ทางด้านของกลุ่มพระวินัยธรและกลุ่มของพระสุตตันติกะต่างฝ่ายก็ต่างคลุมบาตรเข้าสู่ละแวกบ้านในเมืองพารณาสี แม้จะมาคนละทิศแต่ก็เข้ามาสู่หมู่บ้านเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมายกันไว้ต่างกันตรงที่มุ่งมาคนละทิศเท่านั้นเอง จึงเป็ที่ประหลาดใจของชาวบ้านซึ่งยืนรอตักบาตรอยู่หน้าบริเวณบ้าน ที่มองเห็นกลุ่มพระคลุมบาตรมาแต่ไกล เมื่อเห็นกลุ่มพระวินัยธรหยุดตรงทางเข้าหมู่บ้าน แล้วบอกคณะลูกศิษย์ให้แยกเป็สองกลุ่มเพื่อให้ลัดเลาะไปตามเส้นทางของหมู่บ้านให้ครบเส้นทางซ้ายขว ขณะที่ฝ่ายของกลุ่มพระสันตะติกะก็แบ่งเป้นสองกลุ่มแยกรับบิณฑบาตในหมู่บ้านเป็สองสายเช่นกัโดยมีพระสุตตันตะติกะนำขบวนลูฏศิษย์สู่หมู่บ้านสายหนุึ่ง
ชาวบ้านชายหญิงคู่หนึ่งชะเง้อชะแง้มองดูกลุ่มพระที่กำลังเดินคลุมบาตมาแต่ไกลด้วยความสงสัยใคร่รู้
"เอ๊ะ! แปลกจัง ทำไมวันนี้พระถึงได้มาเยอะ...แล้วเดินแบ่งเป็กลุ่ม ๆ ท่านพี่"
"อืม...ใช่จริง ๆ ดูแปลก ๆ อยู่นะ"
"ก็นั่นนะสิ แบ่งกลุ่มกันแล้วยังเดินมาในสายบิณฑบาตรเดียวกันอย่างนี้จะเลือใส่บาตรกลุ่มไหนดีล่ะท่านพี่ ของที่เตรียมไว้ก็น้อย"
"ก็อยากใส่บาตรกับภิกษุรู)ไหนก็ใ่ ๆ ไปเหอะ ของหมดก็หยุดใส่ ไม่เห็นจะยากตรงไหน"
ผู้เป็ภรรยาส่งค้อนให้วงใหญ่
"พูดง่ายเสียจริง ท่านพี่ นี่เพิ่งออกมารอใส่บาตรวันแรกนะเนี่ย"
"เอาเหอะน่า...เชื่อข้าเถอะ เท่านี้ก็ได้บุญแล้ว"
เป็จังหวะเดียวกันกับกลุ่มภิกษุของพระวินัยธรเดินเข้ามาอีกทางและกลุ่มพระสุตตันติกะก็เข้ามาอีกทาง เป็พระที่เคยทะเลาะกันในโรงภัตรคราวนั้นเสียด้วยที่นำหน้าแถวเหล่าภิกษุเดินเข้ามาหาอุบาสกอุบาสิกา เมื่อมองเห็นกันถนัดแล้วต่างก็ชงักงันยืนนิ่งจ้องกันนิ่ง แววตาแข็งกร้าวทั้งสองฝ่าย ทำให้ชาวบ้านที่รอใส่บาตรเกิดอาารไม่มั่นใจ มีสีหน้างุนงงหันมองทางนั้นทีทางนี้ที ไม่ทราบจัใส่บาตรฝ่ายไหนดี ทำให้ภิกษุฝ่ายสุตตันติกะเดินผ่านภิกษุฝ่ายวินัยธรมาหยุดยินตรงหน้าอุบาษกอุบาสิกาเพื่อรอให้ใส่บาตร ครั้นฝ่านพระวินัยธรเห็นเช่นนั้นก็เดินเข้าหาญาติโยมที่ยืนอยู่อีกสามสี่คนที่เกาะกลุ่มอยู่เบียดฝ่ายพระภิกษุสุตตันติกะเข้าไปหา ทำให้ฝ่ายฆาราวาสห้าหากคนที่อยู่ ณ ที่นั้นมีอาการมึนงงกับกริยาของพระภิกษุทั้งสองฝ่ายว่าทำไมไม่เข้าแถวเรียงลำดับเข้ามาหาก่อน เหตุใดจึงต่างฝ่ายต่างแทรกเข้ามาเพื่อรับบาตรเช่นนี้เหมือนเกรงว่าจะไม่ได้ของใส่บาตรฉันนั้น
"พระคุณเ้า เ้าคะใครมาถึงก่อนเข้ามาก่อนเ้าคะแล้วเรียงลำดับเข้ามา"
ชาวบ้านหญิงคนหนึ่งบอกเสียงลอย ๆ ขึ้นเมื่อเห็นทั้งสองฝ่ายหันหน้าเผชิญเข้าหากัน แต่หาได้เป็เช่นชาวบ้านบอกไม่ หัวหน้าภิกษุทั้งสองฝ่ายต่างไม่ยอมหลีกให้กัน ฝ่ายพระสุตตันติกะเอ่ยขึ้นก่อน
"ท่านนั่นหละ หลีกไปเราไม่อยากเจอหน้าผู้พูดสับปรับ!"
"ท่านคิดหรือว่าเราอยากจะเจอหน้าท่านนัก! พวกไม่มีวินัย"
ชายชายบ้านผู้หนึ่งเห็นท่าไม่ดีแล้วรีบยกมือทั้งสองขึ้นห้ามทำท่าเลิ่กลักษณ์กลอกตามองทางนั้นทีทางนี้ทีแล้วหันมามองเพื่อน ๆ คล้ายตั้งคำถามว่าจะเอาอย่างไรดีท่าจะไม่เป็ท่าแล้วหากปล่อยไว้ ทำให้เพื่อนชายอีกคนเข้าใจรีบออกมาช่วยทันที
"ดะ... ดะ..เดี๋ยวก่อน เถอะท่านสมณะ! นี่มันอะไรกัน ขอรับ."
"นั่นิสคะท่านสมณะ ไม่ต้องแย่งกันหรอกเ้าค่ะ พวกข้าพเ้าจะใส่บาตรให้จนครบทุกรูปเองเ้าค่ะ"
"อุบาสก อุบาสิกา"ลูกศิษย์ข้างฝ่ายพระวินัยธรเอ่ยขึ้น
"พวกท่านยังม่รู้อะไร...ฝ่ายท่านสุตตันติกะนั้นต้องอาบัติยังไม่ยอมรับแสดงอาบัติ พวกท่านใส่บาตรไปก็ไม่ได้กุศลหรอก." เท่านั้นเองสีหน้าฝ่ายพระสุตตันตะกะก็เปลี่ยนไปทันทีะโลั่นว่า
"โกหก! เ้าพวกทุศีล!"
ฝ่ายพระสุตตันติกะทะลึ่งพรวดเข้าหาฝ่ายพระวินัยธรทันทีโดยอีกฝ่ายก็ทำท่าต้้งรับอยู่แล้วตั้งแตคราวแรก บางรูปจึ
สามารถหลบออกซ้ายได้บางรูปใช้บาตรเป็อาวุธ ส่วนบางรูปก็ก้มลงหยิบก้อนหินเป็อาวุธ ก้อนกรวดแถวนั้นนำมาปาเข้าหาอีกฝ่ายอย่างลืมตัวท่ามกลางสายตาอันตกตลึงของชาวบ้าน และเสียงเอะอะทั้งเสียงร้องห้าม เสียงร้องเรียกท้าทายของเหล่าภิกษุด้วยกัน เสียงเรียกของเหล่าชาวบ้านให้ออกมาดูพระทะเลาะตีกัน และเสียงร้องห้ามแยกย้ายกัน เสียงของหมาที่เห่ากรรโชกเพราะความใในเหตุกาณ์นั้น วัวที่พยายามจะถอยออกจากหลักที่ถูกมัดเพราะอาการใมันจึงพยายามจะยื้อเชืกถอยออกห่างแต่ถอยไม่ได้เพราะเชือกที่มัดเอาไว้สั้นเกินไปทำให้ลูกกระพรวนที่แขวนไว้ทีคอของมันสั่นดังเสริมเป็ดนตรีประกอบการทะเลาะตีกันของเหล่าภิกษุครั้งนี้ดั่งกับมวยที่กำลังขึ้นเวทีได้ดียิ่ง ประกอบกับข้าวของที่หน้าบ้านของชาวบ้านกระจัดกระจายด้วยการหยิบฉวยของภิกษุคว้ามาเป็อาวุธเข้าห้ำหั่นกัน เด็ก ๆ ที่อยู่ใกล้และะในเหตุการณ์ร้องได้จ้า จากวงเล็ก ๆ กลายเป็วงใหญ่ ๆวิ่งวุ่นขยายวงกว้างออกไปรู็กันไปทั่วหมู่บ้านในเวลาชั่วพริบตาเดียวก็ไม่ผิดนักกว่าเหตุการณ์จะสงบลงทุกอย่างก็วินาศสันตะโรลงเกือบหมดลงแล้ว...