บุพเพรักแม่ทัพสุริยัน如意

    ตอนที่ 13 บุรุษชอบเปลี่ยนใจ มิรักใคร่ดังเดิม4

            ประตูถูกเปิดออก ร่างระหงวิ่งออกไปอย่างลนลาน จิ้นเหอมองตามอย่างงุนงง

            เมื่อไร้เงาร่างอ้อนแอ้นชวนพิศวงชายหนุ่มถึงคิดออก

            อ้อ...จริงสิ! ท่านแม่ทัพเพิ่งให้เขาไปสืบเรื่องของนาง

            ช่วยไม่ได้ที่เขาทำงานได้ฉับไวเถรตรงยิ่ง!

            แท้ที่จริง หยางเจี้ยนไหนเลยจะสนใจไยดีจนอยากรู้เรื่องของซู่หลิน หากแต่เป็นฮูหยินใหญ่ผู้เป็นมารดาที่เผยเรื่องราวให้บุตรชายลอบสืบดู

            เผื่อไว้ให้คอยระแวดระวังสตรีจอมมารยา!           

            มิคาดว่าจะสืบจนล่วงรู้ว่านางเลวร้ายถึงขั้นนั้น             

            แต่การจะส่งกลับก็ดูจะไม่เหมาะ เหตุเพราะเป็นมารดาของเขาเองที่นำนางเข้ามาถึงหลังเรือนที่ลึกสุดแห่งนี้ ผู้คนอาจครหาว่าจวนใหญ่รังแกคนด้อยกว่า

            ขณะที่จิ้นเหอกำลังจะปิดประตูห้องให้หยางเจี้ยน จิ่นซินก็พุ่งพรวดเข้ามาดั่งธนูเพลิง

            “ท่านแม่ทัพ ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว ได้โปรดช่วยฮูหยินน้อยด้วยเจ้าค่ะ นางไม่กินไม่ดื่ม เอาแต่ปัดกวาดเช็ดถูพระพุทธองค์ ทั้งยังไล่บ่าวกลับตลอด นางคงตรอมใจแน่ๆ”

            ไม่กินไม่ดื่ม เอาแต่ปัดกวาด ไล่กราดบ่าวไพร่...กระนั้นหรือ? หึ!

            หยางเจี้ยนลอบสบถในใจ

            เห็นได้ชัดว่านางต้องการอยู่เพียงลำพังแค่คนเดียวเพื่อทำเรื่องนอกกรอบอย่างอุกอาจ!

            จิ่นซินไหนเลยจะล่วงรู้อารมณ์ของแม่ทัพหนุ่ม

            นางพูดพล่ามยืดยาวพลางคุกเข่าโขกศีรษะดังปึกๆ จนหน้าผากช้ำหนัก ใบหน้ากลมแป้นแดงเถือกไปหมด สาวใช้ตัวน้อยต้องการออกมายอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียวว่าเป็นคนยุยงส่งเสริมเจ้านายให้ทำเรื่องไม่ยั้งคิด ทว่าอีกฝ่ายกลับสั่งอย่างเฉียบขาดมิให้ยุ่งเกี่ยว เพราะแม้โทษเดียวกันแต่หากคนแบกรับเป็นเพียงบ่าวไพร่คนหนึ่ง ย่อมถูกโบยหรือถูกขาย หาใช่แค่สวดมนต์ไม่ หมิงเยว่จึงไล่จิ่นซินออกมา

            เช่นนี้จิ่นซินย่อมทำได้แค่รอแม่ทัพหยางกลับมา

            “หากปล่อยเอาไว้แบบนี้ บ่าวเกรงว่าฮูหยินน้อยจะหลับไม่ตื่นอีกเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพได้โปรดช่วยนางด้วย”

            หยางเจี้ยนมุ่นคิ้ว พินิจอย่างสงสัย

            หลับไม่ตื่นแต่ก็ฟื้นขึ้นมาแต่งงานกับเขาปะไร!

            เบื้องหน้าแม่ทัพหนุ่ม สาวใช้โขกศีรษะร่ำไห้เสียงดังไม่หยุดหย่อน เขาจึงโบกมือสั่งให้จิ้นเหอเข้ามาพาตัวแม่นางผู้ช่ำชองการคร่ำครวญออกไปอย่างต้องการตัดรำคาญ

            จากนั้นยังใช้เวลาครุ่นคิดถึงภรรยาน่าชังของตน

            นางแอบฝึกยุทธ์ขัดกับธรรมเนียมของสตรีหลังเรือน

            แล้วยังจะแอบทำสิ่งใดขัดต่อกฎเกณฑ์อีกหรือไม่?

            ทันใดนั้นภาพของสตรีอีกคนพลันซ้อนทับ

            นางคือเจ้าของดวงตาสุกสกาว ท่วงท่าห้าวหาญ งามสง่ายิ่งกว่าบุรุษ ผู้ซึ่งเลือกอิสระเสรีมากกว่าความถูกต้อง ไม่คิดครองตนอยู่ในกรอบศีลธรรม

            หยางเจี้ยนที่เคยรู้สึกชื่นชอบสตรีเช่นนั้น กลับรู้สึกไม่พึงใจขึ้นมาแล้ว

            หากภรรยาของเขาทำตัวเยี่ยงนางแล้วเลือกจากไปอย่างโง่เขลาเบาปัญญา ไม่ยอมทำตัวอยู่ในกรอบประเพณี ปราศจากความคิดของกุลสตรีดีงาม ไร้ความอ่อนช้อยว่าง่าย ไม่คิดอยู่เหย้าเฝ้าเรือนรอปรนนิบัติสามีอย่างสงบเสงี่ยม ไม่เลี้ยงดูบุตรจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ไม่มอบบุตรหัวปีท้ายปี

            และไม่คิดซบอกเขาดีๆ ล่ะ?

            เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้น หยางเจี้ยนถึงขั้นเปิดลิ้นชัก หยิบภาพวาดของอดีตหัวหน้าค่ายโจรจันทราออกมาแล้วโยนเข้าห้องลับเก็บไว้ในซอกที่ลึกที่สุด ลึกจนยากค้นหา เนื่องจากยามนี้เขากำลังมีตัวตายตัวแทนไม่พึงประสงค์

            ใครคนนั้นที่มีความผิดแผกจากสตรีทั่วไปเหลือเกิน

            ไป๋หมิงเยว่!

    คล้ายกับเรื่องบุพเพรักแม่ทัพสุริยัน如意 ที่คุณอ่าน