หออรุณเบิกฟ้า
น็อกในชุดนักเรียนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า หออรุณเบิกฟ้า ก่อนจะโดนสอบถามเหมือนครั้งก่อน เพราะคนที่เฝ้่านั้นเปลี่ยนจากชุดเดิมไป เมื่อเข้ามาในหอแล้ว น็อกเริ่มเห็นว่าตัวเองเริ่มเป็นจุดสนใจ เพราะชุดนักเรียนที่เขาใส่มา จึงรีบวิ่งหาร้านเสื้อผ้าเพื่อซื้อเปลี่ยน ก่อนจะรีบตรงไปยังโรงประมูล พอเห็นพนักงานต้อนรับ เขาก็แจ้งทันทีว่ามาพบกับ อาวุโสหลง แต่เมื่อพนักงานเห็นบุคลิกและท่าท่างของเด็กหนุ่ม ก็กล่าวอย่างไม่พอใจขึ้น
"เจ้าหนู ที่นี่ไม่ใช่สถานที่เที่ยวเล่นของพวกเด็กๆ ออกไปได้แล้ว"
"ข้ามาพบอาวุโสหลง เพื่อนำของมาประมูล แต่เจ้ากลับไล่ลูกค้างั้นรึ"
"อย่างแกคงจะเอาขยะมาเข้าประมูลสินะ ที่นี่ไม่รับโว้ย รีบๆ ไสหัวไปซะ"
เสียงทะเลาะเริ่มดังขึ้น จนกระทั่ง คุณหนูหลงเซียง ได้ยินจึงเดินลงมาดู เมื่อเห็นเด็กหนุ่มท่าทางแปลกๆ ที่อ้างตัวว่ามาพบพ่อของนางเพื่อนำของมาประมูล ก็พลันนึกขึ้นได้ ก่อนจะรีบลงไปหยุดคนของนาง ก่อนจะหันมาเอ่ยถามเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ จนคนในโรงประมูลถึงกับตกตะลึง
"ไม่ทราบว่า คุณชายท่านนี้มีนามว่าอะไรหรือเจ้าค่ะ"
"หลิงเทียน"
"ไม่ทราบว่าคุณชายหลิง ต้องการนำสินค้าอะไรมาเข้าร่วมการประมูลเจ้าค่ะ"
หลิงเทียน ดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ก็ปรากฏอาวุธ 8 ชิ้น ขึ้นรอบตัวเขา ก่อนจะเอ่ยอย่างมีโทสะเล็กน้อย
"พอดีข้าเอาอาวุธขยะ ระดับวิญญาณ 8 ชิ้นมาประมูล จะรับหรือไม่" หลิงเทียนจงใจเน้นคำว่าขยะให้ได้ยินกันทั่ว ทุกคนได้แต่ตกตะลึง ไม่ใช่เพียงเพราะอาวุธระดับวิญญาณจำนวนมากเท่านั้น
เพราะในโรงประมูล ถึงจะห้ามมีการต่อสู้กันก็จริง แต่ว่าการที่เด็กหนุ่มเอาของระดับนี้ออกมาง่ายๆ แล้ว เมื่อออกไปจากโรงประมูล ก็อาจจะถูกสังหารเพื่อแย่งชิง สิ่งของ หรือ เงินทองได้ ต่อให้เป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ แต่ถ้าไม่มีคนมาคุ้มกันแล้วล่ะก็ กลุ่มคนจำนวนมาก ก็พร้อมที่จะแย่งชิงในทุกวิถีทางเช่นกัน
หลงเซียง แม้จะเคยเห็นอาวุธระดับ วิญญาณ มาไม่น้อย แต่ก็ไม่เคยพบเห็นจำนวนมากมายขนาดนี้จากเด็กเพียงคนเดียว ก่อนจะเริ่มเข้าใจในสิ่งที่พ่อของนางได้บอกเอาไว้ ก่อนเรื่องจะเลยเถิดไปไกล นางจึงรีบเอ่ยขึ้นว่า
"เชิญคุณชายหลิง ที่ห้อง VIP ด้านบนดีกว่าค่ะ จะได้สะดวกในการรอเงินจากการประมูล และเผื่อคุณชายต้องตาต้องใจ กับสิ่งของในงานประมูล จะสามารถเข้าร่วมได้ทันทีเจ้าค่ะ"
หลิงเทียนเริ่มสงบสติอารมณ์ลง ก่อนจะเดินตามไปอย่างว่าง่าย เมื่อขึ้นมาถึงห้อง VIP หลงเซียง ก็นำอาวุธทั้งหมด ไปเข้าร่วมการประมูลทันที หลิงเทียน นั่งรออย่างเบื่อหน่ายมองสินค้าในโรงประมูล ที่ผู้คนต่างแย่งประมูลกันอย่างดุเดือดไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรถูกใจเขาสักอย่าง [ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร] จนกระทั่ง ถึงอาวุธของเขา และราคาประมูลก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ หลิงเทียนยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเตรียมตัวไปรับเงินจากการประมูล
"เอาล่ะครับ!! มาถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอยแล้ว นี่คือการประมูลในรอบสุดท้าย กับ ทาสสาวสายเลือดผสม"
หลิงเทียน ถึงกับชะงักทันทีเมื่อได้ยินชื่อสินค้าชิ้นสุดท้าย เพราะมันไม่ใช่สิ่งของแต่เป็นเด็กสาวคนนึงวัยประมาณ 10 ขวบ หลิงเทียนมองด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหันไปถาม หลงเซียน
"แม่นางหลง เด็กสาวนั่นเป็นใครทำไมถึงถูกนำมาประมูลเช่นนี้"
"เรียนคุณชาย เด็กสาวผู้นั้นเป็นสายเลือดผสมระหว่างมนุษย์กับเผ่ามังกร เนื่องจาก เผ่ามังกรเป็นเผ่าพันธ์ที่ยึดถือศักดิ์ศรี จึงไม่ยอมรับสายเลือดผสม ส่วนบิดาและมารดาของนางก็ถูกสังหารโดยราชันย์มังกร ส่วนนางที่อยู่รอดมาได้ก็ถูกมนุษย์จับมาเป็นทากเพื่อนำมาขายเจ้าค่ะ" หลงเซียงพูดด้วยน้ำเสียงที่สงสารเด็กน้อยเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพราะนี่คือโลกที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสามารถทำตามสิ่งที่ต้องการได้
หลิงเทียน ที่ได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ ก่อนจะกล่าวอย่างไร้อารมณ์ "ข้าจะร่วมการประมูลในครั้งนี้"
หลงเซียนที่ได้ยินเช่นนั้น นางก็รีบเปิดม่านห้อง VIP ทันที ส่วนพิธีกรก็ยังคงพูดประกาศต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ถึงทาสสาวผู้นี้ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่คนฟังแทบหัวใจหล่นวูบ
"สำหรับการประมูลในครั้งนี้ เราจะเริ่มที่ 100 หยกปราณ ครับ"
เสียงด้านล่างเริ่มดังขึ้นไปเรื่อยๆ ถึงราคาที่สูงติดเพดานกับทาสสาวผู้นี้
"105 หยกปราณ""106 หยกปราณ""110 หยกปราณ""115 หยกปราณ""130 หยกปราณ""140 หยกปราณ""150 หยกปราณ"
แค่เพียงไม่นานราคาของทาสก็พุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นหลงเซียงก็เล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า สำหรับตระกูลใหญ่ๆ แล้วการได้ทาสสายเลือดผสมไป จะมีแต่ผลดี เพราะเลือดในกายของเด็กสาวนั้นแม้จะเจือจางแต่ก็มีสายเลือดของเผ่ามังกรผสมอยู่ มันสามารถช่วยเพิ่มพลังให้กับผู้ฝึกตนได้เป็นอย่างดี และเมื่อหมดประโยชน์ก็ใช้เป็นนางบำเรอก็ได้
หลิงเทียนมองลงไปด้วยสายตาที่ดูถูก ก่อนจะเอ่ยสั้นๆ "300 หยกปราณ"
ทั่วทั้งโรงประมูลถึงกับเงียบกริบภายในพริบตา ทุกคนต่างหันไปมองเด็กหนุ่มในห้อง VIP ระดับสูง ที่ขนาดต้องให้ หลงเซียง เป็นคนคอยดูแล แต่สายเลือดมังกรไม่ใช่จะยอมกันง่ายๆ ยังมีอีกหลายๆ ตระกูลที่พยายามจะไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ
"305 หยกปราณ""306 หยกปราณ""308 หยกปราณ""500 หยกปราณ" หลิงเทียน ไม่สนใจไต่ระดับให้เสียเวลา
สิ้นเสียงของหลิงเทียน ตระกูลใหญ่ต่างๆ จ้องมองไปยังเด็กหนุ่มอย่างไม่พอใจ และเริ่มเคลื่อนไหวตามสืบข่าวของเด็กหนุ่มในทันที
"500 หยกปราณ ครั้งที่หนึ่ง......สอง......และครั้งที่ สาม ทาสสายเลือดผสมตกเป็นของคุณชายหลิงเทียนขอรับ"
หลงเซียงมองไปที่หลิงเทียนด้วยแววตาที่ซับซ้อน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ "ทำไมคุณชายหลิง ถึงอยากได้ทาสเด็กคนนั้นขนาดนี้เจ้าค่ะ" เพราะการจ่าย 500 หยกปราณเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้แสดงอาการลังเลเลยแม้แต่น้อย
"สงสาร" หลิงเทียนตอบเพียงสั้นๆ
ก่อนจะบอกให้ หลงเซียง จัดการเรื่องเงินที่ได้จากการประมูลให้ด้วย นางให้คนไปจัดการ ใช้เวลาเพียงไม่นาน คนของนางก็มาพร้อมกับหยกปราณจำนวนหนึ่ง กับ ทาสสาว และสัญญาโลหิต หลิงเทียนมองสัญญาโลหิตในมือ ก่อนจะทำลายทิ้งทันที
"ข้าไม่ชอบฝืนใจใคร หากต้องการไปข้าจะไม่ขัดขวาง หากเลือกจะอยู่กับข้าต้องเชื่อฟังข้า" หลิงเทียน เอ่ยอย่างเย็นชา ถึงเขาจะสงสารเด็กน้อยคนนี้ แต่ให้นางตัดสินใจเองเถอะ การบังคับให้มาอยู่ด้วยกันจะมีแต่ความหวาดระแวงเท่านั้น และที่สำคัญ ถึงจะย้ายบ้านใหม่แล้ว แต่นับวันคนในบ้านก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มแออัดล่ะ [ง่ายๆ ขี้เกียจหาซื้อบ้านใหม่อ่ะนะ]
หลงเซียง และ คนที่นำสินค้ามามอบให้ถึงกับยืนอึ้ง เพราะเด็กหนุ่มตรงหน้าทิ้งเงิน 500 หยกปราณไปอย่างไม่เสียดาย แถมไม่ได้สนใจในสินค้าด้วย
ส่วนทาสสาวตอนนี้ถึงกับเริ่มน้ำตาคลอ เพราะนางไม่เคยเจอใครเช่นนี้มาก่อนอีกทั้ง ยังทำลายสัญญาโลหิตของนาง ทิ้งอีกด้วย ในตอนนี้นางเองก็ไม่มีที่จะไป นางไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร แต่ในขณะนี้นางได้ตัดสินใจแล้วว่า ชายหนุ่มตรงหน้า จะเป็นคนที่นางเลือกที่จะติดตาม ก่อนจะคุกเข่าลง และยอมรับชายหนุ่มตรงหน้าเป็นนายของเธอไปจวบจนชีวิตจะหาไม่
หลิงเทียน ได้แต่กุมขมับเหนื่อยใจเล็กน้อย เพราะเขาไม่รู้จะไปอธิบายกับพ่อแม่เขายังไงดี หลังจากรับเงินเสร็จ หลิงเทียนก็ขอให้ หลงเซียง ช่วยหาคนพาเขาไปยังโรงเตี๊ยมที่ดีๆ หน่อย เพราะวันนี้เขามีนัดประลองตอนเที่ยงคืน
หลงเซียง ที่ได้ยินเช่นนั้นจึงอาสานำทางไปเอง ระหว่างทางที่เดินมา ผู้คนโดยรอบจ้องมองหลงเซียงด้วยสายตาที่หลงใหล ผิด กับสายตาที่มองหลิงเทียนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เพราะหลงเซียงก็ไม่ต่างไปจากคุณหนูสูงศักดิ์ มีลูกหลายตระกูลใหญ่ต่างๆ แวะมาขายขนมจีบกันเป็นว่าเล่น แต่ก็ไม่เคยสนใจใคร แต่จู่ๆ กลับออกมาเดินคู่กับเด็กหนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้
ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงหน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ชื่อว่า โรงเตี๊ยมฟ้าสวรรค์ หลิงเทียนอ่านป้ายชื่อแล้วถึงกับเบ้ปากทันที แต่ก็ยังเข้าไป ภายในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไม่ต่างไปจากโรงแรม 5 ดาวดีๆ นี่เอง เพราะถึงจะเรียกว่าโรงเตี๊ยม แต่มันก็เป็นรูปทรงแบบตึกคอนโด ที่สูงติดขอบโดมเลยก็ว่าได้ ในโรงเตี๊ยมนี้มี 30 ชั้น สำหรับชั้น 28-30 จะมีไว้รับรอง บุคคลระดับสูง ตั้งแต่อาวุโสหลัก ของ ตำหนัก ขึ้นไป หลิงเทียน เดินไปที่เคาน์เตอร์ เขาอยากได้ห้องในชั้นที่ 30 เพราะน่าจะส่วนตัวที่สุด แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี
ในขณะที่ หลงเซียง กำลังจะช่วยพูดให้นั้น หลิงเทียน ก็หยิบป้ายของเจ้าสำนักออกมา เมื่อพนักงาน และ หลงเซียงที่เห็นเช่นนั้น ก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ในทันที ก่อนที่พนักงาน จะมอบกุญแจห้องพักในชั้นที่ 30 ให้หลิงเทียน และเก็บค่าห้องในราคาคืนละ 10 หยกปราณ
เมื่อได้ทุกอย่างตามต้องการแล้ว หลิงเทียนก็ออกมาส่ง หลงเซียง หน้าโรงเตี๊ยมตามมารยาท ก่อนจะรีบขึ้นห้องไปอย่างรวดเร็ว แต่ทันทีที่ก้าวขึ้นมาในชั้น 30 มันกลับมีเพียงแค่ 4 ห้อง หลิงเทียน มองเลขห้องในกุญแจก่อนจะเปิดเข้ามา ก็ต้องตกตะลึงกับความโออ่าใหญ่โตของมัน เพราะขนาดห้องนั้นกว้างมาก ขนาดบรรจุคนได้เป็นร้อยๆ เชียว ก่อนจะเลิกสนใจ
หลิงเทียนใช้เวลาพูดคุยกับทาสสาวตัวน้อยของเขาเพียงเล็กน้อย ก็ได้รู้ว่านางนั้นไม่มีชื่อ เขายังไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ก็เลยกะว่าจะรอให้กลับไปถึงบ้านก่อน ค่อยให้พ่อกับแม่ของเขาตั้งชื่อให้ จึงให้ไปพักผ่อนก่อน ส่วนเขาก็เริ่มแผนการทันที
โดยการเอา เงินในบัญชีเกือบทั้งหมด และ หยกปราณ มาแลกค่า Point และเอาไปอัพทักษะบ่มเพาะ และทักษะก้าวท้าวเป็นระดับ 7 จนเขาขึ้นมาอยู่ในระดับดินแดนเหนือมนุษย์ ขั้น 9 และกำลังลังเลว่าจะอัพทักษะปรุงยา หรือ ทักษะเบิกเนตรดี แล้วก็ตัดสินใจอัพเป็นทักษะเบิกเนตร จนขึ้นมาเป็นระดับ 7 เช่นกัน หลิงเทียนรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงจากทางร่างกายเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องโคจรพลังเพื่อปรับสภาพร่างกายให้เสถียรมากขึ้น
23.00 น.
เมื่อหลิงเทียนโคจรพลังเสร็จสมบูรณ์ เขาก็รีบเอาลูกอมค่าโชคมากินทันที ยังดีที่ค่าโชคคราวนี้ขึ้นมา 113 แต้ม ถึงจะไม่มากเท่าเมื่อวาน แต่อย่างน้อยๆ ค่าโชคอาจจะช่วยให้เขาเอาชีวิตรอดได้เกิน 10 นาที แล้วก็เอา AI ระดับสูง แบบสุ่มมากดใช้งาน
"ติ๊ง!!""ท่านได้รับ AI ระดับ ดินแดนราชันย์ ขั้น 1""กรุณาตั้งชื่อด้วย""เจนนี่"
พร้อมรบล่ะ เขาเรียกเอาประวัติข้อมูลของ หลิน [คนรักเก่าในชีวิตก่อน] มาดู เพราะมันน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องในครั้งนี้แน่นอน หลังจากที่ดูข้อมูลไปได้ไม่นาน สายตาของเขาก็พลันรู้สึกเคียดแค้นขึ้นมา และยังพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งทาสสาวตื่นขึ้นมา
หลิงเทียน พยายามระงับความเคียดแค้นให้ลดน้อยลงมากที่สุด ก่อนจะหันไปเอ่ยเพียงสั้นๆ "เตรียมตัวไว้ วันนี้ข้ามีนัดประลอง" ทาสสาวรีบรับคำก่อนจะลุกขึ้นเตรียมพร้อมออกเดินทางทันที