ม่านเหมย ลุกขึ้นยืนแต่ยังก้มหน้าเดินเข้าไปหา อินโยว่ช้าๆ
อินโยว่ตบที่นั่งข้างๆ เขา
“นั่งลงข้างๆ ข้า”
“ค่ะท่านอา”นั่งลงเคียงข้างแต่เบือนหน้าไปเสียอีกทางมือใหญ่รวบลำตัวแนบชิด ม่านเหมย ใไม่น้อยดิ้นรนขัดขืนอินโยว่ยอมปล่อย
“หากพบฝ่าาแล้วเ้ายังทำเป็หวาดกลัวเช่นนี้ เกรงว่าฝ่าาอาจรำคาญเอาได้”
ม่านเหมยหยุดดิ้นทันที ในใจคิดว่า ท่านอาแค่สั่งสอน หาได้มีจิตพิศวาสไม่ แต่เพียงครู่เดียว ริมฝีปากอุ่นก็ประทับลงบนปากอวบอิ่มบดเบียดอ่อนโยน ม่านเหมยเผลอจ้องมองใบหน้าเนียนเหมือนอิสตรี ดวงตาหลับพริ้มไม่ได้จ้องตอบดวงตากลมโต ด้วยความตื่นตระหนกของม่านเหมยที่แปรเปลี่ยนเป็แววชื่นชม แม้จะอยู่ในวัยกลางคนทว่าใบหน้ากลับอ่อนเยาว์อย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งยังหล่อเหลาไม่ต่างจากเมื่อสิบปีที่แล้ว ไม่ได้จูบตอบปล่อยให้ท่านอาใช้ลิ้นอุ่นซอกซอนไปควานหาความหวานเพียงลำพัง เพราะมัวแต่จ้องหน้าของท่านอาผู้หล่อเหลา อินโยว่ถอนริมฝีปากออกช้าช้าขบเม้มริมฝีปากอวบอิ่ม ออกอย่างแสนเสียดาย
“ยังไม่ได้เื่เหมือนเคย”ม่านเหมยงงงันทำไมต้องสั่งสอนกันแบบนี้เหมือนจะทำไปเพื่อเป็การสอนแต่ ทุกอิริยาบถนั้นล้วนชวนวาบหวาม
“........”
“เ้าไปเสียพรุ่งนี้จึงค่อยมาพบกันใหม่”
“ท่านอาม่านเหมยลา” หันหลังแต่กลับถูกกระชากเข้าซบออกกว้างกดปิดริมฝีปากอีกครั้งอย่างดูดดื่มอ่อนหวานเหมือนเคย ม่านเหมยเซถลาซบอกกว้างร่างบางอ่อนระทวย อินโยว่ประคองกอดไว้พยุงร่างบางของม่านเหมยไว้ในออ้มแขน
“เกือบดีแล้วเ้าต้องพร้อมที่จะรับมือ ไม่ว่าเวลาไหนฝ่าาล้วนเป็ผู้ที่ช่ำชองเื่บนแท่นนอน อีกครั้งยังเก่งกาจเื่การโอ้โลม หากเ้าวอกแว่กไปกับฝ่าาไม่พ้นจะต้องตกหลุมรักฝ่าาเป็แน่”ม่านเหมยอยากจะพูดเสียจริงว่าตอนนี้ก็กำลังตกหลุมรัก คนผู้หนึ่งที่กำลังกอดม่านเหมยอยู่นี้
“ค่ะท่านอา”ก้มหน้าประสานมือก้าวขาออกไปทั้งๆ ที่ใจเต้นไม่เป็จังหวะ
ม่านเหมยเอ๊ยม่านเหมยออย่าว่อกแว่กเตือนตัวเองซ้ำๆ
ศาลาริมน้ำม่านเหมย บรรเลงเพลงกู๋เจิ่งเป็เพลงหวานแววไพเราะเพราะพริ้ง อาภรณ์สีฟ้าขาว สะอาดตาอีกทั้งยังขับผิวขาวให้เนียนละเอียดเป็ท่านอาหญิงที่นำมามอบให้แล้วยังให้สาวใช้ในจวนมาช่วยแต่งกายวันนี้ ฝ่าาจะเสด็จตามคำเชิญดื่มชาชมดอกอิงฮวา (ซากุระ) ยามบ่าย เสียงเพลงที่บรรเลงหวานไหวเศร้าสร้อย ม่านเหมยเลือกที่จะหันไปยังพื้นน้ำหากอยากเห็นหน้าม่านเหมยใครก็ตามจะต้องเดินเข้ามาในศาลา
อินถงฮ่องเต้ ในอาภรณ์ชุดคลุมัองอาจผึ่งผาย แม้จะอายุมากกว่าอินโยว่ถึงห้าปี ทว่าไม่เคยตรากตรำเขาจึงดูดหล่อเหลาไม่สร่าง
“ชาดี ชนิดนี้อินโยว่รับมาเป็เครื่องบรรณาการจากต่างแคว้นยามที่เลาะผ่านชายแดนชาวบ้านเห็นว่า แคว้นหานของเราสร้างความรุ่งเรืองให้พวกเขาจึงนำชารสเลิศมามอบให้”
“ให้ท่านเพียงผู้เดียวหรือว่าให้เพราะเห็นแก่ความดีของแคว้นหาน”อินโยว่ยิ้ม เป็ปกติที่สุด อินถงมักจะพูดเหน็บแนมประจำ
“เช่นนั้นอินโยว่จึงไม่กล้าชิมมันเพียงลำพัง อาศัยนำกลับมาแจกจ่ายกับเหล่าเชื้อพระวงศ์เหลือเก็บไว้มากหน่อยส่งเข้าห้องเครื่องของฝ่าา วันนี้เห็นว่าดอกอิงฮวากำลังบานสะพรั่งฝ่าานิยมดอกอิงฮวา อินโยว่จึงเชิญฝ่าาชมดอกอิงฮวาและดื่มชารสดี”
“อืม”เสียง กู่เจิ้งล่องลอยตามลมไพเราะเพราะพริ้งน้ำเสียงเศร้าสร้อย หวานแว่วจน อินถงขมวดคิ้ว
“ใครบรรเลงเพลงกู่เจิ้งได้ไพเราะเช่นนี้”
“อินโยว่ไม่อาจทราบได้แต่เดิมก็ไม่มีผู้ใดในจวนอ๋องบรรเลงเพลงกู่เจิ้งช่ำชองเพียงนี้”
อินถงผุดลุกขึ้นถือจอกชาอุ่นๆ ติดมือไปด้วยก้าวเดินตามเสียงบรรเลงกู๋เจิ้งคล้ายกับถูกสะกดจิต อินโยว่ตามไปห่างๆ เมื่อถึงศาลาริมน้ำ อินถงสาวเท้าเข้าไปทันทีเมื่อเห็นแผ่นหลังของม่านเหมย อยากเห็นหน้าม่านเหมยขึ้นมาในทันทีด้วยมองเพียงแผ่นหลังที่เนียนละเอียดโผล่พ้นริ้วผ้าบางเบาสีฟ้าครามขับผิวนวลผ่อง ก้าวเดินไปยืนตรงหน้า เลิกคิ้วสุง จอกชาในมือร่วงกระทบพื้นแตกละเอียดสายกู่เจิ้งขาดสะบั้น อินโยว่ยกมือไพล่หลังก่อนจะเดินจากไปยิ้มๆ
“ปลาติดเบ็ด แล้ว”รำพึงรำพันเบาๆ แต่ใจกับรู้สึกว่าหล่นไปพร้อมกับจอกชา
“เ้า”ยิ้มพึงใจสายตาที่จ้องมองมู่หลันม่านเหมยอย่างพอใจที่สุด นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยพบหญิงงามอ่อนเยาว์น่าค้นหาเพียงนี้
“ท่าน”ลุกขึ้นย่อกายลงช้าๆ อินถง มีใบหน้าละม้ายอินโยว่ไม่น้อยแต่มีบางอย่างในสายตาที่ม่านเหมยไม่สู้ชอบใจนัก นั่นคือสายตาโลมเลีย
“ไม่ต้องมากพิธี ถึงข้าจะเป็ฮ่องเต้แคว้นหานหากแต่ในยามนี้ข้าออกมานอกเขตวังหลวง เ้าไม่จำเป็ต้องมากพิธี”ม่านเหมยทำท่าทีใตากลมโตยิ่งกลมโตน่ามองเมื่อทำทีว่าใ
“มู่หลันม่านเหมย โง่เขลามีตาหามีแววฝ่าาโปรดเมตตา ม่านหมยไม่รู้ว่าก่อนว่าฝ่าาจะเสด็จจวน ท่านอาเขย”
“อาเขย..อ๋อเ้าเป็หลานสาวของเยว่ฉิงใช่หรือไม่จึงเรียกอินโยว่ว่าอาเขย”
“เพค่ะ”ก้มหน้าช้อนตาหวานขึ้นมอง อินถงเอื้อมมือกุมมือของม่านเหมยไว้ตามสัญชาตญาณม่านเหมยกลับดึงมือออก แต่เมื่อคิดได้ก็ทำทีเขินอาย
“ลุกขึ้น ข้ากำลังหาคนดื่มชาชมดอกอิงฮวาเป็เพื่อนพอดี”
“ม่านเหมยเกรงว่าอาหญิงจะ ไม่อนุญาต”
“ขันทีแจ้งกับ ชายเอกของท่านอ๋องบอกนางว่าข้าขอยืมตัว... หลานสาวดื่มชาชมดอกอิงฮวาบานเสียด้วยกัน ดอกอิงฮวาจะงามเมื่อยามชมกับคนที่เราอยากจะ...อยู่ใกล้ ให้ข้าชมดอกอิงฮวากับอินโยว่คงไม่เหมาะนัก”เอื้อมมือมาคว้าข้อมือม่านเหมยอย่างถือวิสาสะ
“ฝ่าา”อินโยว่ก้าวเข้ามาอีกคน
“เกรงว่าจะไม่เหมาะ พระชายาของข้าหวงแหน หลานสาวคนนี้มากเหลือเกินแม้อินโยว่ยังไม่อาจเข้าใกล้นาง”
“กล้าหวงแหนนางกับข้าเชียวหรือ”ยิ่งทำให้รุ้สึกว่าม่านเหมยน่าแย่งชิงที่สุดอะไรที่ได้มายากมักจะทรงคุณค่าเสมอ
“ฝ่าา ม่านเหมยเกรงใจท่านอาหญิง”เสียงอ่อนหวาน
“ได้ ดีในเมื่อเ้าพูดแบบนี้ ข้าต่ำต้อยเพียงนั้นหรือไร ไม่เหมาะกับนางแล้วคนเช่นไรถึงจะเหมาะกับหลานสาวของชายาเ้า”ใจกับคิดว่าอินโยว่หวงก้าง ท่าทีขึงขัง
“เช่นนั้นอินโยว่ไม่บังอาจ ม่านเหมยปรนนิบัติฝ่าาให้ดีอาหญิงของเ้าข้าคุยกับนางเอง” ม่านเหมยย่อตัวลงช้าๆ อินโยว่มองร่างอ้อนแอ้น ที่ย่อกายลงอ่อนช้อยด้วยความรู้สึกสับสน ทั้งเสียดาย และรู้สึกว่าตัวเองทำสิ่งใดลงไปในเมื่อนางงดงามเพียงนี้ ยังส่งนางให้กับคนที่เขาเกลียดชังอย่างที่สุด