“คุณชาย คุณชายใหญ่!”
“รีบไปเชิญหมอเทวดาชิวที่หอชุนฮุยมาเร็วเข้า”
บรรดาคนในจวนเซียวเหยาอ๋องต่างพากันโกลาหลทันทีที่เห็นทายาทอ๋องาเ็สาหัส
ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ซูมู่มู่ในฐานะผู้นำตัวทายาทอ๋องกลับมาส่งย่อมได้รับการต้อนรับเป็อย่างดี มีทั้งชาดีและขนมรสเลิศจัดเตรียมไว้ให้ นางกัดขนมไปคำหนึ่ง ขนมในเมืองช่างอร่อยยิ่งนัก! แต่ชาใช้ไม่ได้ ขาดความเป็มงคลและปราณวิเศษเหมือนชาบนูเา นางจิบไปเพียงคำเดียวก็ไม่ดื่มอีกเลย
ครึ่งชั่วยามต่อมา สตรีผู้งดงามนางหนึ่งเดินเข้ามา ซูมู่มู่เหลือบมองปราดเดียวก็รู้ว่านี่คือนายหญิงของจวนอ๋องนั้นก็คือเซียวเหยาอ๋องเฟย
เซียวเหยาอ๋องเฟยมองดูนักพรตน้อยพลางเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ขอบคุณเ้าที่พาบุตรชายของข้ากลับมา เ้าเห็นคนลอบทำร้ายบุตรชายข้าหรือไม่ บอกมาเถอะ ข้าจะไม่ทำร้ายเ้าแน่นอน เ้าไม่ต้องกลัวนะ” ทว่าดวงตาของนางกลับแฝงไปด้วยจิตสังหาร คนที่ทำร้ายบุตรชายของนางล้วนสมควรตายทั้งหมด
“วังบุตรธิดาของท่านเว้าแหว่ง*[1] ชั่วชีวิตนี้มีบุตรชายสองคน บุตรคนโตสูญหาย บุตรคนเล็กกำลังมีชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย เมื่อครู่ข้าขายยันต์คุ้มภัยให้ท่านทายาทอ๋องไปในราคาหนึ่งพันตำลึงทองคำเพื่อช่วยให้เขาพ้นขีดอันตราย ยามนี้ค่ารักษาข้าจะคิดราคาถูกหน่อยขอเพียงหนึ่งพันตำลึงเงินก็พอเ้าค่ะ หากท่านตกลง รอให้ท่านทายาทอ๋องฟื้นขึ้นมาค่อยจ่ายพร้อมกัน” ซูมู่มู่วางขนมลง พลางปัดเศษขนมบนมือ
ลูกค้ารายใหญ่นี้จะตายไม่ได้เด็ดขาด มิฉะนั้นนางจะไม่ได้เงิน!
แม้จะมีอายุเพียงสี่ขวบทว่ากลับมีประสบการณ์โชกโชนและวางท่าทางราวกับผู้ใหญ่ หากที่มุมปากไม่มีเศษขนมติดอยู่ ความน่าเชื่อถือคงจะมากกว่านี้
“เ้าสามารถช่วยบุตรชายข้าได้จริง ๆ หรือ?” เซียวเหยาอ๋องเฟยขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองนักพรตน้อยด้วยสายตาแฝงแววหยั่งเชิง เื่ที่บุตรชายคนโตของนางสูญหายไปนั้นมีคนรู้น้อยมาก นักพรตน้อยผู้นี้ชี้จุดนี้ออกมาได้ หากไม่ใช่ผู้ที่มีความสามารถจริงก็คงเป็คนที่ผู้อื่นส่งมา
“แน่นอนเ้าค่ะ!” ซูมู่มู่ตบกระบี่ไม้ท้อ นางเก่งกาจมากนะ!
“พระชายา ทายาทอ๋องกระอักเือีกแล้วเ้าค่ะ!”
“ท่านอาจารย์น้อย โปรดตามข้ามา” เซียวเหยาอ๋องเฟยไม่สนใจเื่อายุของนักพรตน้อยตรงหน้าอีก ขอเพียงช่วยชีวิตบุตรชายของตนได้ก่อนก็พอ ส่วนเื่ทองเงินนั้นไม่สำคัญเลย
ซูมู่มู่ก้าวขาสั้น ๆ ตามไป นางได้กลิ่นคาวเืคละคลุ้งรุนแรง ทั้งยังมองเห็นไอสีดำเหนือลานจวนลอยหนาแน่นกว่าเดิม
ฉู่หนิงเยี่ยนนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าไร้สีเื ช่างแตกต่างจากเด็กหนุ่มผู้สง่างามบนหลังม้าเมื่อครู่ราวฟ้ากับดิน
“หมอเทวดาชิว บุตรชายของข้าเป็อย่างไรบ้าง?” น้ำเสียงของเซียวเหยาอ๋องเฟยสั่นเครือ
“พระชายา ตัวข้าไร้ความสามารถ ทำได้เพียงยื้อชีวิตท่านทายาทอ๋องไว้ได้สองวันเท่านั้น ท่านต้องรีบเชิญผู้ที่มีวิชาแพทย์สูงส่งท่านอื่น มิฉะนั้น...” หมอเทวดาชิวมีสีหน้าละอายใจ วิชาแพทย์ของเขาทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้
ซูมู่มู่วางห่อผ้าและกระบี่ไม้ท้อลง จากนั้นก็เดินเข้าไปจับชีพจรของเด็กหนุ่มทันที “ก็เชิญข้าสิเ้าคะ! ข้านี่แหละผู้ที่มีวิชาแพทย์สูงส่งคนนั้น ท่านทายาทอ๋องเป็ลูกค้าเก่าของข้า ข้าลดราคาให้แล้วด้วย”
“เ้าเป็เด็กที่โผล่มาจากไหนกัน ยามนี้ท่านทายาทอ๋องไม่อาจเคลื่อนย้ายได้ เขาเพิ่งจะรับวิชาฝังเข็มไป” หมอเทวดาชิวรีบเข้าไปขัดขวาง
ซูมู่มู่ใช้เพียงนิ้วเดียวยันขาของหมอเทวดาชิวไว้ ทำให้เขาไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียว
เหตุใดต้องค้ำขาน่ะหรือ?
ก็เพราะนางเตี้ย เตี้ย และเตี้ยอย่างไรเล่า!
“เ้า… เ้านักพรตน้อยตัวแสบ นี่เ้าทำอะไรกับข้า พระชายา ท่านรีบห้ามนางเร็วเข้า ท่านทายาทอ๋องทนรับความบอบช้ำไม่ไหวแล้ว หากนางแตะต้อง ข้าก็ไม่อาจรับรองได้ว่าเขาจะมีชีวิตรอดถึงสองวัน” หมอเทวดาชิวขยับตัวไม่ได้ จึงเอ่ยด้วยความตื่นตระหนกใ
“วิชาแพทย์ระดับต่ำเช่นนี้ ยังกล้าเรียกตนเองว่าหมอเทวดาอีกหรือ ช่างน่าไม่อายเสียจริง แก่แล้วไม่เจียมตัว ข้าใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูปก็ทำให้เขาฟื้นขึ้นได้แล้ว” ซูมู่มู่สะกดร่างของเขาไว้ จากนั้นก็เริ่มปลดเสื้อผ้าของเด็กหนุ่มบนเตียง
เซียวเหยาอ๋องเฟยมองหมอเทวดาชิว สลับกับมองนักพรตน้อย ไม่รู้ว่าควรเชื่อใครดี ทว่าในยามที่นักพรตน้อยหยิบเข็มทองออกมา ดวงตาของนางก็พลันสว่างวาบ หมอที่สามารถใช้ฝังเข็มทองได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา จนถึงตอนนี้ครึ่งชีวิตนางเคยพบเห็นเพียงผู้เดียวเท่านั้น
หมอเทวดาชิวหรี่ตาลง ไม่กล้าเอ่ยปากวาจาใดอีกเพราะกลัวว่าจะถูกตบหน้า
ซูมู่มู่ลงเข็มอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวออกมา ป้อนยาเม็ดหนึ่งเข้าปากของเด็กหนุ่ม ยอดฝีมือลงมือเพียงครั้งเดียวก็รู้ว่ามีวิชาจริงหรือไม่ เซียวเหยาอ๋องเฟยไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ด้วยเกรงว่าจะรบกวนการรักษาของท่านอาจารย์น้อย
หลังจากซูมู่มู่ถอนเข็มออก คนบนเตียงก็ลืมตาตื่นขึ้นมา ทว่าปากกลับร้องลั่น “เจ็บ...”
“ลูกแม่ ลูกของแม่! เ้าฟื้นแล้ว ท่านหมอเทวดาตัวน้อย ช่วยทำให้บุตรชายของข้าหายเจ็บได้หรือไม่?” เซียวเหยาอ๋องเฟยเห็นบุตรชายฟื้นแล้ว ก็ดึงมือของบุตรชายไว้ด้วยความดีใจเป็ล้นพ้น
“ต้องเพิ่มอีกห้าร้อยตำลึงนะเ้าคะ” ซูมู่มู่กะพริบตากลมโต ราคาที่ตกลงกันไว้เมื่อครู่ไม่รวมค่าระงับความเ็ปนะ
“เพิ่มให้อีกหนึ่งพันตำลึง ขอเพียงท่านหมอเทวดาตัวน้อยโปรดลงมือเถอะ” เซียวเหยาอ๋องเฟยรีบเร่งเร้า
ซูมู่มู่หยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวกองหนึ่งออกมาจากห่อผ้า ค้นหาอยู่รอบหนึ่งเมื่อเจอแล้วก็ป้อนให้ฉู่หนิงเยี่ยนกินทันที เซียวเหยาอ๋องเฟยมองกองขวดที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการเ่าั้ อยากจะเตือนให้หมอเทวดาตัวน้อยดูให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียหน่อย ทว่าก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว
หลังจากฉู่หนิงเยี่ยนกลืนยาลงไป สีหน้าท่าทางของเขาก็ดูล้ำลึกกว่าเมื่อครู่ถึงสามส่วน จิตใจเริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้น “ท่านแม่ ข้าซื้อยันต์คุ้มภัยจากนักพรตน้อยมาในราคาหนึ่งพันตำลึงทองคำ ท่านช่วยมอบให้แทนข้าด้วย” เขาเป็คนมีสัจจะไม่อยากเป็หนี้ใคร เขาต้องพิสูจน์ให้นักพรตน้อยเห็น
“เยี่ยนเอ้อร์ เ้าวางใจเถอะ แม่ไม่ติดค้างเงินท่านหมอเทวดาตัวน้อยแน่นอน เ้ายังมีตรงไหนที่ไม่สบายตัวอีกหรือไม่ จงบอกท่านหมอเทวดาตัวน้อยให้หมด” เซียวเหยาอ๋องเฟยยกูเาออกจากอกได้เสียที
“ท่านแม่ ข้าไม่มีตรงไหนที่ไม่สบายแล้ว” ฉู่หนิงเยี่ยนนึกถึงตอนที่ถูกนักพรตน้อยปลดเสื้อผ้าเพื่อช่วยชีวิตเมื่อครู่ ใบหน้าก็รู้สึกวางตัวไม่ถูกอยู่บ้าง
หมอเทวดาชิวยืนอยู่ด้านข้างด้วยความอับอายยิ่ง “พระชายา ตัวข้าไร้ความสามารถ ข้าขอตัวลาไปก่อน!”
“ท่านหมอเทวดาตัวน้อย ตัวข้าต้องขออภัยท่านด้วย เมื่อครู่ข้าล่วงเกินไปแล้ว”
ซูมู่มู่โบกไม้ยิ้มอย่างใจกว้าง “ท่านลุงไม่จำเป็ต้องขออภัยหรอก หากไม่มีท่านมาเปรียบเทียบ พระชายาจะรู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่าได้อย่างไร”
หมอเทวดาชิวรู้สึกจุกอก เอ่ยวาจาสัตย์จริงตรงไปตรงมาเช่นนี้ มันดีแล้วจริง ๆ หรือ?
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเด็กที่สูงยังไม่ถึงขาของเขา เขาทำได้เพียงเดินจากไปด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
“ลำบากหมอเทวดาชิวแล้ว ชุยหมัวหมัวนำเงินค่าตรวจไปมอบให้ แล้วไปส่งด้วย” เซียวเหยาอ๋องเฟยไม่ได้ตำหนิหมอเทวดาชิว เพราะอย่างไรวิชาแพทย์ย่อมมีสูงต่ำต่างกัน
“ท่านหมอเทวดาตัวน้อยช่างเป็เด็กหญิงที่เก่งกาจยิ่งนัก ขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิตบุตรชายของข้า นอกจากทองเงินแล้ว จวนเซียวเหยาอ๋องของพวกเรายังติดค้างน้ำใจครั้งใหญ่หลวงต่อท่าน หากท่านมีสิ่งใดให้ช่วย สามารถบอกมาได้เลย” เซียวเหยาอ๋องเฟยไม่กล้าดูแคลนเด็กในยุคนี้อีกต่อไป เด็กตัวเท่านี้กลับเก่งกาจถึงเพียงนี้ ทั้งวิชาจารึกอักขระยันต์ ทั้งเข้าใจวิชาแพทย์ แล้วเมื่อมองดูกระบี่ไม้ท้อ นางก็ไม่กล้าคิดว่ามันเป็เพียงของประดับตกแต่งอีกต่อไป
“ยามนี้พวกท่านต่างหากที่้าให้ข้าช่วย สะพานโค้งในจวนที่รับกับสระน้ำขุดทรงโค้งนั้น มีลักษณะคล้ายกับเคียวสองเล่ม ไออัปมงคลดุร้ายพุ่งเข้าหาตัวเรือนนำพาความพินาศมาสู่ครอบครัว บุตรชายคนโตของท่านหายสาบสูญแต่ยังพอมีโอกาสรอด ส่วนสามีของท่าน… ” ซูมู่มู่วาจาค้างไว้ครึ่งหนึ่ง จงใจละไว้ฐานที่เข้าใจ จากนั้นก็จ้องมองเซียวเหยาอ๋องเฟยพลางทำท่าทางลึกล้ำ นี่เป็วิธีที่ท่านอาจารย์มักใช้เป็ประจำ นางเรียนรู้มาอย่างตั้งอกตั้งใจมีเพียงทำเช่นนี้ ลูกค้ารายใหญ่จึงจะยอมควักเงินเพิ่ม
“ท่านว่าอย่างไรนะ?” เซียวเหยาอ๋องเฟยหน้าถอดสี นางรีบย่อกายลงมาสบตากับเด็กหญิงด้วยความร้อนรน
“ลูกชายคนโตของข้ายังคงมีชีวิตอยู่หรือ แล้วสามีของข้าจะเป็อย่างไร ท่านหมอเทวดาน้อย ท่านเซียนน้อย ขอเพียงท่านช่วยพวกเขาได้ ต่อให้ข้าต้องจ่ายเงินเท่าใดก็ย่อมได้ทั้งสิ้น”
ครานี้ฉู่หนิงเยี่ยนไม่สนใจเื่ใบหน้าอีก รีบเอ่ยปากทันที “นักพรตน้อย เ้าไม่ต้องกังวลเื่เงินทอง ขอเพียงช่วยคนในครอบครัวของข้า ทายาทอ๋องผู้นี้พร้อมให้เ้าสั่งการ” เพื่อพี่ชายและท่านพ่อ เขายินยอมทำทุกสิ่งทุกอย่าง
“เคราะห์เคียวพิฆาตนั้นแก้ได้ง่าย ใช้เพียงวิชาดาวเหินเสวียนคงก็สามารถสลายความดุร้ายได้ ต่อไปจวนของพวกท่านจะราบรื่นอย่างแน่นอน ส่วนเื่ตามหาคนด้วยวิชาทำนายดวงชะตานั้น ข้าสามารถชี้ทิศทางให้ได้ ทว่าไม่อาจร่วมเดินทางไปตามหาด้วยได้ ข้าลงเขามาเพื่อตามหาท่านพ่อของข้า” ซูมู่มู่ประสานมืออวบ ๆ เข้าด้วยกัน พลางทำท่าทางกลัดกลุ้มใจ
“เ้าไม่มีพ่อหรือ?” ฉู่หนิงเยี่ยนหลุดปากเอ่ยถามออกมาตามสัญชาตญาณ ก่อนจะรีบเอ่ยต่อทันที “พวกเราจะช่วยเ้าตามหาเอง!”
………
*[1] วังบุตรธิดาของท่านเว้าแหว่ง หมายถึง บริเวณิัใต้ดวงตาที่ยุบหรือบุ๋มลึก บ่งบอกว่าดวงชะตาผู้นั้นอาภัพบุตร ต้องพลัดพราก หรือลูกจะเผชิญเคราะห์ร้ายถึงชีวิต