“ข้าไม่ได้ล้อเ้าเล่น ข้าพูดเื่จริง มีการค้าที่สามารถทำกำไรได้จริง ๆ เ้าจะทำหรือไม่? ข้าไม่ได้หาคนอื่น เ้าเป็คนแรก”
อันเยว่ไม่เคยจริงจังเช่นนี้มาก่อน หลิวฟางจึงรู้สึกลังเลเล็กน้อย
ถูกแล้ว จู่ ๆ คนที่หลอกกินหลอกดื่มบนถนนและแย่งได้กระทั่งไม้เท้าของหญิงชรากลับบอกว่ามีการค้า เว้นแต่จะเป็การหลอกลวงเท่านั้นแหละ
“พี่ ข้าไม่มีเงินแล้วจริง ๆ ข้าอับจนหนทาง ถึงได้มาหาเ้า มิเช่นนั้น…เ้านำสิ่งนี้ไปจำนำเถอะ”
พูดจบหลิวฟางก็ปลดจี้หยกจากบนตัว อันเยว่มองจนใบหน้าร้อนผ่าวเป็พัก ๆ
นี่เป็ของที่ทั้งสองคนเล่นด้วยกันเมื่อครั้งวัยเยาว์ อันเยว่หักจี้หยกเป็สองส่วนแล้วมอบให้หลิวฟางหนึ่งส่วน
แต่ส่วนของอันเยว่ได้เอาไปจำนำจนหลุดในตอนที่นางไม่มีเงินเมื่อสองปีก่อน
“เ้ารอเดี๋ยว”
อันเยว่รู้ว่าในยามนี้ไม่มีประโยชน์ที่จะพูด นางจึงลุกขึ้นไปตักน้ำกลับมาครึ่งกะละมัง แล้วตัดเนื้อสบู่ออกมาหนึ่งส่วน และทาน้ำมันบนมือเล็กน้อย
“นี่เ้าทำอะไรน่ะ?”
“ไม่ต้องพูด ดูก่อน”
ความจริงสำคัญกว่าคำพูด ไม่ว่าอดีตหรืออนาคต นี่คือความรู้ที่แท้จริงที่พิสูจน์ได้ด้วยการกระทำ
อันเยว่ทำให้มือเปียกน้ำแล้วให้หลิวฟางดูว่ายังมีน้ำมันอยู่ จากนั้นนางถูด้วยสบู่แล้วล้างออก ยามนี้มือสะอาดไร้คราบน้ำมัน
“นี่คืออะไร? ใส่ถั่วเ้าโต้วไว้ข้างในหรือ?”
“ถั่วเ้าโต้วเทียบได้ที่ไหนกัน นี่เป็สิ่งที่มาแทนถั่วเ้าโต้วต่างหาก เรียกว่าสบู่ มันล้างสะอาดกว่าถั่วเ้าโต้ว และนี่ก็คือโอกาสทางการค้า!”
“โอกาสอะไรนะ?”
“เ้าไม่ต้องสนใจหรอกว่าโอกาสอะไร วันนี้เ้านำของสิ่งนี้กลับไปบ้านแล้วบอกเื่นี้กับแม่เ้า…”
“ช่างเถอะ ข้าให้ท่านแม่ข้าทุบตีจนขาหักนั่นแหละ”
พูดจบหลิวฟางก็ลุกขึ้นยืน อันเยว่ไหนเลยจะยอม จึงรีบดึงนางไว้ เหตุใดสตรีผู้นี้ถึงไม่รับฟังอะไรเลย?
โอกาสดีขนาดนี้วางอยู่ตรงหน้าแล้วกลับไม่เห็นคุณค่า มิน่าเล่าร้านทั้งสองแห่งถึงได้ปิดกิจการ!
“เ้าแสดงวิธีที่ข้าทำให้ดูเมื่อครู่ให้แม่เห็น และพูดเื่ที่ว่าของสิ่งนี้จะมาแทนถั่วเ้าโต้วให้แม่เ้าฟัง ไม่เพียงนางจะไม่ตีเ้าจนขาหัก ยังจะกล่าวชมเ้าอีกด้วย”
“กล่าวชมหรือ? เ้าต้องรู้ก่อนว่านอกจากถูกลงโทษแล้ว ั้แ่เด็กข้ายังไม่เคยได้รับคำชมจากท่านแม่เลย”
“ครั้งนี้รับรองได้ ข้าพนันกับเ้าก็ได้ ข้าลงสิบตำลึงเงิน”
“สิบตำลึงเชียวหรือ? ข้าลงห้าสิบตำลึง!”
ดูสิ สตรีผู้นี้ก็เป็เช่นนี้ เมื่อพูดถึงเื่พนัน นางก็มีจิติญญาแห่งการต่อสู้ทันที
เมื่อพูดจบหลิวฟางก็หยิบสบู่ขึ้นมาแล้วจะเดินออกไป อันเยว่รีบตามไปและไม่ลืมเตือนนางอีกหน “เ้าอย่าได้พูดชื่อข้าเป็อันขาด มิเช่นนั้น…ข้าเกรงว่าท่านแม่ของเ้าจะไม่เพียงตีเ้าขาหักแค่คนเดียว”
เมื่อเห็นหลิวฟางแสดงสีหน้าเสียใจออกมาให้เห็นน้อย ๆ นางก็ดันร่างของอีกฝ่ายออกไป
เพิ่งเดินออกจากประตูบ้าน หลิวฟางก็หมุนตัวกลับมาคล้ายนึกอะไรบางอย่างออก “เ้าพูดจนข้าเกือบลืม ที่ข้ามาในวันนี้ยังมีอีกเื่จะบอกเ้า สองวันนี้พี่ชุยอาเจียนและท้องเสียอยู่ในบ้าน ได้ยินมาว่าเชิญหมอหญิงมาตรวจสองสามคน แต่ทั้งหมดต่างบอกว่ารักษาไม่หาย เราไปเยี่ยมนางสักหน่อยดีไหม?”
อาเจียนและท้องเสีย?
อันเยว่เม้มปากและอดหัวเราะไม่ได้ นางโบกมือไปมา “ช่างเถอะ ข้ากับนางตัดขาดกันแล้ว และข้าขอเตือนเ้าว่าตัดขาดจากนางเสียโดยเร็ว เพราะนางไม่ใช่คนดี”
“อ้อ ได้”
หลิวฟางขานรับ นางชั่งน้ำหนักสบู่ในมือที่ใหญ่กว่าเหรียญทองแดงหนึ่งเท่า แล้วเดินจากไปอย่างช้า ๆ พลางรำพึงไม่หยุด “จะไม่ถูกตีจนขาหักแน่หรือ?”
หลังจากปิดประตูใหญ่ อันเยว่ก็กลับไปยังห้องโถงทันที อาหารบนโต๊ะถูกเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว นอกจากหยูยวนและซูจือฉือที่ยังนั่งอยู่ที่นั่น สองคนที่เหลือก็ไม่รู้หายไปไหน
“หยูยวน นี่เ้าหรือ?”
“นี่กี่นิ้ว?”
นิ้วอันงดงามของหยูยวนยกขึ้นมาสองนิ้ว อันเยว่ไม่เข้าใจความหมายของเขา “สองน่ะสิ”
“อืม ก็ไม่ได้ตาบอดนี่”
“เฮ้!”
หยูยวนผู้นี้บังอาจทำให้นางดูเป็ตัวตลก อันเยว่กำลังจะโกรธ แต่กลับนึกคำพูดของหลิวฟาง จึงหัวเราะออกมา “ชุยต้าเหนียนอาเจียนและท้องเสีย คล้ายกับอาการที่ข้าเป็ในครานั้น”
มุมปากของหยูยวนโค้งขึ้น ครั้งนี้ไม่เหมือนการหัวเราะเยาะแบบครั้งก่อน ๆ รวมกับรอยยิ้มที่งามไม่มีที่ตินั้น ก็ช่างดูดียิ่งนัก
ทว่าต่อมาเขากลับยื่นมือมาทางอันเยว่
อันเยว่ชะงักเล็กน้อย นางค่อย ๆ ยื่นมือออกไป และในตอนที่เพิ่งวางมือลงไปก็ถูกอีกฝ่ายตีมือเสียอย่างนั้น
“โอ๊ย เจ็บนะ”
“ข้าจะ้ามือเ้าไปทำไม ้าเงินต่างหาก”
ในดวงตาส่วนลึกของหยูยวนมีความหยอกล้อ กลับเป็อันเยว่ที่อดขำไม่ได้ นางคิดมากไปเองจริง ๆ บุรุษที่ั์ตาเต็มไปด้วยเงินผู้นี้จะให้นางเปล่า ๆ ได้อย่างไร?
“ติดไว้ก่อน ๆ วันนี้ข้าได้กำไรแค่สองเหรียญ หากให้เ้าทั้งหมด ข้าจะเอาอะไรซื้อวัตถุดิบในวันพรุ่งนี้?”
อันเยว่แสดงมาดของคนไร้สัจจะ และดึงซูจือฉือที่อยู่ด้านข้างเดินไปข้างนอก
รู้สึกว่าเขาจะต่อต้านเล็กน้อย แต่ไม่ได้ผลักนางออก อันเยว่รู้สึกอารมณ์ดีนิด ๆ เื่พันธมิตรประสบความสำเร็จไปเกินครึ่งแล้ว
“จือฉือ ก่อนหน้านี้เื่น้อยใหญ่ในบ้านมอบให้เ้าจัดการทั้งหมด ลำบากเ้าแล้ว”
อันเยว่เอ่ยคำพูดสรรเสริญก่อน จากนั้นจึงกล่าวเข้าวัตถุประสงค์ของตัวเอง
“สองวันนี้เ้าก็เห็นการเปลี่ยนแปลงของข้าแล้ว ข้า้าเปลี่ยนแปลงตัวเองจริง ๆ เ้า…”
“ฮูหยินมีอะไรจะสั่งหรือ”
“มิกล้า ๆ ข้าแค่อยากซื้อไขมันหมูสักหน่อย เ้ามีช่องทางบ้างไหม?”
“ข้าพอจะรู้จักคนขายเนื้อคนหนึ่ง…”
“ไปกันเถอะ”
“ไปทำอะไร?”
“โดยทั่วไปพวกเขาจะฆ่าหมูแต่เช้ามืด หากไปไม่ทัน เราจะซื้อไขมันหมูไม่ได้น่ะสิ”
อันเยว่ดึงดันกระชากซูจือฉือออกไปข้างนอก เมื่อไปถึงตลาดนัด ไฟกลางคืนก็ถูกนำขึ้นแขวนแล้ว กลิ่นหอมของบุปผาอบอวลไปทั่วทุกทิศ นางถึงกับตะลึง
แม้จะมีความทรงจำของฮวาตู และรู้ว่าดอกไม้ในฮวาตูจะบานตลอดทั้งปี แต่เมื่อเห็นฉากนี้ อันเยว่ก็ยังคงตกตะลึง
ในครานั้นนางปรารถนาจะปลูกดอกไม้ ไม่คิดว่าเมื่อมาถึงที่นี่ มันกลับเป็สิ่งที่พบเห็นได้เป็ประจำเสียอย่างนั้น
“เหตุใดจึงไม่เดิน?”
ซูจือฉือมองตามสายตาของนาง และเห็นเพียงดอกไม้ดอกหนึ่ง แต่นางกลับมองอย่างใจลอย
“ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ”
ทิวทัศน์ยามราตรีของฮวาตูขึ้นชื่อเช่นกัน ระหว่างทางมีแผงขายขนมมากมาย และเป็ของที่อันเยว่ไม่เคยกินทั้งนั้น ต่อให้จำได้ว่าเคยกิน แต่เมื่อได้กลิ่นหอม ๆ ในยามนี้นางก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
หยุดยืนตรงหน้าแผงขายของสักครู่ เมื่อคลำเศษเงินที่มีในกระเป๋า สุดท้ายนางก็ตัดสินใจล้มเลิกความคิดที่จะซื้อขนม
หัวคิ้วของซูจือฉือขมวดเข้าหากันน้อย ๆ ไม่นึกว่านางก็เรียนรู้เื่ความยับยั้งชั่งใจเป็ด้วย เขาคิดว่านางจะใช้เงินในกระเป๋าหมดก่อนไปถึงแผงขายเนื้อหมูเสียอีก
ทิวทัศน์ที่น่ารื่นรมย์ทำให้อารมณ์ของอันเยว่ดีขึ้นมาก ฝีเท้าของนางก็กระฉับกระเฉงมากขึ้นด้วย เมื่อเดินผ่านแผงขายพัดพับ นางก็หยุดฝีเท้าลงทันที
“้าดูพัดพับหรือ?”
“ด้านหน้าของพัดเล่มนี้ไม่เลวเลย”
อันเยว่มองภาพวาดบนหน้าพัด รูปแบบการวาดที่สมจริงเช่นนี้ชวนให้ผู้คนชื่นชอบมันอย่างมาก
“เป็อย่างไรบ้าง?”
นางหยิบพัดขึ้นมาและมองซ้ายมองขวา ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมากลับเห็นซูจือฉือมองไปทางอื่น มิหนำซ้ำยังมีริ้วสีแดงอ่อน ๆ บริเวณแก้มของเขา
“ด้านหน้าพัดเล่มนี้ขายดีมาก ใคร ๆ ต่างก็ซื้อให้สามี ผิวพรรณสามีของท่านเกลี้ยงเกลา หากใช้พัดเล่มนี้ต้องยิ่งงดงามขึ้นแน่นอน”
“เช่นนั้นก็เอาเล่มนี้”
อันเยว่ทำใจไม่ได้ที่จะใช้จ่ายเพื่อตัวเอง แต่เงินเพื่อการลงทุนก็ยังต้องมี
“ยี่สิบอีแปะ”
เ้าของร้านเอ่ยอย่างมีความสุข อันเยว่ส่งเงินให้โดยไม่แม้แต่จะต่อรองราคา จากนั้นมอบพัดให้กับซูจือฉือ
“ให้ข้าหรือ?”
“เหมาะสมกันดี”
อันเยว่ยิ้มแล้วะโโลดเต้นไปข้างหน้าอย่างอารมณ์ดี
เมื่อแอบหันกลับไปก็เห็นซูจือฉือกำลังก้มหน้าก้มตาเล่นพัดในมือ นางคิดว่าวันนี้บรรลุเป้าหมายแล้ว!