ณ ส่วนหนึ่งของขุนเขาที่1 ภายในสถานศึกษาวิญญูผ่านฟ้ามีมนุษย์สองคนกับอีกหนึ่งิญญาผู้ช่วยอยู่ตรงนี้
“นายท่านอาจารย์ใหญ่เบ็ดของท่านไม่มีเหยื่อไม่มีแม้แต่ตาเบ็ด!?แล้วนายท่านอาจารย์ใหญ่กำลังตกสิ่งใดกันอยู่หรือขอรับ!?” เด็กรับใช้ ชะโด กล่าวอย่างสงสัยมันดูเหมือนจะเป็ทักษะอะไรบางอย่าง? เขาอาจได้เคล็ดลับบางอย่างก็ได้หากเขากล่าวถามนายท่านอาจารใหญ่คือใคร? เขาคือตำนานทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำจะไร้ประโยชน์ได้อย่างไร!?
“ชะโดเอ๋ย”อาจารย์ใหญ่กล่าวอย่างเนิบนาบ
“ขอรับนายท่านอาจารย์ใหญ่!?”
“เ้ารู้หรือไม่? หากปลากินเบ็ดข้าข้าก็ต้องยกเบ็ดขึ้นมา แล้วเ้ารู้หรือไม่การที่ข้าจะยกเบ็ดขึ้นมาข้าต้องใช้พลังงานไปเท่าใด!?” อาจารย์ใหญ่กล่าวถาม
“ไม่รู้ขอรับ เท่าใดหรือขอรับ!?”
“ใช่!ข้าก็ไม่รู้ว่ามันต้องใช้พลังงานเท่าใด แต่ข้ารู้สึกว่ามันเยอะมาก!?”อาจารย์ใหญ่กล่าวตอบอย่างทอดถอนใจ!?
ชะโดใ!?ตำนานจะกลายเป็คนี้เีไปได้อย่างไร?เขาไม่เข้าใจจริงๆว่านายท่านอาจารย์ใหญ่ของเขาเป็คนอย่างไร!?
“ชะโดเอ๋ย! เ้าคิดสิ่งใดเกี่ยวกับอนาคตของเ้ากันล่ะ!?”อาจารย์ใหญ่กล่าวถามอย่างเนิบนาบอีกครั้ง!?
“อนาคตของข้าน้อยหรือขอรับ!?”ชะโดแปลกใจ เขาไม่รู้ว่านายท่านอาจารย์ใหญ่ ้าอะไร?ตอนนี้เขาก็เป็เด็กรับใช้ของนายท่านอาจารย์ใหญ่มันก็ดีอยู่แล้วอนาคตเขาก็เป็เด็กรับใช้เช่นกัน! หรือนายท่านอาจารย์ใหญ่จะไล่เขาออก!?
“เ้าจะเดินไปข้างหน้าในฐานะผู้คุมส่งิญญาหรือไม่?แม้เ้าจะเป็อัจฉริยะแต่เ้าไม่สามารถเทียบกับอัจฉริยะมากมายที่เหนือเ้าได้หากเป็เช่นนั้นข้าแนะนำให้เ้ากลับไปอยู่ที่บ้านของเ้าเสียดีกว่า!ไปอยู่กับครอบครัวของเ้าใช้ชีวิตที่สุขสบายที่นั่น!?” อาจารย์ใหญ่กล่าว
“นายท่านอาจารย์ใหญ่จะไล่ข้าน้อยออกหรือขอรับทำไมกันละขอรับ!? นายท่านอาจารย์ใหญ่ไม่ไว้ใจข้าน้อยหรือขอรับ!?ชีวิตนี้ข้าน้อยไม่ได้้าอะไรมากมาย แค่มีชีวิตที่ดีขึ้นก็เพียงพอแล้ว!”ชะโดกล่าวอย่างใ! สถานที่ ที่เขาไม่อยากไปที่สุดก็คือบ้านของเขานั่นแหละเขาจึงดั้นด้นมาถึงนี่และปฏิญาณว่าจะไม่กลับไปอีกจนตอนนี้เขาเป็ถึงเด็กรับใช้นายท่านอาจารย์ใหญ่ มันก็ดีอยู่แล้ว!?เขาจะถูกไล่ออกเพราะสาเหตุใดกัน!?
“ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น!เ้า้ามีชีวิตที่ดีขึ้นหรือ ข้าบอกเ้าไว้เลยเ้าไม่มีทางมีชีวิตที่ดีขึ้นได้หากไม่ไปยืนในจุดสูงสุด!ผู้ที่ยืนในจุดสูงสุดเท่านั้นถึงจะเรียกได้ว่ามีชีวิตที่ดีขึ้นหากเ้าหยุดเ้าก็จะตาย! หากเ้าตามไม่ทันเ้าก็จะตาย! แล้วเช่นนั้น สู้เ้าเอาเวลาไปมีความสุขกับครอบครัวไม่ดีกว่าหรือ!?”อาจารย์ใหญ่ยังคงกล่าวแนะนำ
“แล้วข้าน้อยจะไปยืนในจุดสูงสุดได้อย่างไรหรือขอรับ!?”ชะโดไม่เข้าใจเขารู้จักตัวเขาเองดี มันเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะเทียบกับ5อัจฉริยะปีศาจนั่น ไม่ต้องพูดถึงว่าสถาบันอื่นก็มีไม่น้อยกว่าเขารู้จักขีดจำกัดตัวเองดี ไม่ใช่ว่าเขาไม่พยามเขาทำเต็มที่แล้วขีดจำกัดของเขามีเท่านี้จริงๆ
“เ้าต้องเพิ่มการหลอมธาตุ!”
“หลอมธาตุ!! เพิ่มเป็49 ธาตุนะหรือขอรับ!? ข้าน้อยจะไปทำได้อย่างไรกันขอรับหาก้าเปิดประตูธาตุจำนวนมาก อย่างแรกก็ต้องหลอมกายให้ได้10ขั้นมิใช่หรือขอรับ!? ข้าน้อยจะไปทำเช่นนั้นได้อย่างไร!?” ชะโด โอดครวญทุกคนเกิดมาล้วนแล้วแต่มีความถนัดเชี่ยวชาญไปคนล่ะแบบพวกอัจฉริยะสมบูรณ์นั้นมันมีแค่ 1ในร้อยล้านเท่านั้น!!
“ไม่ใช่49 ! เ้าต้องหลอมให้ได้อย่างน้อย80!?”
“อ๋าาาา....!?” ชะโดร้องเสียงหลง!! “เป็ไปไม่ได้แน่ขอรับ!”
“เ้ารู้หรือไม่คนที่ร่างกายแข็งแกร่งที่สุดในขั้นสิบของสถาบันผู้ผจญภัยเทียบไม่ได้กับคนที่อ่อนแอที่สุดของสถาบันอื่นด้วยซ้ำ!?” อาจารย์ใหญ่กล่าว
“ทำไมจึงเป็เช่นนั้นล่ะขอรับ!?”ชะโดแปลกใจ หลอมกายขั้นสิบเหมือนกันทำไมจึงแตกต่างกันได้ขนาดนั้น!?
“สถาบันผู้ผจญภัยพวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับการหลอมกายมากนัก!แต่เพื่อที่จะสามารถเปิดประตูธาตุได้ใหญ่ขึ้นและมากขึ้น พวกเขาจำเป็ต้องวิวัฒนาการร่างกายไปให้ถึงขั้น10!? แต่มันไม่ได้มาจากทักษะที่ต้องเคี่ยวกรำร่างกายอย่างสถาบันอื่น!มันก็เหมือนก้อนหินกับก้อนดิน แม้ขนาดจะเท่ากันแต่ความแข็งแกร่งต่างกันก้อนดินมันไม่สามารถแม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนให้กับก้อนหิน ที่ผ่านกระบวนการผ่านเวลา ผ่านขั้นตอนต่างๆทำให้ขั้นวิวัฒนาการของมันมากกว่าก้อนดิน!?”อาจารย์ใหญ่กล่าวอธิบาย
“หากไม่ใช้ทักษะแล้วพวกเขาหลอมกายด้วยวิธีใดหรือขอรับ!?”ชะโดสงสัย
(พรึบ)!?
“เขาใช้ยากระตุ้น!”อาจารย์ใหญ่นำบางอย่างออกมาก่อนจะกล่าว
มันคือหลอดแก้วขนาดเล็ก3หลอด ข้างในบรรจุก๊าซบางอย่างที่ควบแน่นจนกลายเป็ของเหลวหากหลอดแก้วนี้ปิดไม่สนิท มันคงรั่วไหลระเหยไปในอากาศโดยใช้เวลาไม่นาน!?
“พวกเขาเรียกสิ่งนี้ว่าเซรุ่มสร้างพันธุกรรมพวกเขาใช้มันเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายวิวัฒนาการแบบลัดขั้นตอน!และมันยังช่วยให้พวกเขาเปิดประตูธาตุได้ง่ายขึ้นอีกด้วย!?”
“สามหลอดนี้ข้าได้มันมาจากสหายที่อยู่สถาบันผู้ผจญภัย!มันไม่มีประโยชน์กับข้า ข้าเก็บไวก็สูญเปล่า เ้ารับไปสิ!?”อาจารย์ใหญ่กล่าวก่อนที่จะโยนหลอดแก้วไปทางชะโด!?
อ๋าาา...อ๊ะ....อ๊ะ... !?ชะโดเร่งรีบรับหลอดแก้วที่อาจารย์ใหญ่โยนมาด้วยเกรงว่าของล้ำค่าเช่นนี้จะตกพื้นและแตกอย่างเสียเปล่า!?
“ขอ...ขอบพระคุณขอบพระคุณนายท่านอาจารย์ใหญ่ยิ่งนักข้าน้อย...ข้าน้อยจะจดจำพระคุณของท่านไปตลอกการ หากแม้นร่างกายนี้จะกลายเป็ฝุ่นผงแต่ิญญาข้าน้อยจะยังคงจดจำพระคุณของท่านต่อไป!?” ชะโดกล่าวอย่างตื่นเต้นดีใจพลางมองหลอดแก้วในมือ เขา้าจะใช้มันเดี๋ยวนี้เลย!?
“อืมไปเถอะ!” อาจารย์ใหญ่เหมือนจะรู้ความคิดชะโด
“ขอรับ!ข้าน้อยขอตัวไปฝึกฝนก่อนนะขอรับ!” ชะโดกล่าวก่อนที่จะวิ่งไปหาที่เงียบสงบ
“นายท่านอาจารย์ใหญ่้าฝึกฝนเด็กหนุ่มนั่นจริงๆหรือขอรับ!?”เมื่อชะโดหายลับไปไกลแล้วอาต้าที่อยู่ข้างๆอาจารย์ใหญ่กล่าวถาม
“ทำไมล่ะ!?” อาจารย์ใหญ่ถามกลับ
“นายท่านอาจารย์ใหญ่ก็ทราบเด็กหนุ่มนั่นเป็คนสับปลับ ปลิ้นปล้อน ตลบตะแลง ไม่ใช่คนที่น่าเชื่อถือนัก!?”อาต้ากล่าว
“แล้วคนแบบใดกันที่น่าเชื่อถือ!?”อาจารย์ใหญ่กล่าว
“เออ...!” อาต้าอ้ำอึ้ง!?
“การที่จะหาใครสักคนที่น่าเชื่อถือหรือไว้ใจได้ในจักรวาลที่กว้างใหญ่นี้มันเป็การกระทำที่เสียเวลาชีวิตยิ่งนัก! เ้ารู้หรือไม่!?”อาจารย์ใหญ่กล่าวพลางถอนหายใจ
“ทำไมจึงเป็เช่นนั้นล่ะขอรับ!?”อาต้าไม่เข้าใจ
“เพราะคนแบบนั้นมันไม่มีอยู่จริงอย่างไรล่ะ!?มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปมา คาดเดาไม่ได้! เหมือนน้ำในลำธารนี้นี่แหละ!?”อาจารย์ใหญ่กล่าวพลางมองไปยังน้ำในลำธารที่ใสกระจ่างจนเห็นก้นลำธารและหมู่ปลาแหวกว่ายอย่างชัดเจน!?
“เหมือนเช่นใดกันขอรับ!?”อาต้าไม่เข้าใจอีกครั้ง
“น้ำในลำธารที่เ้าเห็นว่าตอนนี้มันใสสะอาดแต่เมื่อมันไหลไปเรื่อยๆมันก็จะซึมซับเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่มันไหลผ่านมาปนเปื้อนตัวมันเอง!?จนไม่สามารถกลายเป็น้ำที่ใสสะอาดได้อีกต่อไป!แต่แม้เ้าจะขังมันไว้ไม่ให้มันไหลไปแห่งอื่น มันก็ยังคงกลายเป็น้ำสกปรกได้ด้วยตัวของมันเองอยู่ดี!มนุษย์เองก็เช่นกัน ข้าไม่อาจรู้ได้ว่าเด็กหนุ่มนั่นเชื่อใจได้หรือไม่แต่อย่างน้อยข้ารู้อย่างหนึ่ง!?” อาจารย์ใหญ่กล่าวอย่างเนือยๆ
“อะไรหรือขอรับ!?”
“เด็กหนุ่มนั่นจะเชื่อฟังข้าตราบเท่าที่เขายังไม่เจอทางตัน!เขาจะไม่หักหลังข้าหากไม่เจอสะถานะการเป็ตาย!?” อาจารย์ใหญ่กล่าว
ณ ส่วนหนึ่งของน่านน้ำสีครามภายในพระราชวังที่ทำจากแก้วอย่างวิจิตรงดงาม แต่หาใช่พระราชวังของาาอาณาจักรไม่!?มันกลายเป็สถานที่รวมตัวของใครบางคนที่ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่าต้องเป็ผู้ที่มีอำนาจเป็อย่างสูง! ห้องโถงที่กว้างใหญ่ภายในพระราชวังมีบุคคลสำคัญนั่งประชุมกันอย่างเคร่งเครียดไม่ต่ำกว่า30คน!
“ตอนนี้ตาเฒ่าเซออกอาละวาดกวาดต้อนเอาทรัพยากรไปมากมาย พวกท่านว่าเราควรแก้ปัญหานี้อย่างไร!?”เสียงชายคนหนึ่งกล่าวขึ้น
“พวกเราจะไปทำอะไรได้เราสามารถแย่งชิงมันกลับมาจากมือเขาได้หรือ!?” เสียงหญิงคนหนึ่งกล่าวตอบ
“โอ้...ถ้านั่นคือแผนการที่เรียกมาประชุมในครั้งนี้ข้ายังคงมีธุระมากมายที่ต้องทำ!?” เสียงชายอีกคนกล่าวขึ้น
“โอ้...เหมือนว่าข้าเองก็มีธุระอยู่ไม่น้อยเช่นกัน!?”และเสียงชายอีกคนกล่าวขึ้นเช่นกัน
“ทุกท่านใจเย็นลงก่อน!ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น!?” ชายคนแรกรีบกล่าวปราม ก่อนที่ทุกคนจะหนีกลับกันหมด!
“หืม..เหมือนว่าท่านจะมีแผนการดีๆอยู่สินะ!?”เสียงชายอีกคนกล่าว
“เื่ที่ตาเฒ่าเซกวาดต้อนเอาทรัพยากรนั้นเราคงทำอะไรไม่ได้มากนัก แต่... !?”ชายคนแรกกล่าวก่อนจะเว้น่ให้ทุกคนเพิ่มความอยากรู้อยากเห็น?
“แต่ ข้าทราบมาว่าซากอารยะธรรมที่เมืองพุทธาหวานเริ่มส่งสัญญาณว่าจะเปิดคาดว่าคงใช้เวลาอีกประมาณ2-3ปีเห็นจะได้!?” ชายคนแรกกล่าว
“เื่นี้ข้าเองก็ทราบมาบ้างแต่ใช่ว่าพวกเราจะเข้าไปได้มิใช่หรือ!?” เสียงชายอีกคนกล่าว
“ใช่ ซากอารยะธรรมที่พึ่งเปิดไม่สามารถให้ผู้ที่อายุมากกว่า25ปีข้ามผ่านไปได้!?”เสียงชายอีกกล่าวยืนยัน
“ใช่เป็เช่นนั้น!”เสียงชายคนแรกกล่าว “พวกเราไม่สามารถเข้าไปได้ และเช่นกัน ตาเฒ่าเซก็เข้าไปไม่ได้!แม้ในซากอารยะธรรมอื่นเราจะไม่สามารถตามทันการเก็บเกี่ยวของตาเฒ่าเซแล้วกับซากอารยะธรรมที่เมืองพุทราหวานล่ะ !?”
“เ้ากำลังจะให้พวกเราจัดตั้งกลุ่มผู้พิชิตอายุ20ปีเช่นนั้นหรือ!?” เสียงหญิงคนหนึ่งกล่าว
“มันก็ไม่เชิงนัก!?”ชายคนแรกกล่าวอย่างมีเลศนัย
“แล้วมันคือ...!?”เสียงหญิงคนเดิมกล่าว
“เราจะจัดตั้งกลุ่มผู้พิชิตด้วยอัจฉริยะสมบูรณ์ทั้งหมด!?”ชายคนแรกกล่าว
“อัจฉริยะสมบูรณ์!แม้พวกเราจะฝึกฝนอัจฉริยะสมบูรณ์ไว้อยู่บ้าง แต่อายุ20นั้น...!?”หญิงคนเดิมหยุดกล่าว เธอไม่จำเป็ต้องกล่าวให้มากกว่านี้อัจฉริยะสมบูรณ์นั้นยากที่จะฝึกฝน และให้หาที่อายุ20-25ปีนั้นไม่ใช่ว่าหาไม่ได้ แต่จะได้สักกี่คน!?
“ข้ารู้ว่าไม่ใช่เื่ง่ายที่จะหาอัจฉริยะสมบูรณ์ที่อายุเพียง20ปีให้มารวมกลุ่มกัน!แต่ข้ามีวิธี!?” ชายคนแรกกล่าว พร้อมกวาดสายตามองดูผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดก่อนจะกล่าวอีกครั้ง
“ข้ากำลังจะเสนอให้พวกเราจัด เทศกาลเกมล่าสมบัติกัน!?”