ตุบ
ร่างของชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวคนหนึ่งทิ้งตัวล้มลงนอนบนพื้นกระเบื้องแข็งตรงทางเดินอย่างแรงพร้อมกับเสียงกรีดร้องใจากผู้คนที่ยืนอยู่รอบข้าง ภาพของพยาบาลสาวที่พุ่งตัวเข้ามาเพื่อช่วยเหลืออย่างรวดเร็วริมฝีปากของเธอขยับเรียกชื่อของคุณหมอหนุ่มที่รู้จักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คุณหมอหนุ่มรู้สึกเหมือนหูทั้งสองข้างของเขาใช้การไม่ได้มันอื้ออึงไปหมดไม่ได้ยินอะไรเลยทั้งสิ้น เปลือกตาสีไข่มุกหนักอึ้งจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น ภาพตรงหน้าค่อยแคบลงเรื่อยๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไปเป็สีดำสนิท
“ คุณหมอค่ะ คุณหมอ ได้ยินไหมค่ะ ” พยาบาลสาวเรียกชื่อซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงร้อนรนแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากคุณหมอหนุ่มที่นอนสลบไสล เมื่อเธอแตะชีพจรดูพบว่าชีพจรของอีกฝ่ายเต้นอ่อนมากก็ทำให้เธอใยิ่งกว่าเดิม
“ รีบพาคุณหมอไปห้องฉุกเฉิน เร็วเข้า! ” เธอหันไปบอกบุรุษพยาบาลให้ช่วยกันพาคุณหมอขึ้นเตียงเข็นผู้ป่วย
ไม่นานร่างของคุณหมอหนุ่มก็ถูกเข็นเข้าไปอยู่ในห้องฉุกเฉินตามร่างกายมีสายระโยงระยางติดเต็มไปทั่วตัวดูน่าหวาดกลัว
หน่วยทีมแพทย์แถวหน้าของโรงพยาบาลและพยาบาลต่างช่วยกันยื้อชีวิตของร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงอย่างสุดความสามารถหน้าจอสัญญาณเผยให้เห็นเส้นกราฟชีพจรที่อ่อนลงเรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้น
ทุกคนที่อยู่ภายในห้องฉุกเฉินเริ่มตึงเครียดเมื่ออาการของคุณหมอหนุ่มไม่ดีขึ้นเลย ทว่ามันกลับแย่ลงยิ่งกว่าเดิมโดยที่พวกเขาไม่สามารถช่วยอะไรได้
ตื้ดตื้ด ตื้ดดดดดด
เสียงสัญญาณชีพจรบนหน้าจอปรากฎเส้นสีแดงตรงลากยาว
แสงอรุณจากดวงอาทิตย์ค่อยๆ โผล่ขึ้นพ้นจากขอบฟ้าในทิศตะวันออกท้องฟ้าโปร่งใสบ่งบอกให้รู้ว่าเข้าสู่เช้าวันใหม่ ส่องแสงสีเหลืองทองงดงาม แผ่ขยายความอบอุ่นปกคลุมไปทั่วทุกแห่งหนแสงสว่างค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาที่บานประตูกระจกใสตรงระเบียงห้องลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบางเข้ามายังห้องนอน
ภายในห้องตกแต่งเรียบง่ายของทุกอย่างจัดว่างอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย ดูสะอาดตา บนเตียงใหญ่ไซส์คิงลายลูกเป็ดสีเหลืองมีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนอนหลับอุตุอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา กลุ่มผมสีดำโผล่ออกมาจากผ้าห่มเล็กน้อยใบหน้าสวยซุกเข้ากับหมอนใบโต
อุณหภูมิห้องอยู่ที่ยี่สิบห้าองศาอากาศกำลังเย็นสบายเหมาะสำหรับการนอนทำให้เ้าของห้องรู้สึกไม่อยากลุกออกจากเตียงนอน อยากจะซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มทั้งวี่ทั้งวันไม่ไปไหน
อือ~ เสียงครางในลำคอบ่งบอกว่าเ้าของห้องกำลังตื่น
จันทร์ขยับตัวพลิกไปมาเล็กน้อยดวงตาคู่เรียวสวยกระพริบตาถี่เพื่อไล่ความง่วง มือเรียวเล็กเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะข้างเตียงนอนอย่างเคยชิน
“ กี่โมงแล้วเนี่ย ”
นิ้วเรียวเล็กกดสไลด์หน้าจอโทรศัพท์เพื่อดูเวลาพบว่าตอนนี้พึ่งจะหกโมงกว่า ๆ “ ยังเช้าอยู่เลย ” เอ่ยขึ้นเสียงงัวเงียก่อนจะลุกขึ้นนั่งทั้งที่ยังหลับตาอยู่คล้ายว่าจะหลับลงไปอีกครั้ง
เขานั่งเอนหลังพิงหัวเตียงอยู่อย่างนั้นสักพักไม่นานก็ลืมตาขึ้น ดวงตาพลันกระจางใสไร้ร่องรอยความง่วงเหมือนก่อนหน้า
ความจริงแล้วเวลานี้ยังถือเช้าอยู่มากสำหรับคนที่ต้องทำงานกลับบ้านดึกๆ ชายหนุ่มคิดอยากจะให้ตัวเองได้นอนตื่นสายมากกว่านี้อีกสักหน่อย เพราะก่อนหน้านี้จันทร์ทำงานหนักติดต่อกันเป็เวลาหลายวันเวลาที่ได้พักผ่อนก็น้อยนิด ทำให้ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้าสะสม
แต่ในเมื่อตื่นแล้วเขาก็ไม่อยากที่จะนอนต่ออีกเพราะถึงนอนต่อเขาก็นอนไม่หลับอยู่ดี
ร่างบางลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำเปิดก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้า น้ำเย็นทำให้รู้สึกสดชื่นตื่นเต็มตา เขาจ้องมองใบหน้าตัวเองผ่านในกระจกใบหน้าเรียวสวย รูปไข่ เรียบเนียน ไร้สิว ใบหน้าที่ดูคล้ายกับผู้หญิงมากกว่าจะเป็ใบหน้าของผู้ชาย
ไม่แปลกใจเลยที่คนภายนอกมักจะเข้าใจผิดอยู่ตลอดว่าเขาเป็ผู้หญิงแล้วก็มีคนเข้ามาทักผิดอยู่บ่อย ๆ รวมไปถึงดึงดูดเพศเดียวกันให้เข้าหาอีกด้วย
ั้แ่ยังเด็กที่จำความได้ก็โดนเพื่อนล้อบ่อย ๆ ่แรกก็มีโกรธบ้าง จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่โดนล้อหนัก ๆ เข้าเขาทนไม่ไหวเลยสวนหมัดเข้าไปที่เบ้าตาอีกฝ่ายอย่างจัง จนเบ้าตาของคนที่ล้อกลายเป็หมีแพนด้าตาดำอยู่หลายวันเลยกว่าจะหายเป็ปกติ จากนั้นเด็กที่เคยล้อคนนั้นก็ไม่กล้ามาล้อเขาอีกเลย
แต่ถ้าถามถึงตอนนี้เขาเริ่มชินกับมันแล้วล่ะ ก็เห็นหน้าตัวเองอยู่ทุกวันจะไม่รู้ได้ยังไงว่าหน้าตัวเองเป็แบบไหน จะว่าปลงแล้วก็ได้ ใครมาพูดอะไรก็ไม่โกรธพร้อมส่งยิ้มหวานน้อมรับแถมให้อีกด้วย ส่วนคนที่เข้ามาจีบจันทร์ไม่ได้รู้สึกรังเกียจที่อีกฝ่ายเป็เพศเดียวกันเพียงแต่เขายังไม่พร้อมที่จะผูกพันธะกับใคร จึงได้แต่ปฏิเสธไปอย่างสุภาพ
เมื่อก่อนพ่อของเขาเคยบอกกับเขาว่าใบหน้าของเขาเหมือนกับแม่มากตอนยังเด็กเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรมาก ดีใจด้วยซ้ำที่มีคนบอกว่าหน้าเหมือนแม่
กาลเวลาผ่านไปเมื่อชายหนุ่มโตขึ้นเริ่มรู้สึกไม่แน่ใจกับสิ่งที่ได้ยินมา ทุกครั้งที่มองไปยังใบหน้าแม่ของตัวเอง ไม่มีส่วนไหนเลยที่บ่งบอกว่าเราทั้งคู่คล้ายกัน
ถ้าจะบอกว่าคล้ายพ่อก็คงไม่ใช่เพราะพ่อของเขามีใบหน้าคมเข้ม ส่วนเขาใบหน้าติดไปทางหน้าหวานปนสวยเหมือนผู้หญิง
ขนาดพี่ชายกับพี่สาวทั้งสองคนก็ยังมีส่วนที่คล้ายคลึงกับพ่อแม่ต่างจากเขาที่ไม่เหมือนกับใครในบ้านเลย มีบางครั้งที่เขาแอบคิดว่าตัวเองไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่แต่เป็เด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงจากในถังขยะเหมือนในละคร
สุดท้ายความคิดนั้นก็ถูกพับเก็บเอาไว้มันจะเป็แบบนั้นไปได้ยังไง เขาไม่ควรสงสัยหรือคิดแบบนั้นกับพ่อแม่ที่ให้กำเนิดถึงแม้มันจะขัดกับความรู้สึกภายในใจ แต่ความจริงที่รู้คือเขาเป็ลูกชายของพ่อกับแม่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากค้นหาความจริงแต่ในเมื่อความจริงมันทำให้เราเ็ป เราก็ควรจะหลับตาข้างหนึ่ง ไม่รับรู้เพื่อที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกสบายใจขึ้น
ใบหน้าเรียวสวยขาวซีดขอบใต้ตาล่างดำคล้ำ แก้มที่เคยอวบอิ่มดูซูบลงอย่างเห็นได้ชัด จันทร์จ้องมองตัวเองในกระจกอยู่สักพักก่อนจะเดินไปที่ฝักบัวเปิดน้ำเพื่อที่จะอาบน้ำ หลับตาลงปล่อยให้สายน้ำเย็นไหลลงผ่านศีรษะของตัวเอง
่นี้ชายหนุ่มทำงานหนักมากเพราะเป็่เดือนแห่งงานเทศการผู้คนเลยเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปเที่ยวและจัดงานเฉลิมฉลองกันเยอะทำให้เกิดอุบัติเหตุกันบ่อยครั้ง หมอและพยาบาลจึงต้องรับภาระหนัก
เขาที่เป็หมอเลยต้องทำงานมากกว่าปกติจนไม่ค่อยได้หยุดพักทานข้าวไม่ตรงเวลา เพราะบางครั้งกำลังจะทานข้าวก็มีคนไข้อาการหนักเข้ามาทำให้ต้องทิ้งอาหารตรงหน้าไป เพื่อไปผ่าตัดให้กับคนไข้ กว่าจะสร็จกลับมาอาหารก็เย็นชืดความรู้สึกอยากอาหารก็หมดลง
ภายในเวลาไม่ถึงเดือนน้ำหนักของเขาลดลงไปหลายกิโล
เื่แบบนี้จันทร์รับรู้และเข้าใจดีว่าอาชีพการเป็หมอนั้นไม่ง่ายเลย เวลาว่างที่มีให้กับตัวเองช่างน้อยนิดเพราะต้องคอยดูแลคนไข้ แต่จันทร์ก็เลือกแล้ว ั้แ่คิดที่จะเรียนหมอ เขาก็พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นอยู่ตลอดเวลาและยอมรับข้อเสียในส่วนนี้
ตลอดเวลาที่ผ่านมาจันทร์ทุ่มเทเวลาให้กับคนไข้จำนวนมากเขาพยายามทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด จนมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็ที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง
ในชีวิตของจันทร์ั้แ่จำความได้ก็ทำแต่งานเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายและจุนเจือภายในครอบครัว ส่วนที่ได้เรียนหมอก็เพราะอ่านหนังสือแล้วไปสอบชิงทุนเอา
ภายนอกผู้คนอาจจะอิจฉาคุณหมอหนุ่มที่ประสบความสำเร็จในด้านการทำงานเป็คนเก่ง มีความสามารถ แต่ความจริงนั้นไม่ได้งดงามอย่างที่ตาเห็น กว่าเขาจะประสบความสำเร็จและมาถึงจุดนี้ได้มันไม่ง่ายเลย
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายดายเหมือนที่ทุกคนคิดเื้ัเขาต้องเสียน้ำตาไม่รู้อีกครั้งต่อกี่ครั้ง คอยดูแลพ่อกับแม่และพี่อีกสองคนที่จ้องผลาญเงินจากน้ำพักน้ำแรงที่เขาหาได้ทั้งที่พี่ของจันทร์ทั้งสองก็เรียนจบกันหมดแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ยอมออกไปหางานทำ คอยรีดไถ่เงินเขาใช้ไปวันๆ ส่วนเขาก็ได้แต่มองทั้งสี่คนแต่งตัวออกไปข้างนอกเพื่อใช้เงินของเขาอย่างมีความสุข
บ้านที่ไม่เหมือนบ้านมันทั้งกว้างและอ้างว้าง เหลือเพียงแต่เขาที่ต้องอยู่คนเดียว
ไม่มีอ้อมกอดแสนอบอุ่นจากครอบครัวที่มอบให้
ไม่มีคำพูดแสนหวานที่คอยปลอบประโลมเราในยามที่รู้สึกท้อ
ไม่มีคำชมเชยเมื่อเราทำสิ่งใดดี มีแต่ความเงียบเหงาและว่างเปล่า
ไม่มีอะไรเลย...
ตลอดเวลาเหมือนว่าจันทร์ได้หลงลืมใครบางคนที่สำคัญในชีวิตไปแต่คิดเท่าไหร่เขาก็คิดไม่ออก ทุกครั้งที่พยายามคิดก็จะรู้สึกปวดหัวมาก เขาเลยตัดสินใจปล่อยผ่าน ไม่คิดถึงมันอีก
จันทร์สะบัดหัวไล่ความยุ่งเหยิงภายในหัวออกไปก่อนจะรีบอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จ แล้วเดินลงไปด้านล่าง วันนี้เป็วันหยุด เขาไม่ต้องออกไปทำงาน
ชายหนุ่มได้ยินเสียงพูดคุยของคนในครอบครัวดังมาแต่ไกลน้ำเสียงฟังดูสนุกสนาน ขาเรียวก้าวไปยังทิศทางนั้น โต๊ะอาหารมีพ่อแม่และพี่ชายพี่สาวกำลังนั่งทานอาหารเช้ากันอยู่
ชายหนุ่มนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ว่างไม่นานแม่บ้านก็นำข้าวต้มร้อน ๆ มาเสิร์ฟ
“ทำไมใส่ชุดนี้ล่ะ ” คุณพ่อของจันทร์ทักขึ้น เมื่อเห็นว่าลูกชายคนเล็กของตนใส่ชุดอยู่บ้านแทนที่จะเป็ชุดทำงานสีขาวที่ใส่อยู่เป็ประจำ ก็รู้สึกแปลกใจ
“ ใช่ วันนี้แกไม่ไปทำงานเหรอ ถ้าไม่ทำงานแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายภายในบ้านแกคงจะไม่ได้ลาหยุดใช่ไหม ” คุณแม่ถามต่อ
“ อ เอ่อ ไม่ได้ลาหยุดครับ แต่วันนี้เป็วันหยุดพักของผมน่ะครับ ”เขาทำงานหนักมาหลายวันแล้ว วันนี้เลยกะจะหยุดพักผ่อนอยู่บ้านกับครอบครัว
“ อ้อ พวกฉันกำลังจะออกไปเที่ยวข้างนอกกัน แกเอาเงินมาให้ฉันด้วยฉันไม่มีเงินแล้ว ” แบมือขอเงินลูกชาย เงินที่ได้มาวันก่อนเขาใช้มันหมดแล้ว
“ แต่ผมพึ่งให้พ่อไปเองนะครับ เงินตั้งหมื่นนึง พ่อเอาไปซื้ออะไรหมด ” จันทร์อยากจะร้องไห้เงินตั้งเยอะที่เขาให้ไป เพียงแค่สองวันก็ใช่หมดแล้ว ทุกวันนี้เขาต้องทำงานอย่างหนักข้ามวันข้ามคืนเพื่อจะได้มีเงินเยอะ ๆ เหนื่อยแทบขาดใจ ทำไมถึงไม่เห็นใจกันบ้าง
“ ฉันก็ต้องกินต้องใช้สิ ของที่ซื้อมาก็ซื้อเข้าบ้านทั้งนั้นแล้วที่แกกินอยู่นี่ฉันก็เป็คนซื้อมา ไม่ต้องพูดมาก รีบเอาเงินมาให้ฉันเร็ว ๆ ” ซื้อมาแต่เป็เงินเขาทั้งนั้น
“ ผมไม่มีเงินให้พ่อหรือทุกคนหรอกครับ ที่มีก็เก็บไว้เป็ค่าน้ำค่าไฟไว้จ่ายสิ้นเดือนนี้ ” พูดจบก็ก้มหน้าตักข้าวต้มในถ้วยเข้าปากต่อคล้ายกับว่าเขาไม่มีเื่จะพูดแล้ว ทำให้คนเป็พ่อหน้าดำหน้าแดงไม่พอใจกับคำตอบที่ได้ยินพวกเขาจะไปเที่ยวแต่ไม่มีเงินติดตัว นี่มันหมายความว่ายังไง
“ ทำไมจะไม่มี เงินเดือนหมอตั้งเท่าไหร่ ฉันเป็พ่อแกนะเอาเงินมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ หรือแกจะเป็ลูกอกตัญญู พ่อแม่ขอเงินแค่นี้ไม่ให้ฉันเลี้ยงแกั้แ่ยังเล็กเสียเงินไปเท่าไหร่ ทำไมไม่รู้จักสำนึกบุญคุณบ้างห๊ะ ” เสียงตวาดดังขึ้นจากชายวัยกลางคน
“ เงินแค่นี้แกให้พ่อกับแม่ไม่ได้หรือไง ” จันทร์มองใบหน้าที่บิดเบี้ยวไม่พอใจของพ่อกับแม่ทั้งคู่จ้องมาที่เขาอย่างดุดัน
เขาเหรออกตัญญูแล้วลูกอีกสองคนของพวกเขาล่ะเรียกว่าเป็ตัวอะไร วัน ๆ ไม่ทำงานคอยแต่จะเอาเงินของคนอื่นไปผลาญเล่น เขาอยากจะเถียงออกไปแทบขาดใจ แต่ก็พูดไม่ออกกลัวว่าถ้าพูดออกไปจะทำให้เื่บานปลายไปมากกว่าเดิม
เบื่อเหมือนกันนะเว้ย!!เวลาไม่ได้ดั่งใจแล้วก็ชอบรำลึกบุญคุณ หาว่าเขาเป็ลูกอกตัญญูบ้างล่ะ
เหอะ! ขอซื้อคำนี้ไปโยนทิ้งจะได้ไหม
“ พ่อจะเอาเท่าไหร่ครับ ” จันทร์สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอ่ยถามผู้เป็พ่อด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ ห้าหมื่น ”
ห๊ะ! เงินเยอะขนาดนั้นเขาจะไปหามาจากไหน
“ พ่อพูดผิดหรือเปล่า เงินห้าหมื่นผมจะหามาจากไหน ตอนนี้ผมมีให้แค่สองหมื่นเท่านั้นพ่อจะเอาหรือเปล่า ”
“จิ๊สองหมื่นก็สองหมื่น ” แม้จะไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้
“ งั้นเดี๋ยวผมโอนเข้าบัญชีให้ครับ ”
“ เออ เร็ว ๆ เลย ” ไม่นานเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ก็ดังขั้น พร้อมกับรอยยิ้มจุดขึ้นบนใบหน้าหนุ่มวัยกลางคน
“ หึ พวกเราไปกันเถอะ ส่วนแกก็อยู่เฝ้าบ้านไปนะ ”
ทั้งสี่คนเดินออกจากบ้านไปเหลือเพียงจันทร์คนเดียวที่ยังนั่งอยู่ ก้มหน้ามองถ้วยข้าวต้มเย็นชืดที่วางอยู่ตรงหน้าตักขึ้นมาทานได้เพียงสองสามคำก็หยุด ไม่มีความรู้สึกอยากกินต่อร่างบางสั่งให้แม่บ้านมาเก็บ แล้วเดินขึ้นไปบนห้องของตัวเอง
ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงแล้วหลับตาลงรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ พลางคิดว่าเมื่อไหร่เขาจะมีกับความสุขเหมือนอย่างคนอื่นสักทีเบื่อที่จะต้องพยายามทำให้คนอื่นมารัก
แม้จะพยายามเท่าไหร่ก็ไร้ค่าในเมื่ออีกฝ่ายไม่เคยเห็นค่ามันเลย เขาต้องแสร้งหัวเราะยิ้มแย้มต่อหน้าคนอื่นว่าตนเองมีความสุข ทั้งที่ข้างในนั้นมันแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
บางทีเขาน่าจะหาแฟนสักคนเผื่อมันจะดีขึ้นขอแค่อีกฝ่ายเป็คนที่รักเขา เข้าใจในสิ่งที่เขาเป็คอยดูแลให้คำปรึกษาในยามที่เขาทุกข์และสุขไปพร้อมกันก็พอแล้วแต่ถ้ารวยด้วยจะดีมากเขาจะได้ให้อีกคนเลี้ยง เพราะเหนื่อยเต็มทีกับทำงานหนัก
ตืดตืด
เสียงโทรศัพท์ของจันทร์ดังขึ้นเขาลุกขึ้นไปหยิบมาดู รายชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์เป็ชื่อของพยาบาลสาวคนหนึ่งที่ทำงานในโรงพยาบาลเดียวกับเขาแม้จะแปลกใจที่อีกฝ่ายโทรมา แต่นิ้วมือเรียวก็กดปัดหน้าจอรับสายทันที ก่อนจะยกขึ้นมาแนบที่ข้างหู
“ จันทร์พูดสายครับ ”
“ สวัสดีค่ะคุณหมอ ขอโทษที่โทรมารบกวนนะคะ ทั้งที่วันนี้เป็วันหยุดของคุณหมอแท้ๆ” ปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมปนเกรงใจที่เธอโทรมานับกวน
“ ไม่เป็ไรครับ โทรมามีอะไรหรือเปล่าครับ ” จันทร์เอ่ยถาม
“ คือ…พอดีมีคนไข้โวยวายบอกว่าจะให้คุณหมอจันทร์เป็คนตรวจให้เขาเท่านั้น ไม่ยอมให้คนอื่นตรวจดิฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าไม่เป็การรบกวนจนเกินไปคุณหมอช่วยเข้ามาดูหน่อยได้ไหมค่ะ”
“ ได้ครับ เดี๋ยวผมจะรีบไปเข้า ”
“ ขอบคุณคุณหมอจันทร์มากค่ะ แล้วก็ต้องขอโทษอีกครั้งนะคะที่โทรมารบกวนเวลาพักผ่อน”
“ ไม่เป็ไรครับ เป็หน้าที่ของหมออยู่แล้วที่จะต้องดูแลคนไข้ทุกคน ”หลังจากวางสายแล้วจันทร์ก็ลุกเปลี่ยนชุดใหม่และขับรถไปโรงพยาบาลที่ตัวเองทำงานอยู่ทันที
ตื๊ด...
ทุกอย่างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศภายในห้องดับจิตดัง ความหนาวเหน็บปกคลุมไปทั่วห้อง มีเพียงดวงไฟสีขาวกลางห้องเปิดอยู่หนึ่งดวงแสงไฟจากดวงไฟบนเพดานส่องแสงสว่างเพียงพอให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในห้อง
หากใครที่เดินผ่านไปมาถ้าสังเกตดี ๆ เมื่อมองผ่านช่องกระจกใสตรงประตูจะเห็นว่ามีใครบางคนยืนก้มหน้าอยู่ในห้องดับจิตไม่ไปไหวบนเตียงมีผ้าสีขาวคลุมร่างของผู้ที่เสียชีวิตไว้
อ่านี่เราตายแล้วเหรอ
ร่างิญญาโปร่งใสยืนมองร่างของตัวเองที่ตายแล้วนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงตอนนี้จันทร์ยืนอยู่ในห้องดับจิตที่ไร้ซึ่งผู้คน ยอมรับว่าตอนแรกก็รู้สึกใที่เห็นิญญาของตัวเองออกจากร่าง
เขายืนมองหมอพยาบาลที่ช่วยกันปั๊มหัวใจแต่สุดท้ายเขาก็ตาย เห้อ ไม่คิดว่าตัวเองจะอายุจะสั้นขนาดนี้ ทั้งที่ยังอายุยังน้อยอยู่แท้ๆ แฟนสักคนก็ยังไม่เคยมี
แกรก
เสียงประตูห้องดับจิตเปิดออกจันทร์หันไปมองผู้มาใหม่ เป็ครอบครัวของเขาที่เดินเข้ามา พวกเขาเดินหยุดยืนอยู่ตรงเตียงที่เขายืนอยู่ก่อนเสื้อผ้าที่ใส่ยังอยู่ในชุดเดิมเหมือนกับตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน ว่าแต่ทำไมถึงได้มากันช้ากันจังเขายืนรอว่าเมื่อไหร่ทุกคนจะมาตั้งนานแล้ว รอจนเมื่อยขาไปหมด
ถึงแม้ความจริงเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ตามทีและเขาก็ไม่ได้ยืนจริงๆ แต่ลอยตัวอยู่เหนือพื้นต่างหาก
“ …จันทร์ ” พ่อของเขายังเอ่ยเสียงเรียบเหมือนทุกครั้ง ถ้าฟังดี ๆ ในน้ำเสียงที่เอ่ยนั้นสั่นเครือเล็กน้อย
ตอนที่ได้รับสายจากโรงพยาบาลโทรมาบอกว่าจันทร์สลบไปตนก็คิดว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็อะไรมาก อาจจะเพราะเหนื่อยจากการทำงานจนเป็ลมจึงไม่ได้รีบร้อนมา แต่ไม่กี่นานทีให้หลัง ก็มีสายโทรเข้ามาอีกรอบปลายสายบอกข่าวที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น
“ พ่อครับ แม่ครับ พี่ฟ้า พี่เมฆ ” จันทร์ดีใจที่ได้เห็นหน้าทุกคนในที่สุดวันนี้พวกเราก็ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันเสียทีแม้ว่าจะเป็ในโอกาสที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“ อึก จ จันทร์ ถ้าพวกเราพาน้องไปด้วย น้องก็คงไม่เป็อย่างนี้ใช่ไหมค่ะ ”แม้เธอจะไม่สนิทกับน้องชาย แต่การจากไปกะทันหันของอีกฝ่าย ก็ทำให้เธอเสียใจเป็อย่างมากทั้งยังรู้สึกผิดต่อเ้าตัว
ถึงเธอจะเป็ที่สาวที่แย่ชอบโวยวายและขอเงินน้องใช้อยู่บ่อย ๆ แต่เธอก็ไม่เคยรังเกียจหรืออยากให้น้องชายคนนี้จากไปเลย
“ อย่าร้องไห้ไปเลยลูก ตอนนี้จันทร์เขาไปสบายแล้ว ” ผู้เป็แม่เอ่ยขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามากอดปลอบลูกสาวของตนที่กำลังร้องไห้ไม่หยุดลึก ๆ แล้วเธอก็รู้สึกเสียใจไม่แพ้ลูกสาวเหมือนกัน
“ จันทร์หลับให้สบายนะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ ต่อจากนี้พี่กับฟ้าจะดูแลพ่อกับแม่เอง” เมฆเอ่ยพลางจับมือที่เย็นเฉียบของน้องชายเอาไว้
การตายของน้องชายทำให้เขาคิดบางอย่างได้หลังจากนี้เขาต้องคิดเื่หางานทำบ้างแล้ว ที่ผ่านมาเขาเอาแต่ขอเงินของน้องชายใช้ตลอดไม่ได้ทำงานหาเงิน เขานี่เป็พี่ชายที่ไม่ได้เื่เลย มาคิดได้ตอนนี้น้องชายก็ไม่ฟื้นขึ้นมาแล้ว
ทั้งที่ตัวเองเป็พี่ชายแท้ๆ แต่กลับทำตัวไม่เหมือนพี่ชายเอาเสียเลย ต่อไปนี้กล้าสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงตนเองในทางที่ดีขึ้นและดูแลครอบครัวในฐานะลูกชายคนโต