เมิ่งฟางซินชะงักไปเล็กน้อย คิดไม่ออกว่าจะให้เื่นี้วกกลับมาเกี่ยวข้องกับเมิ่งฟางมิ่งได้อย่างไร
ทว่าเสิ่นเฟยโจวกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเ็าเสียก่อน
“เช่นนั้นกระหม่อมเองก็มีสตรีประเภทหนึ่งที่ไม่ชอบเช่นกัน” เขามองตรงมายังิลี่ถิง
“สตรีที่แอบมีความสัมพันธ์กับบุรุษมาก่อน แต่กลับทำตนราวกับบริสุทธิ์สะอาด ล้างน้ำชุบตัวหาสามีที่ดีกว่า คุณชายตงว่าอย่างไรขอรับ หากต้องมีฮูหยินที่เป็เช่นนี้จะรับได้หรือไม่” เฟยโจวหันไปมองหย่าถงรอฟังคำตอบ เขาจงใจไม่หันมองิลี่ถิงที่สีหน้าโกรธจัด ทั้งยังสบฟันแน่นจนน่ากลัวว่าจะแตกออก
“องครักษ์เสิ่น สตรีเช่นนั้นคงไม่มีบุรุษผู้ใดรับได้ แต่หากมีคุณสมบัติอื่นหักล้างก็คงไม่นับเป็อันใด แต่ที่ตรงนี้จะมีผู้ใดเป็เช่นนั้นเล่า” ตงหย่าถงตอบพลางยกยิ้มคล้ายว่าบทสนทนานี้น่าขบขัน
“ฟางซินเล่ารู้สึกอย่างไร หากพี่ชายน้องชายต้องได้ฮูหยินเช่นนั้น” เฟยโจวถามคุณหนูเมิ่งที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“คงรับไม่ได้เ้าค่ะ ตรงนี้สตรีเช่นนั้นไม่มีแน่ แต่บุรุษเ้าชู้ก็ยังไม่แน่นะเ้าคะ” เมิ่งฟางซินหันไปหาิลี่ถิง “องค์หญิงเจ็ดรู้จักกับพี่เฟยโจวมานาน มีคำเตือนให้หม่อมฉันหรือไม่เพคะ”
“เปิ่นกงมิได้รู้จักองครักษ์เสิ่นลึกซึ้งถึงขั้นจะรับรู้เื่สตรี คงไม่อาจเตือนถึงเบื้องลึกเื้ัได้มากมาย แม่นางน้อยเมิ่งคงต้องให้บิดามารดาช่วยสืบหาเองแล้ว” องค์หญิงเจ็ดยิ้มน้อยๆ หันหน้าออกนอกเรือมองปลาว่ายวนใต้ผิวน้ำ
“แต่ข้าที่ติดตามรับใช้องค์หญิงเจ็ดมานานรู้นะขอรับคุณชายตง หากวันใดมีเื่สงสัยคุณชายตงอย่าได้เกรงใจ”
“เสิ่นเฟยโจว!” องค์หญิงเจ็ดหันมาตวาด เพราะการกล่าวเช่นนี้ แม้ว่าจะมึนตึงกันอยู่ก็นับว่ากล้าหาญเกินไป “เห็นเปิ่นกงเป็อันใด”
“องค์หญิงอย่ากังวลพระทัยพ่ะย่ะค่ะ ต่อให้มีผู้ที่กล่าวว่ายินยอมพร้อมจะบอก กระหม่อมก็หวังจะเรียนรู้นิสัยใจคอขององค์หญิงด้วยตนเองเท่านั้น”
ิลี่ถิงสะบัดหน้าหนีไป แม้จะพยายามกลั้นน้ำตาแต่ก็ไม่วายมีบางสิ่งไหลรินลงมาข้างแก้ม องค์หญิงเจ็ดเบี่ยงตัวออกข้างไม่้าสนทนากับผู้ใดอีก
ตงหย่าถงที่เห็นเช่นนั้นจึงนั่งนิ่งไม่รบกวนครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าองค์หญิงยกผ้าซับใบหน้าแล้ว จึงได้ยื่นเศษแป้งนึ่งตากแห้งให้กับิลี่ถิง “กระหม่อมจะให้หยุดเรือกลางทะเลสาบ แล้วเราให้เศษแป้งเหล่านี้กับปลากันดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“อืม” องค์หญิงเจ็ดพยักหน้ารับยิ้มออกมาเล็กน้อย
“องค์หญิงเจ็ดและองครักษ์เสิ่นคงมีเื่เบาะแว้งกัน เมื่อครู่กระหม่อมพอฟังออกว่าเป็การพูดกระทบกันไม่ผิดแน่ แต่กระหม่อมจะไม่ถาม พระองค์ไม่ต้องกังวลพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
“หากสตรีแบบที่เสิ่นเฟยโจวพูดคือเปิ่นกง คุณชายจะว่าอย่างไร” เมื่อที่สุดแล้วคุณชายผู้นี้มองออก นางก็คร้านจะปิดบัง
“กระหม่อมมิใช่หนุ่มน้อยไม่ประสา คงเสียดายอยู่บ้าง แต่การเป็ราชบุตรเขยย่อมทำให้ตำแหน่งหน้าที่ของกระหม่อมมั่นคงมากกว่าเดิม การมีตำแหน่งสูงั้แ่ยังหนุ่มก็ทำให้ถูกเพ่งเล็งได้มาก แต่วันหน้าหากจะเล่นงานราชบุตรเขย ย่อมต้องคิดให้ถี่ถ้วน การแต่งงานมิใช่เพียงเื่รักไร้สาระ ที่สุดแล้วกระหม่อมย่อมทำใจได้”
“ได้ซื่อตรงต่อกันเช่นนี้เปิ่นกงก็สบายใจแล้ว ต่อไปหากอยู่เพียงคนกันเอง ข้าอนุญาตให้เรียกขานว่าลี่ถิงและไม่ต้องแทนตัวว่ากระหม่อมอีก”
เสิ่นเฟยโจวที่แม้จะมีท่าทางเหมือนว่าฟังเมิ่งฟางซินพูดเล่าเื่อยู่ ทว่าเขากลับกำลังพยายามฟังว่าคนอีกคู่พูดคุยกันด้วยเื่ใด แต่เพราะเสียงลมและเสียงคุณหนูเมิ่งข้างตัว จึงทำให้ไม่ได้ยินสิ่งใดเลย
หลังขึ้นฝั่งตงหย่าถงก็เอ่ยอาสาไปส่งเมิ่งฟางซินที่จวน เพราะตนมีธุระต้องพบกับบิดาของนางพอดี
ิลี่ถิงได้ฟังก็ยิ้มบาง “บังเอิญเพียงนี้ หรือว่าพวกท่านเป็คนกันเองอยู่ก่อนแล้ว มิค่อยได้ต่อบทสนทนาดูไม่รู้เลยว่ารู้จักกันก่อนแล้ว”
“มิใช่หรอกพ่ะย่ะค่ะ” ตงหย่าถงส่ายหน้า “เพียงแต่ข้ามีเื่อยากขอความช่วยเหลือจากใต้เท้าเมิ่งเท่านั้น”
เมิ่งฟางซินเองก็พยักหน้ารับกล่าวไปในทางเดียวกัน “หม่อมฉันไม่เคยเห็นคุณชายตงไปที่จวนมาก่อนเ้าค่ะ เพียงแต่ท่านพ่อบอกว่าวันนี้จะมีคนผู้หนึ่งมาปรึกษาเื่สำคัญ ไม่คิดว่าจะเป็คุณชายตง”
“เช่นนั้นข้าคงต้องขอไปรับเ้านายก่อน แล้วจึงค่อยไปที่จวนสกุลเมิ่ง ฝากองค์หญิงกลับกับองครักษ์เสิ่นคงมิใช่ปัญหา” ตงหย่าถงกล่าวด้วยสีหน้าสุภาพ
“เป็หน้าที่ของเขาอยู่แล้ว พรุ่งนี้พวกท่านมาที่วังรองของเปิ่นกงเถิด” ิลี่ถิงเอ่ยชวน “ถือเสียว่ามาพบปะกันอีกครั้ง”
“กระหม่อมคงต้องเข้าประชุมในท้องพระโรงก่อน หากเสร็จแล้วจะรีบตามไปพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงเจ็ดจึงหันไปหาเมิ่งฟางซิน “เช่นนั้นเ้ามาั้แ่เช้าเถิด พวกเราจะได้สนิทสนมกันไว้ อาภรณ์ที่เปิ่นกงโตเกินกว่าจะสวมใส่แล้ว จะได้ยกให้แม่นางน้อยเมิ่ง”
คุณหนูเมิ่งยิ้มรับอย่างอ่อนหวาน ไม่ปฏิเสธเื่ที่จะใช้ข่มพี่สาวต่างมารดาเช่นนี้แน่ จากนั้นจึงแยกตัวไปพร้อมตงหย่าถง
เมื่อคนทั้งสองจากไปแล้ว ิลี่ถิงก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สีหน้ากลับคืนเป็เ็าอีกครั้ง
“รถม้าอยู่ที่ใด”
เสิ่นเฟยโจวมิได้ตอบ เพียงเดินนำหน้าไปเงียบๆ เพราะรถม้าคันที่เขานำมามีพื้นที่คับแคบ องค์หญิงเจ็ดจึงจำต้องนั่งร่วมกับเขา ส่วนคนอื่นแยกไปเรียกรถม้ากลับต่างหาก
ตลอดทางเสิ่นเฟยโจวนั่งนิ่ง สีหน้าครุ่นคิด เขากำลังพิจารณาในใจว่าคนจากกรมคลังกับบิดาของเมิ่งฟางซินจะมีเื่ใดเกี่ยวพันกันได้
ทว่าิลี่ถิงกลับเข้าใจว่าเขาไม่คิดจะพูดกับตน นางจึงโพล่งถามออกไปด้วยความน้อยใจ
“เ้าชอบนางมากหรือ”
เสิ่นเฟยโจวหันมามองช้าๆ แววตางุนงงเล็กน้อย
“อันใดพ่ะย่ะค่ะ”
“คุณหนูเมิ่งฟางซิน ชอบมากเลยหรือไม่!”
“นั่นเป็เื่ของกระหม่อม องค์หญิงยังพลอดรักกับบุรุษอื่นต่อหน้าสามี กระหม่อมก็มิได้ทวงถามอันใดมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ”
เพียะ!
ฝ่ามือบางฟาดลงบนใบหน้าเขาเต็มแรง “สามหาว!”
แต่แทนที่องครักษ์หนุ่มจะโกรธจนออกห่าง เขากลับโน้มตัวเข้ามาจุมพิตริมฝีปากนางอย่างแรง ิลี่ถิงเบิกตากว้าง ก่อนจะผลักเขาออกแล้วตบซ้ำอีกครั้ง
เพียะ!