ความเงียบสงัดภายในห้องทำงานส่วนตัวอันโอ่อ่าของคฤหาสน์หลังงาม กลับไม่สามารถกลบเสียงอื้ออึงที่ดังก้องอยู่ในหัวใจของเกดได้เลย หญิงสาววัยกลางคนที่ยังคงความสะพรั่งงดงามนั่งเหม่อลอยอยู่บนเก้าอี้ยาวสีเข้ม ั์ตากลมโตที่เคยเปล่งประกายความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว บัดนี้กลับฉายแววสับสนและรวดร้าวอย่างลึกซึ้ง แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตา ไม่อาจมอบความอบอุ่นให้แก่ร่างกายที่รู้สึกหนาวเหน็บจากภายในได้เลย
เกดยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเองอย่างเชื่องช้า ััจากปลายนิ้วยังคงหลงเหลือร่องรอยของความทรงจำอันวาบหวามและขมขื่นที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่นานนี้ ภาพการร่วมรักอันเร่าร้อนและดุดันกับกิตติธัช ชายผู้กุมชะตากรรมทางธุรกิจของเธอ ยังคงฉายชัดอยู่ในมโนสำนึก ทุกััอันหยาบโลน ทุกเสียงครางต่ำที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันเห็นแก่ตัวของเขา มันคือข้อตกลงธุรกิจที่แลกมาด้วยเรือนร่างและศักดิ์ศรีของเธอเอง เป็ตราบาปที่กรีดลึกฝังรากลงในจิติญญาอย่างไม่อาจลบเลือน
ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเ็ปและแตกร้าวมากยิ่งกว่า คือความทรงจำอันแสนหวานและทะนุถนอมของภัทร สามีหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยความรักและความจริงใจ เมื่อวานนี้ เขามอบััที่เต็มไปด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ปลอบประโลมจิตใจที่บอบช้ำของเธอด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่นและจุมพิตที่แสนอ่อนโยน ภัทรมองเธอด้วยสายตาที่เทิดทูนและบริสุทธิ์ โดยไม่เคยล่วงรู้เลยว่า ภรรยาที่เขารักและบูชา ได้แปดเปื้อนไปด้วยมลทินแห่งความลับอันดำมืด
"ฉันทำอะไรลงไป..." เกดพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแ่เบาและสั่นพร่า หยาดน้ำตาแห่งความละอายใจเอ่อคลอเบ้าตา ความรู้สึกผิดบาปถาโถมเข้าใส่ราวกับเกลียวคลื่นที่บ้าคลั่ง เธอรู้สึกขยะแขยงตัวเองที่ต้องตีสองหน้า สวมบทบาทภรรยาผู้แสนดีของภัทร ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง เธอกลับยอมทอดกายให้ชายอื่นย่ำยีเพื่อรักษาอาณาจักรธุรกิจของครอบครัวเอาไว้
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือเครื่องบางที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักทองดังขึ้น ทำลายภวังค์ความคิดอันหม่นหมองของเกด หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับอารมณ์ให้เป็ปกติก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบอุปกรณ์พกพาขึ้นมาดูหน้าจอ
ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เกดต้องเบิกตากว้าง เืในกายเย็นเฉียบราวกับจับน้ำแข็ง
'เหมยหลิง'
ภรรยาใหม่ของกิตติธัช... สตรีผู้เพียบพร้อมและแสนดี ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ที่สิงคโปร์
มือของเกดสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้ เธอจ้องมองชื่อนั้นราวกับเป็เพชฌฆาตที่กำลังถือดาบรอปะา ความกลัวและความรู้สึกผิดบาปตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ ทำไมเหมยหลิงถึงโทรมา? หรือว่าเธอจะรู้เื่ความสัมพันธ์อันน่ารังเกียจระหว่างเกดกับกิตติธัชแล้ว?
เสียงโทรศัพท์ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง คล้ายจะเป็การเร่งเร้าและกดดัน เกดรู้ดีว่าเธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงการรับสายนี้ได้ เธอหลับตาลงชั่วครู่ รวบรวมความกล้าหาญทั้งหมดที่มี สูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง ก่อนจะกดรับสายและกรอกเสียงที่พยายามดัดให้ฟังดูปกติที่สุดลงไป
"สวัสดีค่ะ เหมยหลิง" เกดเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นไหว
"สวัสดีจ้ะเกด สบายดีไหมคะ?" น้ำเสียงหวานใสและเปี่ยมไปด้วยความปรานีของเหมยหลิงดังลอดมาตามสาย เป็น้ำเสียงที่ปราศจากความโกรธแค้นหรือความระแวงสงสัยใดๆ มีเพียงความห่วงใยอย่างแท้จริงเท่านั้น
"สะ... สบายดีค่ะ ขอบคุณมากนะคะ แล้วเหมยหลิงล่ะคะ เป็อย่างไรบ้าง การใช้ชีวิตที่สิงคโปร์ราบรื่นดีไหม?" เกดพยายามถามไถ่กลับไป มืออีกข้างที่ว่างอยู่กำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เพื่อข่มความสั่นสะท้านของร่างกาย
"ฉันสบายดีค่ะเกด ทุกอย่างที่นี่ราบรื่นดี" เหมยหลิงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่สดใส "ที่ฉันโทรมาวันนี้ ก็เพราะอยากจะแสดงความยินดีกับเกดนะคะ ฉันได้ข่าวจากคุณกิตติธัชว่า ธุรกิจของเกดกำลังฟื้นตัวและมีแนวโน้มที่ดีขึ้นมาก ฉันดีใจด้วยจริงๆ ค่ะ"
คำพูดของเหมยหลิงเปรียบเสมือนเข็มพันเล่มที่พุ่งเข้าทิ่มแทงหัวใจของเกดอย่างจัง ความรู้สึกผิดบาปที่อัดอั้นอยู่ภายในทะลักล้นออกมาจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เหมยหลิงช่างบริสุทธิ์และแสนดีเหลือเกิน เธอไม่ระแคะระคายเลยแม้แต่น้อยว่า ความช่วยเหลือทางการเงินที่สามีของเธอมอบให้เกดนั้น ต้องแลกมาด้วยอะไร
"ขะ... ขอบคุณมากค่ะเหมยหลิง" เกดตอบรับด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย เธอต้องพยายามอย่างหนักที่จะไม่ปล่อยให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกไป "ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือ... จากคุณกิตติธัช เกดก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะประคับประคองธุรกิจมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร"
"อย่าพูดอย่างนั้นสิคะเกด คุณกิตติธัชเขาชื่นชมในความสามารถและความเข้มแข็งของเกดมากนะคะ เขาบอกฉันเสมอว่า เกดเป็นักธุรกิจหญิงที่เก่งกาจและน่ายกย่อง เขาดีใจมากที่ได้มีส่วนช่วยเหลือให้เกดก้าวพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ฉันเองก็พลอยดีใจไปกับเขาด้วยค่ะ ที่เขาได้ช่วยเหลือเพื่อนเก่าอย่างเกด"
คำว่า 'เพื่อนเก่า' ที่เหมยหลิงเอ่ยออกมา ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจของเกดให้ลึกลงไปอีก เพื่อนเก่า... ที่กำลังทรยศหักหลังความไว้เนื้อเชื่อใจของภรรยาผู้แสนดี เกดรู้สึกเหมือนตัวเองเป็หญิงแพศยาที่ไร้ยางอาย เป็คนที่ทำลายความสว่างไสวในจิตใจของเหมยหลิงด้วยความมืดมิดและกิเลสตัณหา
"เขา... คุณกิตติธัช เป็คนดีจริงๆ ค่ะ" เกดฝืนพูดคำโกหกคำโตออกไป หัวใจของเธอปวดร้าวราวกับถูกบีบรัดอย่างแรง "เกด... เป็หนี้บุญคุณพวกคุณทั้งสองคนมากจริงๆ ค่ะ"
"เราคนกันเองทั้งนั้น อย่าคิดมากเลยนะคะเกด" เหมยหลิงเอ่ยปลอบโยนด้วยความจริงใจ "เอาเป็ว่า ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ ฉันจะบินไปเยี่ยมเกดที่เมืองไทยนะคะ หรือถ้าเกดมาที่สิงคโปร์ ก็อย่าลืมแวะมาหาฉันบ้างนะคะ ฉันอยากเจอเกดมากๆ เลย"
"ดะ... ได้ค่ะ เหมยหลิง แล้วเจอกันนะคะ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความห่วงใยค่ะ"
"จ้ะ ดูแลตัวเองด้วยนะคะเกด สวัสดีค่ะ"
ทันทีที่สายถูกตัดไป โทรศัพท์มือถือในมือของเกดก็ร่วงหล่นลงบนเก้าอี้ยาวราวกับเป็ของร้อน ร่างกายของหญิงสาวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เธอไม่อาจกลั้นน้ำตาแห่งความละอายใจและความรู้สึกผิดบาปได้อีกต่อไป หยาดน้ำตาสีใสหลั่งรินลงมาอาบสองแก้มที่ซีดเซียว เกดยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างเงียบงัน ความเ็ปรวดร้าวที่กัดกินหัวใจมันรุนแรงเกินกว่าที่เธอจะรับไหว
ทำไม... ทำไมเื่ทุกอย่างถึงต้องกลายเป็แบบนี้? เธอแค่้าปกป้องธุรกิจของครอบครัว ปกป้องชีวิตและอนาคตของภัทร แต่สิ่งที่เธอต้องแลกมา มันช่างเป็ราคาที่แสนแพงและเ็ปเหลือเกิน เธอสูญเสียเกียรติยศ สูญเสียศักดิ์ศรี และสูญเสียความบริสุทธิ์ใจที่มีต่อผู้คนรอบข้างไปจนหมดสิ้น
ในขณะที่เกดกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ระทม บานประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงโปร่งของภัทร ชายหนุ่มผู้เป็สามีอันเป็ที่รัก ก้าวเข้ามาภายในห้อง ั์ตาคมเข้มของเขาสังเกตเห็นร่างที่สั่นเทาของภรรยาสาวในทันที
"คุณเกด..." ภัทรเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความใและห่วงใย เขารีบก้าวยาวๆ เข้ามาหาเธอ ทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างบนเก้าอี้ยาว แล้วดึงร่างที่สั่นสะท้านของเกดเข้ามากอดไว้แน่น
"เกิดอะไรขึ้นครับ? ร้องไห้ทำไม? ใครทำอะไรคุณ?" ภัทรถามรัวเร็วด้วยความร้อนใจ มือหนาลูบแผ่นหลังบอบบางของเธออย่างปลอบโยน ััที่แสนอบอุ่นและคุ้นเคยของเขา ยิ่งทำให้เกดรู้สึกผิดบาปมากยิ่งขึ้น
เกดซบหน้าลงกับแผงอกกว้างของภัทร ปล่อยให้น้ำตาไหลซึมเสื้อทำงานเนื้อดีของเขา เธอไม่อาจเอื้อนเอ่ยความจริงอันน่ารังเกียจให้เขาได้รับรู้ได้ เธอไม่อยากให้ดวงตาที่เคยมองเธอด้วยความเทิดทูน ต้องแปรเปลี่ยนเป็ความขยะแขยงและผิดหวัง
"เปล่าค่ะ... ไม่มีใครทำอะไรเกดหรอก..." เกดโกหกด้วยน้ำเสียงอู้อี้ "เกด... เกดแค่รู้สึกเครียดเื่งานนิดหน่อย แล้วก็... คิดถึงคุณพ่อคุณแม่น่ะค่ะ"
เธอหยิบยกเื่ครอบครัวขึ้นมาเป็ข้ออ้าง เพื่อปกปิดความจริงอันดำมืด ภัทรรับฟังด้วยความเข้าใจ เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น กดจุมพิตแ่เบาลงบนเรือนผมหอมกรุ่นของเธอ
"ไม่เป็ไรนะครับ ผมอยู่นี่แล้ว ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะต้องเผชิญกับปัญหาหนักหนาแค่ไหน เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะครับคุณเกดคนเก่งของผม"
คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเชื่อมั่นของภัทร ราวกับมีดแหลมคมที่กรีดแทงหัวใจของเกดให้เป็แผลลึกมากยิ่งขึ้น ความรู้สึกผิดบาปซ้อนสองถาโถมเข้าใส่จนเธอแทบหายใจไม่ออก เธอรู้สึกผิดต่อเหมยหลิงที่ลักลอบมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับกิตติธัช และเธอรู้สึกผิดต่อภัทร สามีผู้แสนดี ที่เธอต้องเก็บงำความลับเื่ข้อตกลงธุรกิจอันสกปรกนี้ไว้ หลอกลวงเขาด้วยภาพลักษณ์ของภรรยาที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง
"ขอบคุณค่ะ... ภัทร... เกดรักคุณนะคะ" เกดสะอื้นไห้ กระชับอ้อมกอดของเขาไว้แน่น ราวกับว่าเขาเป็ฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยยึดเหนี่ยวไม่ให้เธอจมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความมืดมิด
ภัทรลูบไล้แผ่นหลังของเธออย่างอ่อนโยน ปล่อยให้เธอระบายความอัดอั้นตันใจออกมาจนพอใจ เขาไม่รู้เลยว่า ภายใต้หยาดน้ำตาและความอ่อนแอของภรรยาสาวนั้น ซุกซ่อนความลับอันเลวร้ายที่อาจทำลายชีวิตคู่ของพวกเขาให้พังทลายลงได้ในพริบตา
เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก เกดก็เริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง เธอผละออกจากอ้อมกอดของภัทร เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าอย่างลวกๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติที่สุด
"เกดดีขึ้นแล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ภัทรใ" เธอฝืนยิ้มบางๆ ให้เขา
"ไม่เป็ไรครับ ผมยินดีเสมอ ขอแค่คุณเกดสบายใจขึ้นก็พอ" ภัทรยิ้มตอบ เลื่อนมือไปกุมมือบางของเธอไว้บีบเบาๆ เป็การให้กำลังใจ "วันนี้เราออกไปทานมื้อค่ำข้างนอกกันดีไหมครับ? เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง จะได้คลายเครียด"
เกดพยักหน้ารับ "ก็ดีเหมือนกันค่ะ เกดอยากไปร้านอาหารแบบตะวันตกร้านโปรดของเรา"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมตัวจะออกจากห้องทำงาน เสียงแจ้งเตือนข้อความจากอุปกรณ์พกพาของเกดก็ดังขึ้นสั้นๆ เธอชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาดู
หน้าจอแสดงข้อความสั้นๆ จากหมายเลขที่เธอไม่ได้บันทึกชื่อไว้ แต่เธอจดจำหมายเลขนั้นได้ขึ้นใจ... หมายเลขของกิตติธัช
'พรุ่งนี้เย็น ผมจะแวะไปทานมื้อค่ำที่คฤหาสน์ของคุณนะครับ อยากจะฉลองความสำเร็จของข้อตกลงธุรกิจของเรา และอยากจะพบปะพูดคุยกับคุณภัทร สามีของคุณด้วย เตรียมตัวต้อนรับผมให้ดีๆ ล่ะ... แล้วเจอกันครับ'
เกดอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจของเธอร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายเย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็งอีกครั้ง
กิตติธัช... เขาจะมาที่นี่! มาที่คฤหาสน์ของเธอ! มาพบกับภัทร!
นี่มันคือการคุกคามอย่างชัดเจน กิตติธัชกำลังเล่นเกมจิตวิทยากับเธอ เขากำลังจะใช้ความลับนี้มาบีบบังคับและควบคุมเธออย่างสมบูรณ์แบบ
พายุลูกใหญ่กำลังจะพัดเข้ามากระหน่ำซ้ำเติมชีวิตของเธอแล้ว พายุที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอพยายามปกป้องไว้ เกดกำอุปกรณ์พกพาในมือแน่นจนข้อขาว ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังเข้าเกาะกุมจิตใจ เธอจะทำอย่างไรดี? เธอจะปกปิดความจริงอันน่ารังเกียจนี้จากภัทรได้อย่างไร เมื่อกิตติธัชกำลังจะก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเธอ พร้อมกับะเิเวลาที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่ง!
เกดหันไปมองภัทรที่กำลังยืนรอเธออยู่ที่ประตูด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น หัวใจของเธอปวดร้าวอย่างแสนสาหัส เธอรู้ดีว่าเวลาแห่งความสุขและเงียบสงบนี้ กำลังจะหมดลงในไม่ช้า... พรุ่งนี้... าประสาทที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น!