ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 129 ข้าไม่ใช่คนง่ายๆ

            เมื่อตู้เซ่าฝู่พูดจบชายหนุ่มอ้วนก็เริ่มกลั้นอารมณ์ไม่ไหว เกือบชักสีหน้าแสดงความไม่พอใจ

            ชายหนุ่มมาดนิ่งนัยน์ตาสั่นไหวมองสำรวจตู้เซ่าฝู่ด้วยความสงสัย และหัวเราะออกมา กล่าวว่า “ฮ่าๆ เสื่อมเสียไปหน่อยจริงๆ”

            ขณะนี้เองตู้เซ่าฝู่ก็หันไปมองที่ชายหนุ่มมาดนิ่งแม้ชายหนุ่มมาดนิ่งจะเก็บซ่อนพลังไว้อย่างดี ทว่าตู้เซ่าฝู่ก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังลมปราณที่แข็งแกร่งนั้นได้สายตาที่นิ่งสงบนั้นกำลังเก็บซ่อนความดุดันและร้ายกาจเอาไว้อยู่

            “ข้ารู้ว่าเขาน่าจะเป็นเมิ่งไหลไฉ แล้วเจ้าคือ……”

            ตู้เซ่าฝู่มองไปที่ชายหนุ่มมาดนิ่งครุ่นคิดสักครู่ จากนั้นกล่าวว่า “หากข้าเดาไม่ผิดเจ้าน่าจะเป็นสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงอีกคน หานซินใช่หรือไม่?”

            “สี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิง คนน่าเบื่อมาจับกลุ่มให้เองน่ะ น่าอายจริงๆ”

            ชายหนุ่มมาดนิ่งถือว่ายอมรับไปเองโดยปริยายว่าคือหานซินและไม่รอให้ตู้เซ่าฝู่เรียก เดินตรงเข้ามานั่งที่ข้างๆ เมิ่งไหลไฉเองเลย กล่าวว่า “วันนี้ข้าก็รู้จักเจ้าแล้วนะ ตู้เซ่าฝู่”

            “คนที่รู้จักข้าจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ”

            ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า จากนั้นมองเมิ่งไหลไฉกล่าวว่า “หากอยากจะขอโทษข้าที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องมาเองหรอก”

            เมิ่งไหลไฉมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ ในใจคิดว่าเขาเองไม่ใช่หรือที่เรียกให้ตนมาเอง

            ขณะที่เมิ่งไหลไฉบ่นเองอยู่ในใจ ตู้เซ่าฝู่ก็ต่อไปว่า“ขอเพียงวันนี้เจ้าไม่คิดเงินค่าสุราที่ข้าดื่มคืนนี้ ข้าก็จะพอใจมากๆ”

            “ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเจ้าในคืนนี้ข้ายกให้ไม่ต้องจ่าย”

            เมิ่งไหลไฉมองตู้เซ่าฝู่ใบหน้าอ้วนกลมของเขาพยายามอดทนรักษาใบหน้าสงบและคงมาดเอาไว้ กล่าวว่า “ข้าหาสาวงามมาให้เจ้าสักหน่อยดีหรือไม่”

            เมื่อพูดจบ เมิ่งไหลไฉก็ยังตั้งใจเสริมมาอีกประโยคกล่าวว่า “นี่ก็ไม่คิดเงินเช่นกัน”

            “ไม่ต้องหรอกข้าไม่ได้คนง่ายๆ หรอกนะ”

            ตู้เซ่าฝู่ได้ยินแววตาก็เป็นประกายแวบหนึ่ง จากนั้นก็พูดอย่างเสียดายว่า “หากเจ้าเป็นสหายของข้าก็คงจะดี มีสหายเช่นเจ้า ต่อไปข้าต้องมีความสุขมากๆแน่”

            “หากเจ้าคิดว่าพวกเราเป็นสหายกัน พวกเราก็เป็นสหายกันได้ทันที” เมิ่งไหลไฉจ้องหน้าตู้เซ่าฝู่ขณะพูด

            “แต่ตอนนี้พวกเรายังไม่ใช่สหายกัน”

            ตู้เซ่าฝู่ส่ายศีรษะ จากนั้นบอกกับเมิ่งไหลไฉว่า“พวกเจ้ามาหาข้า แน่ใจนะว่าไม่ใช่เพราะเรื่อง กัวคุนกับเฮ่อจวิน?”

            “ไม่ใช่ พวกเรากับพวกเขามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันดีแต่ยังไม่ถึงขั้นที่พวกเราจำเป็นต้องเป็นฝ่ายเริ่มไปช่วยเหลือพวกเขาก่อน” หานซินบอกกับตู้เซ่าฝู่

            “งั้นก็ดี ข้าคิดว่าข้าต้องอัดคนอีกแล้วเสียอีกวันนี้ข้าไม่อยากอัดใครอีกแล้วจริงๆ”

            ตู้เซ่าฝู่หายใจเข้าลึกๆ จากนั้นหันไปมองเมิ่งไหลไฉพร้อมกล่าวว่า“ข้าอยากพบแม่นางมู่หรงโยวรั่ว เจ้าคือบุตรชายของเถ้าแก่ใหญ่น่าจะช่วยจัดเตรียมเรื่องนี้ให้ข้าได้เนอะ?”

            คำพูดของตู้เซ่าฝู่ ทำให้หานซินและเมิ่งไหลไฉเริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

            เมิ่งไหลไฉตะลึงจากนั้นก็หันไปมองหานซิน นัยน์ตาของเขาสั่นไหว สุดท้ายก็มองไปที่ตู้เซ่าฝู่อีกครั้งกล่าวว่า “เท่าที่ข้ารู้มา เจ้ากับแม่นางมู่หรงโยวรั่วสนิทกันเองอยู่แล้วทำไมเจ้ายังต้องมาหานางที่นี่อีกล่ะ?”

            “ข้าเองก็ไม่รู้นางให้ข้ามา” ตู้เซ่าฝู่ถอนหายใจเบาๆ

            หานซินที่สีหน้านิ่งนัยน์ตาเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยจากนั้นหันไปหาเมิ่งไหลไฉ กล่าวว่า “แม่นางมู่หรงโยวรั่วน่าจะอยู่ชั้นสามรับรองท่านนั้นอยู่ใช่หรือไม่?”

            เมิ่งไหลไฉตะลึง จากนั้นก็ยิ้มออกมาสุดท้ายหันไปมองตู้เซ่าฝู่ พร้อมกล่าวว่า “แม้ว่าข้าถือว่าเป็นเถ้าแก่น้อยของที่นี่แต่เรื่องแม่นางมู่หรงโยวรั่ว ข้าคงยื่นมือเข้าไปยุ่งไม่ได้จริงๆนางน่าจะกำลังรับรองแขกที่สำคัญท่านหนึ่งอยู่ หากเจ้าอยากไปพบนางข้าให้เจ้าไปหาได้ แต่ห้ามบอกเด็ดขาดว่าพวกเราทำทางเจ้าไปล่ะ บอกว่าเจ้าไปเองก็พอ”

            ตู้เซ่าฝู่มองไปที่สองคนนั้นจากนั้นกล่าวว่า “งั้นก็ได้ พอข้าไปที”

            เมิ่งไหลไฉพยักหน้าจากนั้นทั้งสามก็เดินขึ้นไปที่ชั้นสาม

            ที่ชั้นสามห้องส่วนตัวตกแต่งได้อย่างเป็นระเบียบและดูดีได้อารมณ์และกลิ่นอายแห่งความโบราณที่ดูขลังน่าตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ

            ชายหนุ่มหุ่นผอมยืนอยู่ข้างๆหญิงงามร่างบางชุดกระโปรงสีม่วง ชายหนุ่มคนนี้หน้าตาดูดีดวงตาโตมีเสน่ห์น่าหลงใหลและสดใสเป็นประกายใบหน้าเรียวเล็กราวกับเป็นใบหน้าของหญิงสาว โดยเฉพาะริมฝีปากที่สวยเมื่อยิ้มมุมปากงุ้มโค้งเป็นทรงได้อย่างงดงามน่ามอง

            “มู่หรงโยวรั่ว เจ้าเองก็รู้ ที่จริงไม่จำเป็นต้องมาอยู่ที่สวนโบราณนี่เลยข้าไม่อยากให้เจ้าต้องมาถูกพวกผู้ชายคนอื่นๆ มองใช้สายตาแทะโลมใส่ทุกวันผู้ชายมันก็แย่เหมือนกันทั้งหมด”ชายหนุ่มตัวผอมพูดกับสาวงามร่างบาง

            หญิงสาวชุดม่วงยิ้มร่างบางอ่อนช้อยราวกับใบของต้นหลิ่วหยก รอยยิ้มหวานสวยจับใจ นางไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยนางยังคงมีความสง่าและเสน่ห์ที่น่าหลงใหลโดยเฉพาะเมื่อกี้ที่บรรเลงเพลงด้วยกู่เจิงให้ความรู้สึกถึงความงามของกลิ่นอายความลึกลับชวนน่าค้นหา นางงดงามราวกับเทพธิดาที่อยู่ในภาพวาดหญิงงามนางนี้ก็คือมู่หรงโยวรั่ว

            “เอาล่ะ เจ้าอย่าพูดเช่นนี้อีกเลย ขอบคุณที่เจ้ามาวันนี้” มู่หรงโยวรั่วยิ้มให้กับชายหนุ่มร่างบางและจูงแขนชายหนุ่มคนนี้ไปนั่งที่เก้าอี้ ไม่ได้มีท่าทางอึดอัดเก้กังแต่อย่างใดราวกับว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้สนิทกันอย่างลึกซึ้งมากแล้ว

            “กัวคุนกับเฮ่อจวินเจ้าคนไร้สมองสองคนนั้นรู้ดีว่าเจ้าเป็นผู้หญิงของข้า บังอาจยังกล้าไปหาเรื่องเจ้าอีกสงสัยปกติข้าจะท่าทางอ่อนโยนเกินไป” ชายหนุ่มร่างบางกล่าวแววตาดูโกรธเคือง “ข้าจะให้พวกมันมาขอโทษกับเจ้าให้ได้”

            “ข้าไปเป็นผู้หญิงของเจ้าตั้งแต่เมื่อไร?”

            มู่หรงโยวรั่วมองชายหนุ่มร่างผอมจากนั้นยิ้มให้ “เจ้าเนี่ยนะข้าไม่รู้จะพูดกับเจ้าอย่างไรดีแล้ว”

            “แต่ข้าอยากรู้จริงๆ นะว่าเจ้าหนุ่มนั่นเป็นใครเจ้าจึงท่าทางเป็นกังวลเรื่องเขาขนาดนั้น?” ชายหนุ่มร่างผอมจ้องมองมู่หรงโยวรั่วตาไม่กะพริบรอคำตอบของมู่หรงโยวรั่ว

            “ข้าไม่ได้เป็นกังวลเรื่องเขา……”

            ไม่รู้ว่าทำไม คำพูดประโยคนั้นทำให้มู่หรงโยวรั่วมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ชัดเจนมากใบหน้าของนางยังแดงก่ำขึ้นมาในทันใดทั้งยังไม่กล้าจ้องหน้าชายหนุ่มผอมบางคนนั้นตรงๆ กล่าวว่า “เขาช่วยเหลือข้า ทั้งยังช่วยซิงอวี่ เพราะข้าทำให้เขาเกิดเรื่องจึงไม่อยากทำให้เขาต้องมีปัญหา”

            “พวกเจ้าต้องมีอะไรลับลมคมในแน่ๆ เมื่อกี้เจ้าหน้าแดงรู้จักเจ้ามานานเพิ่งจะเคยเห็นเจ้าเป็นแบบนี้ แถมเจ้ายังไม่กล้าสบตาข้าอีกดังนั้นพวกเจ้าต้องมีอะไรกันแน่” ชายหนุ่มร่างผอมจ้องหน้ามู่หรงโยวรั่วนัยน์ตาสั่นไหว

            “ครืด……”

            ขณะนั้นเอง ประตูห้องส่วนตัวก็เปิดออกทั้งสามคนเดินเข้ามา

            มู่หรงโยวรั่วเงยหน้าขึ้นมามองสามคนที่เข้ามาแววตาตะลึงและประหลาดใจมาก

            ตู้เซ่าฝู่ตามหานซินและเมิ่งไหลไฉมาถึงห้องส่วนตัวที่ตั้งอยู่ตรงกลางของชั้นสามไม่ทันได้เคาะประตู เมิ่งไหลไฉก็ถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปเองเลย จากนั้นก็เห็นมู่หรงโยวรั่วกับชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วยกันในห้องส่วนตัวห้องนั้น

            มู่หรงโยวรั่วคนนี้คือมู่หรงโยวรั่วที่ตู้เซ่าฝู่ต้องการพบจริงๆจากคำพูดของกัวคุนเมื่อเช้า ที่จริง ตู้เซ่าฝู่ก็คาดเดาเรื่องพวกนี้ได้ ที่แท้มู่หรงโยวรั่วก็คือสาวงามคนดังประจำสวนโบราณที่มีชื่อเสียงไปทั่วเมืองหลันหลิง

            แต่ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อกี้ที่เดินเข้ามาแล้วเห็นภาพมู่หรงโยวรั่วอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งนั่งติดกันอย่างใกล้ชิดทั้งยังกุมมือกันอยู่ด้วย แสดงออกได้ชัดเจนว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาในใจของตู้เซ่าฝู่แอบรู้สึกไม่พอใจอย่างบอกไม่ถูก

            ชายหนุ่มร่างผอมหันไปมองที่หานซินเมิ่งไหลไฉและตู้เซ่าฝู่สามคนที่บุกเข้ามา สายตาเย็นชาไม่พอใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ “หานซิน เมิ่งไหลไฉเดี๋ยวนี้พวกเจ้าเริ่มไม่รู้จักกฎเกณฑ์แล้วนะก่อนอื่นเลยก็กัวคุนกับเฮ่อจวิน ตอนนี้พวกเจ้าก็อีก ดูท่าเจ้าพวกหมีอันธพาลทั้งสี่แห่งหลันหลิงเริ่มไม่มองข้าอยู่ในสายตากันแล้วสินะ”

            ชายหนุ่มร่างผอมมีเสียงที่ไพเราะเสนาะหูมากทว่าเขาไม่ได้ไว้หน้าหานซินกับเมิ่งไหลไฉเลยแม้แต่น้อย และเรียกสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงเป็นหมีอันธพาลทั้งสี่แห่งหลันหลิง

            เมื่อเจอชายหนุ่มร่างผอมวางตัวเช่นนี้ใส่ หานซินกับเมิ่งไหลไฉกลับไม่ได้โมโหเลยแม้แต่น้อยราวกับว่าถูกชายหนุ่มร่างผอมคนนี้ด่าถือว่าเป็นเรื่องปกติที่คุ้นชินเป็นอย่างดีโดยฉพาะเมิ่งไหลไฉ ยังยิ้มกลับไปให้ได้อีก จากนั้นก็ชี้ไปที่ตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “พวกเรากล้ามารบกวนเจ้าที่ไหน เพราะพวกเรารั้งเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้ต่างหากเขาอยากคะยั้นคะยอจะมาพบแม่นางมู่หรงโยวรั่วให้ได้”

            เมื่อเมิ่งไหลไฉพูดจบ ชายหนุ่มร่างผอมก็หันไปจ้องที่ตู้เซ่าฝู่

            “เซ่าฝู่……”

            มู่หรงโยวรั่วอุทานชื่อขึ้นมาเสียงหลงจากนั้นเดินไปข้างๆ ตู้เซ่าฝู่ นางคิดไม่ถึงว่าตู้เซ่าฝู่จะมาพร้อมกับเมิ่งไหลไฉและหานซินสองคนนี้นางยิ้มด้วยสีหน้าสำนึกผิด กล่าวว่า “ข้ากำลังกังวลอยู่เลยว่าเจ้าจะไม่มาลืมวางแผนเตรียมตัวเรียกเจ้าเข้ามาเลย ขอโทษด้วยจริงๆ”

            “ข้าคิดว่าอาจจะเป็นคนชื่อแซ่เดียวกันกับเจ้าเสียอีกนึกไม่ถึงว่าจะเป็นเจ้าจริงๆ”

            เมื่อตู้เซ่าฝู่เห็นมู่หรงโยวรั่วก็ตกใจมากแต่ก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด จากนั้นพูดกับมู่หรงโยวรั่วว่า “ไม่เป็นไร อย่างไรซะข้าก็เข้ามาแล้วแถมยังมีโอกาสได้ฟังบทเพลงที่น่าประทับใจอีก เพราะมากๆ เลย”

            มู่หรงโยวรั่วยิ้มบางๆ กล่าวว่า “น่าอายจังเลย”

            เมิ่งไหลไฉถลึงตาใส่ตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ข้างๆสีหน้าแววตาดูถูก ในใจแอบคิดว่า ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆเขาก่อนหน้าที่คุยกับไม่ได้บอกเช่นนี้ น้ำเสียงก่อนหน้าไม่ได้พูดแบบนี้

            “เพราะมากจริงๆ” ตู้เซ่าฝู่พูดอย่างจริงจัง

            “มู่หรงโยวรั่ว ที่แท้เจ้าหมอนี่คือตู้เซ่าฝู่ที่เจ้าพูดถึงหรือ”

            ชายหนุ่มร่างผอมเองก็ลุกขึ้นเดินเข้ามาหามาหยุดอยู่ที่ข้างกายของมู่หรงโยวรั่ว จากนั้นยื่นมือขาวบางของเขาไปคว้าสองมือของมู่หรงโยวรั่วมาจับเล่นราวกับอยากจะประกาศศักดาและความเป็นเจ้าของ สายตาเหล่มองตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “ดูเหมือนจะเป็นเจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนะ คิดไม่ถึงว่าจะอัดกัวคุนยับได้ทำให้ข้าคาดไม่ถึงเลยจริงๆ”

            ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อตู้เซ่าฝู่เห็นชายหนุ่มร่างผอมคว้ามือของมู่หรงโยวรั่วมาจับเล่นในใจของตู้เซ่าฝู่กลับรู้สึกไม่ชอบใจเลย เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มร่างผอมก็กล่าวว่า “เจ้าเองก็ทำให้ข้าประหลาดใจจริงๆที่แท้ผู้ชายก็เกิดมาหน้าตาดูดีเช่นนี้ได้ด้วย สวยอย่างกับผู้หญิงเลยไม่รู้ทำไมเหมือนผู้หญิงได้ขนาดนั้น”

            “เจ้าเด็กบ้า แน่จริงก็พูดอีกทีซิ!” ชายหนุ่มร่างผอมโมโหปี๊ดขึ้นมา

            ตู้เซ่าฝู่ไม่เคยยอมอ่อนข้อและเกรงกลัวเวลาคนมาข่มขู่อยู่แล้วจึงกล่าวต่อไปว่า “ข้าบอกว่าเจ้าเหมือนผู้หญิงจะทำไมล่ะ!”

            “นับถือในความกล้าของเจ้าจริงๆนะ”

            ชายหนุ่มร่างผอมพูดจบ พลังในตัวของชายหนุ่มร่างผอมก็ระเบิดออกมาเป็นพลังลมปราณที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งยวด แค่ลมปราณก็ทำให้ห้องทั้งห้องสั่นไหวได้ หานซินกับเมิ่งไหลไฉตะลึงแต่จากนั้นก็แอบยิ้มกรุ้มกริ่มขึ้นมา

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน