วันออกเดินทาง
เหล่าทหารและองครักษ์ต่างเตรียมความพร้อมสำหรับการอารักขาเ้าหญิงที่สนามบินส่วนพระองค์ พร้อมด้วยครอบครัวของวาเลนเซีย
ไม่นานขบวนเสด็จก็มาถึง ทุกคนต่างทำความเคารพ พระาาโอมาร์ ราชินีไนร่า และเ้าหญิงไอรีน
“วาเลนเซียคนสวยของเรา หายหน้าหายตา เห็นเข้าวังแต่ไม่แวะตำหนักแม่เลย” องค์ราชินีพูดด้วยรอยยิ้ม พร้อมแทนคำว่าแม่กับวาเลนเซียเหมือนทุกครั้ง เพราะรักไม่ต่างจากลูกคนหนึ่ง เนื่องจากทั้งสองครอบครัวช่วยกันเลี้ยงเด็กทั้ง 4 คนมาั้แ่ยังเล็ก คือ เ้าชายราฟาเอล เ้าหญิงไอรีน วาเลนไทน์ และวาเลนเซีย จนเติบใหญ่ ด้วยความสนิทสนมจึงไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก
“หม่อมฉันกลัวจะรบกวนเวลาทรงงานองค์ราชินีเพคะ คิดถึงมากแค่ไหนก็ต้องหักห้ามใจ” วาเลนเซียรีบกล่าวอ้อน
“หึหึ วาเลนเซียก็คือวาเลนเซีย เรียกคะแนนความน่าเอ็นดูได้ไม่เคยเปลี่ยน” าาโอมาร์พูดด้วยความเอ็นดู
“ยังไงต้องขอบคุณท่านมหาเสนาบดีมาก ที่ให้วาเลนเซียไปเป็เพื่อนไอรีนตามคำขอของเรา”
“เป็เกียรติอย่างยิ่งสำหรับวาเลนเซีย พ่ะย่ะค่ะ”
“ได้เวลาเดินทางแล้ว เชิญเ้าหญิงเสด็จ” องครักษ์รีบมากล่าวรายงาน
“เดินทางปลอดภัยนะลูก ๆ เจอกันวันอภิเษก” ราชินีไนร่ากล่าว และทั้งสองครอบครัวก็กอดอำลาลูกสาวทั้ง 2 คน
ประเทศทิสเออร์ฮาน
เมื่อเดินทางมาถึงก็มีทหารองครักษ์ของทิสเออร์ฮานมารอต้อนรับไม่กี่คน โดยไร้เงาขององค์รัชทายาท
“วาเลน” เ้าหญิงเรียกแ่เบา
ฉันกุมมือเ้าหญิงเพื่อปลอบใจ ทุกคนต่างทะนุถนอมพระองค์ยิ่งกว่าไข่ในหิน แล้วพระคู่หมั้นบ้านี่ทำไมถึงกล้าไม่ให้เกียรติ
“ดี เ้านายพวกท่านทำแบบนี้แสดงความจริงใจได้ดี ประทับใจมาก” ฉันประชดออกไป
“เอ่อ องค์รัชทายาททรงติดภารกิจสำคัญ พระองค์จะไปรอที่เมืองตายาบัน จะทรงพาเ้าหญิงเสด็จดูความเป็อยู่ของ 10 หัวเมืองใหญ่เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของทิสเออร์ฮานก่อนค่อยจะพาเข้าวังหลวง พ่ะย่ะค่ะ”
“เหอะ มาผจญภัย? ” ฉันมองด้วยสายตาไม่พอใจ และกำลังจะพูดต่อ
“วาเลน ไม่เป็ไรไปกันเถอะ” เ้าหญิงรีบห้าม
“เชิญเสด็จ พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เดินนำไปที่รถอย่างเกรงใจ
เมื่อเดินทางมาได้ครึ่งค่อนวัน ทำให้รู้ว่าทิสเออร์ฮานเป็ประเทศที่จัดการทรัพยากรได้ดี สวย และพัฒนาเป็อย่างมาก ออกนอกเมืองมาธรรมชาติก็ยังคงงดงามอยู่ตลอดสองข้างทาง
“สวยจังเลยวาเลน”
“เพคะ มีูเาน้อยใหญ่สลับกับทุ่งหญ้า หม่อมฉันก็ชอบ”
“พอมาเห็นแบบนี้ อยู่ ๆ ทำไมเริ่มคิดถึงบ้านก็ไม่รู้ ใจหายจัง อีกอย่างเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยวาเลนก็คงต้องกลับไป”
“มาลันเนย์เป็บ้านของพระองค์ จะกลับตอนไหนก็ได้ อย่ากังวลไปเลยเพคะ”
เอี๊ยดด เสียงเบรกรถกะทันหัน มีรถขับมาตัดหน้ารถนำขบวนเสด็จคันเเรก ทำให้รถทุกคันต้องหยุดตาม
“เกิดอะไรขึ้น” ฉันถามทันที
“ผมยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ว่ากลุ่มไหน ้าอะไร แต่ต้องพาเ้าหญิงไปในที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด”
“ถอยรถกลับด่วน” แต่ยังไม่ได้ถอยรถก็มีเสียงรถตามมาสมทบทางด้านหลัง
ปัง ๆ เสียงปืนดังมาจากด้านหน้าและด้านหลังดังพร้อมกัน
“คุ้มกันเ้าหญิง” เสียงหัวหน้าองครักษ์สั่งการผ่านวิทยุสื่อสาร
ปัง ๆ
เหล่าองครักษ์กำลังยิงปืนต่อสู้กับกลุ่มคนที่ขับรถมาปิดด้านหน้าและด้านหลัง ทั้งสองฝ่ายโดนยิงล้มตายลงทีละคน แต่ดูเหมือนฝ่ายองครักษ์จะเสียเปรียบ เหลือแค่ไม่กี่คน อีกไม่นานคงต้านอีกฝ่ายไม่ไหว
หัวหน้าองครักษ์รีบเดินมาเปิดประตู “ลำบากเ้าหญิงแล้ว เชิญเสด็จ ต้องรีบไป พ่ะย่ะค่ะ” กล่าวเสร็จก็รีบเดินนำเข้าไปในป่า
“เดี๋ยววาเลน” เ้าหญิงมองไปที่องครักษ์ที่นอนตาย “เขามีปืน เอาปืนไปด้วย”
“เพคะ” แน่นอนว่าเราทั้งสองคนใช้ปืนได้อย่างชำนาญ เพราะถูกสอนเกี่ยวกับการใช้อาวุธและทักษะการต่อสู้มาั้แ่เด็ก
เราสองคนหยิบปืนจากคนที่ตายแล้วรีบตามหัวหน้าองครักษ์ไป
ปัง ๆ เสียงปืนไล่ตามมาด้านหลัง
“เ้าหญิงกับคุณวาเลนนำไปก่อน เดี๋ยวกระหม่อมจะระวังหลังให้” หัวหน้าองครักษ์บอก เราสองคนจึงรีบทำตาม
ปัง ๆ
เฮือก ะุวิ่งเจาะเข้าไปกลางหลังหัวหน้าองครักษ์จนล้มลง
“ท่าน...” เราสองคนใ และรีบเข้าไปพยุง
“รีบหนีไปไม่ต้องห่วง”
“ไม่ เราต้องไปด้วยกัน”
“ไป บอกให้ไป ก่อนจะตายกันหมด” แค๊ก ๆ เืของเขาไหลออกมาทั้งทางปากและจมูก
“แต่ .....” ฉันกับเ้าหญิงน้ำตาคลอ
“คุณวาเลน รีบพาเ้าหญิงไป เราต้องรักษาความปลอดภัยเ้าหญิงยิ่งกว่าชีวิต ไป...”
“ขอบคุณ ฮึก ขอบคุณมาก” เราสองคนกล่าวขอบคุณทั้งน้ำตา
ปัง ๆ เสียงปืนตามมาด้านหลัง
“ไปเพคะ” เราจับมือกันวิ่งลัดเลาะเข้ามาในป่า ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ป่ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
“เราต้องรอดวาเลน”
“แน่นอนเพค่ะ” ฉันยิ้มให้เ้าหญิง ภายนอกเ้าหญิงอาจดูเป็คนอ่อนโยน แต่ไม่ได้อ่อนแอ เมื่อถึงเวลาคับขันหรือเหตุการณ์อันตราย ความเป็ผู้นำและทักษะการเอาตัวรอดเ้าหญิงมากกว่าฉันซะอีก
ป่าบริเวณนี้มีพุ่มไม้เล็กและใหญ่ขึ้นสลับกันค่อนข้างหนา เราทั้งสองรีบวิ่งไปหลบทันที
ตึก ๆ เสียงวิ่งของคนจำนวนหนึ่งกำลังวิ่งมาทางพวกเรา
“มันไปไหนว่ะ เมื่อกี้ยังเห็นหลังไว ๆ”
“คุณหนูสั่งมา หาให้เจอและฆ่าทิ้งซะ มันต้องไม่มีชีวิตกลับไปแต่งงานกับองค์รัชทายาท หาให้ทั่ว”
ฉันและเ้าหญิงมองหน้ากัน คนที่พวกมัน้าเอาชีวิตคือเ้าหญิง คนสั่งการน่าจะเป็ผู้หญิงสักคนขององค์รัชทายาท
พึบ ๆ แกร๊ก ๆ เสียงแหวกพุ่มไม้และเสียงเหยียบกิ่งไม้ของคนกลุ่มนั้นดังเข้ามาเรื่อย ๆ
“ถึงเวลาที่ต้องบู๊แล้ววาเลน” เ้าหญิงชี้ให้เราแยกกันไปคนละทาง
“ะุเต็มแม็ก ดีนะที่ยังไม่ใช้ กับจำนวนคนน่าจะพอสู้ไหวเพคะ”
เราสองคนค่อย ๆ เคลื่อนไหว ให้เงียบที่สุด
“เฮ้ พวก” เมื่อหลบหลังต้นไม้ได้ฉันก็ร้องทักทายพวกมันทันที
“นั่น มันอยู่นั่น”
ปัง ๆ ฉันยิงพวกมันก่อนที่พวกมันจะยกปืนขึ้นมา
ปัง ๆ เสียงปืนของเ้าหญิงยิงพวกมันจากด้านหลัง ไม่มีพลาดแม้แต่นัดเดียว
“ว้า... กำลังจะบอก ตายก่อนแล้ว เ้าหญิงของฉันแชมป์ยิงปืนเชียวนะ”
“ยังจะมาเล่น เราจะเอายังไงต่อวาเลน จะออกจากป่ายังไง”
“เครียดไปมันหดหู่” ทำให้นึกถึงองครักษ์กับทหารพวกนั้น เฮ้อ
“เราคงต้องอยู่ที่นี่เพคะ หาที่ปลอดภัยหลบก่อน เพราะไม่รู้จะเจอพวกมันอีกหรือเปล่า”
“โอเค หาทางออกตอนนี้ก็เสี่ยงเหมือนกัน”
เราสองคนจึงเดินไปเรื่อย ๆ ไกลจากจุดที่เกิดเหตุพอสมควร และเจอลำธารจึงตกลงกันว่าจะพักที่นี่