บทที่ 10
ทักษะแห่งความโกรธ
ลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่นอนดิ้นทุรนทุรายอยู่กับพื้นหลังจากที่มันโดนหนึ่งหมัดสวนกลับไปที่ท้องกระดูกหักเป็สองท่อนกระดูกซี่โครงของมันหักส่งผลถึงความเ็ปภายในร่างกาย
มันส่งเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมกับดิ้นทุรนทุรายไปมาอย่างเ็ปบริเวณมุมปากของมันเปรอะเปื้อนไปด้วยเื
ผู้ใดจะคิดเล่าว่าตัวของมันจะโดนลู่ิที่ถือได้ว่าเป็ผู้ที่ไร้ความสามารถเล่นงานจนาเ็ขนาดนี้ภายในใจทั้งอับอายทั้งเคียดแค้น
ลู่ิได้ปล่อยหมัดแห่งความแค้นนี้ออกไปตัวของมันรู้สึกว่าตนเองนั้นได้ปลดปล่อยบางอย่างภายในจิตใจของตน
พวกที่อยู่บริเวณด้านหลังยืนอยู่อีกสี่คน ดวงตาของมันตกตะลึงร่างกายของพวกมันในตอนนี้ไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว
พวกมันหันมองกันไปมาในบรรดาพวกมันทั้งหมดสหายของมันที่ก้าวออกไปด้านหน้าเป็คนที่มีระดับพลังมากที่สุด
ในยามนี้โดนเพียงแค่หมัดเดียวของลู่ิก็ลงไปนอนกองกับพื้นแล้วก็ดิ้นทุรนทุรายอย่างเ็ป
พวกมันที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เลยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีดวงตาของพวกมันทั้งหมดบ่งบอกถึงความว่างเปล่าและก็คำถามมากมายกับสถานการณ์ในตอนนี้
ลู่ิใช้ดวงตาของตนเองหันมามองพวกมันเ้าคนพวกนี้ก็เคยเล่นงานตัวของเขาเอาไว้ภายในอดีต ลู่ิทำการกล่าวขึ้นมา ”ว่าอย่างไรพวกเ้าจะเข้ามาด้วยหรือไม่ ”
เมื่อได้ยินคำพูดของลู่ิแบบนั้นเ้าคนพวกนั้นแสดงแววตาจริงจังขึ้นมาพวกมันถือฐานะของตนเองเป็ที่หนึ่ง
ผู้ฝึกฝนยุทธ์ถือได้ว่าเป็กลุ่มคนที่ถือพวกศักดิ์ศรีของตนเองมาก่อนเป็อันดับแรกยิ่งเ้าคนพวกนี้มาจากตระกูลใหญ่ตัวของพวกมันยิงถือฐานะและศักดิ์ศรีของตนเองมากขึ้นไปอีก
ในตอนนี้ได้ยินคนที่ตัวของพวกมันเคยซ้อมตีกล่าวเราข่มขู่มีหรือว่าพวกมันนั้นจะยินยอม
ดวงตาของพวกมันเต็มไปด้วยความจริงจังจ้องมองตรงไปที่ลู่ิในขณะเดียวกันพวกมันทั้งหมดก็ดึงกระบี่บริเวณด้านหลังออกมา
พวกมันทั้งหมดภายในสถานที่แห่งนี้เป็ลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่สำนักหุบเขากระบี่ศึกษาวิชากระบี่มากมาย
แน่นอนว่าอาวุธของลูกศิษย์ภายในสำนักจำเป็จะต้องเป็กระบี่เพราะว่าภายในสถานที่แห่งนี้ขึ้นชื่อว่ามันเป็หนึ่งในห้าสำนักกระบี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภายในดินแดน
เมื่อพวกมันทั้งสี่คนนำกระบี่ออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อมโจมตีใส่ลู่ิลู่ิที่ยืนอยู่จุดนั้นพลิกกายของตนเองหลบไปหลังต้นไม้ใหญ่
ลู่ิรู้ดีตัวของมันมีเพียงแค่ร่างกายธรรมดาไม่โง่พอที่จะไปต่อกรกับคนที่มีอาวุธถึงสี่คนระดับพลังของพวกมันทั้งหมดก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
ในตอนนี้เลยจึงกล่าวได้ว่าพวกที่อยู่บริเวณด้านหน้ามีข้อได้เปรียบตรงอาวุธและก็จำนวนถ้าเกิดว่าตัวของมันมีระดับพลังมากกว่านี้อีกสักสองคันคงไม่เกรงกลัวพวกมันและปะทะตรงๆ
ลู่ิรู้ดีถึงการประเมินพลังในยามนี้พลิกกายหลบมาหลังต้นไม้ใหญ่บดบังการมองเห็นของพวกที่อยู่ด้านหน้า
พวกมันมองเห็นลู่ิหลบไปด้านหลังต้นไม้ใหญ่หนึ่งในพวกนั้นะโขึ้นมาทันควัน“ เ้าลูกเต่าลู่คิดจะหลบเข้าไปหลังต้นไม้ใหญ่คิดจะหนีอย่างงั้นรึ ”
“ วันนี้อย่างไรเสียตัวของพวกข้าก็จะตีเ้าให้ตายอย่างแน่นอน”.
พวกมันเตรียมพร้อมจะโจมตีทั้งสี่คนเดินไปอย่างพร้อมเพรียงเมื่อไปจนถึงบริเวณด้านหลังต้นไม้ใหญ่ก็ไม่เห็นร่างของลู่ิอยู่บริเวณนั้น
พวกมันแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยใช้ดวงตามองไปรอบๆรู้สึกสงสัยว่าลู่ินั้นหายไปพวกมันใช้ดวงตาของตนเองมองสำรวจรอบๆอย่างถี่ถ้วน
ถ้าเป็การเคลื่อนไหวก็น่าจะมีรอยเท้าหรือว่าอะไรที่หลงเหลือทว่าเมื่อมองไปบริเวณรอบๆแล้วกลับไม่พบเจอเลยแม้แต่ร่องรอย
ทันทีที่พวกมันนั้นแสดงใบหน้าสงสัยร่างของคนผู้หนึ่งะโเป็เงาสีดำลงมาจาก้าลงมากลางวงล้อมที่พวกมันทั้งสี่คนกำลังยืนอยู่
“ !!! ” พวกมันแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกใลู่ิปรากฏกายออกมากลางวงล้อมของพวกมันอย่างไม่คาดคิด พวกมันตอบสนองในทันที
แต่นั่นก็ช้าเกินไปแล้วลู่ิใช้หมัดของตนเองโจมตีไปที่ใบหน้าของหนึ่งในสี่หมัดนั้นอัดกระแทกเข้าไปอย่างเต็มๆ ตรึม!!!แรงของหมัดทำให้ร่างกายของคนผู้นั้นภายหลังล้มไป
เ้าพวกที่เหลือคิดจะโจมตีแต่ว่าลู่ินั้นรวดเร็วดุจริงทำการเคลื่อนที่ออกจากจุดนั้นอย่างรวดเร็วหลังจากโจมตีได้หนึ่งท่า
เขาอ้อมต้นไม้ไปอีกต้นหนึ่งทำให้พวกมันนั้นสับสนพวกมันอีกสามคนคิดจะไล่ตามไปแต่ในครั้งนี้ตัวของพวกมันกลับวางแผนกันอย่างรวดเร็วรู้ได้ถึงวิธีการจัดการ
โดยการที่พวกมันนั้นสองคนอ้อมไปทางด้านซ้ายขวาอีกหนึ่งคนขึ้นไปบริเวณ้าต้นไม้มันคิดว่าการลงมือแบบนี้น่าจะสามารถจัดการลู่ิได้อย่างอยู่หมัด
แต่พวกมันคิดผิดเมื่อคนผู้นั้นที่ะโขึ้นไปบริเวณ้าต้นไม้มันก็พบเจอกับลู่ิที่ดักรออยู่้าก่อนแล้ว
ลู่ิยื่นมือของตนเองคว้าจับเข้าที่คอของคนผู้นั้นใช้เท้าของตนเองเตะเข้าไปที่ซี่โครงของมันความรุนแรงของการโจมตีทำให้กระดูกหักไปอีกหลายท่อนคนผู้นั้นร่วงตกลงมาจากต้นไม้ทำให้ร่างกายของมันกระดูกขานั้นหัดไปอีกหลายท่อน
เพียงไม่กี่การเคลื่อนไหวพวกมันก็เหลือเพียงแค่สองคนแล้วพวกมันสองคนเปรียบเทียบลู่ิดุจลิงเผือกที่เคลื่อนไหวราวกับว่าตนเองนั้นไม่มีน้ำหนักแถมยังคิดคำนวนทุกอย่างได้เป็อย่างดี
หนึ่งในพวกมันเห็นว่าตนเองนั้นจำนวนเหลือน้อยพวกมันเลยะโขึ้นมาทันควัน“ เ้าลู่ิเ้าคาดเขลา!!! แน่จริงก็ลงมาปะทะกันตรงๆ”
มันทำการท้าทายแบบนั้นลู่ิที่อยู่บนต้นไม้ะโลงมาอย่างรวดเร็วเท้าทั้งสองข้างลงมาัักับพื้นมองตรงไปที่พวกมันที่อยู่บริเวณด้านหน้า “ลงมาแล้วอย่างไรเข้ามาสิ ”
ลู่ิทำการกล่าวท้าทายพวกมันเขาค่อยๆย่อร่างกายของตนเองต่ำลงเตรียมพร้อมโจมตีผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า
ทั้งสองที่ยืนอยู่เห็นลู่ิลงมาอย่างไม่มีเล่ห์กลอุบายพวกมันแสดงแววตาจริงจังเตรียมพร้อมโจมตี
ร่างกายของพวกมันพุ่งทะยานออกมาอย่างพร้อมเพรียงกระบี่ภายในมือของพวกมันยื่นมาด้านหน้า
โดยตัวของพวกมันนั้นตั้งใจว่าจะใช้กระบี่แทงทะลุร่างกายของลู่ิและปิดฉากพร้อมกับคร่าชีวิตมันในกระบี่เดียว
ถ้าเกิดว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของพวกมันในตอนนี้เป็ลู่ิคนก่อนก็คงจะเป็แบบนั้นตอนนี้มันแปรเปลี่ยนไป ลู่ิที่อยู่บริเวณด้านหน้าหาใช่ลู่ิคนก่อนไม่
เขายืนตั้งหลักมั่นคงแถมอยู่ในท่าทางออกหมัดเตรียมพร้อมรับการโจมตีอย่างไม่ถอยเลยแม้แต่ก้าวเดียวลู่ิขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันอย่างรุนแรงแววตาฉายความแค้นใช้พลังใจที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นมากมายผลักดันลมปราณ
ในตอนนี้ความโกรธเกรี้ยวภายในจิตใจบังเกิดออกมากลายเป็รูปร่างอยู่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือลมปราณที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายมันแปรเปลี่ยนกลายเป็สีแดงชั่วขณะ
ลู่ิออกหมัดของตนเองหนึ่งหมัดออกไปปะทะกับสองกระบี่ที่พุ่งตรงเข้ามาภาพที่ตนเองถูกกระทำภายในอดีตย้อนคืนกลับมาชั่วขณะตัวของลู่ิเห็นร่างกายของตนเองที่สบักสบอมในแต่ละวันซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันกำลังวิ่งแล่นเข้ามาภายในหัวเหมือนกับหนังม้วนหนึ่ง
หมัดที่ปล่อยออกไปถูกผลักดันด้วยความแค้นเ่าั้ ลู่ิไม่รู้เลยว่าตอนนี้หมัดที่ออกไปมันเป็หนึ่งทักษะที่บังเกิดขึ้น
ลมปราณสีแดงที่ห่อหุ้มหมัดนั้นเอาไว้พลังิญญาอันน่าเหลือเชื่อกระแทกเข้ากับสองกระบี่ของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า
อนุภาพการปะทะเหลือล้นต้านทานพวกมันทั้งสองไม่สามารถต้านทานได้ กระบี่ทั้งสองเล่มภายในมือของพวกมันแตกออกกลายเป็ชิ้นเล็กๆคล้ายเศษแก้ว
พลังิญญาสีแดงทะลวงเข้ากลางร่างกายสองคนนั้นโดนสังหารตายในครั้งลู่ิดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก “ นี่มัน…อะไรกัน ”
ทักษะที่ใช้ออกไปแม้แต่ตัวของมันก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่าคืออะไรร่างของชายสองผู้นั้นล้มลงไปกับพื้น
ชีพจรของมันโดนตัดขาดในตอนนี้สองคนนี้เหลือเพียงแค่ร่างไร้ิญญาเท่านั้นมันาเ็ภายใน แต่เืซักหยดก็ไม่กระอักออกมาจากปากสิ้นใจตายในทันที
ลู่ิไม่ได้ตั้งใจจะสังหารพวกมันเขายังคงตกตะลึงกับการโจมตีของตนเองเมื่อครู๋อยู่ ลมปราณสีแดงที่ปกคลุมบริเวณรอบร่างกายค่อยๆเปลี่ยนกลับเป็เหมือนเดิม
ลู่ิที่สังหารทั้งสองไปตัวของมันก็เื่ใหญ่ขึ้นแล้วภายในสำนักมีกฎการห้ามสังหารศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน
ในตอนนี้การโจมตีที่มีพลังอำนาจมากกว่าที่ลู่ิคิดเอาไว้กับพลั้งมือและก็สังหารลูกศิษย์สำนักเดียวกันไปถึงสองคน
ลู่ิในตอนนี้ทั้งสับสนทั้งมึนงงและก็รู้สึกว่าตนเองนั้นอยู่ภายในเขาวงกตอันซับซ้อน“ ข้าจะทำอย่างไรดี ”
จบบท