เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 88 ขาดทุน

            กว่าซูเจี่ยนอันจะสะสางงานทั้งหมดจนเสร็จก็บ่ายสองโมงแล้ว

            ตั้งแต่เดินออกจากห้องทำงานของผู้จัดการไช่เธอก็ลังเลว่าจะกลับบ้านเลย หรือจะขึ้นไปหาลู่เป๋าเหยียนก่อนดี

            แต่เมื่อเข้าไปในลิฟต์นิ้วเธอก็กดชั้นแปดสิบหกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

            ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วงั้นขึ้นไปหาลู่เป๋าเหยียนก่อนละกัน

            ลู่เป๋าเหยียนกำลังนั่งอ่านเอกสารจากมุมที่ซูเจี่ยนอันยืนอยู่ ใบหน้าของเขาช่างเพอร์เฟคไร้ที่ตินิ้วเรียวยาวกำลังกุมปากกาหมึกซึมพลางก้มหน้าเล็กน้อยบรรยากาศรอบกายของเขาดูทรงอำนาจซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่มีมาแต่ไหนแต่ไร

            ซูเจี่ยนอันพยายามเดินอย่างเงียบเชียบที่สุด

            ตอนเข้ามาเธอไม่ได้บอกให้เดซี่แจ้งเขา เพราะเธออยากจะแกล้งให้เขาตกใจสักหน่อย

            “งานของเธอเสร็จแล้วเหรอ”

            แต่จู่ๆ ลู่เป๋าเหยียนก็เงยหน้าขึ้นมามองเธอราวกับรู้แต่แรกแล้วว่าเธออยู่ในห้อง

            ซูเจี่ยนอันทำหน้าเซ็ง“นายรู้ตั้งแต่เมื่อไรว่าฉันเข้ามารอบนี้นายไม่น่าจะได้ยินเสียงเดินของฉันแล้วนี่”

            “แต่ฉันได้ยินเสียงประตู”ลู่เป๋าเหยียนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ก่อนตอบเนือยๆ “คนที่ไม่เคาะประตูก่อนเข้าห้องแถมเข้ามาแล้วก็ไม่ส่งเสียงทักสักคำ นอกจากเธอแล้วจะมีใครอีก”

            ซูเจี่ยนอันลูบปลายจมูกก่อนจะยิ้มแห้งเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

            “เรื่องงานเลี้ยงครบรอบฉันจัดการเสร็จหมดแล้วท่านผอ.มีอะไรให้ฉันรับใช้อีกไหมคะ”

            ลู่เป๋าเหยียนเลื่อนถ้วยกาแฟมาทางเธอ

            “ชงกาแฟให้ฉันหน่อย”

            ถึงจะนึกบ่นอยู่ในใจแต่ซูเจี่ยนอันก็ลุกไปชงกาแฟให้เขาอย่างเชื่อฟัง

            ระหว่างรอกาแฟเธอก็เหลือบมองนาฬิกานี่ก็อีกตั้งนานกว่าจะถึงเวลาเลิกงานถ้ามัวแต่หมกตัวอยู่ในห้องลู่เป๋าเหยียนรอเวลาไปเรื่อยๆนอกจากจะรบกวนเขาแล้วยังเสียเวลาเปล่าอีก สู้ออกไปเดินเล่นแถวนี้สักหน่อยดีไหมนะ

            เธอเอากาแฟไปให้เขาแต่ก่อนที่จะได้พูดอะไร เขากลับขมวดคิ้วและเลื่อนแก้วกาแฟคืนมาให้เธอ

            “ฉันอยากได้กาแฟเย็น”

            “นายชอบกินกาแฟเย็นงั้นเหรอ”ซูเจี่ยนอันถาม

            ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วยุ่งกว่าเดิม“เมื่อวานเดซี่ไม่ได้บอกเธอเหรอ”

            “ไม่นะ”ซูเจี่ยนอันยิ้มตาหยีก่อนจะหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะเขามากดเบอร์โต๊ะของเดซี่

            “ขอฉันโทรหาเธอหน่อย”

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วมองเธอพลางนึกสงสัยเธอคงจะบอกให้เดซี่ไปชงกาแฟแก้วใหม่มาให้เขาสินะ

            “ค่ะ ท่านผอ.”เสียงเดซี่ดังขึ้นจากในสาย

            “ฉันเองค่ะคุณเดซี่”น้ำเสียงของซูเจี่ยนอันเต็มไปด้วยความขบขัน “ต่อไปกาแฟของผอ.ลู่ทุกแก้วขอเป็นแบบร้อนนะคะ”

            เดซี่นิ่งอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่จะได้สติตอบกลับมา

            “รับทราบค่ะ”

            “งั้นคุณทำงานต่อเถอะค่ะ”

            ซูเจี่ยนอันวางสายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตามเดิม

            ลู่เป๋าเหยียนเองก็ไม่ได้โกรธเขาถามเธออย่างไม่ทุกข์ร้อน

            “เธอควรจะให้เหตุผลกับฉันหน่อยไหม”

            ตอนคุยโทรศัพท์ซูเจี่ยนอันขึ้นมานั่งบนโต๊ะทำงานเธอโน้มตัวลงมาจับหน้าท้องของเขาบริเวณกระเพาะอาหารพลางเอ่ย

            “คุณสามีคะไม่รู้ตัวหรือไงว่าตัวเองเป็นโรคกระเพาะ”

            ลู่เป๋าเหยียนจ้องหน้าอกเธอไม่วางตา

            “งั้น...ตอนนี้เธอกำลังคิดจะยั่วยวนสามีเธออยู่งั้นเหรอ”

            ซูเจี่ยนอันก้มหน้ามองตามสายตาเขาวันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตผ้าคอตตอนสีขาวที่ปลดกระดุมไว้ค่อนข้างต่ำการที่เธอก้มตัวลงมาแบบนี้ ช่างพอเหมาะพอดีกับระดับสายตาของลู่เป๋าเหยียนเสียเหลือเกิน

            เธอหน้าแดงก่ำและรีบยกมือขึ้นมาบังบริเวณหน้าอก

            “คนโรคจิต!ฉันไปดีกว่า”

            “กลับมานี่”ลู่เป๋าเหยียนเรียกรั้งเธอไว้ “ไม่เห็นเหรอว่าฝนกำลังจะตก เธอจะไปไหน”

            ซูเจี่ยนอันมองออกไปนอกหน้าต่างถึงได้รู้ว่าขณะนี้ท้องฟ้ากำลังมืดครึ้ม คล้ายกับพายุกำลังจะมา

            “ฉันอยากออกไปเดินเล่นสักหน่อยแต่ถ้าเป็นแบบนี้...ช่างมันเถอะ นายทำงานต่อเถอะ ฉันรอนายเลิกงานอยู่ที่นี่แหละ”ซูเจี่ยนอันพูดอย่างเซ็งๆ

            ว่าแล้วเธอก็เดินไปนั่งที่โซฟาและหยิบ iPad ที่มักพกติดตัวไว้เป็นประจำออกมา เธอเสียบหูฟังและเริ่มดูหนัง

            ลู่เป๋าเหยียนเห็นดังนั้นจึงลงมือทำงานต่อโดยไม่ว่าอะไรอีก

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแต่เมื่อลู่เป๋าเหยียนเงยหน้าขึ้นมองซูเจี่ยนอันอีกที เธอก็กอด iPad นอนหลับปุ๋ยไปแล้วทั้งๆที่ยังเสียบหูฟังอยู่

            ลู่เป๋าเหยียนลุกขึ้นเดินไปหาเธอเขาคุกเข่าลงหน้าโซฟา ทันใดนั้นแสงฟ้าแลบก็สะท้อนเข้ามาทางกระจกหน้าต่างเขาจึงรีบใช้มือสองข้างอุดหูของเธอ วินาทีต่อมาฟ้าก็ผ่าดังเปรี้ยงก่อนที่เม็ดฝนจะเริ่มโปรยปราย

            ถึงอย่างนั้นซูเจี่ยนอันก็โดนเสียงของมันปลุกจนตื่นอยู่ดี ลู่เป๋าเหยียนชักมือออกเมื่อเห็นลู่เป๋าเหยียนกำลังคุกเข่าอยู่หน้าโซฟาเธอจึงปิดตาลงอย่างสะลึมสะลือก่อนถาม

            “ฝนตกแล้วเหรอ”

            “อืม”ลู่เป๋าเหยียนดึงหูฟังของเธอออก “ลุกเถอะ ไปนอนในห้องพักผ่อน”

            สิ่งที่คนกำลังง่วงเกลียดที่สุดคือคำว่า‘ลุกขึ้น’ นี่แหละ ซูเจี่ยนอันบ่นงึมงำในลำคอก่อนจะพลิกตัวซุกหน้าเข้ากับโซฟาแกล้งทำเป็นหูทวนลม

            ลู่เป๋าเหยียนเรียกเธออีกหลายครั้งแต่เธอก็ยังทำเป็นไม่ได้ยิน เขาจึงอุ้มเธอขึ้นมาซะเลย

            คราวนี้ซูเจี่ยนอันตื่นเต็มตาทันที

            นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาอุ้มเธอแต่ส่วนใหญ่ก็เฉพาะเวลาที่เธอไม่รู้สึกตัวเท่านั้นมีเพียงครั้งที่เธอถูกสองพี่น้องตระกูลเส้าลักพาตัวไปครั้งนั้นครั้งเดียวที่เขาอุ้มเธอลงจากตึกขณะที่เธอยังมีสติ

            แต่ว่าคราวนี้มันเหมือนมีอะไรบางอย่างแปลกไป...

            หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นลมหายใจเธอเริ่มติดขัดเหมือนครั้งก่อนไม่มีผิด ทว่าบรรยากาศระหว่างพวกเธอ...เหมือนจะ‘ใกล้ชิด’ เป็นพิเศษ

            ซึ่งต่างจากครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง

            เพราะเธอไม่ยอมตื่นลู่เป๋าเหยียนจึงอุ้มเธอขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ราวกับเป็นเรื่องปกติ

            ความอ่อนหวานอุ่นวาบเข้ามาในใจซูเจี่ยนอันนอนอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างมีความสุขจนอยากจะยิ้มออกมา

            เมื่อเข้าไปในห้องพักผ่อนลู่เป๋าเหยียนก็วางเธอลงบนเตียง เธอดึงมือเขาไว้

            “นายมีชุดนอนหรือเปล่ายืมหน่อยสิ” ให้สวมเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนนอนแบบนี้เธอไม่ค่อยสบายตัวอีกอย่างตอนตื่นเสื้อคงยับยู่ยี่ดูไม่ได้แน่ๆ

            “ชุดนอนฉันคงตัวใหญ่ไปสำหรับเธอ”ลู่เป๋าเหยียนเปิดตู้เสื้อผ้าไซส์เล็กที่ตั้งอยู่ในห้องก่อจะหยิบเสื้อเชิ้ตของเขาส่งให้เธอ

            “ใส่ตัวนี้แล้วกัน”

            เธอมองเสื้อเชิ้ตหนึ่งครั้งก่อนจะมองหน้าเขาอีกรอบทำไมเธอถึงรู้สึกแปลกๆ แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไร ลู่เป๋าเหยียนก็เดินออกไปก่อนแล้ว

            เธอยืนยิ้มนิ่งอยู่ที่เดิมพลางกอดเสื้อเชิ้ตของเขาอยู่สักพักก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ

            เมื่อเธอออกมาก็เห็นสายฝนที่กำลังตกกระหน่ำหนักกว่าเดิมอยู่ด้านนอก เสียงฟ้าร้องดังสนั่นราวฟ้าจะถล่มสายฟ้าแลบแปลบปลาบเหมือนจะพุ่งเข้ามาในห้องอย่างไรอย่างนั้นซูเจี่ยนอันนอนกอดผ้าห่มซุกตัวอยู่บนเตียงพลางคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อตอนที่เธออายุสิบขวบ

            วันนั้นเธอกับแม่ไปเยี่ยมถังอวี้หลันกับลู่เป๋าเหยียนที่บ้านเก่าของคุณยายตอนบ่ายเธอเผลอหลับไป แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวเธอในตอนนั้นถูกเลี้ยงมาดั่งไข่ในหิน เธอตกใจกลัวจนไม่กล้าแม้จะลุกออกจากเตียงได้แต่นั่งกอดผ้าห่มร้องไห้อยู่อย่างนั้น

            เสียงฝนดังกลบเสียงร้องไห้จนหมดไม่มีผู้ใหญ่คนไหนได้ยินเสียงของเธอสักคนสุดท้ายเป็นลู่เป๋าเหยียนที่ผลักประตูเข้ามา

            เธอยื่นแขนออกไปขอให้เขากอดปลอบปกติลู่เป๋าเหยียนไม่คิดจะสนใจไยดีอะไรเธออยู่แล้วแต่เพราะวันนี้เธอร้องไห้เสียจนน่าสงสารเขานิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเข้าไปกอดเธอพลางพูดด้วยน้ำเสียงเจือความไม่พอใจ

            “แค่ฟ้าผ่าเองจะร้องไห้ทำไมกัน”

            ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เขาก็ยกมือลูบหลังเธอเบาๆ อย่างปลอบโยน

            ตอนนั้นเธอกลัวเสียงฟ้าร้องมากแต่ที่เธอกลัวยิ่งกว่าคือ ลู่เป๋าเหยียนอาจจะเกลียดที่เธอใจเสาะแบบนี้จนทิ้งเธอไปเธอกอดเขาเอาไว้แน่น และร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของเขาจนเสื้อเขาเลอะเทอะไปหมด

            พายุฝนครั้งนั้นมาเร็วไปเร็วเหมือนกับที่ลู่เป๋าเหยียนปรากฏตัวเข้ามาในชีวิตเธอได้ไม่นาน เขาก็จากเธอไป

            ว่ากันว่าฟ้าหลังฝนมักจะสดใสเสมอเธอไม่รู้ว่าเพราะง่วงหรือเพราะร้องไห้จนเหนื่อยจึงเผลอหลับไปอีกครั้งก่อนหลับตาลง วันนั้นเธอเห็นสายรุ้งที่โค้งพาดผ่านอยู่บนฟากฟ้าด้านนอก

            ไม่รู้ว่าเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งเธอยังจะได้เห็นมันอีกหรือเปล่านะ

            แล้วก็เหมือนทุกครั้งที่ซูเจี่ยนอันนอนกลางวันเธอตื่นขึ้นมาหลังจากเผลอหลับไป

            เมื่อหันไปมองนาฬิกานี่ก็สี่โมงกว่าแล้ว ฝนหยุดตกก่อนหน้านี้ได้สักระยะกระจกหน้าต่างใสแจ๋วราวกับถูกน้ำแร่ชำระล้างจนสะอาดทำให้คนมองรู้สึกสงบอย่างประหลาด

            เธอตลบผ้าห่มและเดินออกไปเปิดหน้าต่างตอนแรกเธอนึกว่าตัวเองตาฝาด จึงกะพริบตาหลายครั้ง ก่อนจะจ้องมองอีกที

            นั่นมัน...สายรุ้งจริงๆด้วย!

            สายรุ้งพาดโค้งผ่านขอบฟ้าทั้งเจ็ดสีสันเรียงตัวกลมกลืนสวยงามด้านหลังของมันคือท้องฟ้าครามที่มีหมู่เมฆกำลังล่อยล่องอย่างช้าๆ

            เมืองที่สภาพอากาศเต็มไปด้วยมลพิษอย่างเมืองนี้การได้เห็นสายรุ้งกับท้องฟ้าแสนสวย ถือเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อราวปาฏิหาริย์

            ครั้งที่แล้วที่เธอเห็นสายรุ้งคือตอนสิบขวบเธอเห็นมันพร้อมกันกับลู่เป๋าเหยียนที่บ้านเก่าของคุณยาย

            นี่จะเรียกว่าความบังเอิญราวปาฏิหาริย์ได้ไหมนะ

            เธอวิ่งไปที่ประตูห้องอย่างตื่นเต้นก่อนจะดึงมันเปิดออกทั้งๆ ที่ยังสวมเสื้อเชิ้ตของเขาอยู่

            “ลู่เป๋า...”

            ตอนนี้ในออฟฟิศของลู่เป๋าเหยียนมีคนอื่นอยู่ด้วยหนึ่งในนั้นคือเสิ่นเยว่ชวน ส่วนผู้ชายอีกสองคนเธอไม่รู้จักพวกเขาใส่สูทผูกไทเหมือนกันหมด เสียงของเธอดึงความสนใจของทุกคนให้หันมามองพวกเขานิ่งอึ้งไป จากนั้นจึงรีบเบือนสายตาหนีทันที

            ซูเจี่ยนอันนึกไม่ถึงว่าจะมีคนอื่นอยู่ในห้องนี้อีกยังดีนะที่เธอไม่ได้วิ่งทะเล่อทะล่าออกไป แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังสวมเสื้อเชิ้ตของลู่เป๋าเหยียนอยู่ก็รีบหันหลังกลับเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว

            ที่ด้านนอกลู่เป๋าเหยียนทำสีหน้าประหลาดยากเกินจะอธิบายขนาดเสิ่นเยว่ชวนเองยังไม่เคยเห็นเขาทำสีหน้าแบบนี้มาก่อน

            ชายหนุ่มสามคนลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมายก่อนที่เสิ่นเยว่ชวนจะพูดขึ้น

            “งั้นพวกฉันขอตัวก่อน ที่เหลือเอาไว้ค่อยคุยกันในที่ประชุมวันพรุ่งนี้”

            ลู่เป๋าเหยียนเดินไปที่ห้องพักผ่อนเขาผลักประตูให้เปิดออก แต่ก็ไม่เห็นซูเจี่ยนอันมีเพียงแต่กองผ้าห่มที่นูนขึ้นมาอย่างไม่เป็นธรรมชาติอยู่บนเตียง

            เขาเดินไปเปิดผ้าห่มออกก็เห็นซูเจี่ยนอันที่กำลังนอนปิดหน้าต่อว่าเขาอย่างโมโห

            “นายเอาเสื้อเชิ้ตให้ฉันใส่ทำไมเนี่ยชุดนอนตัวใหญ่ไปก็ไม่เป็นไรนี่นา ต่อไปฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกแล้ว”

            ลู่เป๋าเหยียนอดหัวเราะไม่ได้

            “เมื่อกี้เธอรีบวิ่งออกไปหาฉันทำไมมีเรื่องอะไรงั้นเหรอ”

            ซูเจี่ยนอันชี้ไปยังหน้าต่าง

            “ดูเอาเองสิ”

            เพราะห้องพักผ่อนกับห้องทำงานทิศทางของหน้าต่างไม่เหมือนกันทำให้ลู่เป๋าเหยียนไม่เห็นสายรุ้ง ทั้งๆ ที่ฝนหยุดตกตั้งนานแล้ว

            เขาเลิกคิ้วก่อนถาม“แค่สายรุ้งเอง เธอจำเป็นต้องตื่นเต้นขนาดนั้นเลย?”

            ซูเจี่ยนอันลุกขึ้นนั่งก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดต้นขาเรียวงาม

            “ครั้งล่าสุดที่นายเห็นสายรุ้งคือเมื่อไร”

            ลู่เป๋าเหยียนนิ่งคิดอยู่นานแต่ก็ไม่ตอบ

            ซูเจี่ยนอันทำหน้าผิดหวัง

            “นายลืมไปแล้วสินะ”

            ชั่วอึดใจเธอก็เลยทำท่าบอกใบ้เขา

            “วันนี้ก็มีสายรุ้ง?”ลู่เป๋าเหยียนยังคงทำหน้าจำไม่ได้ “ฉันจำได้แต่ว่าเธอร้องไห้จนเปรอะเสื้อกับผ้าห่มของฉันไปหมด”

            “...ผ้าห่มของนาย”คราวนี้ถึงตาซูเจี่ยนอันบ้างที่งง “ฉันห่มผ้าห่มของนายงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้”

            “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้?” ลู่เป๋าเหยียนยิ้มบาง“ตอนนั้นเธอไม่ยอมไปนอนห้องแม่ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องของฉันไม่ยอมไปไหน ผ้าห่มที่เธอห่มไม่ใช่ของฉันแล้วจะเป็นของใคร?”

            ตอนนั้นเธอแค่สิบขวบเองนะเธอกล้าทำเรื่องน่าอายอย่างการขอนอนห้องเขาไปได้อย่างไรเนี่ย?

            เธอลองนึกดูอีกครั้งเหมือนจะเกิดเรื่องที่ว่าจริงๆ ตอนนั้นแม่ยังยิ้มขำเธอว่า

            ‘เจี่ยนอันลูกชอบพี่เป๋าเหยียนงั้นเหรอจ๊ะ’

            ลู่เป๋าเหยียนเห็นสีหน้าของเธอก็รู้ทันทีว่าเธอจำได้จึงพูดเสียงต่ำ

            “เจี่ยนอันฉันขาดทุนมาสองครั้งแล้ว”

            ครั้งที่แล้วเธอร้องไห้จนเสื้อผ้ากับผ้าห่มเขาเลอะเทอะทำให้เขาต้องเปลี่ยนชุดกับผ้าห่มใหม่หมด จะบอกเขาขาดทุนก็ไม่แปลก แต่ว่าครั้งนี้...เขาขาดทุนอะไรกัน?

            เธอมองลู่เป๋าเหยียนอยางไม่เข้าใจก่อนที่เขาจะประทับริมฝีปากลงมา...

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577