว ไก่หินม่วงเปิดประตูบานที่สาม หวังอีฮังนั้นรีบวิ่งหนีในทันที ไก่หินม่วงที่เปิดประตูบานที่สามได้นั้นมีความเร็วอย่างมาก มันพุ่งจู่โจมทุกครั้งที่ได้โอกาศ แต่หวังอีฮังก็วิ่งหลบได้อย่างฉิวเฉียด
หวังอีฮังวิ่งกลับไปที่ลำธารที่มีสามพี่น้องอยู่ “ช่วยข้าด้วย!!” หวังอีฮังะโ สามพี่น้องหันมาดู หวังอีฮังวิ่งผ่านน้องหญิงไปส่วนไก่หินม่วงที่วิ่งตามมา สายตาของมันก็หันไปเห็นปลาที่ย่างอยู่ จากนั้นมันก็กระโจนไปคาบปลาของน้องหญิง “ปลาข้าเ้าไก่นี่ข้าจะจัดการเ้า” เมื่อนางมองดูดีๆแล้วไก่ตัวนั้นก็มีระดับอยู่มากกว่านางหนึ่งขั้น
“เ้านั้นมันบังอาจล่อไก่มาฉกเอาปลาของน้องข้า ข้าจะจัดการมัน” พี่คนโตและคนกลางรีบวิ่งไล่ตามหวังอีฮัง “เกิดอะไรขึ้น”หวังอีฮังะโลงน้ำ แต่ไก่หินม่วงที่เปิดประตูบานที่สามแล้วนั้นดันสามารถวิ่งบนน้ำได้ กะต๊าก!! เสียงไก่คำรามอีกครั้ง
“เ้าไก่บ้านี่มันจะตามข้าไปถึงไหนกัน” หวังอีฮังรู้สึกว่าตนนั้นว่ายน้ำหนีไก่หินม่วงไม่ทันแน่ถ้ายังฝืนว่ายหนีอยู่แบบนี้ แสงสีม่วงใต้ทะเลส่องสว่าง “นั้นคืออะไรกัน” หวังอีฮังตัดสินใจดำลงไปในน้ำเพื่อหนีจากการไล่ล่าของไก่หินม่วง สองคนที่ตามมาห่างๆเองก็รู้สึกแปลกใจ
“มันหายไปไหนแล้วเมื่อกี้มันยังว่ายน้ำอยู่ด้านหน้าอยู่เลย”พี่คนกลางกล่าวอย่างสับสน “มันน่าจะให้วิชาที่ทำให้ล่องหนได้ หรือไม่ก็ทำให้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วได้แน่”พี่ชายคนโตคิด จากนั้นไก่หินม่วงก็จ้องมาที่พวกเขาทั้งสองจากนั้นมันก็รีบวิ่งไล่โจมตีทั้งสองคน
หวังอีฮังในตอนนี้เขากำลังดำน้ำลงไป แต่เหมือนจะมีแรงดึงดูดจากแสงสีม่วงมากกว่าที่เป็คนดึงเขาลงไป “แสงนี่มันอะไรกัน ทำไมข้าถึงถูกแสงนี้ดึงลงไปกัน ไม่ดีแน่แบบนี้” ในตอนนี้หวังอีฮังรู้สึกสังหรใจไม่ดีอย่างมาก เมื่อดำลงน้ำลึงลงไปสัตว์ที่อยู่ใต้น้ำแห่งนี้ก็ยิ่งดุร้ายยิ่งขึ้น
“นั้นมันปลาที่เปิดประตูถึงบานที่สี่” หวังอีฮังนั้นรู้สึกว่าตนเองนั้นโชคร้ายย่างมาก ร่างกายที่เขามาอยู่นี่ช่างไม่มีโชคเสียจริง เมื่อถูกดึงลงมาถึงสองพันเมตร แสงสีม่วงก็เริ่มเห็นได้ชัดขึ้น หวังอีฮังนั้นรู้สึกว่าตนนั้นเริ่มถูกดึงลงเร็วขึ้นกว่าเดิม
หมันคลื่น!!
หวังอีกฮังปล่อยหมัดคลื่นเพื่อต้านทานแรงดึงดูดของแสงสีม่วง คลื่นหมัดที่เขาต่อยออกไปทำให้เขาหยุดนิ่งเพียงเชี่ยววิเองเท่านั้น จากนั้นเขาก็ถูกดึงลงไปอีกครั้ง
[ท่านพบกับแสงไร้ทางต้าน] เสียงระบบดังในหัวของหวังอีฮัง