ระหว่างทางเดินไปห้องสอนนักศึกษา
“สวัสดีค่ะอาจารย์หลิน”
“สวัสดีครับอาจารย์”
“สวัสดีจ้ะเด็ก ๆ” แม้การตอบโต้ของฉันจะดูปกติเหมือนทุกครั้งก็จริง แต่จะมีใครรู้ไหมว่าหัวใจด้วยน้อยดวงนี้กำลังว้าวุ่นจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้มากแค่ไหน
ให้ตายเถอะ ทีแรกก็คิดว่าจะมีแค่เด็กสองคนนั้นซะอีก ใครจะไปคิดว่าจะมีอีกคนที่นั่งแอบอยู่ ก็ถ้ารู้...ฉันจะได้ไม่ต้องพูดกับตัวเองเสียงดังแบบนั้นไง
รู้งี้ทำเป็ใจกล้าเงยหน้ามองสักหน่อยก็ดี คิดแล้วก็เสียดาย ถ้าเกิดมีข่าวลือบ้าบอขึ้นมา ฉันจะได้ตามตัวต้นเหตุของคำพูดพวกนั้นได้ไง เฮ้อ ~
“อาจารย์หลินนน ฮืออ หนูลงเรียนกับอาจารย์ไม่ทันอีกแล้ว แง!” เพราะจู่ ๆ ก็ถูกนักศึกษามารั้งแขนเอาไว้ฉันเลยจำต้องหยุดเดินอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมหันไปมองต้นเหตุที่กำลังส่งเสียงร้องอยู่ด้านหลัง
“โธ่ แบบนี้เราก็อดเจอกันเลยสิ” ฉันยิ้มให้กับเด็กตรงหน้า ฉันจำเด็กคนนี้ได้ เธอมักจะชอบมาทำแบบนี้เสมอ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนครั้งที่แล้วก็ลงไม่ทันสินะ
“หนูไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ ครั้งหน้าจะต้องลงเรียนกับอาจารย์ให้ได้เลย” จากนั้นฉันก็เหมือนกับว่าจะเห็นไฟในตาเด็กคนนั้น เธอพูดจบก็วิ่งไปหาเพื่อนของเธอ ปล่อยให้ฉันได้แต่ยืนยิ้มและส่ายหน้าไปมาแทน
“…” ฉันค่อนข้างเป็กันเองกับเด็ก ๆ และการสอนของฉันก็สามารถพูดได้เลยว่าตรงใจวัยรุ่นมาก เลยทำให้หลายคนต่างแย่งกันลงเรียนในวิชาของฉัน
ยกเว้นก็แต่เด็กใหม่อย่างปีหนึ่งนะ เพราะอันนั้นเป็ตารางบังคับที่จะต้องลงเรียนอยู่แล้ว เพราะงั้นเด็กปีอื่น ๆ ที่อยากจะลงเสรีเป็วิชาที่ฉันสอนเลยจำเป็ต้องแย่งกันสุดฤทธิ์
ฮือฮา ~
“ทำไมวันนี้เด็กเยอะจัง” ฉันหยุดเดินก่อนที่จะถึงห้องสอนของตัวเอง เพราะตอนนี้ทางด้านหน้าเต็มไปด้วยหญิงสาวหลายชั้นปีกำลังมุงอยู่ที่หน้าห้องสอนของฉัน
มันเยอะเกินจนแปลกใจ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” ฉันรีบสะกิดไหล่หญิงสาวที่กำลังจะเดินไปสมทบกับคนอื่น
“อ่าว! อาจารย์สวัสดีค่ะ วันนี้หนูอิจฉาอาจารย์จังเลย” เธอยกมือไหว้ฉันก่อนที่จะมาเกาะแขนพร้อมแสดงสีหน้าเสียดาย
“อิจฉาอะไรจ๊ะ”
“ก็วันนี้อาจารย์จะได้สอนดาราหน้าใหม่ที่พึ่งจะโด่งดังไงค่ะ ทุกคนเลยมารุมอยู่หน้าห้องอาจารย์กันหมดแบบนี้ แถมไม่ใช่ดาราหน้าใหม่ธรรมดาทั่วไปด้วย แต่เขาเป็ถึงพระเอกเอ็มวีของวง ‘ทริกซี่’ เลยนะ!” พูดจบเธอก็บิดลำตัวเล็กน้อยพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มแดงเหมือนมะเขือเทศ
วง ‘ทริกซี่’ ถึงแม้ฉันจะไม่ใช่ติ่ง แต่ก็พอรู้จักอยู่บ้าง เพราะเป็วงที่โด่งดังมาก เห็นว่าเป็วงจากประเทศเกาหลีใต้ และเดบิวต์เมื่อปีที่แล้วเอง แต่เพลงของพวกเธอกลับเป็กระแสมากจนทำให้ดังมาจนถึงทุกวันนี้เลย
แต่เมื่อกี้เด็กคนนี้พูดว่าพระเอกเอ็มวีงั้นเหรอ อืม...ฉันเองก็ไม่เคยได้ดูเอ็มวีด้วยสิ แถมเพลงที่ได้ยินก็ได้ยินจากที่เด็ก ๆ เปิดกับที่ห้างและร้านทั่วไปเปิดมากกว่า
ที่จริงดาราส่วนใหญ่ที่เรียนที่นี่มาก่อน น้อยคนเลยนะที่จะมาเรียนในภาคซัมเมอร์แบบนี้ เห็นว่าเป็ดาราหน้าใหม่ที่พึ่งดังด้วยนี่นาก็ต้องงานเข้าเยอะสิ แต่ยังเลือกมาเรียนแบบปกติ สงสัยคงจะขยันเรียนสินะ แบบนี้ค่อยมีกำลังใจสอนเพิ่มขึ้นหน่อย
เอาเถอะเลิกฟุ้งซ่านได้แล้วหลิน นี่ก็ใกล้จะต้องเริ่มสอนแล้ว ฉันคงต้องรีบเข้าไปเคลียร์สถานการณ์ก่อนดีกว่า
ห้องเรียน
“…” เมื่อเข้ามาถึงห้องสอนหลังเคลียร์ทุกอย่าง และไล่เด็ก ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องให้กลับไปเรียนแล้ว ทว่าสายตาก็ดันไปเห็นในสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอ
วิชาของฉันเด็กปีอื่นพากันอดหลับอดนอนแย่งกันลงทะเบียน แต่เด็กผู้ชายปีหนึ่งคนนี้กลับมานั่งฟุบหน้าหลับั้แ่ยังไม่เริ่มสอนเลยเนี่ยนะ
ถึงจะน่าโมโห แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะสุดท้ายเกรดจะเป็ตัวกำหนดเอง ถึงเวลานั้นเมื่อไรค่อยรอดูคนมาอ้อนวอนดีกว่า
“สวัสดีจ้ะเด็ก ๆ วันนี้เราพึ่งเจอกันวันแรก อาจารย์ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ อาจารย์ชื่อหลิน วันนี้เราจะมาเรียนเกี่ยวกับภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร...”
หลายชั่วโมงผ่านไป
“วันนี้อาจารย์จะสอนถึงแค่ประมาณนี้ก่อน อย่าลืมทำการบ้านมาส่งกันด้วยนะคะ” ฉันยืนส่งยิ้มให้เด็ก ๆ ก่อนที่จะเดินกลับมานั่งโต๊ะเพื่อเตรียมสอนให้กับเด็กกลุ่มใหม่ในชั่วโมงต่อไป
“…” แต่หลังจากจัดของตรงหน้าเสร็จ และเงยขึ้นมาสายตาก็ดันไปปะทะกับร่างเดิมที่เอาแต่ฟุบหน้ามาั้แ่ต้นชั่วโมง แถมตอนนี้ก็ไม่มีท่าทีจะตื่นขึ้นมาด้วย ทั้งที่การเรียนการสอนจบลงไปแล้วก็ตาม
อย่าบอกนะว่าฉันต้องเดินเข้าไปปลุกอีก
แค่คิดก็โมโหแล้ว แต่ถ้าจะปล่อยเอาไว้มีหวังโต๊ะเรียนคงไม่พอสำหรับคาบต่อไปแน่
“คนนั้นใช่ไหมแก!” ระหว่างที่ฉันกำลังจะเดินเข้าไปหานักศึกษาชายเ้าปัญหา เสียงซุบซิบหน้าห้องก็เริ่มดังขึ้น และเมื่อมองออกไปก็พบว่ามีเด็กหลายคนต่างให้ความสนใจกับคนที่นอนฟุบอยู่เป็อย่างมาก
“อื้ม! จำไม่ผิดหรอก ก่อนหน้านี้ฉันเห็นหน้าเต็มสองตาเลย หล่อมาก เหมือนหลุดออกมาจากในเอ็มวีเลยแก!”
“…” เมื่อได้ยินเด็ก ๆ พากันพูดฉันก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าผู้ชายคนนี้คือใคร ฉันขอถอนคำพูดได้ไหมที่เผลอไปชื่นชมดาราหน้าใหม่คนนี้เมื่อตอนก่อนเริ่มสอนเนี่ย
แถมยังกล้าหลับทั้งที่ตัวเองเป็คนดังอีก ไม่รักษาภาพลักษณ์เอาซะเลย
“นักศึกษาคะ” ฉันเอ่ยเสียงเรียกคนตรงหน้าโดยไม่คิดจะแตะต้องเขาแม้แต่น้อย
“…” ทว่าอีกฝ่ายกลับเงียบเป็คำตอบแทน
“นักศึกษาหมดคาบแล้วนะคะ ออกไปเรียนวิชาต่อไปได้แล้วค่ะ” แน่นอนว่าฉันก็ยังคงพูดต่อไปอยู่เหมือนเดิม แต่แค่เน้นระดับเสียงให้ดังขึ้นแทน
หวังว่าเขาจะรีบ ๆ ตื่น เพราะกลัวอับอายด้วยเถอะ
“หนวกหู” แต่คำตอบที่ได้ยินกลับทำให้ฉันเืขึ้นหน้าทันที
“ว่าไงนะคะ” ครั้งนี้ฉันเม้มปากแน่น และพยายามระงับความโกรธเอาไว้
“…” นอกจากจะไม่ตอบคำถามกันแล้วยังมีหน้ามาหลับต่ออีก แน่นอนว่ามันทำให้ฉันโมโหมาก!
“นี่! นักศึกษา!” รอบนี้ฉันใช้มือสองข้างแตะลงบนหลังของเขาพร้อมกับเขย่าอย่างแรงแทน
“!” อีกฝ่ายที่ฟุบหน้าอยู่เด้งตัวขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าฉันด้วยสายตาที่ดูท่าจะโกรธมาก
แต่
ทำไมถึงได้... หล่อขนาดนี้! นี่คือใบหน้าของคนจริงเหรอ?
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————