บทที่ 21 แผงผังผู้ผ่านทางปรากฏ ซื้อกระบี่บินระดับสอง!
"แต่สุดท้าย แม้แต่ระดับแกนทองคำและเซียนแท้ก็ยังถูกสังหาร ตระกูลหลินไปล่วงเกินใครเข้ากันแน่?
แล้วเหตุใดถึงปล่อยให้เ้าของร่างเดิมรอดมาได้เพียงผู้เดียว?
หรือเป็เพราะโชคดีที่รอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้จริง ๆ?"
คำถามมากมายผุดขึ้นในใจของหลินม่อ
คิดไปคิดมาก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ ทว่า ในใจกลับเพิ่มความระแวดระวังขึ้นมาเล็กน้อย
และในตอนนี้ ความตื่นเต้นที่มีต่อฟังก์ชันใหม่ของระบบก็เริ่มจางลง เขาเก็บความขี้เล่นไว้ แล้วเริ่มขบคิดถึงสิ่งที่ควรทำต่อไป
"การหมั้นหมายของตระกูลเซียวถูกยกเลิกแล้ว แถมยังได้รู้จักกับท่านปู่ที่อยู่เื้ัตัวเอกอีกด้วย
ประจวบเหมาะกับที่อีกไม่กี่วันจะมีคนจากสำนักชิงอวิ๋นเดินทางมา และสุสานบรรพจารย์ก็อาจจะเปิดออกใน่นั้นพอดี
ถึงตอนนั้นข้าต้องแฝงตัวเข้าไปในสุสานบรรพจารย์ หนึ่งคือเพื่อดูว่าสามารถตามหาแม่แท้ ๆ ของชิงลั่วได้หรือไม่...
สองคือสิ่งที่สำคัญที่สุด คือดูว่ารับวาสนาหรือสมบัติล้ำค่าอะไรได้บ้าง!
ไม่ว่าจะเป็ประโยชน์ต่อระดับบำเพ็ญหรือพลังต่อสู้ มีตานเฉินจื่ออยู่กับข้า ย่อมต้องได้รับวาสนาไม่น้อยแน่นอน!
จากนั้นก็แค่ส่งมอบทั้งหมดให้ลูกสาวที่น่ารักของข้า... หึหึ..."
เมื่อคิดถึงตรงนี้ มุมปากของหลินม่อก็ปรากฏรอยยิ้มด้วยความคาดหวัง
การที่ระดับบำเพ็ญเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องออกแรงนั้น ช่างเป็ความรู้สึกที่น่าลุ่มหลงยิ่งนัก จนอยากให้ซูชิงลั่วทะลวงขั้นได้ทุกวัน
ทั้งที่เขาใช้เวลาไม่ถึงสองวันในการก้าวจากกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่งเข้าสู่สร้างรากฐาน แต่เขาก็ยังปรารถนาที่จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ถึงสร้างรากฐานขั้นที่สี่ ขั้นที่ห้า ขั้นที่หก หรือสูงกว่านั้นโดยเร็ว
"อืม การเพิ่มระดับบำเพ็ญเป็เื่หนึ่ง แต่พลังต่อสู้ก็ขาดไม่ได้เช่นกัน
ไม่รู้ว่าหากข้ากระตุ้นกายาศักดิ์สิทธิ์เทพกระบี่อย่างเต็มกำลัง จะสามารถต่อกรกับซูฉี่เหวินได้หรือไม่?"
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินม่อจึงอดไม่ได้ที่จะเรียกแผงผังคุณสมบัติของตนเองออกมา
"แผงผัง!"
วูบ!
สิ้นเสียงคำพูด ม่านแสงโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นทันที
[โฮสต์ : หลินม่อ]
[อายุ : สามสิบหกปี]
[ฐานะ : ลูกเขยแต่งเข้าตระกูลซู]
[ระดับบำเพ็ญ : สร้างรากฐานขั้นที่หนึ่ง]
[พร์ : รากิญญาแปดธาตุ (พิการ), สร้างรากฐานขั้นสูงสุด]
[กายา : กายาศักดิ์สิทธิ์เทพกระบี่]
[วิชาอาคม : ไม่มี]
[พร์พิเศษ : ไม่มี]
[เป้าหมายผูกมัด : ซูชิงลั่ว]
[คำประเมิน : สามสิบปีผลิบาน สามสิบปีร่วงโรย อย่าได้ดูแคลนพ่อเลี้ยงที่ยากจน!]
"ในส่วนของกายาถือว่าพอมีอะไรน่าสนใจอยู่บ้าง ส่วนอย่างอื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย
อืม... ตอนนี้ข้านับว่าเป็ผู้ฝึกกระบี่แล้ว แต่กลับขาดอาวุธเวทกระบี่บินที่ถนัดมือ"
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินม่อจึงหยิบถุงเก็บของของซูฉี่เซิ่งออกมา
ในฐานะหนึ่งในเจินเหรินระดับสร้างรากฐานของตระกูลซู ตาแก่นั่นมีกระบี่บินระดับหนึ่งขั้นกลางติดตัวอยู่เล่มหนึ่ง
"แต่กระบี่บินระดับหนึ่งจะคู่ควรกับข้าได้อย่างไร? อีกทั้งกระบี่บินเล่มนี้ก็ดูคุ้นตาเกินไป หากมีใครจำได้ย่อมนำปัญหาที่ไม่จำเป็มาสู่ตน
ข้าต้องหาวิธีนำมันไปแลกเป็เล่มใหม่ แล้วค่อยส่งต่อให้ลูกสาวที่น่ารักของข้า..."
แววตาของหลินม่อเป็ประกาย เขามีแผนการแล้ว
ทันใดนั้น เขาก็ลุกขึ้นและแอบออกจากตระกูลซูเงียบ ๆ
ตระกูลซูและตระกูลเซียวต่างก็มีตลาดเปิดอยู่ในเมืองชิงอวิ๋น ซึ่งเป็หนึ่งในกิจการสำคัญของทั้งสองตระกูล และหลินม่อกำลังจะไปที่ย่านการค้าตระกูลเซียว เพื่อซื้อกระบี่บินที่ถนัดมือให้ลูกสาวของตน
แต่ใครจะรู้ ทันทีที่เขาเพิ่งก้าวออกจากตระกูลซู เื้ัของเขาก็ปรากฏร่างหนึ่งขึ้นที่หน้าประตูใหญ่ของจวนราวกับภูตผี
"เ้าจะไปไหนหรือ...?"
เมื่อมองแผ่นหลังของหลินม่อ แววตาของซูฉี่เหวินก็เย็นเยียบ
ตอนที่ซูฉี่เซิ่งตาย เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของหลินม่อ ทว่า เพราะมีซูชิงลั่วอยู่จึงไม่สะดวกที่จะลงมืออย่างเปิดเผย เลยทำได้เพียงสืบสวนอย่างลับ ๆ
แม้จะสืบหาหลักฐานชิ้นสำคัญไม่พบ แต่ก็ได้รู้ว่าในวันนั้นซูฉี่เซิ่งได้เข้าไปในห้องของหลินม่อ และภายในห้องมีเสียงการต่อสู้ดังออกมา หลังจากนั้น... ผู้าุโสี่ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
'เ้าเด็กนี่มีความลับมากเกินไป ระดับบำเพ็ญไม่มีทางหยุดอยู่ที่กลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่งแน่
ไม่รู้ว่าแอบซ่อนตัวอยู่ในตระกูลซูของข้าเพื่อ้าอะไร...'
"ช่างเถอะ! วันนี้ข้าจะขุดคุ้ยความลับทั้งหมดของเ้าออกมาให้หมด!"
"หึ!"
ซูฉี่เหวินแค่นเสียงเย็น ก่อนที่ร่างของเขาจะหายวับไปในทันที
ท้องฟ้าเริ่มมืด แสงอาทิตย์อัสดงสีทองอาบย้อมเมืองชิงอวิ๋นจนกลายเป็สีเดียวกัน และยามค่ำคืนคือ่เวลาที่ตลาดคึกคักที่สุด แม้ว่าการซื้อขายในตอนกลางวันจะปลอดภัยกว่า แต่มักจะมีสินค้าบางอย่างที่ไม่อาจนำมาซื้อขายกลางแสงแดดได้
ย่านการค้าของตระกูลเซียวและตระกูลซูมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่กลับดึงดูดเหล่าผู้บำเพ็ญพเนจรจากทั่วสารทิศในรัศมีพันลี้ ให้เดินทางมาแลกเปลี่ยนสินค้ากัน
แต่ละคนปูผ้าลงบนพื้น วางขวดยาและอาวุธเวทไว้ตามใจชอบ ก็สามารถเริ่มค้าขายได้แล้ว
และเมื่อความมืดเข้าปกคลุม ภายในย่านการค้าตระกูลเซียวก็มีผู้บำเพ็ญพเนจรกว่าร้อยคนกำลังะโซื้อขายกัน
ในนั้นย่อมมีร้านค้าของตระกูลเซียวเองด้วย ทว่า นั่นไม่ใช่สถานที่ที่หลินม่อ้าไป
การมาครั้งนี้เขา้าจัดการกับของในมือ และหาหินิญญาเพิ่มเพื่อซื้อกระบี่บินที่เป็อาวุธเวทชั้นเลิศ หากเป็ไปได้ก็อยากให้เป็ระดับสอง หากไม่ได้ อย่างน้อยต้องเป็ระดับหนึ่งขั้นสูงสุดถึงจะใช้ได้
"คนขายของมีไม่น้อยเลย แต่คนขายกระบี่บินกลับมีไม่มากจริง ๆ!"
หลินม่อใช้ผ้าดำคลุมใบหน้าไว้ พลางใช้ััิญญากวาดมองตลาดที่รวมตัวกันอยู่บนถนนสายยาว
เพียงพริบตาก็สำรวจแผงค้าทั่วทั้งตลาดได้เกือบทั้งหมด
ในนั้นมีเพียงสองสามรายเท่านั้นที่ขายกระบี่บิน
"กระบี่เล่มนี้ขายอย่างไร?"
เมื่อเดินมาหยุดตรงหน้าผู้บำเพ็ญพเนจรระดับสร้างรากฐานคนหนึ่ง หลินม่อก็หยิบกระบี่สีแดงเพลิงเล่มหนึ่งบนแผงขึ้นมา
ตัวกระบี่มีรูปทรงเพรียวบาง บนนั้นสลักค่ายกลที่ซับซ้อนและลึกลับ แผ่ซ่านคลื่นพลังิญญาที่เข้มข้นออกมา
นี่คือกระบี่บินระดับหนึ่งขั้นสูง!
ทว่า ในสายตาของหลินม่อ มันยังไม่เพียงพอ แต่เขาสามารถลองถามราคาก่อนได้
"สหาย กระบี่เล่มนี้ราคาห้าร้อยหินิญญา!"
"ห้าร้อยหินิญญา?"
"ถูกต้อง!"
"ไม่ถูกเลยนะ..." หลินม่อเดาะลิ้น
หินิญญาที่ได้จากซูฉี่เซิ่งมีอยู่เพียงห้าหกร้อยก้อนเท่านั้น ดูท่าตอนนี้จะซื้อได้เพียงกระบี่บินระดับหนึ่งขั้นสูงเล่มเดียว แต่ถ้าหากรวมของจิปาถะอื่น ๆ เข้าไปด้วย ก็อาจจะพอใช้จ่ายได้อย่างหรูหราบ้าง
"มีกระบี่บินที่ระดับสูงกว่านี้หรือไม่? ระดับสองมีไหม?"
"กระ... กระบี่บินระดับสอง?! สหาย้าซื้อจริง ๆ หรือ? ข้ามีอยู่เล่มหนึ่งพอดี"
ผู้บำเพ็ญพเนจรคนนั้นใ เมื่อได้ยินว่าหลินม่อ้าซื้อกระบี่บินระดับสอง
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหยิบกระบี่บินเล่มหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้หลินม่อ มันเป็กระบี่บินยาวประมาณหนึ่งฉื่อ ตัวกระบี่หล่อขึ้นจากเหล็กดำเงิน ทั่วทั้งเล่มสว่างไสว บนพื้นผิวดูเหมือนมีอักขระยันต์ไหลเวียนอยู่ มีแสงิญญาสีฟ้าอ่อนเปล่งประกาย ดูสวยงามยิ่งนัก ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือ ตรงกลางตัวกระบี่มีรอยร้าวขนาดเท่าฝ่ามือ ทำให้มันดูเหมือนจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
"กระบี่บินชำรุดระดับสอง ขอเพียงสหายจ่ายหนึ่งพันหินิญญาก็พอ! เป็อย่างไรบ้าง?"
"หนึ่งพันหินิญญา?"
เมื่อได้ยินราคาที่อีกฝ่ายเสนอ หลินม่อก็เลิกคิ้วขึ้นทันที
"สหาย กระบี่บินของท่านดูเหมือนจะพังนะ! อีกอย่าง กระบี่เล่มนี้ยังไม่ถึงระดับสองขั้นต่ำด้วยซ้ำ
แค่กระบี่บินชำรุดระดับสองเล่มเดียว ถึงกับขายแพงขนาดนี้เชียวหรือ?"
หลินม่อส่ายหัว และเริ่มใช้ทักษะการต่อรอง
สุดท้าย หลังจากรบเร้าอย่างหนัก และควักหินิญญาห้าร้อยก้อน พร้อมกับกระบี่บินระดับหนึ่งขั้นกลางอีกหนึ่งเล่ม กระบี่บินชำรุดระดับสองเล่มนี้จึงตกเป็ของหลินม่อในที่สุด
และเมื่อกระบี่บินของซูฉี่เซิ่งถูกส่งมอบให้อีกฝ่าย ทันใดนั้น ััิญญาที่เฉียบคมสายหนึ่งจากในเงามืดก็ทำให้หลินม่อตื่นตัวขึ้นทันที!
"หืม? มีคนแอบมองข้าอยู่หรือ?"