"พี่ใหญ่! พี่ใหญ่รอก่อนขอรับ!"ด้านนอกตำหนักต้อนรับขณะที่เซียวเฟิงและซุนลี่กำลังเตรียมตัวขึ้นเรือเมฆเพื่อไปยังตำหนักเคลื่อนย้ายภายใต้การจัดการของผู้ดูแลจางอี้เสียงร้อนรนของหม่าเหลียงเฉินพลันดังขึ้นจากนั้นร่างของเขาก็วิ่งกระหืดกระหอบตรงมายังเรือเมฆ
เมื่อเห็นดังนั้นซุนลี่ก็อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยคุณชายเล็กแห่งสำนักเทียนฮ่าวผู้นี้ดูเหมือนจะปักใจเชื่อมั่นในตัวเซียวเฟิงเสียแล้วดูท่าทางคงจะตามพวกเขาไปยังสำนักกระบี่เหินฟ้าด้วย แต่ก็นับว่าเป็เื่ดีที่มีคุณชายน้อยผู้นี้ประจำอยู่ที่สำนักกระบี่เหินฟ้าอย่างน้อยสำนักแปดทิศก็จะไม่กล้าหาเื่สำนักกระบี่เหินฟ้าอย่างแน่นอน
"แฮ่กๆ ในที่สุดก็ทัน พี่ใหญ่!ความเคารพของน้องชายที่มีต่อพี่ใหญ่นั้นมากมายดั่งสายน้ำที่เชี่ยวกรากขอพี่ใหญ่โปรดพาข้าไปด้วยเพื่อท่องโลกกว้าง ข้ายินดีที่จะปีนป่ายูเากระบี่แม้ต้องลุยไฟก็ไม่หวั่น" หม่าเหลียงเฉินะโขึ้นเรือเมฆสูดหายใจลึกๆ แล้วกล่าวอ้อนวอนเซียวเฟิงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"ก็ตามใจเ้าแต่หากคิดจะปีนป่ายูเากระบี่หรือลุยไฟเพื่อข้าด้วยพลังฝีมือของเ้าแค่นี้ยังไม่ได้หรอก" เซียวเฟิงมองหม่าเหลียงเฉินแวบหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธคำขอของอีกฝ่าย
"แหะๆพลังฝีมือของข้าน้อยช่างต่ำต้อย เมื่อเทียบกับพี่ใหญ่แล้วย่อมไม่คู่ควรพี่ใหญ่เปรียบดั่งจันทราส่องสว่างบนนภาเก้าชั้นส่วนข้าเป็เพียงแสงหิ่งห้อยบนพื้นดินเท่านั้น" เมื่อได้ยินดังนั้นหม่าเหลียงเฉินก็ลูบมือไปมาพลางยิ้มเจื่อนๆ
"มีอะไรก็รีบพูด มีธุระก็รีบบอก!"เซียวเฟิงมองหม่าเหลียงเฉินแวบหนึ่งแล้วกล่าวตัดบทความคิดของหม่าเหลียงเฉินอย่างตรงไปตรงมา
"แหะๆ พี่ใหญ่ข้าเห็นเคล็ดวิชาตัวเบาของพี่ใหญ่ครั้งก่อนนั้นไม่เลวเลยข้าจะมีวาสนาได้ร่ำเรียนบ้างหรือไม่" หม่าเหลียงเฉินยิ้มแห้งๆไม่ได้รู้สึกอับอายแต่อย่างใด สำหรับเคล็ดวิชาตัวเบาราวภูตพรายของเซียวเฟิงนั้นหม่าเหลียงเฉินเฝ้าแต่หมายปองจนน้ำลายไหล
"อยากได้สิ่งนี้อย่างนั้นหรือไม่มีปัญหา" เซียวเฟิงมองหม่าเหลียงเฉินด้วยรอยยิ้มที่คาดเดาไม่ได้แล้วพยักหน้า จากนั้นก็ทอดสายตามองไปยังเบื้องหน้า ไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก
ส่วนหม่าเหลียงเฉินนั้นถูกสายตาประหลาดของเซียวเฟิงจ้องมองทำให้รู้สึกขนลุกขนพองราวกับว่าตนเองขุดหลุมพรางแล้วะโลงไปเองอย่างไรอย่างนั้น
เรือเมฆแล่นด้วยความเร็วสูงเพียงชั่วพริบตาเดียวก็พาพวกเขามาถึงลานเคลื่อนย้ายลานอันกว้างใหญ่สามารถรองรับผู้คนได้นับหมื่น เช่นเดียวกับสำนักกระบี่เหินฟ้าสำนักเทียนฮ่าวก็มีค่ายกลเคลื่อนย้ายขนาดมหึมาเช่นกันแต่เมื่อเทียบกับค่ายกลเคลื่อนย้ายของสำนักกระบี่เหินฟ้าที่มีจักรพรรดิกระบี่หลิงเทียนคอยเสริมพลังแล้วค่ายกลเคลื่อนย้ายของสำนักเทียนฮ่าวนี้สามารถส่งผู้คนไปยังดินแดนภายในดินแดนตะวันออกได้เท่านั้นไม่สามารถส่งข้ามดินแดนได้
"การเดินทางของคุณชายเซียวในครั้งนี้ทำให้พวกข้าทุกคนตกตะลึงอย่างมากเกรงว่าเมื่อได้พบกับคุณชายเซียวอีกครั้ง พวกข้าอาจต้องเงยหน้ามองท่านแล้ว"จางอี้มองเซียวเฟิงด้วยความรู้สึกหลากหลายการเดินทางมาสำนักเทียนฮ่าวของอีกฝ่ายในครั้งนี้ได้นำมาซึ่งความสั่นะเืเกินกว่าที่ทุกคนคาดคิด
ทั้งผ่านการทดสอบจิตใจและความมุ่งมั่นขั้นฝืนชะตาฟ้าทั้งยังสามารถเอาชนะฟู่อี้ศิษย์เอกแห่งสำนักเทียนฮ่าวได้ด้วยกระบวนท่าเดียวท้ายที่สุดยังอัญเชิญเจตจำนงแห่งจักรพรรดิออกมาสังหารฟู่สงในระดับจ้าวแห่งยุทธ์ด้วยกระบี่เดียวทั้งสามสิ่งนี้ไม่ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็เพียงพอที่จะทำให้สำนักเทียนฮ่าวสั่นะเืแล้วยิ่งไปกว่านั้นทั้งสามสิ่งยังเกิดขึ้นพร้อมกันดังนั้นผู้ที่มีสายตาเฉียบแหลมต่างเข้าใจได้ว่าเซียวเฟิงจะต้องมีอนาคตที่ไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอนบางทีอาจจะนำพาสำนักกระบี่เหินฟ้าที่เสื่อมถอยกลับมายิ่งใหญ่ ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวิถีแห่งยุทธ์ได้อีกครั้ง
"ท่านกล่าวเกินไปแล้วเื่เล็กน้อยของพวกเรานั้นมิอาจเทียบได้การเดินทางครั้งนี้ต้องขอบคุณผู้ดูแลจางที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นพวกข้าขอลาแต่เพียงเท่านี้" เซียวเฟิงไม่ได้ตอบจางอี้แต่ซุนลี่ยกมือขึ้นประสานแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มแม้รอยยิ้มของซุนลี่จะดูขมขื่นยิ่งกว่าร้องไห้ แต่ใครๆก็ดูออกว่าในขณะนี้ซุนลี่กำลังอารมณ์ดีอย่างยิ่ง
"เช่นนั้นข้าขออวยพรให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ" จางอี้ก็ยกมือขึ้นประสานแล้วยิ้มเล็กน้อยจากนั้นจึงสั่งให้ศิษย์ใส่ศิลาิญญาลงในร่องของค่ายกลเคลื่อนย้ายทีละก้อนๆและเมื่อลำแสงเปล่งประกายร่างของคนทั้งสามก็หายวับไปจากหน้าค่ายกลเคลื่อนย้ายในชั่วพริบตา
ณ สำนักกระบี่เหินฟ้าหน้าค่ายกลเคลื่อนย้ายขนาดมหึมา บรรดาผู้พิทักษ์าุโต่างรอคอยด้วยใจจดจ่อในขณะที่ทุกคนต่างแสดงสีหน้ากระวนกระวายใจเนื่องจากในปัจจุบันเซียวเฟิงมีความสำคัญต่อสำนักกระบี่เหินฟ้าอย่างไม่อาจบรรยายได้เป็ความหวังของการหวนคืนสู่ความยิ่งใหญ่ของสำนักกระบี่เหินฟ้าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันใดขึ้น ความหวังของสำนักกระบี่เหินฟ้าก็จะมอดไหม้ไปพร้อมกันและผลที่ตามมาคงยากจะจินตนาการ
"เหล่าไช่ท่านว่าเซียวหานผู้นี้จะได้รับอันตรายหรือไม่ พวกเรารอคอยเฉยๆเช่นนี้ก็ไม่ใช่ทางออกนะ" หลิงอวิ๋นผู้าุโแปดมองไปยังประตูมิติที่เงียบสนิทแล้วกล่าวกับไช่ป๋อผู้าุโสองด้วยความเป็กังวล
"ถึงแม้จะไม่รอคอยเฉยๆพวกเราก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ สำนักเทียนฮ่าว..." เมื่อได้ยินดังนั้นไช่ป๋อผู้าุโสองก็ส่ายหน้าอย่างจนปัญญาสำนักกระบี่เหินฟ้าในปัจจุบันนั้นเสื่อมถอยลงจนหมดสิ้นแม้แต่ผู้แข็งแกร่งในขั้นจอมยุทธ์สูงศักดิ์ก็ไม่มีเลยสักคนจึงไม่มีกำลังที่จะต่อกรกับสำนักเทียนฮ่าวได้
หากสำนักเทียนฮ่าว้าจะทำร้ายเซียวหานจริงๆพวกเขาก็ไม่มีทางที่จะขัดขวางได้ ทำได้เพียงยอมจำนนอย่างจนปัญญามิเช่นนั้นเมื่อสามปีก่อนพวกเขาคงไม่ปล่อยให้เซียวหานถูกทำลายโดยไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อย
ในโลกวิถีแห่งยุทธ์ พลังคืออำนาจยิ่งใหญ่กฎเกณฑ์คือสิ่งที่ผู้แข็งแกร่งเป็คนกำหนดการพูดคุยเหตุผลกับผู้แข็งแกร่งก็เป็เพียงการหลอกตัวเองเท่านั้น
"มาแล้ว มีความเคลื่อนไหวแล้ว!"
ในขณะที่ทุกคนกำลังเป็กังวลค่ายกลเคลื่อนย้ายก็ส่องประกายสีขาว เมื่อแสงสีขาวสว่างจ้าจนถึงขีดสุดห้วงมิติหน้าค่ายกลเคลื่อนย้ายก็บิดเบี้ยวเล็กน้อย ร่างของเซียวเฟิง ซุนลี่และหม่าเหลียงเฉินผู้แสดงสีหน้าตื่นเต้นก็ปรากฏขึ้น
"โชคดี ที่ปลอดภัยกันทุกคน!"
เมื่อเห็นเซียวเฟิงและซุนลี่ที่สมบูรณ์พร้อมทุกคนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกจากนั้นต่างก็เข้ามาสอบถามถึงสถานการณ์ในการเดินทางครั้งนี้ทีละคนส่วนซุนลี่ผู้เป็ผู้าุโรักษากฎก็ทำหน้าที่เล่าเื่ตามธรรมชาติ
แม้ว่าซุนลี่จะไม่ค่อยพูดจาแต่คำพูดเพียงไม่กี่คำก็ทำให้บรรดาผู้พิทักษ์าุโที่รวมตัวอยู่ตรงนั้นตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
ทั้งผ่านการทดสอบจิตใจและความมุ่งมั่นขั้นฝืนชะตาฟ้าทั้งยังสามารถเอาชนะและทำลายพลังของฟู่อี้ศิษย์พี่ใหญ่รุ่นเยาว์ของสำนักเทียนฮ่าวได้ด้วยกระบวนท่าเดียวหลังจากนั้นยังอัญเชิญเจตจำนงของจักรพรรดิกระบี่หลิงเทียนออกมาสังหารฟู่สงในระดับจ้าวแห่งยุทธ์ด้วยกระบี่เดียวท้ายที่สุดยังยื่นหนังสือหย่ากับถังเยว่ซินต่อหน้าผู้าุโใหญ่แห่งสำนักเทียนฮ่าวแถมยังกลับมายังสำนักกระบี่เหินฟ้าได้อย่างปลอดภัยอีก
ทั้งหมดนี้ในสายตาของทุกคนช่างเป็เื่เหลือเชื่อราวกับเทพนิยายแต่ซุนลี่ไม่มีทางโกหก เห็นได้ชัดว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นจริง
"บรรพบุรุษไม่ได้ทอดทิ้งพวกเรานี่คือปาฏิหาริย์ของบรรพบรรพบุรุษ เขาเลือกเซียวหานแล้วนี่จะต้องเป็่เวลาแห่งการหวนคืนสู่ความยิ่งใหญ่ของสำนักกระบี่เหินฟ้าของพวกเรา"ในขณะนี้บรรดาผู้พิทักษ์าุโต่างเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่าเซียวเฟิงได้รับการสืบทอดจากจักรพรรดิกระบี่หลิงเทียนอย่างแน่นอนและในชั่วขณะนั้นเองจุดศูนย์รวมของทั้งสำนักกระบี่เหินฟ้าได้ถูกฝากฝังไว้ที่เซียวเฟิงแน่แล้ว
"พี่ใหญ่! พี่ใหญ่รอก่อนขอรับ!"ในขณะที่บรรดาผู้าุโต่างตกตะลึงเซียวเฟิงก็ได้ก้าวเท้าเดินไปยังทิศทางของลานบ้านเล็กๆ ของตนแล้วหม่าเหลียงเฉินเห็นดังนั้นก็รีบะโแล้ววิ่งตามไปทันที
"เื่นี้พวกเราต้องปรึกษากับผู้าุโใหญ่และบรรดาผู้าุโสูงสุดกันก่อนหลังจากนี้ไปต่อให้พวกเราต้องขายหม้อขายไห ก็ต้องบ่มเพาะเซียวหานผู้นี้ให้เติบโตสำนักกระบี่เหินฟ้าต้องฝากอนาคตไว้กับเขาแต่เพียงผู้เดียว อย่างไรก็ตามข้าเชื่อว่าด้วยการคุ้มครองของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเซียวหานจะต้องนำพาสำนักกระบี่เหินฟ้าหวนคืนสู่ความยิ่งใหญ่สร้างชื่อเลื่องลือไปทั่วทั้งแผ่นดินจิ่วโจวได้อย่างแน่นอน"
บรรดาผู้าุโปรึกษากันแล้วตัดสินใจที่จะขอคำชี้แนะจากบรรดาผู้าุโในขั้นราชันยุทธ์ที่เหลืออยู่ของสำนักกระบี่เหินฟ้าตราบใดที่พวกเขาตอบตกลงสำนักกระบี่เหินฟ้าก็จะไม่ลังเลที่จะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างและทรัพยากรทั้งหมดเพื่อบ่มเพาะเซียวเฟิงอย่างถึงที่สุดพวกเขาต้องทำให้เซียวเฟิงเติบโตขึ้นโดยเร็ว