เมื่อณัฐธัญถือปืนไว้ด้วยมือข้างหนึ่งแถบเส้นสีเงินที่เชื่อมต่อระหว่างถุงมือ สนับศอก และไหล่ก็เรืองแสงสีขาวราวกับรับภาระแทนร่างกาย เขาไม่รู้สึกเหมือนกำลังยกปืนกลหนักแต่เหมือนเป็ขวดน้ำเปล่าเล็ก ๆ ขวดหนึ่ง
มือข้างหนึ่งถือปืนมือข้างหนึ่งถือสายะุ ะโหาลีโอนีว่า “ลีโอนี เธอใช้นี่เป็หรือเปล่า”
เนื่องเพราะเขาใช้ไม่เป็และรูปร่างหน้าตามันก็ผิดไปจากปืนปกติ มันไม่มีไกปืนให้เหนี่ยวจึงไม่รู้ว่ายิงอย่างไร
ลีโอนีหันหน้ามาพอเห็นสิ่งที่ณัฐธัญถืออยู่ ดวงตาก็ทอประกาย รีบวิ่งมาหาเขาพลางกล่าวว่า“มีของดีก็ไม่บอก”
เธอแย่ง M3M จากมือของณัฐธัญมา ใช้มือหนึ่งจับประคองตัวปืนมือหนึ่งเปิดฝาครอบ้าของปืน พาดสายะุลงไปในรางป้อนให้ะุนัดแรกเข้าสู่ตำแหน่ง จากนั้นปิดฝาครอบลง ดึงคันรั้งลูกเลื่อนจนสุดแล้วปล่อย ลูกเลื่อนดีดกลับดังแกร็ก
จากนั้นเธอจับเพียงด้ามจับของปืนด้วยสองมือเท่านั้นแล้วยกปืนทั้งกระบอกพร้อมกับขาตั้งขึ้นมา แถบเส้นสีเงินที่อยู่ตามชุดเรืองแสงสีขาวบ่งบอกว่านาโนไฮดรอลิกกำลังทำงานอย่างเต็มที่
ตัวปืนนั้นหนัก38 กิโลกรัม อย่าว่าแต่บุคคลธรรมดาทั่วไป ต่อให้เป็ทหารที่ฝึกมาดีก็ไม่มีทางยกได้แบบนี้ และต่อให้ยกได้ ปัญหาที่ตามมาก็คือการยิง
ลีโอนีเล็งเป้าไปที่สิ่งมีชีวิตประหลาดที่กำลังบินแม้ว่าจะเป็ตอนกลางคืน แต่ทัศนวิสัยของเธอชัดเจนอย่างกับตอนกลางวัน แล้วนิ้วโป้งทั้งสองก็กดคันโยก
ปัง ปัง ปัง…
เธอยิงไม่กี่นัดเพื่อทดสอบแรงดีดเพราะนี่ก็เป็ครั้งแรกที่เธอยิงวิธีนี้ เนื่องจากปกติแล้ว M3M ต้องใช้ขาตั้งวางกับพื้นหรือพาหนะ
แน่นอนว่ามันผลักเธอเกือบหงายหลัง ทำให้เธอต้องตั้งเท้าและเกร็งแขนดีๆ ก่อนจะยิงไปอีกชุด
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง…
ลีโอนีแสยะยิ้ม ก่อนจะกดคันโยกค้าง แถบเส้นสีเงินตามแขนและหลังเรืองแสงสีขาวส่องสว่างแทบจะเท่าหลอดไฟ นาโนไฮดรอลิกบนชุดหนุนเสริมทั้งน้ำหนักและแรงดีดของปืนอย่างเต็มที่
เสียงดังะเืฟ้าสะท้านดินะุพุ่งทะลุทะลวงราวกับไม่มีสิ่งใดหยุดยั้ง เมื่อะุโดนลำตัวของมันพลังงานจลน์ก็ถ่ายเทเข้าสู่เนื้อเยื่อ เกิดแผลฉีกขาดรุนแรง เมื่อะุเจาะทะลุปีกก็ะเิเป็รูใหญ่
ด้วยปีกที่แหว่ง จึงไม่สามารถประคองตัวบนอากาศได้อีกต่อไปมันกรีดร้องออกมา ก่อนที่ร่างจะดิ่งพสุธาร่วงลง
เมื่อเป้าหมายตกลงพื้นที่เหลือก็ไม่ใช่เื่ยากแล้ว ลีโอนีวิ่งเข้าไปหาสายะุที่พ่วงติดกับปืนถูกลากไปตามพื้น
พอไปถึง เห็นมันพยายามลุกขึ้น หากสังเกตดู ตามลำตัวของมันมีแผลเหวอะหวะจากรอยะุ มีของเหลวสีดำไหลออกมาดูน่าสยดสยองอย่างยิ่ง
ทว่าน่าแปลกที่ถึงแม้จะโดนขนาดนี้ก็ยังไม่ตายมันยังคงยืนสองขา แขนยาวเหยียดยันพื้น
“ตายยากนักนะ แต่จากนี้คงยากที่จะไม่ตาย”ลีโอนียิงอีกครั้ง คราวนี้เธอเล็งไปที่ลำตัวจุดเดียว
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง...
สิ่งมีชีวิตประหลาดส่งเสียงกรีดร้องทว่ากลับถูกเสียงปืนกลบจนไม่ได้ยิน ภายในไม่ถึงสามวินาทีลำตัวส่วนบนและส่วนล่างก็ขาดออกจากกัน ส่วนล่างล้มคว่ำลงกับพื้นส่วนบนร่วงหงายลงมา ทว่ามันก็ยังไม่ตาย
ลีโอนีทิ้งปืน M3M ไปหยิบปืนสั้นของณัฐธัญที่เหน็บไว้กับเข็มขัดขึ้นมา เธอเดินมาที่ส่วนศีรษะของมันปากของมันยังคงร้องครวญครางเสียงต่ำ
“ขนาดนี้แล้วก็ไม่ตายถ้าไม่เล็งที่หัวก็เอาไม่อยู่จริง ๆ สินะ”ลีโอนีกล่าวพร้อมกับจ่อเล็งปืนสั้นไปที่ศีรษะของมัน ก่อนจะเหนี่ยวไก
ปัง ปัง ปัง ปัง...
เสียงปืนดังขึ้นระรัวคาดว่าน่าจะเกือบสิบนัด พอเห็นว่ามันนิ่งเงียบ ถึงค่อยหยุดยิง
ณัฐธัญมองดู ปลอกะุ .50 บราวนิ่งที่กระจายเกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้นตัวปืนราคาไม่แพงก็จริง แต่ะุราคานัดละตั้งหนึ่งแต้มถ้าใช้กับปืนประเภทอื่นคงไม่เท่าไร แต่กับปืนที่ยิง 1,200นัดต่อนาทีแบบนี้ ยิงไม่กี่นาทีก็ผลาญแต้มไปหลายพันแล้ว
สงสัยเขาต้องย่อยพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าบ้างเพื่อนำทองแดงมาลดราคาของะุ ไม่อย่างนั้นต่อให้มีแต้มเป็หมื่นก็หมดเป็หมื่น
“สภาพเละเลย หวังว่าพวกคุณจะไม่ทำให้นิวโรคริสต์เสียหายนะ”จู่ ๆ เสียงของเทเรซ่าดังมาจากข้างหลัง ทำให้ณัฐธัญสะดุ้งใ หันขวับไปดูไม่รู้ว่ามาั้แ่เมื่อไร แถมยังมาพร้อมกับมีดชำแหละด้วย
ดวงตาของเทเรซ่าสะท้อนแวววาว แม้จะยังแสดงสีหน้าเบื่อโลกเหมือนเดิมแต่กิริยาท่าทางยังแสดงออกถึงความตื่นเต้นอย่างชัดเจน เธอเดินดุ่มไปที่ศีรษะของสิ่งมีชีวิตประหลาดลงมือชำแหละอย่างช่ำชอง
“ฮู้ว สะใจเป็บ้าเลย”ลีโอนีระบายลมออกจากปาก กล่าวด้วยสีหน้าสดชื่น
เธอเดินมาหาณัฐธัญพร้อมกับหยิบปืน M3M ขึ้นมา กล่าวว่า “ถ้ามีเ้านี่เราก็แทบจะไร้เทียมทานเลย กลับไปเขตปลอดภัยโซนแปดล้างแค้นไหม..? ต่อให้เป็ผู้นำเขตปลอดภัยหรือพวกโรล์ฟก็ไม่หวั่น”
พอเธอนึกถึงโรล์ฟ เพลิงโทสะก็คุกรุ่นในใจเธอยังแค้นมันไม่หาย ตอนที่ถูกพวกมันจับเป็ทาสใหม่ ๆ มันสั่งพวกเธอแก้ผ้าแล้วเปลี่ยนชุดเป็เศษผ้าแถมยังจ้องพวกเธอด้วยสายตาโลมเลีย ถ้าไม่ยิงมันทิ้งคงไม่สาแก่ใจ
“ไปแล้วได้อะไรล่ะ”ณัฐธัญถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ก็ล้างแค้นไง จัดการพวกมันให้หมดปลดปล่อยผู้คนจากการกดขี่ข่มเหง” ลีโอนีกล่าวพลางหยิบปืนสั้นคืนให้ณัฐธัญ
“ปลดปล่อยผู้คน..?ปลดปล่อยไปสู่สุคติน่ะสิ ไม่ว่าพวกมันจะเลวบัดซบยังไง กดขี่ข่มเหงขนาดไหนก็ยังเป็กองกำลังที่คุ้มกันเมืองได้ ลองไอ้ตัวนี้บุกเมืองดูสิ เธอคิดว่าแค่กลุ่มอินทรีสายฟ้าจะไหวเหรอ..?”ณัฐธัญกล่าวพลางชี้ไปที่ซากศพที่ขาดครึ่ง
ลีโอนีเบะปาก กล่าวอย่างไม่พอใจว่า “นายก็มีพลังพิเศษ นายก็เสกอาวุธชุดเกราะหรือสิ่งจำเป็ต่างๆ ให้กลุ่มอินทรีสายฟ้าหรือคนที่อาสาต่อสู้สิ แล้วก็สร้างระบบที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้คนระยะยาวโดยไม่ต้องพึ่งนายตลอดอย่างน้อยก็สร้างเครื่องผลิตน้ำอะไรนั่นให้ใช้ก็ได้”
“ใช้พลังของฉัน..?ฉันคงต้องมีอะไรกับเธอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงทุกวัน ถึงจะมีแต้มพอสร้างอะไรพวกนั้นให้เพียงพอต่อการ้า”
ลีโอนีหน้าแดงวูบ แค่หกชั่วโมงเธอก็สลบเหมือดแล้วแถมนั่นยังเป็เพราะอารมณ์ค้างที่สะสมมานาน ถึงได้ะเิออกมาในคราวเดียว ถ้าเธอต้องทำตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงทุกวันคงเหนื่อยขาดใจตายก่อนที่โลกจะฟื้นฟู
“การบริหารเมืองหรือดูแลคนไม่ใช่เื่ง่ายยิ่งในวันสิ้นโลกแบบนี้ กำลังคนยิ่งสำคัญ เธอก็เห็นแล้วว่าศัตรูมันแข็งแกร่งขึ้น เมื่อวานเราเจอตัวแค่สามเมตรนี่ล่อเสียใหญ่กว่าเท่าตัว แถมยังถึกทนกว่าอีก” ณัฐธัญอธิบาย
อีกอย่าง พลังต่อสู้ของเขายังไม่เพียงพอไหนจะต้องขยายรถอีก จะให้แบ่งแต้มไปฟื้นฟูทั้งเมืองคงไม่ไหว
‘เฮ้อ ขนาดแค่ใช้อาวุธยังต้องพึ่งลีโอนีเลย’ณัฐธัญลอบถอนใจ
“ทำไมเ้าของไม่กดอ่านวิธีใช้ที่อธิบายในรายการล่ะ”เสียงเฉื่อยชาดังขึ้นในหัว
“ตอนฉุกเฉินมันมีเวลาอ่านที่ไหนเล่าเป็ปัญญาประดิษฐ์เสียเปล่า หัดใช้หัวคิดเสียบ้าง”
“แล้วทำไมเ้าของไม่เลือกให้ความรู้ฝังเข้าสมองโดยตรงจะได้ไม่ต้องอ่าน”
ณัฐธัญชะงักงัน ก่อนจะร้องออกมา “มันทำอย่างนั้นได้ด้วยเรอะ..?! แล้วทำไมไม่บอกั้แ่แรก..?!”
“เ้าของไม่ได้ถาม อีกอย่างฉันคิดว่าเ้าของมีหัวคิด เลยไม่ได้แนะนำ” เสียงเฉื่อยชาตอบกลับถึงน้ำเสียงจะไม่มีโทนสูงต่ำ แต่ก็รับรู้ได้ว่ากำลังเหน็บแนม
ไอ้นี่มันยอกย้อน น่าเบิ๊ดกะโหลกจริง ๆ
“งั้นถ่ายข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธทั้งหมดที่ฉันเคยซื้อเข้าสู่สมองโดยตรงให้หน่อยและจากนี้ไปไม่ว่าฉันจะซื้ออะไร ขอให้ถ่ายความรู้เข้าสู่สมองโดยตรง” ณัฐธัญออกคำสั่ง
“รับทราบ”
พอสิ้นเสียง ณัฐธัญรู้สึกเจ็บแปลบที่ศีรษะแต่เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น แล้วข้อมูลของอาวุธทั้งส่วนประกอบ โครงสร้างหรือวิธีใช้ก็ไหลเข้าสู่สมองของเขา
ใช้เวลาไม่นานกระบวนการก็เสร็จสิ้น เมื่อก้มมองดูปืนพกสั้นในมือตอนนี้เขาสามารถถอดและประกอบกลับเข้าไปใหม่เหมือนที่เคยเห็นลีโอนีทำ
“นายยิ้มอะไร”
ลีโอนีเดินมาพร้อมกับเทเรซ่าเมื่อครู่เธอคุ้มกันเทเรซ่าที่กำลังชำแหละเอานิวโรคริสต์จากสิ่งมีชีวิตประหลาดพอเธอเดินกลับมาหาณัฐธัญ ก็เห็นเขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว
“เปล่า ว่าแต่พวกเธอเสร็จแล้วเหรอ”ณัฐธัญถาม สีหน้ากลับมาเป็ปกติ
“อืม ดูนี่สิ”เทเรซ่าโชว์นิวโรคริสต์ที่เพิ่งชำแหละออกมาด้วยความภาคภูมิใจ เป็ผลึกสีน้ำเงินแวววาวที่มีขนาดเท่าผลส้ม
“เมื่อไรคุณจะสร้างห้องแล็บวิจัยให้ฉันสักทีคุณรู้ไหมว่าการที่ได้แต่มอง แต่ทำอะไรไม่ได้มันน่าหงุดหงิดขนาดไหน ลองนึกสภาพว่าคุณเห็นผู้หญิงเปลือยกายอยู่ตรงหน้าแต่ดูได้อย่างเดียวสิ จะรู้สึกยังไง” เทเรซ่าบ่น น้ำเสียงออกน้อยใจเล็กน้อย
ณัฐธัญไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเปรียบเทียบเป็ผู้หญิงเปลือยกายด้วยอย่างอื่นมีให้เทียบตั้งเยอะตั้งแยะ
“ถ้ามันสร้างได้ง่ายขนาดนั้นฉันสร้างให้ตั้งนานแล้ว แต่อีกไม่นานหรอก ถ้าเธอรีบนักก็ต้องจ่ายล่วงหน้า”ณัฐธัญมองเธอพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ไม่ได้ ฉันบอกแล้วว่าต้องมีสภาพแวดล้อมให้วิจัยได้และน้ำยี่สิบลิตรต่อวันนี่คือเงื่อนไขที่เราตกลงกัน ถ้าคุณอยากได้ตัวฉันมากนัก ก็รีบหาทางสร้างห้องแล็บไวๆ ซะ” เทเรซ่าไม่ยอมอ่อนข้อ
ณัฐธัญเบะปาก คิดในใจ ฉันสร้างห้องแล็บให้เธอได้เมื่อไรจะให้เธอร้องขอชีวิตเลยคอยดู
แล้วทั้งสามคนก็เดินกลับขึ้นรถบ้าน รับประทานอาหารต่อ
......
ที่ซากของสิ่งมีชีวิตประหลาดมีเงาร่างหนึ่งยืนดูศพของมัน
เงาร่างนี้ไม่ใช่ใครอื่นเป็หญิงสาวปริศนาที่เจอกับณัฐธัญเมื่อตอนกลางวันนั่นเอง แววตาของเธอสะท้อนความไม่เชื่อคนพวกนี้เป็ใครกันแน่
ตอนแรกเธอไม่ทันนึกถึงพวกณัฐธัญแต่พอเข้ามาหลบในห้องสต๊อกสินค้า ก็รู้สึกเป็ห่วงเขาความห่วงใยนี้ไม่ใช่ความรักใคร่ แต่เป็ความกังวลว่าหากเขาตาย ความลับเกี่ยวกับพลังของเขาจะถูกฝังไปพร้อมกับเขา
วินาทีแรกที่เธอได้ยินเสียงปืนก็คิดในใจแล้วว่าไม่เกินสิบวินาที พวกเขาคงตายกันหมดเพราะเคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
ประมาณหนึ่งเดือนก่อน ตอนนั้นก็มีกลุ่มกองกำลังขึ้นมาจากทางใต้กลุ่มนั้นมีสมาชิกประมาณยี่สิบคน อาวุธปืนกลครบมือ เธอเฝ้าสังเกตการณ์กลุ่มนั้นตลอดเพื่อไม่ให้ยุ่งวุ่นวายกับเสบียงที่เธอซ่อนไว้
กองกำลังกลุ่มนั้นตระเวนหาทรัพยากรงัดแงะชิ้นส่วนรถที่สามารถนำไปใช้ได้ จนกระทั่ง่พลบค่ำ เธอััได้ถึงกระแสอากาศสั่นะเืที่มากระทบกับตัวตอนนั้นเธอคิดว่าเป็แค่ลมประหลาด จึงไม่ได้สนใจ
แต่เสี้ยววินาทีหลังจากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงประหลาดดังตามมา เหมือนสิ่งมีชีวิตกำลังร้องหาคู่ มันดังเป็จังหวะเท่าๆ กัน
ไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้คนตามด้วยเสียงปืนดังระงม เธอรีบไปดูด้วยความสงสัย เวลานั้นเป็ตอนกลางคืน ดวงอาทิตย์พ้นขอบฟ้าไปแล้วเธอต้องอาศัยแสงจากไฟหน้ารถ ไฟฉาย และไฟจากปากกระบอกปืน ถึงจะเห็นสถานการณ์
ภาพที่เห็นทั้งน่าสยดสยองและขนลุก มันเป็สิ่งมีชีวิตประหลาดสูงเกือบหกเมตรปีกใหญ่โตมโหฬาร มันบินโฉบฟาดกรงเล็บทีเดียว ทั้งคนและรถขาดครึ่งอย่างง่ายดาย กลุ่มกองกำลังนั้นรุมยิงด้วยปืนกลเธอไม่ทราบว่าเป็ปืนอะไร แต่มันก็ยังใช้ปีกป้องกันได้อย่างไม่สะท้าน
เสียงโวยวายและเสียงกรีดร้องดังปะปนกันวุ่นวายไม่ว่าคนจะซ่อนตัวหรือหลบอยู่ที่ไหน มันก็หาเจอทุกครั้ง จนเธอจับสังเกตว่าเวลาที่มันจะหาคนมันจะส่งเสียงร้องแปลก ๆ ออกมา และ่เวลาที่เสียงนั้นดัง เธอจะััได้ถึงแรงสั่นะเืแปลกๆ ในอากาศ
เธอจึงมั่นใจว่านั่นอาจเป็คลื่นโซนาร์หรืออะไรสักอย่างรีบใช้พลังของตัวเองหมุนเวียนอากาศรอบ ๆ เบี่ยงเบนคลื่นสั่นะเืนั้นให้แหวกผ่านตัวเธอไปก่อนจะรีบหนีจากบ้านร้างที่เธอเคยอยู่
ในชั่วพริบตา กลุ่มกองกำลังที่มีประมาณยี่สิบคนพร้อมอาวุธครบมือล้วนพินาศหมดสิ้น ไม่เหลือรอดแม้แต่ชีวิตเดียว
และเป็ไปตามที่เธอคาด สิ่งมีชีวิตประหลาดนั้นมาที่บ้านหลังที่เธอเคยอยู่มันร้องเสียงแปลก ๆ อยู่หลายครั้ง ปีนไต่ไปมารอบตัวบ้านร้างหลังนั้นอยู่หลายรอบ แต่เมื่อไม่พบอะไรมันก็บินหายไป
ดังนั้นขนาดกองกำลังยี่สิบคนยังตายยกกลุ่มแล้วพวกณัฐธัญที่มีแค่ห้าคนจะเหลืออะไร แถมดูแล้วเขายังมีแค่ปืนพกอีก
แต่เสียงปืนก็ยังดังไม่หยุดตามด้วยเสียงะเิที่ดังสนั่น เธอถึงกับสงสัย จนต้องออกจากห้องสต๊อกสินค้าเพื่อแอบดูทว่าก็มองอะไรไม่เห็น
ไม่มีแสงจากไฟฉาย ไม่พึ่งไฟจากหน้ารถ และไฟจากปากกระบอกปืนก็ไม่ช่วยอะไรแล้วพวกเขาต่อสู้กันอย่างไร..?
เธอพยายามฟังเสียง ก็ไม่ได้ยินเสียงร้องของคนสักทีจนกระทั่งได้ยินเสียงปืนที่แปลกไปจากเดิม เสียงปืนนั้นดังหนักแน่นแค่ไม่กี่นัดก่อนค่อยดังรัวมากจนนึกว่าเป็เสียงเดียวที่ลากยาว
และเธอได้ยินคล้ายเสียงกรีดร้องของสัตว์ประหลาดแม้ว่าเสียงของมันถูกเสียงปืนกลบแทบหมด แต่ด้วยพลังของเธอ ยังทำให้พอได้ยินอยู่บ้าง
เสียงปืนที่รัวจนลากยาวนั้นดังขึ้นสองรอบก่อนจะเป็เสียงปืนปกติที่ดังหลายนัด แล้วกลับเข้าสู่สภาวะเงียบงัน
ความเงียบนั้นยาวนาน จนเธอเริ่มสงสัยว่าพวกณัฐธัญตายกันหมดแล้วหรือแต่ความสงสัยนั้นอยู่ได้ไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน
เธอถึงกับนิ่งอึ้งไป พวกนั้นชนะแล้ว..? สัตว์ประหลาดนั้นตายแล้วหรือหนีไป..?
ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดวิเคราะห์เธอก็ได้ยินเสียงปิดประตูรถ
หลังจากรออยู่พักหนึ่งก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเธอจึงตัดสินใจออกไปดู ไม่นาน สายตาที่ชินกับความมืดก็เห็นซากศพขนาดใหญ่ที่ตัวขาดครึ่งเธอถึงกับตะลึงตาค้าง สัตว์ประหลาดที่สามารถกวาดกองกำลังยี่สิบคนในเวลาไม่กี่นาทีกลับตายภายใต้กลุ่มของณัฐธัญในเวลาไม่กี่นาทีเหมือนกัน
ยืนมองดูซากศพได้สักพัก เธอก็หันไปมองรถบ้านที่มีไฟลอดออกมาจากหน้าต่างแต่พอเห็นว่าหน้าต่างถูกบดบังด้วยผ้าม่าน ไม่สามารถมองเข้าไปได้อีกแล้วเธอก็บ่นด้วยความหงุดหงิดในใจ ‘จะปิดม่านทำไมเนี่ย ไม่มีใครเขาแอบดูสักหน่อย’
......
ภายในห้องน้ำของรถบ้าน เสียงร้องของสตรีและเสียงหอบของบุรุษดังสลับกัน
ณัฐธัญกับลีโอนีกำลังอาบน้ำ แต่ไม่รู้ว่าอาบน้ำกันท่าไหนแผ่นหลังของลีโอนีอยู่ติดกับผนังกระจก ขาทั้งสองข้างของเธอพาดที่ไหล่ของณัฐธัญ บั้นท้ายของเธอมีมือของเขาประคองอยู่
ระหว่างที่ณัฐธัญกำลังกระแทกกระทั้นตามจังหวะและอารมณ์จู่ ๆ เขาก็หยุดชะงัก เพราะเขาเห็นหญิงสาวที่เจอกันเมื่อตอนกลางวันกำลังยืนอยู่ข้างหน้า..!
ไม่สิ ถ้าพูดตามความเป็จริงเธอกำลังยืนอยู่ด้านข้างฝั่งขวาของตัวรถ แต่เพราะผนังกระจกขนาด 3.87 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ผนังทั้งฝั่ง จึงมองเห็นวิวด้านขวาของรถเกือบทั้งหมด
ณัฐธัญคาดเดา เธอคงกำลังมองดูรถของเขาแต่สายตามันมาประจวบเหมาะกับเขาพอดี
“แฮ่ก.. นี่.. หยุดทำไม..?”
เสียงของลีโอนีดังขึ้น ดึงสติของณัฐธัญให้กลับมา
เขากลับมามองหน้าของลีโอนี ตอนนี้เธอกำลังหอบหายใจใบหน้าแดงซ่าน ั์ตาหยาดเยิ้ม แต่คิ้วขมวดราวกับกำลังสงสัย
“เปล่า ไม่มีอะไร” ณัฐธัญกล่าวพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าหา ประทับจุมพิตริมฝีปาก
ทั้งสองจูบกันอย่างดูดดื่ม ลิ้นตวัดพัวพันกันทว่าสายตาของเขายังคงมองไปนอกหน้าต่างด้วยความสงสัย
หญิงสาวปริศนาเดินด้อม ๆ มอง ๆอยู่ข้างรถ แล้วก็เดินหายลับไปจากทางซ้าย ไม่นานก็โผล่มาอีกทีจากทางขวาคาดว่าคงกำลังเดินวนรอบรถ
แต่แล้วสิ่งที่น่าใก็เกิดขึ้นณัฐธัญเห็นร่างของเธอลอยขึ้นไปจนพ้นหน้าต่าง คงจะอยู่หลังคารถแต่ไม่นานเธอก็ลอยลงมา เหมือนกำลังหาอะไรสักอย่าง แล้วก็ลอยกลับขึ้นไปใหม่
ถ้าเธอเป็ช่าง ณัฐธัญคงคิดว่าเธอกำลังหาร่องรอยตำหนิหรือความเสียหายของตัวรถอยู่
“นี่.. ใจลอยอะไรอยู่ แฮ่ก.. ทำไมดูไม่ตั้งใจเลยแฮ่ก..”
เสียงของลีโอนีดังท้วงขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ณัฐธัญเห็นว่าใบหน้าของเธอเริ่มแสดงอาการไม่พอใจคิดในใจ ‘ยายคนนี้ ตอนแรกบอกไม่อยาก ตอนนี้กลับบ่นว่าเขาไม่ตั้งใจ’
แล้วณัฐธัญก็คล้ายกับปิ๊งไอเดียแสยะยิ้มมุมปาก
เขาวางลีโอนีลง พลิกตัวให้เธอหันหน้าออกไปนอกผนังหน้าต่างให้มือทั้งสองยันกับผนังไว้
ลีโอนีคล้ายกับรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรโก่งสะโพกให้ความร่วมมือ
เมื่อณัฐธัญสอดแทรกเข้ามา ลีโอนีก็ร้องครางดังอา เงยหน้าเล็กน้อยราวกับดื่มด่ำเพลิดเพลิน
ทว่าวินาทีต่อมา เธอก็ใ เพราะเห็นผู้หญิงห้อยศีรษะลงมาจากขอบ้าของผนังกระจกไม่สิ ต้องบอกว่าเหมือนชะโงกลงมาดูมากกว่า
“กรี๊ดดด..!”