“พี่ใหญ่มีธุระอะไรหรือครับ” ชายหนุ่มพูดใส่โทรศัพท์
“นายไม่ได้กลับบ้านนานแล้วนะ ไม่คิดที่จะกลับมาเยี่ยมคุณพ่อสักหน่อยเหรอ” พี่ชายถามเสียงอ่อน
“่นี้ผมเรียนยุ่งมาก อีกแค่ปีเดียวผมก็เรียนจบแล้ว หลังจากนั้นผมจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ”
“เ้ารอง เมื่อไหร่นายจะยอมให้อภัยคุณพ่อสักที เื่มันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว นายก็รู้ว่าเื่นี้คุณพ่อก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น นายอย่าทำตัวเป็เด็กไปหน่อยเลย ฉันรู้ว่านายคิดถึงคุณน้า แล้วนายไม่นึกบ้างเลยหรือยังไงว่าคุณพ่อก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกัน”
“ผมไม่ได้โกรธท่านหรอกครับ ผมเคยบอกเหตุผลกับพี่ใหญ่ไปแล้ว” ชายหนุ่มตอบ
“ไม่โกรธแต่ก็ไม่ยอมกลับบ้าน”
“คุณพ่อสบายดีนะครับ”
“อยากรู้ก็กลับมาดูเอาเอง เอาล่ะฉันจะไม่พูดเื่นี้อีกแล้ว นายอยากจะทำอะไรก็ทำ ฉันจะไม่บังคับนายก็แล้วกัน เพียงแต่นายต้องรู้เอาไว้ด้วยว่าเมื่อถึงเวลา นายต้องเข้ามาช่วยงานฉันที่บริษัท บริษัทนี้ไม่ใช่ของฉันคนเดียว และฉันก็ไม่คิดที่จะเก็บบริษัทนี้ไว้คนเดียวเหมือนกัน นายเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม แล้วก็เื่ของคุณพ่อนายกลับไปคิดทบทวนให้ดีๆ”
‘เย่ชิงเฉิน’ ทายาทคนรองของตระกูลเย่ มีพี่ชายต่างแม่หนึ่งคนที่เกิดก่อนเขา 3 ปี คือ ‘เย่เซี่ยเฉิง’ ตระกูลเย่ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศ แม่ของเย่ชิงเฉินเป็ดาราผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ั้แ่ชายหนุ่มอายุได้ 15 ปี
ในคืนเกิดเหตุ แม่พาเขาและพี่ชายขับรถออกไปหาพ่อที่บริษัท แต่ไม่คาดคิดว่าจะเจอกับพ่อของตัวเองและเลขาหน้าห้องทำเื่ไม่สมควรอยู่ในห้องทำงาน
พี่ชายของเขาคือเย่เซี่ยเฉิงเป็เด็กหัวไวและมีความเป็ผู้ใหญ่มากกว่าอายุ ภาพที่เขาเห็นทำให้เขาเดาเหตุการณ์ก่อนหน้าและเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาได้ในทันที เขาหันไปสบตากับแม่เลี้ยงอย่างเข้าใจ ก่อนที่จะดึงน้องชายออกมาและนั่งรถกลับบ้านไปก่อน
สองพี่น้องนั่งรอพ่อกับแม่ที่บ้านอยู่นานจนหลับไป ฟ้ายังไม่ทันสางก็ได้ยินเสียงคนมาปลุกและบอกว่าแม่ของเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และพ่อของเขาาเ็สาหัสอาจจะไม่สามารถเดินได้อีกในอนาคต
ตำรวจสรุปผลของอุบัติเหตุคราวนั้นออกมาว่าเป็เพราะฝนตกและถนนลื่น ทำให้รถเสียการควบคุม แต่เย่เซี่ยเฉิงไม่เชื่อกับข้อสรุปนี้และเขาก็ไม่ปล่อยให้เื่นี้ผ่านไปง่ายๆ เขาสั่งให้เลขาคนสนิทของพ่อเย่สืบหาสาเหตุที่แท้จริงของเื่นี้ต่อ และเขายังให้คนไปจับตัวเลขาหน้าห้องคนนั้นไปขังไว้ในเซฟเฮ้าส์ ซึ่งเขาเป็ผู้ไป ‘สอบปากคำ’ เลขาคนนั้นด้วยตัวเอง
ผลปรากฏว่าเลขาคนนั้นเป็คนที่บริษัทคู่แข่งส่งเข้ามาเพื่อขัดขวางการทำงานของบริษัท วันนั้นเธอแอบวางยาและมอมเหล้าพ่อเย่จนเกิดเื่ไม่เหมาะสมในห้องทำงานขึ้น เธอคิดที่จะใช้เื่นี้มาข่มขู่พ่อเย่เพื่อให้ถอนตัวจากการประมูลซื้อที่ดินใจกลางเมือง แต่เธอไม่คาดคิดว่าแม่เย่หรือคุณผู้หญิงจะพาลูกชายทั้งสองคนมาที่บริษัทในวันนั้นพอดี
คืนนั้นหลังจากลูกชายทั้งสองคนกลับบ้านไปแล้ว แม่เย่เดินเข้าไปหาสามีจึงรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับสามี เธอรีบเข้าไปประคองสามีออกจากห้องและขับรถมุ่งหน้ากลับบ้าน แต่รถยนต์ของสามีของเธอถูกคนตัดสายเบรก ทำให้รถสูญเสียการควบคุม และเกิดอุบัติเหตุขึ้น เย่เซี่ยเฉิงเอาข้อมูลที่มีทั้งหมดให้เย่ชิงเฉินดูอย่างไม่คิดจะปิดบัง
ความจริงแล้วเย่ชิงเฉินเข้าใจทุกอย่าง เขาไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล หลังจากอ่านข้อมูลทั้งหมดที่พี่ชายส่งมาให้อยู่หลายวัน เขาให้พี่ชายไปสืบหาข้อสงสัยบางอย่างต่อ จนรู้ว่าบริษัทคู่แข่งแห่งนั้นคือหลินกรุ๊ป เพราะหลินกรุ๊ปอยากขยายฐานธุรกิจจากธุรกิจผลิตเสื้อผ้าไปสู่ธุรกิจอื่น และในเวลานั้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็ธุรกิจที่กำลังได้รับความสนใจ ตระกูลหลินจึงคิดที่จะเข้ามาแย่งตลาดในสายธุรกิจนี้ ั้แ่วันนั้นหลินกรุ๊ปคือศัตรูหมายเลขหนึ่งของพี่น้องเย่อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่เหตุผลที่เย่ชิงเฉินยังไม่กลับไปหาพ่อเย่ในเวลานี้เป็เพราะภาพเหตุการณ์ในห้องทำงานวันนั้นยังติดอยู่ในหัวของเขา เมื่อไหร่ที่เขาเห็นหน้าพ่อของตัวเอง ภาพของเหตุการณ์ในวันนั้นก็จะปรากฏขึ้นทันที ถึงแม้คนส่วนใหญ่จะพูดกันว่าการแสดงความสัมพันธ์ของชายหญิงในรูปแบบนั้นจะมีมาั้แ่ยุคดึกดำบรรพ์แล้ว แต่ในสายตาของเย่ชิงเฉินมันเป็ภาพที่เขารู้สึกรังเกียจและสะอิดสะเอียนเป็ที่สุด เขาเคยบอกเหตุผลเหล่านี้ให้พี่ชายของเขาฟัง แต่พี่ชายของเขาเชื่อเพียงบางส่วนเท่านั้น และพี่ชายของเขายังคิดว่าเป็เพราะความโกรธนั่นล่ะที่ทำให้น้องชายไม่ยอมไปพบพ่อเสียที แถมยังย้ายออกมาพักอยู่คอนโดคนเดียวอย่างไม่สนใจใครอีก
ั้แ่วันนั้นเวลาที่มีผู้หญิงมาอยู่ใกล้ๆ เย่ชิงเฉินมักจะรู้สึกอึดอัดและหายใจไม่ออก เขาจึงพยายามแยกตัวออกมา และไม่สุงสิงกับใคร เขาใช้เวลาอยู่แต่ในห้องสมุดเป็ส่วนใหญ่ ทำให้เกิดข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับเขามากมาย ทั้งบอกว่าเขาหล่อแล้วหยิ่งจนไม่สนใจใคร หรือแม้แต่เรียนเก่งก็เลยเป็คนใจแคบ แต่เย่ชิงเฉินก็ไม่ได้แคร์ ขอแค่ไม่ต้องมีใครหรือผู้หญิงคนไหนเข้ามายุ่งกับเขาเป็พอ
แต่ชีวิตก็ไม่ได้เป็อย่างที่หวังเสมอไป ด้วยความที่เย่ชิงเฉินเป็คนหน้าตาดี ระดับความหล่อเรียกได้ว่าดารายังต้องอาย แม้แต่ผู้ชายด้วยกันมองหน้าเขาก็ยังอยากจะบินไปทำศัลยกรรมให้รู้แล้วรู้รอดกันเลยทีเดียว ทำให้ในแต่ละวันมีรุ่นพี่รุ่นน้องในโรงเรียนมากมายที่คอยมาส่งจดหมายรักและมีสารพัดวิธีในการบอกรักจนเขารู้สึกเบื่อหน่าย
ดังนั้นเมื่อตอนสอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เขาจึงปิดบังตัวเองด้วยการสวมแว่นตาหนาเตอะ แต่งตัวเชยๆ ใส่เสื้อผ้าที่ขายอยู่ตามตลาดนัด พร้อมกับใช้รถเก๋งเก่าๆ คันหนึ่งเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็ที่สะดุดตามากเกินไป ทำให้ไม่มีใครรู้เลยว่าเย่ชิงเฉินคือคุณชายรองเย่ ทายาทคนรองของเ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ
แต่ใช่ว่าเย่ชิงเฉินจะตัวคนเดียว เขายังมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งคือ ‘จูจื่ออัน’ ชายหนุ่มรูปหล่อหน้าตาดี แต่มีปัญหาด้านการสื่อสาร (คำนิยามนี้มู่วั่งเจี๋ยเพื่อนสนิทของพี่สาวฝาแฝดเป็คนมอบให้) แต่ถึงแม้จูจื่ออันจะเป็ผู้ชายที่เรียกได้ว่าเกือบจะปากเสียในสายตาของคนอื่น แต่จูจื่ออันก็ไม่ใช่คนปากมาก
เย่ชิงเฉินและจูจื่ออันสนิทกันจนเรียกได้ว่าแค่พยักหน้าก็เข้าใจกันได้ทันที ดังนั้นระหว่างความเป็เพื่อนของพวกเขาจึงไม่มีความลับใดที่ต้องปิดบังกัน ทั้งคู่จึงรู้จักตัวตนที่แท้จริงของกันและกันเป็อย่างดี