ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงจุดหมายริสา เดินนำพาเฟยหลงดูโรงแรมทุกซอกทุกมุม พร้อมอธิบายถึงประวัติเก่าแก่ของโรมแรมแห่งนี้ประหนึ่งเป็นไกด์สาวด้วยความที่เขาเป็นหนุ่มนักธุรกิจชาวเซี่ยงไฮ้ที่งานยุ่งรัดตัว ทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาบินกลับไทยเท่าไหร่นักเขาเดินตามริสาอย่างว่าง่าย พร้อมฟังเธอพูดเจี้ยวแจ้วอย่างตั้งใจ
“…..และนี่คือห้องแกรนด์บอลลูม ห้องใหญ่ที่สุดของโรงแรม ที่เราจะใช้จัดงานค่ะ”
ริสา พาเขาเดินทัวร์โรงแรมจนมาจบที่ห้องประชุมใหญ่ที่จะใช้จัดงานสำคัญในครั้งนี้ด้วยเพดานสูงโปร่ง พร้อมโคมไฟแชนเดอเรียคริสตัลห้อยระย้าเด่นกลางห้องห้องนี้จึงเหมาะที่จะจัดงานรองรับแขกกว่า 300 คนได้อย่างสบายๆ
“ผมชอบห้องนี้นะด้านหน้าเราจะจัดเวทีใหญ่ ส่วนทางขวาเราให้นักพัฒนาจากบริษัทต่างๆ มาร่วมโชว์ผลงานอ้อ แล้วผมว่าเชิญนักข่าวมาทำข่าวด้วยน่าจะดี จะได้ช่วยโปรโมทการระดมทุนในครั้งนี้ให้นักลงทุนอื่นๆรู้”
“อีกอย่างผมอยากให้เราเปิดตัวโซลูชันตัวใหม่ล่าสุดของดิจิทัลวอลเล็ทที่เราใช้ระบบบล็อกเชนเข้ามาเป็นแกนหลักสำคัญในการพัฒนาในงานนี้ด้วยและอยากให้เปิดตัวก่อนคู่แข่งครับ น่าจะดึงดูดความสนใจได้ดีทีเดียว”
เฟยหลงวางแผนงานอย่างมั่นใจด้วยแววตาเฉียบแหลม พลางยกนิ้วเรียวยาวของเขาลูบคางแหลมอย่างขบคิดเขามีประสบการณ์ทำงานกับพาร์ทเนอร์แถวหน้ามาหลากหลายวงการ ฝีมือการทำงานของเขาเลื่องลือไปทั่วเซี่ยงไฮ้
“ได้ค่ะเดี๋ยวริสาโน๊ตไว้”
สาวน้อยพยักหน้าอย่างเห็นด้วยพลางจดทุกคำพูดของเขาลงในสมุดโน้ตเล่มเล็ก
------------------------------------------------
17.00 น.
ครืดด ครืดดด
เสียงโทรศัพท์ของริสา สั่นระรัวภายใต้กระเป๋าแบรนด์เนมหนังแกะรุ่นใหม่เธอใช้มือน้อยหยิบมือถือของเธอขึ้นมาดู พลางเตรียมตัวเก็บของออกจากโรงแรม
“เป็นยังไงบ้างจ๊ะวันนี้ ดูโรงแรมกันไปถึงไหนแล้ว จะค้างที่นั่นด้วยกันเลยไหมจ๊ะอิอิ”
พี่ปลานั่นเองเลขาสาวส่งข้อความยียวนพร้อมส่งสติ๊กเกอร์รูปหัวใจดวงใหญ่มาแซวเธอ ริสากวาดสายตาอ่านไลน์จากพี่ปลาพลางกรอกตามองบนกับมุขตลกที่เธอไม่ขำ
“ริสา ใกล้เสร็จงานหรือยังครับ อย่าลืมหาอะไรกินด้วยนะ”
และอีกหนึ่งข้อความที่ทำให้หน้าสวยคลี่ยิ้มหวานออกมาข้อความจาก ‘กาย’ นั่นเองริสาส่งสติ๊กเกอร์หวานตอบกลับเขาอย่างทันที แต่ทว่ามีเสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นแทรกมาจากด้านหลังเธอ
“เดินดูโรงแรมมาทั้งวันนี่ก็ 5 โมงกว่าแล้วเราขึ้นไปทานข้าวเย็นที่ห้องอาหารชั้นบนไหมครับ”
เฟยหลงถามเธออย่างเป็นกันเอง พลางยกมือขึ้นดูนาฬิกาข้อมือ ทว่าสาวน้อยยืนคิดอย่างชั่งใจจนเขาแอบสังเกตเห็นสีหน้าเธอก่อนเขาจะรีบเอ่ยปากพูดต่ออย่างรวดเร็ว
“ร้านอยู่ข้างบนนี้เอง ไปเถอะครับ ผมชักหิวแล้ว”
ชายหนุ่มรีบเอ่ยปากดักคอเธอไว้ก่อนก่อนเดินนำหน้าเธอไปที่ลิฟท์อย่างอารมณ์ดี ริสา ไม่ทันได้ปฏิเสธและด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการทำงานมาตลอดทั้งวันทำให้เธอได้แต่เดินตามเฟยหลงอย่างว่าง่าย
----------------------------------
ณห้องอาหารอิตาเลี่ยนชั้น 25 สกายบาร์แห่งนี้มีชื่อเสียงทั้งด้านอาหารเลิศรสที่ถูกปรุงแต่งโดยเชฟมิชลินสตาร์ชื่อดังจากประเทศอิตาลีแท้ๆ พร้อมบรรยากาศอันหรูหราที่ถูกตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์น-คอนเทมโพรารีกำแพงทั้งสี่ด้านถูกรายล้อมด้วยกระจกใสบานโตมองออกไปเห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ส่องแสงเป็นประกายในยามอาทิตย์อัสดง
“โหสวยจังเลยค่ะ”
ริสาวิ่งนำหน้าชายหนุ่มตรงดิ่งไปที่กระจกใสบานใหญ่เพื่อชื่นชมความงามของแสงอาทิตย์ยามเย็นตากลมโตเป็นประกายวาววับ ตื่นเต้นกับภาพตรงหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาดินเนอร์แบบนี้
‘แหมบรรยากาศโรแมนติกขนาดนี้นึกว่ามาเดทกับแฟน’
เธอคิดในใจพลางนึกขบขันกับความคิดไร้สาระของเธอ
เฟยหลงสั่งอาหารให้เธออย่างชำนาญ เริ่มต้นอาหารเรียกน้ำย่อยด้วยฟัวกราส์เทอรรีนเชอร์รี่ และวอลนัทเคลือบน้ำตาล ตามด้วยอาหารจานหลัก ออสเตรเลียนวากิวเสต็กริบอายเคียงข้างด้วย Cheese plate จานพอเหมาะ เคล้ากับไวน์แดงราคาแพง เขาไม่รู้ว่าเธอชอบกินอะไรจึงสั่งอาหารหลากหลายมาเต็มโต๊ะหินอ่อนตัวเล็ก
“แหมสั่งอาหารมาเยอะขนาดนี้จะขุนให้ริสาอ้วนใช่ไหมคะ 55”
สาวน้อยพูดติดตลกอย่างเริงร่าทำเอาชายหนุ่มเผลอหลุดหัวเราะพรืดใหญ่ บรรยากาศของมื้ออาหารเย็นเป็นไปอย่างสบายๆ ด้วยความสดใสร่าเริงของเธอ ทำให้เขาแอบมองเธอแวบหนึ่ง พลันละสายตามองที่โค้งแม่น้ำผืนใหญ่พลางหมุนแก้วไวน์สูงจรดที่ปลายจมูกโด่งเเป็นสันก่อนค่อยๆ ละเลียดลิ้มรสความหวานเจือขมอย่างผ่อนคลาย
“วิวที่นี่สวยใช่ไหมคะแต่ริสาว่าที่เซี่ยงไฮ้น่าจะมีมุมดีๆ แบบนี้ด้วย ริสาอยากไปที่นึงม๊ากกกก เอชื่ออะไรนะจำไม่ค่อยได้ เดอะ เบิน หรืออะไรเนี่ยแหละค่ะ”
เธอ พูดเจื้อยแจ้วพลางกระพริบตาปริบๆอย่างไร้เดียงสา ก่อนหันไปยัดเสต๊กเนื้อคำโตเข้าปาก
“The Bund (เดอะ บันด์)”
“สวยพอๆกันครับ ผมว่าคุณน่าจะชอบนะ”
“หรอคะเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองในฝันของริสาเหมือนกันค่ะ เคยดูแต่ตามซีรีย์ยังไม่เคยไปจริงสักที เอาไว้ถ้าริสามีโอกาสได้ไปจะรบกวนให้คุณช่วยเป็นไกด์พาเที่ยวได้ไหมคะ อิอิ”
สาวน้อยหยอกล้ออย่างซนๆมือน้อยยังไม่ลดละความพยายามหั่นเสต๊กเนื้อชิ้นใหญ่พลางช้อนดวงตากลมโตจ้องตรงไปที่นัยน์ตาสีเข้ม
“ยินดีครับ”
เฟยหลงเปล่งเสียงทุ้มต่ำพลางวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะด้วยความที่เขาและเธอทำงานในสายเดียวกันทำให้ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอจนเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว ไวน์แดงขวดสูงถูกรินหมดไปเหลือแค่ค่อนขวดใบหน้าขาวเนียนของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นสีเลือดฝาด
“ริสา..ระ..เริ่มมมึนนหัววแล้วค่ะ”
เธอพูดตาปรือพลางเอามือน้อยประคองศีรษะเพื่อตั้งสติ
“ผมว่าคุณเริ่มเมาแล้วแหละเรากลับกันเถอะ เดี๋ยวผมไปส่ง”
เฟยหลงจ้องตรงมาที่หญิงสาวตรงหน้า ด้วยน้ำเสียงเจือความเป็นห่วง พลางเรียกเช็คบิลอย่างรีบร้อน
ประตูลิฟท์เปิดออกอย่างช้าๆแต่ทว่าคืนนี้กลับมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ขึ้นไปชมวิวบน Rooftop อัดแน่นเอียดเป็นปลากระป๋องอยู่ในลิฟท์แก้วสี่เหลี่ยมทั้งคู่ไม่มีทางเลือกนอกจากเบียดตัวแทรกเข้าไปท่ามกลางกลุ่มคน จนใบหน้าของหญิงสาวประชิดอยู่ที่แผงอกกำยำของเขาแทบจะได้ยินเสียงเต้นของหัวใจ
ลิฟต์ใสเคลื่อนตัวลงมาอย่างช้าๆจนเกือบจะถึงชั้นล่าง แต่ทันใดนั้นประตูลิฟท์ก็เปิดออกกลุ่มคนจีนในลิฟท์ต่างกรูแย่งกันรีบวิ่งออกไปประหนึ่งผึ้งแตกรัง !
ปึกกก !
ร่างบางถูกชนกระเด็นจนริมฝีปากของเธอกระแทกแก้มของเฟยหลงอย่างจัง! จนเขาต้องเชิดหน้าขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงปากบางของหญิงสาว
‘กรี๊ดดดดดดดดดดดชิบหายยยยแล้ววว ริสา !’
เธอกรีดร้องอยู่ในใจแก้มของสาวน้อยร้อนผ่าว แดงปลั่งจนไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอริสารีบก้มหน้างุดๆ ด้วยความขวยเขินไม่กล้าสบสายตาเขา
“ขะ..ขอโทษค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ”
เฟยหลงใช้มือใหญ่ค่อยๆดันตัวเธอออกอย่างช้าๆ ใบหน้าเข้มอมยิ้มเล็กน้อย พลางแสร้งจัดแจงเสื้อด้วยความเก้อเขิน
ติ๊งงงงงง !
ในที่สุดลิฟท์แก้วก็เคลื่อนตัวลงมาถึงชั้นล่าง ทั้งคู่รีบสาวเท้าออกจากรีบอย่างรวดเร็วทำทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.....
-----------------------------------------------