หลังจากไปเยี่ยมมีนาที่บ้านเมื่อวันก่อนความรู้สึกของอาเธลที่มีต่อเธอก็ยิ่งทวีคูณ ราวกับดอกไม้ที่ผลิบานในดวงใจส่งกลิ่นหอมหวานชวนให้หลงใหล แม้จะพยายามห้ามใจตัวเองแค่ไหนแต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังอำนาจลึกลับที่กำลังครอบงำจิตใจราวกับเขาโดนมนต์สะกดให้คลั่งไคล้เธอเพียงผู้เดียว
เช้าวันนี้มีนาเดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยด้วยสีหน้าที่ดูสดใสกว่าเดิมเธอสวมชุดนักศึกษาพร้อมกระเป๋าเป้สีชมพูสดใส บนใบหน้ามีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเจอเพื่อนหรืออาจารย์คนไหน เธอก็ทักทายด้วยท่าทีร่าเริงแจ่มใสทำให้ใครต่อใครต่างพากันยิ้มตาม เหมือนได้รับพลังบวกจากเธอไปด้วย
แต่เมื่อมีนาเดินผ่านตึกคณะวิศวกรรมสายตาของอาเธลที่กำลังยืนคุยกับอาจารย์ท่านอื่นอยู่บริเวณนั้นก็สะดุดกับเธอทันทีแววตาของเขาวูบไหวเมื่อเห็นเธอหัวเราะคุยกับเพื่อนนักศึกษาชายคนหนึ่งที่ดูจะสนิทสนมกันมาก ภาพตรงหน้ากระตุ้นความรู้สึกบางอย่างในใจเขามันคือความหึงหวงที่ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ อาเธลกำหมัดแน่นพยายามระงับอารมณ์ที่กำลังคุกกรุ่น
"อาจารย์...อาจารย์ครับผมพูดถึงตรงนี้แล้วนะ" เสียงเรียกของอาจารย์ข้างๆ ทำให้เขาสะดุ้งเฮือกรีบหันกลับมาสนทนาต่อ แต่สมาธิกลับลอยไปหาเงาร่างบางที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป
ตลอดทั้งวัน อาเธลแทบจะนั่งไม่ติดความคิดวนเวียนอยู่แต่เื่ของมีนา ไม่ว่าจะพยายามมองโลกในแง่ดีแค่ไหนก็อดคิดไม่ได้ว่าเธออาจจะมีคนรักอยู่แล้ว และถ้าเป็อย่างนั้นจริงเส้นทางที่เขากำลังจะก้าวเดินต่อไป ก็คงเป็เส้นทางที่เต็มไปด้วยความเ็ปเสียใจ
เมื่อหมดคาบสอนตอนบ่าย อาเธลก็เก็บข้าวของเตรียมเดินทางกลับคฤหาสน์แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นหญิงสาวที่อยู่ในความคิดทั้งวันยืนรออยู่ที่ประตูห้องพักอาจารย์
"อาจารย์คะ...ขอเวลาสักครู่ได้ไหมคะหนูมีเื่อยากคุยด้วยน่ะค่ะ" มีนาเอ่ยทักพร้อมใบหน้าที่ฉายแววลังเล และประหม่า
"มีอะไรหรือครับเชิญเข้ามานั่งข้างในก่อนสิ" อาเธลเปิดประตูห้องกว้างออก ผายมือเชื้อเชิญแต่ในใจกลับระส่ำระสายไม่แพ้กัน สงสัยว่าเธอจะมีเื่สำคัญอะไรกันนะ
มีนาเดินตามอาเธลเข้ามาในห้องทำงานเธอนั่งลงบนโซฟาตัวยาว ขณะที่เขานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามสายตาจับจ้องมาที่ใบหน้าหวานอย่างใคร่รู้
"คือว่า...เื่ที่อาจารย์ไปเยี่ยมหนูเมื่อวันก่อนน่ะค่ะ..."มีนาเริ่มพูด น้ำเสียงติดจะสั่นเครือ "หนูรู้สึกดีใจมากเลยล่ะค่ะที่อาจารย์ใส่ใจและเป็ห่วง แต่ก็แปลกใจนิดหน่อยที่อาจารย์รู้ที่อยู่ของหนู ทั้งๆที่เราเพิ่งรู้จักกันไม่นานเอง" น้ำเสียงของเธอเริ่มแ่เบาลงเรื่อยๆ
"อ๋อ...เื่นั้นน่ะเหรอครับผมแค่ถามที่อยู่คุณจากฝ่ายทะเบียนน่ะ ก็เลยมาหาได้" อาเธลตอบพลางยิ้มอ่อนๆหวังว่าคำตอบจะไม่ดูน่าสงสัยจนเกินไป
"งั้นเหรอคะ..." มีนาครุ่นคิด ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย"แต่ถึงอย่างนั้น หนูก็อยากจะขอบคุณอาจารย์อีกครั้งนะคะที่เป็ห่วงและใส่ใจหนู อาจารย์เป็คนที่น่ารักมากเลยค่ะ"
เธอพูดพลางยิ้มหวานแต่แล้วก็เบือนสายตาหลบเล็กน้อย เหมือนรู้สึกเขินอายกับคำพูดของตัวเอง
"ผมต้องขอบคุณมากกว่า ที่คุณมองผมในแง่ดีขนาดนั้นจริงๆ แล้วผมก็แค่ทำหน้าที่ของอาจารย์เท่านั้นเองไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่านั้น" เขารีบหักมุมสนทนา กลัวบรรยากาศจะเริ่มอึดอัด
"แต่มันพิเศษสำหรับหนูมากเลยนะคะ..."มีนาพูดเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างตรงไปตรงมา "ั้แ่ได้เจออาจารย์หนูก็รู้สึกถึงบางอย่าง บางสิ่งที่อธิบายไม่ถูกมันเหมือนกับว่า...พวกเรามีบางอย่างผูกพันกันอยู่"
อาเธลชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ"อย่าคิดไปเองสิครับ เราเพิ่งรู้จักกันไม่นาน จะให้มีอะไรผูกพันได้ยังไงอีกอย่าง...ผมก็เป็แค่อาจารย์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง ไม่ได้พิเศษอะไรเลย"
"ไม่จริงหรอกค่ะ..."มีนาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตามุ่งมั่นราวกับจะเจาะลึกเข้าไปในใจเขา"หนูรู้สึกได้ว่า...อาจารย์ไม่ธรรมดา ต้องมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่แน่ๆหนูเห็นมันในแววตาของอาจารย์ เหมือนมีความลับที่ปิดบังเอาไว้"
คำพูดนั้นทำเอาอาเธลสะอึกเส้นเืบนขมับปูดโปน เขากำลังถูกจับได้เข้าให้แล้วอย่างนั้นหรือต้องรีบหาทางเบี่ยงเบนเื่นี้แล้วล่ะ
"พูดเป็เล่นไปได้ คุณอย่าคิดมากเลยถ้ามีอะไรผมจะบอกเองแหละ" เขาแกล้งทำเสียงขรึม กระแอมไอหนักๆ สองสามทีเพื่อกลบเกลื่อน
มีนายิ้มขำกับท่าทางของเขา ความตึงเครียดผ่อนคลายลงได้บ้างก่อนที่เธอจะพูดต่อ "โอเคค่ะ หนูจะไม่ถามมากความ แต่ถ้ามีโอกาสหนูอยากให้อาจารย์เล่าความจริงให้ฟังบ้างนะคะ หนูพร้อมจะรับฟังทุกเื่เลยล่ะต่อให้มันจะเป็ความลับแสนสำคัญ หรือเื่ที่เลวร้ายแค่ไหน"
อาเธลมองเธออย่างประหลาดใจ ไม่คิดว่าเธอจะกล้าพูดออกมาตรงๆขนาดนี้ แววตาที่มองกลับมานั้นเต็มไปด้วยความจริงใจ อ่อนโยนและพร้อมจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแต่เขากลับรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำว่าตัวเองกำลังหลอกลวงเธออยู่
"เอาเถอะ...รีบกลับไปพักผ่อนเถอะครับเดี๋ยวจะป่วยอีกรอบหรอก" อาเธลตัดบทสนทนา เปลี่ยนเื่คุย พลางผายมือไล่เบาๆ
"ค่ะ...งั้นหนูกลับก่อนนะคะแล้วเจอกันพรุ่งนี้ค่ะอาจารย์" มีนาลุกขึ้นยืน โค้งให้เขาเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้อาเธลนั่งครุ่นคิดอยู่เพียงลำพัง
เขาไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นการที่มีนารู้ว่าเขามีความลับ อาจนำมาซึ่งความยุ่งยากวุ่นวาย แต่ขณะเดียวกันก็อดรู้สึกปลื้มใจไม่ได้ เมื่อรู้ว่าเธอให้ความสำคัญและพร้อมจะรับฟังเขาทุกเื่มันเป็ความรู้สึกวูบวาบหวานซ่านที่ไม่เคยมีใครมอบให้เขามาก่อน
นั่นสินะ...บางทีการเปิดเผยความจริงทั้งหมดอาจเป็ทางออกที่ดีที่สุดก็ได้ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้เธอใ ผิดหวังหรืออาจถึงขั้นเกลียดชังเขาไปเลย แต่ก็ยังดีกว่าการเล่นละครหลอกลวงกันไปวันๆอย่างน้อยเขาก็จะได้รู้ว่าเธอพร้อมจะยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของเขามากแค่ไหน
แต่ต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมเสียก่อน...อาเธลยังไม่พร้อมจะเผชิญกับผลลัพธ์ที่อาจเลวร้ายที่สุดเขายัง้าเวลาอีกสักหน่อย เพื่อใช้ชีวิตอยู่ในแสงสว่างแห่งรักของมีนาต่อไปก่อนที่ความมืดมิดจะกลับมาครอบงำจิตใจอีกครั้ง
อีกสิ่งหนึ่งที่เขาลืมนึกถึง...นั่นคือเ้าชายปิศาจคนนั้นที่อาจกำลังตามหาเขาอยู่ บัดนี้เขามีจุดอ่อนที่ชื่อว่ามีนาเข้าให้แล้วสิ่งที่ต้องทำคือปกป้องเธออย่างสุดความสามารถ ไม่ยอมให้อดีตอันดำมืดของเขาต้องมาทำลายชีวิตของเธอเด็ดขาด ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเอง เขาก็ยอม...
ความคิดที่หมุนวนอยู่ในหัวทำให้อาเธลรู้สึกหนักอกหนักใจ เขาจมอยู่กับภวังค์นั้นอีกพักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจกลับคฤหาสน์ในที่สุด
ระหว่างขับรถเขาก็ยังคงครุ่นคิดถึงสิ่งที่มีนาพูดวนไปมา รวมถึงความรู้สึกของตัวเองความสับสนปนเปกันไปหมด ไม่รู้ว่าควรก้าวต่อไปหรือหยุดเพียงเท่านี้ดี
แต่เมื่อภาพใบหน้ายิ้มแย้มของมีนาผุดขึ้นในความทรงจำเสียงหัวเราะสดใสดังก้องในโสตประสาท อาเธลก็พบกับคำตอบที่ตามหา...
ต่อให้ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนับร้อยนับพันต่อให้ต้องเ็ปทรมานเพียงใด เขาก็ยอมแลกเพื่อรักแท้ครั้งนี้รักที่ทำให้เขาหลุดพ้นจากความมืดมน และพบกับแสงสว่างเจิดจ้าที่ปลายอุโมงค์
เพราะชีวิตที่ไร้ซึ่งความรักก็เหมือนคืนที่ปราศจากแสงจันทร์ส่องนำทางนั่นเอง