ตอนที่ 23: สุสานบรรพชน.
ณ.พระราชวัง ห้องทรงพระกระยาหาร
ที่โต๊ะอาหารตัวยาว เห็นแค่จักรพรรดิเบอนาร์ด และราชินีขุยอัน นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ
“วันนี้มีราชภารกิจที่ท้องพระโรง่เช้า คือรับรายงานข่าวจากสามทวีป และมอบนโยบาย ่บ่ายปรึกษายุทธศาสตร์กับผู้าุโหอคอยิญญายุทธ์ พ่ะย่ะค่ะ”
ราชเลขาถวายรายงาน
“ลูกๆ ข้าเป็อย่างไรกันบ้าง” จักรพรรดิถามเลขา
“องค์ชายใหญ่ ไปเมืองเจิ้นซาน ไปดูชาวเมืองซ่อมป้อมปราการ ที่ได้รับผลกระทบจากฝูงสัตว์อสูรครับ องค์ชายรองกำลังเร่งบ่มเพาะและฝึกกับพวกทหารอยู่ องค์ชายสามกำลังเรียนรู้ค่ายกลิญญาและโอสถ องค์หญิงสี่ใช้ราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อร้านเสื้อผ้าย่านการค้า และร้านขายเครื่องประดับ ตรวจสอบแล้ว ทั้งสองร้านไม่ขัดกับกฎหมายควบคุมการค้าของเชื้อพระวงศ์ พ่ะย่ะค่ะ”
ราชเลขาถวายรายงานอย่างละเอียด
“นางมีความคิดจะพึ่งพาตัวเองน่ะเพคะ” ราชินีทูลพระาา
“เมื่อก่อนเห็นว่าอยากจะเข้าร่วมาให้ได้ไม่ใช่รึ ทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนไปเป็อยากทำธุรกิจแล้วล่ะ ยัยหนูนี่ ฮ่า ฮ่า”
พระาาอารมณ์ดีทุกที เมื่อรู้เื่ขององค์หญิงคนเล็ก
แสงแรกของรุ่งอรุณฉายลงมายังลานฝึกยุทธ์ของสำนักเย่วจี
ร่างของฤทธาร่ายรำกระบวนท่าต่างๆ ของวิชายุทธ์ ที่ได้รับมาจากอาจารย์ เขาใช้เวลาเช้าทุกวันในลานฝึกแห่งนี้ โดยไม่สนสายตาของผู้คนที่มองมาอย่างอิจฉา
“ข้าอยากฝึกทักษะที่ได้จากกระดูกิญญา แต่ก็ฝึกได้แค่ในห้องซ้อมหรือในกำไล” ฤทธากำลังครุ่นคิดไปฝึกไป
หลังฝึกยุทธ์ ฤทธาเดินตรงไปยังโรงตีเหล็กของสำนัก
“วิชาการตีเหล็กนั้นเป็ทักษะบ่มเพาะจิตใจเช่นกัน ค้อนกระทบเหล็กร้อนเปล่งเสียงกังวานก่อเกิดประกายไฟ”
รุ่นพี่เดินบรรยาย ขณะเด็กๆ กำลังตีเหล็ก
“ปราณต้องเสถียรตอนตีลงไป ไม่เช่นนั้นจะเอาสิ่งสกปรกในโลหะออกมาได้ไม่หมด”
ช่างตีเหล็กรุ่นพี่พูดโดยไม่หันกลับมา
ฤทธาเพียงพยักหน้าและลงมืออีกครั้ง ถึงยุคนี้จะมีเครื่องถลุงเหล็กช่วยตีเหล็กจนเป็เหล็กบริสุทธิ์ ที่เรียกกันว่าก้อนเหล็ก เอามาตีขึ้นรูปได้เลย แต่การทดสอบยังต้องใช้ทักษะดั้งเดิมคือตีด้วยตัวเอง เพราะมันเป็การฝึกฝนวิธีหนึ่ง
เมื่อล่วงเข้าเวลาบ่าย เขาก็เปลี่ยนสถานที่ไปยังลานเวทสำหรับนักิญญา จุดมุ่งหมายของเขาคือ
“ค่ายกลิญญาขั้นหนึ่ง”
ค่ายกล “ิญญาศักดิ์สิทธิ์”
เบื้องหลังของฤทธา ปรากฏแสงสว่างเป็นประกายแปดจุด ตราวิญญาณลอยวเป็นวง เริ่มก่อตัวจากพลังวิญญาณของเขาตราวิญญาณมีลักษณะเป็นเหมือนลายเส้นพู่กัน ที่ลากลงบนกระดาษ ลากลงแบบไม่ค่อยตรง เป็นสัญลักษณ์ตัวอักษรที่ไม่มีใครรู้ความหมาย เรืองแสงลอยอยู่ด้านหลังของฤทธาตราทั้งแปดรวมตัวกันเป็นรูปหกแฉก ก่อนจะเปล่งแสงหมุน กลายเป็นจักระวิญญาณสีทองที่ลอยเหนือแผ่นหลังฤทธาทันใดนั้นวงกลมจักระ ลอยผ่านตัวเขามาด้านหน้า หมุนอยู่หน้าฤทธาก่อนจะปล่อยแสงโจมตี การโจมตีจากค่ายกลิญญาศักดิ์สิทธิ์ แม้จะยังไม่สมบูรณ์เต็มขั้น แต่พลังของมันก็สามารถบดขยี้หุ่นฝึกเวทระดับสูงให้พังทลายได้ในการโจมตีเดียว ข้อเสียคือกว่าจะร่ายค่ายกลจนเป็รูปร่างต้องใช้เวลา
แต่ฤทธารู้ดีว่า นี่เป็เพียงก้าวแรก
ขณะเดียวกัน ในค่ำคืนนั้น ฤทธารู้ตัวว่ามาถึงจุดคอขวดแล้ว
“โอสถบำรุงตันเถียนระดับสาม คงถึงเวลาแล้วสินะ”
ฤทธาเอาโอสถออกมาแล้วกินเข้าไป
โอสถที่ช่วยเพิ่มระดับการฝึกปรกติทุกคนได้มาก็จะกินเลย เพื่อช่วยเพิ่มระดับการฝึก แต่ฤทธารู้สึกว่า รอรากฐานพร้อมแล้วค่อยกิน น่าจะได้ประโยชน์มากกว่า
กลางจิตของฤทธา ร่างจิตโปร่งแสงกำลังนั่งสมาธิในห้วงจิตที่มืดมิด พลังปราณิญญาหมุนวนรอบตัว เหมือนร่างเขามีสองร่าง อีกร่างเป็สีทองซ้อนกันอยู่ แล้วพลังปราณรอบตัวก็ขยายออก ร่างสีทองะเิเป็ละออง
ฤทธาบรรลุระดับสี่ ระดับหลอมรวมธาตุได้สำเร็จ
ทะเลจิติญญาก่อเกิด แม้ขนาดของมันยังเล็กเทียบได้เพียงสระน้ำ แต่กลางสระมีดอกบัวอยู่ บัวห้าสีลอยนิ่งอยู่กลางสระอย่างสง่างาม ในทะเลจิตมีแสงสีสันสวยงาม
และเมื่อแสงของดอกบัวส่อง มีละอองกระจายออก ร่างิญญาสีแดงโปร่งแสงของไค่หยงก็ลอยออกมาจากดอกบัว ปีกสี่ปีกกระพือบินช้าๆ เข้ามาหาร่างิญญาของฤทธา
“ข้ารอเ้าอยู่ สร้างทะเลจิติญญาได้เสียทีนะ เราจะได้พบกันบ่อยขึ้น”
ไค่หยงยิ้มด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา
“ท่านปู่ ท่านสบายดีหรือไม่?”
ฤทธาถามด้วยความเคารพ
“สบายดี แต่ต้องใช้เวลาสร้างกายิญญา เ้าล่ะเป็อย่างไรบ้าง กำลังติดเื่ค่ายกลิญญาใช่มั้ย”
ไค่หยงรับรู้ได้จากการเชื่อมิญญา
“การสร้างค่ายกลิญญา ก็คล้ายกับสร้างค่ายกลวงเวท นำเวทหลายชั้นมาประกอบกัน ทำให้เกิดกลไกที่แม่นยำ เ้าควรเริ่มจากแบบแปลนที่มีธาตุสัมพันธ์กับเ้า แล้วสังเกตการณ์ผสานกันของตราเวท…อย่าลืมว่าค่ายกลไม่ใช่แค่พลังเวท แต่เป็การสร้าง”
รุ่งเช้า ฤทธารีบไปหอคัมภีร์ หยิบเอาแบบแปลน ค่ายกลกรงอัสนีขั้นต้นมาฝึกอย่างตั้งใจ พอลองสร้าง ลองเชื่อมต่อกัน พลังธาตุสายฟ้าของเขาทำให้สามารถเข้าใจกลไกการเชื่อมของเวททั้งหลายได้รวดเร็วขึ้น
“ค่ายกลิญญาก็คือ การสร้างเวทหลายแบบ แล้วนำมาประกอบกันเป็เวทเดียว ทำให้เวทนั้นมีพลังเพิ่มขึ้นหลายเท่า”
ฤทธากำลังวิเคราะห์แบบแปลน ค่ายกลิญญา กรงอัสนี
“อย่างเวทค่ายกลกรงอัสนี คือการประกอบกันของเวทสายฟ้า เวทกักขังในพื้นที่ และเวทโจมตีเมื่อแตะไปโดนกรง แล้วนำมาประกอบกัน สนุกดีเหมือนกันแฮะ”
พอเข้าใจหลักการเขาก็เริ่มสนุกมากขึ้น
ในยามมืด เขายังฝึกต่อไปโดยปีนหน้าผาหินสูงริมขอบเขตสำนัก ที่เป็เขตต้องห้าม
ปีนเรื่อยๆ จนถึงจุดเดิมที่เขาชอบนั่งพักใต้เงาหินเล็กๆ
ถึงแม้จะฝึกมาแล้วหลายเดือน แต่การปีนผาสูงโดยใช้แค่กำลังข้อนิ้วมือนิ้วเท้า มันก็ทำให้เหนื่อยล้าทุกทีที่มาถึงจุดนี้
แต่ในค่ำคืนนี้กลับมีเสียงลมหวิวเบา ๆ ดังมาจากเบื้องบน ราวกับสายลมถูกดูดกลืนเข้าไป
“หรือเพราะข้าเลื่อนระดับ จึงรับรู้ว่า้ามีถ้ำ”
ฤทธาสงสัย เพราะเมื่อก่อนเขาไม่เคยรู้เลย
ฤทธาปีนขึ้นไปต่อโดยไม่ลังเล และพบปากถ้ำเล็กซ่อนตัวอยู่หลังกิ่งไม้หนาทึบ
เขาค่อยๆ ย่างเท้าเข้าไปภายใน จนกระทั่งพบกับบุคคลหนึ่งนั่งสมาธิเงียบสงบอยู่กลางถ้ำ ชายชรารูปร่างสง่างาม แผ่จิติญญาทรงพลังอันมั่นคง
“เจ้า…ศิษย์สำนักรุ่นใหม่มาสักทีนะ”เสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่นเปล่งออกมา“ขอรับ…ท่านคือ…”
“ข้าคือ เฉิง หวังเซียนผู้เฝ้าสุสาน”
ฤทธาชะงักอย่างตกตะลึง
“สุสาน”
จบตอนที่23.