ที่เมืองเย่ ศาลเ้าบรรพชนตระกูลเย่
“เหล่าบรรพชนที่ล่วงลับไปแล้วกำลังเฝ้ามองดูเราอยู่ เย่ฉวนมันเป็คนไม่มีทั้งความสามารถและไร้คุณธรรม จากนี้เป็ต้นไปเย่ฉวนจะถูกปลดออก และเย่หลางจะถูกแต่งตั้งขึ้นเป็ทายาทแห่งผู้นำตระกูลเย่คนต่อไปแทน”
ชายชราในชุดคลุมสีดำกล่าวขึ้น
ไม่ไกลกันนัก ด้านหลังชายชราเป็วัยรุ่นที่ยืนยกยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาคนนั้นคือเย่หลาง
ทั้งสองฟากฝั่ง ล้วนแต่เป็ผู้าุโตระกูลเย่
“ทำไมกัน!”
จู่ ๆ ก็มีเสียงสั่นเครือดังขึ้นภายในศาลเ้า
เมื่อหันไปมองทางเ้าของเสียงนั้น ทุกคนก็ได้เห็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู เด็กผู้หญิงคนนี้อายุประมาณสิบสองหรือสิบสามเห็นจะได้ มือเล็ก ๆ ของนางทั้งสองข้างจับที่มุมชายกระโปรงแน่น ใบหน้าสีขาวซีดเล็กน้อยอย่างน่าสงสาร เด็กสาวดูเปราะบางและแววตาคู่เล็กก็แสดงร่องรอยของความกังวลใจออกมา
เด็กสาวผู้นี้มีนามว่าเย่หลิง นางเป็น้องสาวร่วมสายเืเดียวกันกับเย่ฉวน หลังจากที่ได้ยินว่าตระกูลเย่นี้คิดจะขับไล่ผู้เป็พี่ชายของตนออกไป เย่หลิงจึงรีบรุดหน้ามาที่นี่โดยไม่คำนึงถึงความเจ็บป่วยของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
ชายชราในชุดคลุมสีดำขมวดคิ้วพลางพูดว่า “เย่หลิง เ้ารู้ตัวมั้ยว่ากำลังทำอะไรอยู่!”
เด็กสาวนามเย่หลิงค้อมกายแสดงความเคารพเล็กน้อยให้กับทุกคนในศาลเ้าก่อนจะกล่าวอย่างตะกุกตะกัก “ผู้าุโที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย พี่ชายของข้าเย่ฉวนนั้นเป็ผู้สืบทอดของตระกูลเรามานานนับปี จู่ ๆ พวกท่าน้าปลดเขาออกจากตำแหน่งเพราะเหตุใด?”
ผู้เฒ่าตระกูลเย่เหลียวมองเย่หลิงอย่างเ็า “นี่เป็เื่ภายในตระกูล เ้าจะเข้ามาขัดทำไม? กลับไปซะ!”
เย่หลิงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว นางไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตากับผู้เฒ่าตระกูลเย่แต่นางก็ไม่ยอมจากไป เด็กสาวรวบรวมความกล้าทั้งหมดและก้าวเข้าไปข้างในศาลเ้า นางหมอบกายลงทำความเคารพเหล่าผู้าุโทั้งสองด้านอีกครั้งก่อนจะกล่าว “ท่านผู้าุโ บัดนี้พี่ชายของข้ากำลังแย่งชิงสิทธิ์ในการขุดเหมืองหนานชานกับตระกูลหลีอย่างเอาเป็เอาตาย เขาเสี่ยงชีวิตเพื่อตระกูล เพื่อให้ความเป็อยู่ของพวกเราดีขึ้น หากพวกท่านคิดจะปลดเขาจากตำแหน่งทายาทเสียั้แ่ตอนนี้ ข้าคิดว่ามันช่างไม่เป็ธรรมนัก”
“เ้า...เ้ากล้าดียังไง!”
ผู้เฒ่าตระกูลเย่เริ่มโกรธจัด "พวกข้าจะขับไล่เย่ฉวนหรือไม่ ก็ไม่ใช่เื่ที่เ้าจะมาออกความคิดเห็น ใครก็ได้มาลากตัวนางออกไป!”
เมื่อมาถึงจุดนี้ ผู้สืบทอดคนใหม่แห่งตระกูลเย่ก็ยกยิ้มขึ้นก่อนกล่าว "นางควรถูกโบยสามสิบไม้เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเอาเป็เยี่ยงอย่าง!"
ผู้เฒ่าตระกูลเย่ได้ยินก็สั่งการอย่างเ็า “โบยนางสามสิบไม้!”
เพียงครู่เดียว ข้ารับใช้สองคนก็ปราดเข้ามาจับตัวเย่หลิงไว้
เย่หลิงกำมือแน่นและพูดออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว "ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด พี่ชายของข้าต้องออกไปเผชิญความยากลำบากมากมายเพื่อครอบครัวมานานหลายปี แม้กระทั่งตอนนี้เอง ท่านพี่ก็ยังต่อสู้เพื่อครอบครัวอยู่อย่างสิ้นหวัง แต่พวกท่านกลับ..."
ข้ารับใช้คนหนึ่งมองไปที่ทายาทคนใหม่ของตระกูลอย่างเย่หลาง เขารู้ทันทีว่าโอกาสอยู่ที่นี่แล้วจึงยิ้มอย่างเ็า
“การขึ้นเป็ทายาทของท่านเย่หลางได้รับการยอมรับแล้ว” เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาจึงยกมือขึ้นและฟาดลงไปบนหน้าของเด็กสาว
“เพียะ!”
เมื่อเสียงตบดังขึ้น แก้มขวาของเย่หลิงก็กลายเป็สีแดงบวมทันที เย่หลิงไม่ได้ร้องไห้ เพียงแต่ยกมือขึ้นแนบแก้มข้างที่โดนตบอย่างแ่าก็เท่านั้น
เย่หลางมองไปที่ข้ารับใช้คนนั้นพลางยิ้มและเอ่ยถาม "เ้าชื่ออะไร?"
เขาค้อมกายทำความเคารพอย่างนอบน้อม "ข้าชื่อจางมู่ขอรับ"
เย่หลางพยักหน้า "เ้าทำดีมาก เอาไว้ข้าได้กลายเป็ผู้สืบทอดตระกูลเย่แล้วเมื่อไหร่ ข้า้าบ่าวรับใช้คนสนิทเอาไว้ใช้สอยสักสิบคน ข้าจะให้เ้าเป็หนึ่งในนั้น"
เมื่อได้ยินเช่นนี้จางมู่ก็ดีใจมากรีบก้มลงทำความเคารพทันที "ข้าน้อยยินยอมทำทุกอย่างเพื่อนายท่าน ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟก็ไม่หวั่นขอแค่นายท่านเย่หลางได้โปรดเมตตา!"
เย่หลางพยักหน้าเล็กน้อย “พาตัวออกไป นางคนนี้สอดแทรกการหารือของเหล่าผู้าุโ ไม่ต้องยั้งมือ เ้าเข้าใจใช่หรือไม่?”
จางมู่มองไปที่เย่หลางผู้มีเจตนาสังหารฉายชัดในแววตาก็เข้าใจ ดังนั้นพอคว้าผมของเย่หลิงได้ก็ดึงเขาก็ดึงตัวนางออกไปทันที
ทันใดนั้นจางมู่ก็ต้องหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นอะไรบางอย่าง
ข้างในศาลบรรพชน คนอื่น ๆ ล้วนหันหน้ามองตามสายตาของจางมู่ออกไปข้างนอก
ห่างออกไปไม่ไกลนัก วัยรุ่นผู้หนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เขาสวมเสื้อคลุมยาวมีรอยขาดเป็ทางเผยให้เห็นเนื้อหนังและาแที่เต็มไปด้วยเือยู่ทุกหนแห่ง
ผู้มาใหม่นั่นก็คือเย่ฉวนผู้ซึ่งรีบรุดหน้ากลับมาจากหนานชานนั่นเอง!
ทันทีที่เห็นเย่ฉวน รอยยิ้มเย็นก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเย่หลาง ส่วนบรรดาผู้าุโตระกูลเย่ต่างขมวดคิ้วมุ่น
ผู้เฒ่าตระกูลเย่หรี่ตาลงเล็กน้อย ใบหน้าทะมึนของเขาดูน่ากลัว ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
พอเข้ามาใกล้ในระยะประชิด เย่ฉวนซึ่งเห็นเย่หลิงถูกจางมู่กระชากปอยผมอยู่คามือ สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็โกรธจัด "ใครมันอนุญาตให้คนอย่างเ้าแตะต้องน้องสาวข้า?"
เมื่อจางมู่เห็นเย่ฉวนก็เปลี่ยนสีหน้าในทันที เขามองไปที่เย่หลางอย่างรวดเร็วเพื่อจะขอความเห็น แต่วินาทีนี้เย่ฉวนซึ่งกำลังโกรธจัดได้ทะยานไปยืนอยู่หน้าด้วยความรวดเร็วปานเสือ และก่อนที่จางมู่จะทันได้ตั้งตั้วเขาก็ถูกเย่ฉวนซัดกำปั้นเข้าให้ที่หน้าเรียบร้อยแล้ว
"เปรี้ยง!"
จางมู่เริ่มมีอาการวิงเวียนศีรษะ ไม่นานนักร่างที่เซโงนเงนก็ร่วงลงกับพื้น
แต่เย่ฉวนยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาพุ่งกลับเข้าไปหาจางมู่อีกครั้ง แต่คราวนี้เย่หลางที่ยังยืนอยู่ภายในศาลเ้าะโออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว "เย่ฉวน นั่นมันคนของข้านะ เ้ากล้าดียังไง..."
เย่ฉวนยกเท้าขึ้นเหยียบกระทืบเข้าที่ยอดอกของจางมู่
“อั้ก!”
เืที่มุมปากค่อย ๆ ไหลริน
หลังจากที่ได้เห็นภาพนี้ สีหน้าของเย่หลางก็บิดเบี้ยวน่าเกลียดจนดูไม่ได้ แต่กระนั้นเย่ฉวนก็ยังมองตอบอย่างไม่เกรงกลัว "คนของเ้า?"
ปลายเท้าของเย่ฉวนค่อย ๆ เลื่อนไปที่ใบหน้าของจางมู่แทน จากนั้นก็กระแทกลงไป อย่างโเี้!
หน้าทั้งหน้าของจางมู่เสียโฉม เขาครวญครางออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน “นายท่าน นายท่านได้โปรดช่วยข้าน้อยด้วย…”
เย่ฉวนเมินจางมู่ที่กำลังร้องคร่ำครวญพลางก้าวเข้าไปช่วยน้องสาว ทันทีที่เห็นสภาพของเย่หลิง เย่ฉวนพลันรู้สึกเหมือนโดนมีดกรีดแทงหัวใจ เขากำหมัดแน่น ตัวสั่นไปทั่วทั้งร่าง
เมื่อเย่หลิงได้มองเย่ฉวน น้ำตาก็พลันไหลพรั่งพรูออกมาทันที “พี่ชาย พี่ชายเจ็บไหม…”
พอได้ยินเสียงร้องไห้ของน้องสาว เย่ฉวนนึกฉุนกึกขึ้นมาอีก วิ่งกลับเข้าไปเหยียบศีรษะของจางมู่ซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็การระบายความโกรธแค้น
"เปรี้ยง!"
ศีรษะจางมู่กระแทกเข้ากับบันไดหิน เืไหลซ่านกระเซ็น ตายคาที่!
เมื่อได้เห็นฉากนี้ ทุกคนในที่นั้นก็ได้แต่นิ่งอึ้งไป
เย่ฉวนยังไม่ยอมหยุด เขาหันไปจ้องหน้าเย่หลาง “น้องสาวของข้าไม่ใช่คนที่ใครจะมาแตะต้องได้ง่าย ๆ มารดามันเถอะ เ้ากล้าดียังไง!”
หลังจากพูดจบ เขาสาวเท้าเดินตรงเข้าไปหาเย่หลาง
ใบหน้าของผู้เฒ่าตระกูลเย่พลันเปลี่ยนสี “เ้านั้นแหละกล้าดียังไง!”
กล่าวจบผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็เคลื่อนที่ไปพลางซัดฝ่ามือเข้าหาเย่ฉวนทันที
ลมจากฝ่ามือนั้นแข็งแรง รวดเร็ว และดุเดือด
เย่ฉวนกระตุกมุมปากอย่างชั่วร้าย
มือขวาของเขากำหมัดแน่น ในเสี้ยววินาทีถัดมาก่อนที่ลำแขนขวาจะถูกฉีกออกเป็ชิ้น ๆ กำปั้นนั้นก็ถูกซัดเข้าไปได้ถึงตัวของผู้เฒ่าตระกูลเย่แล้ว
"ตูม!"
สองหมัดปะทะกันจนเกิดเสียงะเิก็ดังขึ้น
เย่ฉวนถอยกลับไปที่ประตูหลังจากซัดจนผู้เฒ่าตระกูลเย่ล่าถอยไปได้หลายก้าว
ทุกคนตื่นตะลึง
ในเมืองชิงโจว ผู้ฝึกยุทธ์ถูกแบ่งแยกออกเป็หลายระดับ ขั้นแรกหลอมกายา ขั้นสองเสริมกายา ขั้นสามกายากล้าแกร่ง ขั้นสี่ผสานหยินหยาง ขั้นห้าแสวงหา และสุดท้ายคือขั้นหกผสานลมปราณที่สามารถควบคุมลมปราณได้! ผู้เฒ่าตระกูลเย่นั้นได้บรรลุถึงขั้นผสานลมปราณ ส่วนเย่ฉวนเป็เพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าแสวงหาเท่านั้น จริงอยู่ว่าทั้งคู่ห่างชั้นกันอยู่หนึ่งขั้น แต่กระนั้นเย่ฉวนก็เป็รองกว่าเพียงแค่เล็กน้อย
ผู้เฒ่าตระกูลเย่รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง เขารู้ดีว่าเย่ฉวนเป็ชายหนุ่มที่มีความสามารถและมากด้วยพร์เหมาะสมแล้วที่เป็ผู้สืบทอดของตระกูลเย่คนถัดไป ทั้งนี้เย่ฉวนยังต่อสู้เพื่อตระกูลเย่มาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างนั้นผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็คาดไม่ถึงว่าความสามารถในการต่อสู้ของเย่ฉวนจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!
"แข็งแกร่งมาก!"
เมื่อครุ่นคิดถึงเื่นี้ จิตสังหารก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นในแววตา
ผู้เฒ่าตระกูลเย่มองกลับมาที่เย่ฉวน "เย่ฉวน เ้ากล้าดีนักนะที่คิดโจมตีทายาทของตระกูลต่อหน้าสุสานบรรพชน!"
เย่ฉวนย่นคิ้วเล็กน้อย "ทายาทงั้นเหรอ?"
ผู้เฒ่าตระกูลเย่หัวเราะ "เย่ฉวน ข้าลืมบอกไป เ้าถูกปลดจากตำแหน่งผู้สืบทอดแล้ว นับั้แ่นี้ต่อไป เย่หลางถือเป็ทายาทของตระกูลเย่ของพวกเรา!"
เย่ฉวนหรี่ตา "ข้าน่ะหรือถูกปลดจากตำแหน่งผู้สืบทอด?"
ผู้เฒ่าตระกูลเย่เอ่ยขึ้นอย่างเ็า "นี่เป็การตัดสินใจของบรรดาผู้าุโตระกูลเย่"
เย่ฉวนคลี่ยิ้มและกล่าวอย่างดุเดือด "ข้าทุ่มเทพละกำลังกายใจทั้งหมดเพื่อต่อสู้อยู่ทางโน้น แต่พวกท่านกลับทำพิธีปลดข้าออกจากตำแหน่งผู้สืบทอดอยู่ที่นี่?"
ผู้เฒ่าตระกูลเย่หัวเราะก่อนจะชี้ไปที่เย่หลางซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล "เ้ารู้ไหมว่าเขาคือใคร?"
ไม่รั้งรอให้เย่ฉวนตอบ ผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็กล่าวสำทับ "เย่หลางคือหนึ่งในผู้ที่ถูกเลือก ผู้ถูกเลือกที่เพิ่งตื่นขึ้น!"
เย่ฉวนใ
ผู้ที่ถูกเลือก?