“ทำอย่างไรดีเ้าคะ ตอนนี้ไล้เยี่ยนขึ้นไปบนรถม้าและมุ่งหน้าไปที่บ้านของท่านเศรษฐีแล้ว” หวนเจินใ
“งั้นเอาอย่างนี้” เหมยซูจึงกระซิบแผนการบางอย่างกับหวนเจิน
ณ ห้องนอนของเหลียงเอ๋อ บ้านของท่านเศรษฐีเหลียงกัง
“ขอบคุณท่านหมอไล้เยี่ยน ได้โปรดช่วยชีวิตเหลียงเอ๋อด้วยเถิดขอรับ” ท่านเศรษฐีเหลียงกังกล่าว
“เอ่อ ข้าจำเป็ต้องใช้สมาธิอย่างสูง ดังนั้นห้ามใครเข้ามารบกวนข้าอย่างเด็ดขาด และขอเวลาข้าสัก 2 ชั่วยามท่านค่อยกลับเข้ามาดูน้องสาวท่านก็แล้วกัน” ไล้เยี่ยนแสดงสีหน้าจริงจัง
“งั้นข้าขอตัวขอรับ” เหลียงกังยอมทำตามเพราะเขาอยากให้น้องสาวหาย
ไล้เยี่ยนรอผ่านไปสักพัก เขาก็เลยแอบเปิดประตูเพื่อดูว่ามีคนนอกแอบดูเขาหรือไม่ เมื่อไม่มีใครเขาก็เดินกลับเข้ามาในห้องและมุ่งตรงเข้ามาหาเหลียงเอ๋อ
“555 พวกเราอยู่ด้วยกันสองต่อสองแล้วนะสาวสวย ไม่เป็ไรนะ ข้าจะทำให้เ้ามีความสุข” ไล่เยี่ยนหลงในความงามของน้องสาวท่านเศรษฐี ดังนั้นจึงถือโอกาสที่ตอนนี้นางเป็อัมพาตและพูดไม่ได้ทำการล่วงเกินนาง โดยค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของหญิงสาวอย่างใจเย็น
เหลียงเอ๋อกลัวมาก นางอุตส่าห์ดีใจที่จะมีหมอมาช่วยรักษานาง แต่กลับกลายเป็ว่าเขาคือชายชั่วที่ถือโอกาสที่นางป่วยคิดล่วงเกินนางแบบนี้ ตอนนี้นางทำได้เพียงร้องไห้จนมีน้ำตาไหลพรากและตัวสั่นด้วยความกลัวสุดขีด
“ไม่เอาน่า ไม่ร้องนะสาวสวย” ไล้เยี่ยนเช็ดน้ำตาให้ และหอมแก้มหญิงสาว
หวนเจินรีบดึงตัวชายตัณหากลับออกมา และรีบใช้ดาบจ่อไปที่คอชายชั่วทันที
“อย่าฆ่าข้าเลยนะแม่นาง” ไล้เยี่ยนใที่เห็นหญิงชุดดำ
“หมอไล้จื่ออยู่ที่ไหน ทำไมเ้าถึงมาแทน” หวนเจินรีบถาม
“พี่ข้าตายไปแล้ว แต่ข้า้าอัฐเพื่อชดใช้หนี้พนัน ข้าก็เลยต้องอาสามาช่วยรักษาให้น้องสาวของท่านเหลียงกัง” ไล้เยี่ยนกล่าวอ้าง ความจริงคือเขา้าอัฐเพื่อหลบหนีทางการ เขามีคดีฆ่าพี่ชายติดตัว เนื่องจากท่านเหลียงกังร้อนใจจึงไม่ได้สืบประวัติของไล้เยี่ยนให้ถี่ถ้วนก่อน เลยไม่รู้ว่าเขาคือชายนักพนันที่มีคดีฆ่าหมอไล้จื่อ
“นี่นะหรือรักษา เ้าจะข่มเหงรังแกนางสิไม่ว่า” หวนเจินกล่าวด้วยความโมโห
“ปล่อยข้าไปเถิดนะ” ไล้เยี่ยนคุกเข่าขอร้องเพราะกลัวตาย
หวนเจินรีบสับไปที่หลังคอของไล้เยี่ยนจนเขาสลบไป
เหมยซูที่สวมชุดดำเช่นเดียวกันรีบเข้าไปดูอาการของเหลียงเอ๋อทันทีพร้อมกับรีบช่วยจัดเสื้อผ้าของหญิงสาวให้เรียบร้อย “ไม่ต้องร้องนะเหลียงเอ๋อ ข้าจะรีบรักษาเ้าเดี๋ยวนี้”
แต่ทว่าเหลียงเอ๋อกลับมีอาการตัวสั่นกว่าเดิม เพราะนางเข้าใจว่าหญิงชุดดำเป็คนร้าย
เหมยซูจับชีพจรและจับตัวของเหลียงเอ๋อจึงรับรู้ว่าสาวน้อยกลัวมากแค่ไหน ดังนั้นนางจำต้องยอมเปิดหน้าออกเพื่อให้เหลียงเอ๋อหายกลัว
เมื่อเหลียงเอ๋อได้เห็นหน้าท่านหมอเหมยซู นางก็หายตัวสั่นและรู้สึกสบายใจขึ้นที่พบหมอที่เคยรักษานางมาก่อน
หวนเจินจึงรีบไปดูต้นทางให้ ส่วนเหมยซูรีบจับชีพจรและตรวจอาการเบื้องต้นใหม่อีกครั้ง นางรอให้การหายใจและชีพจรของเหลียงเอ๋อเต้นช้าลงกว่าตอนที่ตื่นตระหนกใ จากนั้นนางก็ดำเนินการฝังเข็มให้
พอครบหนึ่งชั่วยาม เหมยซูจึงรีบดึงเข็มออก ผ่านไปไม่นานเหลียงเอ๋อก็ค่อยๆ ขยับตัวได้และพูดได้เป็ปกติ
“ข้าขยับตัวได้แล้ว ข้าพูดได้แล้ว ขอบคุณมากเ้าค่ะท่านหมอเหมยซู” เหลียงเอ๋อดีใจอย่างบอกไม่ถูก
“จงเก็บไว้เป็ความลับนะเหลียงเอ๋อ ห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าข้าเป็คนรักษาเ้า แต่หากมีคนเค้นถามเ้าจริงๆ ก็ให้บอกว่าข้าคือลูกศิษย์ของท่านหมอไล้จื่อ นามว่า เหยียนซวง” เหมยซูทำข้อตกลงกับเหลียงเอ๋อไว้ก่อน
“ถ้าข้าไม่บอกท่านพี่ และปล่อยให้ท่านพี่เข้าใจว่าไล้เยี่ยนเป็หมอ ไล้เยี่ยนอาจได้ใจและไปทำร้ายหรือหลอกลวงผู้อื่นอีกก็เป็ได้นะเ้าคะ” เหลียงเอ๋อเป็ห่วงกลัวว่าคนอื่นจะตกเป็เหยื่อเหมือนกับนาง
“งั้นเ้าก็บอกพี่ชายเถิดว่าเขาไม่ได้รักษาเ้า แต่ห้ามบอกว่าเหมยซูเป็คนรักษาเ้าอย่างเด็ดขาด” เหมยซูกำชับ
“ทำไมล่ะเ้าคะ” เหลียงเอ๋อไม่เข้าใจ
“ข้าโดนตามฆ่า จึงยังเผยตัวตนไม่ได้ หวังว่าเ้าจะเข้าใจข้านะเหลียงเอ๋อ” เหมยซูยอมบอก
“ก็ได้เ้าค่ะ” เหลียงเอ๋อยอมทำตามคำขอร้องของท่านหมอ
ท่านหมอเหมยซูเห็นว่าเหลียงเอ๋อเข้าใจนางแล้ว จึงรีบหลบออกไปก่อน
สักพักไล้เยี่ยนก็ฟื้นเป็ปกติ
เหลียงเอ๋อรีบเดินเข้าไปตบหน้าชายลามกทันที
“จะ จะ เ้า หายเป็ปกติได้อย่างไร” ไล้เยี่ยนใ เขานึกไม่ถึงว่าหญิงสาวที่เป็อัมพาตอยู่ดีๆ จะกลายเป็ปกติเหมือนไม่เคยป่วยมาก่อน
หวนเจินรีบเอาดาบจ่อไปที่คอของไล้เยี่ยน แต่ทว่ามันครบกำหนดสองชั่วยามแล้วทำให้หวนเจินได้ยินเสียงฝีเท้าคนที่กำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องนี้ ดังนั้นหวนเจินจึงลดดาบลงและรีบหลบหนีออกไปทันที
เมื่อท่านเหลียงกังและพ่อบ้านเดินเข้ามาในห้อง พวกเขาก็เห็นน้องสาวดูปกติแทบทุกอย่างเหมือนไม่เคยป่วยมาก่อน เหลียงกังก็เลยรีบเดินเข้าไปสวมกอดน้องสาวด้วยความดีใจ
“พี่ดีใจจริงๆ เ้าหายแล้วจริงๆ” เหลียงกังดีใจอย่างบอกไม่ถูก
“เ้าค่ะท่านพี่” เหลียงเอ๋อก็ดีใจที่ตนสามารถกอดพี่ชายได้อีกครั้ง
“ขอบคุณมากขอรับท่านหมอ ข้าจะรีบให้พ่อบ้านไปนำห่ออัฐมาให้ท่านเดี๋ยวนี้” เหลียงกังคลายอ้อมกอดและบอกกับไล้เยี่ยน
“เอ่อ เดี๋ยวสิเ้าคะ” เหลียงเอ๋อกำลังจะอธิบาย แต่ถูกกล่าวแทรก
“ข้ามีเื่สำคัญ ขอคุยกับท่านเป็การส่วนตัวได้มั้ย” ไล้เยี่ยนรีบพูดเพราะกลัวเหลียงเอ๋อเปิดโปงเขา
“ได้สิ เหลียงเอ๋อ เ้าพักผ่อนก่อนเถอะนะ พี่จะพาท่านหมอไล้เยี่ยนไปคุยกันที่ห้องรับรองแขก” เหลียงกังกล่าว
“เดี๋ยวสิเ้าค่ะ” เนื่องจากเหลียงเอ๋อเพิ่งจะขยับตัวได้ไม่นาน นางจึงยังไม่มีแรงวิ่งไปขวางพี่ชาย ดังนั้นนางจึงทำเพียงค่อยๆ เดินตามไปที่ห้องรับรองแขกเพื่อแอบฟัง
ณ ห้องรับรองแขก
“มีอะไรหรือท่านหมอไล้เยี่ยน” ท่านเหลียงกังสงสัย
“ความจริงการรักษาง่ายนิดเดียว แต่ที่น้องสาวของท่านกลายเป็เช่นนี้อาจเป็เพราะท่านหมอเหมยซู้าเลี้ยงไข้น่ะสิ” ไล้เยี่ยนถือโอกาสใส่ร้ายท่านหมอเหมยซู
“เป็ความจริงงั้นหรือ” เหลียงกังขมวดคิ้วสงสัย
“ใช่แล้ว! ท่านควรให้น้องสาวท่านมารักษากับตระกูลไล้ั้แ่แรก” ไล้เยี่ยนถือโอกาสยกตนว่าเหนือกว่า
สักพักสายลับก็รีบเข้าไปในห้องรับรองแขกเพื่อรายงาน เพราะเป็เื่ด่วนจึงไม่ได้ขออนุญาต
“หลังจากที่ข้าไปสืบมา ท่านหมอไล้จื่อเสียชีวิตไปแล้วจริงๆ ขอรับ และที่สำคัญน้องชายของเขาหรือไล้เยี่ยนไม่ได้เป็หมอ เขาเป็นักต้มตุ๋นชอบเล่นการพนัน ตอนนี้เขาเป็นักโทษหนีคดีวางยาฆ่าท่านหมอไล้จื่อ เขา้าหลบหนีทางการจึงหาอัฐด้วยวิธีหลอกลวงท่านว่าตนเป็หมอ เขาจะได้แกล้งรักษาน้องสาวท่านและหลอกเอาอัฐจากท่านไปขอรับ” จอมยุทธ์ข้างกายท่านเศรษฐีกล่าวรายงาน
“นี่เ้ากล้าหลอกข้าได้อย่างไร” เหลียงกังโมโหจัด เขาก็เลยชักดาบแล้วจ่อไปที่คอของหมอกำมะลอ
“อย่าฆ่าข้าเลย ข้าแค่อยากได้อัฐเพื่อหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เท่านั้น” ไล้เยี่ยนคุกเข่าร้องขอชีวิต
“ว่าแต่เ้ารักษาน้องสาวข้าได้อย่างไร” เหลียงกังสงสัยเพราะเขาเห็นว่าน้องสาวหายดีเป็ปกติแล้ว
“ข้าไม่รู้ อยู่ดีๆ ก็มีจอมยุทธ์หญิงเข้ามาในห้องและทำให้ข้าสลบไป หลังจากนั้นข้าก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ไล้เยี่ยนยอมบอกความจริง
“จับเขาส่งทางการ หากเขาไม่ได้รับโทษ เขาอาจไปหลอกลวงและทำร้ายผู้อื่นอีกเป็แน่” เหลียงกังกลัวว่าจะมีเหยื่อแบบเขาอีก
“ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด ข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ” ไล้เยี่ยนขอร้อง
“ท่านพี่เ้าคะ เขาใช้โอกาสตอนที่ข้าเป็อัมพาตคิดล่วงเกินข้าด้วยเ้าค่ะ” เหลียงเอ๋อได้โอกาสรีบเปิดประตูห้องรับรองและรีบฟ้องพี่ชาย
“ข้าฆ่าเ้าเสียั้แ่ตอนนี้ดีมั้ย” เหลียงกังโมโหจนลมออกหูที่ไล้เยี่ยนกล้าข่มเหงน้องสาว
“อย่าให้มือเปื้อนเืเลยเ้าค่ะ” เหลียงเอ๋อรีบรั้งพี่ชายไว้
“ทีเ้าล่ะ เ้าเองก็หลอกพวกเรา เ้าแกล้งป่วยน่ะสิ” ไล้เยี่ยนกล่าวบ้าง
“มีคนรักษาข้าต่างหาก” เหลียงเอ๋อพลั้งปาก
“ใครงั้นหรือเหลียงเอ๋อ” เหลียงกังอยากรู้
“เอ่อ นางไม่ให้บอกเ้าค่ะ” เหลียงเอ๋อกล่าว
“หมอคนนั้นเป็ผู้หญิง หรือว่าจะเป็หมอเหมยซู” เหลียงกังตีความเอาเอง
“ไม่ใช่เ้าค่ะ นางมีชื่อว่าเหยียนซวง นางบอกว่านางคือลูกศิษย์ของท่านหมอไล้จื่อ” เหลียงเอ๋อรีบพูดตามที่ท่านหมอเหมยซูได้บอกไว้
“แล้วข้าค่อยตอบแทนนางภายหลังก็แล้วกัน” เหลียงกังยอมเชื่อ
“แล้วท่านจะทำยังไงกับเขาล่ะเ้าคะ” เหลียงเอ๋อสงสัย
“ท่านพ่อบ้าน! จงพาลูกน้องมาจับกุมเขาส่งทางการ” เหลียงกังสั่งลูกน้อง
“ปล่อยข้าไปเถิด ข้าไม่ทำอีกแล้ว” ไล้เยี่ยนพยายามดิ้นรนขัดขืนและขอร้องท่านเศรษฐีให้เห็นใจเขา
“แทนที่เ้าจะดูพี่ชายเป็ตัวอย่าง หมอไล้จื่อเป็หมอที่ดี เขาใช้ชีวิตอุทิศตนรักษาคนไข้” เหลียงกังกล่าว
“ใช่สิ! ไล้จื่อจึงได้ทุกอย่างไปไงล่ะ เขาได้ทั้งความรัก ความนับถือ ชื่อเสียง และทรัพย์สิน มันทำให้ข้าต้องกลายเป็คนไม่เอาไหนในสายตาท่านพ่อท่านแม่และผู้อื่น” ไล้เยี่ยนเก็บกดมานาน
“เพราะเ้าริษยาพี่ชายนี่เอง เ้าก็เลยสังหารเขา” เหลียงกังเข้าใจเื่ราว
“ก็มันดีกว่าข้าทุกอย่าง แต่ในเมื่อมันได้ดีแล้ว หาอัฐได้เยอะแยะมากมาย จะแบ่งให้ข้าใช้สักหน่อยก็ไม่ได้ แค่นี้ก็หวง” ไล้เยี่ยนกล่าว
“เ้าเกินเยียวยาแล้วจริงๆ จับตัวเขาไปส่งทางการ เดี๋ยวนี้” เหลียงกังส่ายหน้าให้กับคนไร้มโนธรรม
“ขอรับ” ลูกน้องรับคำ
และแล้วไล้เยี่ยนก็ถูกกุมตัวเพื่อไปดำเนินคดี เพียงเพราะ้าหลอกเอาอัฐจากท่านเศรษฐีไปเพื่อใช้ในการหลบหนีทางการที่กำลังออกตามล่าเขาอยู่ในขณะนี้ เขาช่างนึกไม่ถึงเลยว่าท่านเศรษฐีนั้นกว้างขวางเพียงใด เขาใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถสืบความเป็มาได้แล้ว แต่ที่ท่านเหลียงกังยอมเชื่อไล้เยี่ยนไปก่อน เพราะเหลียงกังร้อนใจอยากให้ไล้เยี่ยนรีบรักษาน้องสาวโดยด่วน ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเชื่อชายผู้นี้ไปก่อนค่อยสืบภูมิหลังเขาทีหลัง ประกอบกับเหลียงกังคิดว่าพี่น้องที่อยู่ในตระกูลเดียวกันก็น่าจะไม่ต่างกันมาก แต่ที่ไหนได้พี่น้องกลับแตกต่างกันมากราวฟ้ากับเหว
********************************************
ณ ร้านขายของเก่า
หวนเจินพาท่านหมอกลับมาถึงร้าน
“ท่านจะทำอย่างไรต่อไปเ้าคะ” หวนเจินกล่าว
“ข้าต้องทำงานชดใช้หนี้ต่อไป เหลือของเพียงสี่ชิ้นเท่านั้น ข้าก็จะเป็ไทแล้ว” ท่านหมอเหมยซูกล่าว
“ข้าพาท่านหนีได้นะเ้าคะ” หวนเจินเสนอ
“ข้าไม่อยากติดหนี้ใคร เ้าไปเถิด เ้าไม่ได้เป็ลูกหนี้ เ้าอยู่กับข้าเพื่อรอรักษาตัวกับข้าเท่านั้น” ท่านหมอเหมยซูกล่าว
“ในเมื่อมีคนจ้องจะเล่นงานท่าน ข้าจะคอยคุ้มกันท่านเอง อีกอย่างหากข้าหนีไป เสิ่นตั้วหรือประมุขพรรคกงซานอาจสงสัยว่าข้าคือหวนเจินและอาจตามล่าข้าไม่มีวันสิ้นสุดเ้าค่ะ” หวนเจินตัดสินใจใช้ชื่อจือิและยังคงทำงานอยู่ที่ร้านขายของเก่าต่อไป
“จอมยุทธ์หญิงมีอยู่เยอะแยะมากมาย เหตุใดเขาถึงไม่ยอมปล่อยเ้าล่ะ” เหมยซูสงสัย
“เพราะข้ามีใบหน้าเหมือนพระชายาของท่านอ๋องหกที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ข้าคาดการณ์ว่าเสิ่นตั้วคง้าควบคุมข้า แล้วให้ข้าใกล้ชิดท่านอ๋องหกเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างเ้าค่ะ” หวนเจินคาดการณ์
“ถ้าเช่นนั้น แม้กระทั่งจือิเองก็อาจมีอันตรายได้เช่นกัน ถ้าพวกมันตามหาหวนเจินไม่เจอ บางทีอาจหันกลับมาเล่นงานจือิแทนโดยการวางยาสลายตัวตนและเป่าขลุ่ยควบคุมจิตใจของจือิ” เหมยซูคิดว่าแม้จะใช้ชื่อจือิก็ยังคงอันตรายอยู่ดี เพราะคนที่เขา้าคือคนที่มีใบหน้าเหมือนพระชายา
“แต่ท่านมีวิธีรักษาไม่ใช่หรือเ้าคะ” หวนเจินกล่าว
“ยังไงก็ต้องระวังตัว อะนี่ เข็มเงินทดสอบพิษ ข้ามอบให้เ้าเอาไว้ทดสอบพิษในอาหาร” เหมยซูมอบกล่องบรรจุเข็มเงินให้จอมยุทธ์หญิง
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ” หวนเจินรีบรับมาเก็บไว้กับตัว
“พวกเราคงต้องเล่นละครต่อไป ในระหว่างนี้ก็ต้องช่วยเหลือจอมยุทธ์หญิงที่กลายเป็เหยื่อของขบวนการล้างสมอง” เหมยซูกล่าวแผน
“เ้าค่ะ งั้นต่อไปพวกเรากลับมาเรียกชื่อซวงเหมยกับจือิให้ติดปากดีกว่าเ้าค่ะ” หวนเจินกลัวตัวเองหลุด
“ท่านป้าเหวยลู่มอบกุญแจเปิดกล่องหมายเลข 7 ให้ข้าแล้ว พวกเรารีบไปดูกันเถอะ” เหมยซูอยากรีบชดใช้หนี้โดยการขายสินค้าให้หมด
“ก็ดีเหมือนกันเ้าค่ะ” หวนเจินเดินตามเหมยซูไปที่ห้องเก็บของ
เมื่อทั้งสองไปที่ห้องเก็บของก็พบว่าภายในห้องเหลือเพียง 3 กล่อง นั่นคือกล่องหมายเลข 8, 9 และ 10 แต่กล่องหมายเลข 7 หายไป
“เป็ไปไม่ได้ ตอนยกกล่องหมายเลข 6 ข้ายังเห็นกล่องหมายเลข 7 อยู่เลยนะเ้าค่ะ” หวนเจินยืนยัน
“ใครขโมยไปงั้นหรือ และทำไมถึงขโมยไปเพียงกล่องเดียวล่ะ” เหมยซูสงสัย
“ไปแจ้งทางการดีมั้ยเ้าคะ” หวนเจินเสนอ
“แล้วถ้าใต้เท้าถามว่าภายในกล่องมีอะไร พวกเราจะตอบว่ายังไงล่ะในเมื่อพวกเราไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร” เหมยซูกล่าว
“หรือว่าพวกเราไปสอบถามท่านป้าเหวยลู่ ในเมื่อนางเป็คนบรรจุสิ่งของไว้ในกล่องเอง นางย่อมจำได้ ดีมั้ยเ้าคะ” หวนเจินเสนออีก
“ก็ดีเหมือนกัน รีบไปหาท่านป้าเหวยลู่กันเถอะ” เหมยซูเห็นด้วย
เมื่อทั้งสองไปถึงบ้านของท่านป้าเหวยลู่ ก็พบว่าบ้านของท่านป้าถูกเผาไม่เหลือชิ้นดี
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ” เหมยซูใเมื่อเห็นบ้านกลายสภาพเป็เถ้าถ่าน
“ท่านป้าถูกลักพาไปเ้าค่ะ พวกมันสวมชุดดำอำพรางตนและมากัน 5 คน มีคนหนึ่งจับกุมท่านป้าและถามหา…..