8
ตอนที่8 เขาใช้ชื่อสกุลเดียวกับข้า
เหลิงหยุนเจียวยังคงคลี่ยิ้มอย่างใจเย็นหาได้กลัวอีกฝ่ายลอบกัดใดๆไม่ นางยังกล่าวต่อพร้อมน้ำเสียงขี้เล่นอีกว่า
“อย่างไรเสีย ยานี้มีฤทธิ์แค่ระงับชั่วคราว ข้ามอบให้ท่านเพียงเท่านี้ อย่าได้ทำหายไปเสียท่านประมุข”
เหลิงหยวนหลงจับจ้องเหลิงหยุนเจียวตาเขม็งโกรธจัด แววความเกลียดชังที่ฉายสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขามันมหาศาลเกินบรรยายได้
ทว่าสถานการณ์ตอนนี้กลับไม่อนุญาตให้เขาทำเช่นนั้นได้ ท้ายที่สุดจึงทำได้เพียงจนใจระงับอารมณ์และจิตสังหารที่มีต่อเหลิงหยุนเจียวอย่างช่วยไม่ได้
เฝ้ามองเหลิงหยวนหลงนำยาระงับพิษให้เหลิงเจียวเจียวกิน ขณะเดียวกัน เหลิงหยุนเจียวก็พลางทอดสายตาหันไปทางเรือนหลังใหญ่ในจวนตระกูลเหลิงแห่งนี้ และกล่าวขึ้นอย่างสบายอารมณ์ว่า
“ดูท่าเรือนพิรุณจรัสไม่เลวเลย เช่นนั้นั้แ่นี้ต่อไป ข้าจะย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่นแทน ในเมื่อท่านประมุขและบุตรสาวไม่มีธุระอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน”
“เ้า...”
เมื่อเหลิงเจียวเจียวได้ยินเช่นนั้น ความโกรธของนางก็พวยพุ่งถึงขีดสุด เืขึ้นหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู อึดใจต่อมา ถึงกับกระอักเืสดอาเจียนออกมาคำโตต่อหน้าต่อตา
เรือนพิรุณจรัสแห่งนี้เป็ที่พักอาศัยของนาง เนื่องด้วยที่นี่มีระดับความเข้มข้นของพลังิญญาที่สูง เหมาะสำหรับผู้ฝึกปรือลมปราณ ท่านพ่อของเหลิงเจียวเจียวจึงยกสถานที่แห่งนี้ให้บุตรสาวสุดที่รักโดยปริยาย
แต่เหลิงหยุนเจียวนางนี้เป็เพียงแค่ขยะไม่สามารถฝึกปรือลมปราณได้ การย้ายไปอยู่ในเรือนพิรุณจรัสเช่นนี้ กล่าวได้ว่าเสียของโดยสิ้นเชิง!
“เหลิงหยุนเจียว! อย่าได้ใจจนเกินไปนัก!”
“นังสวะ หุบปาก!”
น้ำเสียงแผดตะคอกสุดเย็นะเืของเหลิงหยวนหลงกับเหลิงเจียวเจียวดังสั่นโดยพร้อมเพรียง ขณะเดียวกัน ผู้เป็พ่อยังช่วยพยุงร่างของบุตรสาวให้ยืนขึ้น และเดินผ่านมาถึงตรงหน้าเหลิงหยุนเจียว
“เมื่อครู่ท่านประมุขยังรู้กฎมารยาทอยู่เลย เหตุไฉนจึงได้ความจำสั้นหลงลืมเร็วนักเล่า?”
เหลิงหยุนเจียวเหม่อมองพ่อลูกคู่นี้พลางกล่าวติดตลกไปคำหนึ่ง
เหลิงหยวนหลงกัดฟันแน่น สีหน้าดูหมองคล้ำเศร้าสลดลงหลายส่วน
สายตาที่เหลิงหยุนเจียวจับจ้องมองมา เสมือนกำลังเจาะทะลวงศีรษะของเขาดุจคมเข็ม
ไม่คิดไม่ฝันเลยว่า วันหนึ่งนังขยะไร้ประโยชน์ชิ้นนี้จะหยิบใช้วิธีสกปรก เพื่อปีนเกลียวเล่นบนหัวของเขาเช่นนี้ได้จริงๆ
ทว่าสุดท้าย คนที่ไม่สามารถฝึกปรือลมปราณได้ก็ยังคงเป็สวะอยู่วันยังค่ำ!
จวนตระกูลเหลิงแห่งนี้มีนักหลอมโอสถอยู่ประจำตัว เมื่อใดที่ยาพิษในร่างเหลิงเจียวจียวถูกชำระล้างทิ้งไปได้ เมื่อนั้น เขาจะกลับมาบดขยี้นังสวะให้แหลกเละเป็พันๆชิ้นคอยดู!
เหลิงหยวนหลงลอบกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น โค้งศีรษะส่งคำนับให้เหลิงหยุนเจียวเล็กน้อย และประคองร่างเหลิงเจียวเจียวผู้เป็บุตรสาวออกไปอย่างไม่เต็มใจ
“เหลิงหยวนหลง ขอลาก่อน!”
ส่วนบ่าวรับใช้คนอื่นๆในจวนต่างรู้หน้าที่ รีบวิ่งเข้ามาทำความสะอาดและเก็บศพออกไปอย่างขยันขันแข็ง
เหลิงหยุนเจียวยืนกอดอกเฝ้ามองเหลิงหยวนหลงจากไปพร้อมกับบุตรสาว แสงประกายเย็นะเืสาดสะท้อนอยู่ในแววตาคู่นั้นของนางไม่มีคลายอ่อน
โม่เฉินหยวนะโลงมาจากกำแพงพร้อมกับเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขน น้ำเสียงของเขาไม่เพียงดังฟังชัดเจน อีกทั้งยังไพเราะน่าฟังราวกับชิ้นหยกอบอุ่น
“บุตรชายของเ้ามีปัญหาทางสมองหรือไม่? กระทั่งชื่อตัวเองยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ?”
โม่เฉินหยวนเพิ่งจะกล่าวจบ จู่ๆเด็กชายตัวน้อยก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธกลับไปอย่างรวดเร็วทันที
“ลุงขี้เหร่ ท่านอย่ามาพูดไร้สาระ ท่านต่างหากที่มีปัญหาทางสมอง”
“แม่จ๋ารักษาโรคได้ทุกชนิด หากข้ามีปัญหาทางสมองจริง ป่านนี้คงบอกให้ทราบเป็นานแล้ว”
โม่เฉินหยวนถึงกับพูดไม่ออก “....”
เหลิงหยุนเจียวชำเลืองมองเด็กชายตัวน้อย สายตาจับจ้องพลางรู้สึกขบขัน ส่วนอีกฝ่ายที่ััถึงสายตาที่กำลังมุ่งมองก็รู้สึกประหม่าพลัน ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปเผชิญหน้าด้วย
สักครู่ต่อมา เด็กชายตัวน้อยก็ยกสองมือจิ๋วขึ้นถูไถไปมาด้วยความประหม่าขวยเขิน ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกอยู่แบบนั้น
เหลิงหยุนเจียวขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินไปจับมือจิ๋วของอีกฝ่ายและพาเข้าไปในห้องนั่งเล่น นางยิ้มกล่าวอย่างใจเย็นว่า
“เขาใช้ชื่อสกุลเดียวกับข้า เจียวเหนียง เหลิงเจียวเหนียง”
“เจียวเหนียง...”
โม่เฉินหยวนรำพึงอยู่สองสามรอบ ก่อนคลี่ยิ้มอย่างสดใสและกล่าวว่า
“เป็ชื่อที่ดีมากเลย แล้วพ่อของเขาล่ะอยู่ที่ใด?”
“ตายแล้ว”
เหลิงหยุนเจียวตอบน้ำเสียงราบเรียบ อย่างไม่แยแสสนใจเช่นเคย
โม่เฉินหยวนอดยิ้มมุมปากมิได้ หญิงสาวที่ทั้งแข็งแกร่งและเ้าเล่ห์เช่นนี้ บุรุษที่เป็พ่อเด็ก หากไม่ตายไปแล้วจริงๆ ก็คงหนีหางจุกตูดเพราะหวาดกลัวนางกระมัง
เขาติดตามแม่ลูกคู่นั้นที่เดินจูงมือเข้าไปนั่งพักภายในห้องนั่งเล่น ดวงตาคู่ลึกล้ำดุจน้ำหมึกฉายแววจับผิดขึ้นในทันใด
“มิใช่ว่าเ้าคือปรมาจารย์ด้านยาพิษหรอกรึ? แล้วเหตุไฉนพิษในกายของตัวเองยังรักษาไม่ได้? หมายความว่าสิ่งที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้กับข้า ล้วนแต่โกหกทั้งเพ?”
เหลิงหยุนเจียวพาเหลิงเจียวเหนียงมาพักผ่อนในห้องนั่งเล่น แผ่นหลังพลันรู้สึกขนลุกซ่าเย็นเฉียบโดยพลัน นางรู้สึกได้ว่า เื้ัของตนขณะนี้กำลังมีรัศมีจิตสังหารเข้มข้นถูกปลดปล่อยออกมา