เดิมทีซิ่วอิ๋งไม่ได้มีนิสัยอดทนกับเื่ต่างๆ มากนัก ประสบจุดจบที่แม้ประพฤติตัวดีเพียงไรแต่สุดท้ายต้องตายหนึ่งร่างสองชีวิต นางตอนนี้ไม่คิดกะเกณฑ์ตัวเองอีก
นางหิวแล้ว พูดออกไปอย่างตรงๆ
เสิ่นจวินเซี่ยวที่ได้ยินชะงักเล็กน้อย ตรงกันข้ามกับตู้อี้เฉิงที่ยิ้มจนเห็นฟัน ให้องครักษ์แล่เนื้อส่งให้นางก่อน ซิ่วอิ๋งรับมาอย่างไม่เกรงใจ หยิบตะเกียบคีบเนื้อเข้าปาก
อร่อยเหมือนที่นางคิดไว้จริงๆ กรอบนอกนุ่มใน อร่อยจนนางตาพริ้มอย่างพึงพอใจ
ทุกคนเห็นนางกินมีท่าทีเอร็ดอร่อย ในท้องก็เหมือนหิวบ้างแล้ว ตู้อี้เฉิงคิดเด็กนี่ช่างไม่มีความเกรงใจจริงๆ แม้แต่ขอบคุณก็ไม่พูดสักคำ มีแต่เร่งพวกองครักษ์
“อาสาม” จู่ๆ ซิ่วอิ๋งก็ร้องเรียก เสิ่นจวินเซี่ยวหันหน้ามาอย่างสงสัย ตะเกียบที่มีเนื้อไก่ขาวนุ่มก็ััริมฝีปากของเขา ซิ่วอิ๋วพูดจนตาหยี “น่องไก่เ้าค่ะ”
เสิ่นจวินเซี่ยวใบหน้าราบเรียบ ภายใต้สายตาของสาวน้อยอ้าปากนำเนื้อกัดเข้าปาก แต่หัวใจของเขาเหมือนโดนอะไรตีดังกระหึ่มทีเดียว แปลกใจแต่อบอุ่น รู้สึกอยู่นานกว่าจะสงบ ยัยหนูคนนี้ ดีกับเขาเหลือเกิน เนื้อมีน้อยนิด นางยังหิวอยู่ แต่ยังแบ่งให้เขากิน
เสิ่นจวินเซี่ยวนึกไปถึงเื่ตอนเขาอายุสิบปี
ตอนนั้นนายท่านผู้เฒ่าเสิ่นล่วงลับไปแล้ว ในเรือนนอกจากฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นก็เป็นายท่านใหญ่เสิ่นที่มีอำนาจตัดสินใจ เขาถูกนายท่านใหญ่เสิ่นอ้างว่าบทเรียนทำไม่เสร็จ โดนตีอย่างแรงสิบที จากนั้นกักตัวไว้ในห้องมืด ไม่รู้นานเท่าใด เขาได้ยินมีเสียงคนแง้มหน้าต่าง หน้าต่างเปิดออก เป็ซิ่วอิ๋งที่อายุสี่ปี
นางในตอนนั้นตัวกลมเล็กมากจริงๆ ทั้งอ้วนทั้งตัวเล็ก เหมือนกับลูกบัวลอย นางเหยียบหัวเข่าของแม่นมปีนบนกรอบหน้าต่าง ถึงจะทำแบบนั้น ก็ยังโผล่ให้เห็นแค่หัว มือเล็กอ้วนกลมยกขึ้นเรียกเขา “อาสาม เหยาเหย่าเก็บของกินมาให้ท่าน ข้าได้ยินว่าท่านพ่อลงโทษท่าน ทุกคนกินอาหารเย็นกันหมดแล้ว ไม่เห็นท่าน ท่านต้องยังไม่ได้กินแน่ๆ”
บนมือเล็กอวบอ้วนของนางถือหมั่นโถวหนึ่งก้อน ตอนเขารับหมั่นโถว ้าล้วนเป็นิ้วมือของนางที่จับจนเป็รอยหลุม จากนั้นนางก็รีบร้อนให้แม่นมอุ้มนางจากไป ยังรีบพูดกับเขาว่า ห้ามบอกท่านพ่อว่านางเคยมา นี่เป็ความลับของพวกเขา
หลังจากนางจากไป เขากำหมั่นโถวนั่น ไม่ว่าอย่างไรก็เสียที่จะกิน
เสิ่นจวินเซี่ยวเคี้ยวเนื้อไก่ช้าๆ ในดวงตาที่หลุบลงเพราะว่าอบอุ่นใจแต่งแต้มด้วยแววสุขใจ
พวกองครักษ์ของหย่งผิงโหวยังยืมอุปกรณ์ตกปลาของพวกเขา ตกปลา ผิงเอ๋อร์ ซุยเอ๋อร์เคี่ยวแกงเนื้อปลากลิ่นหอมหวาน ซิ่วอิ๋งเห็นแกงเนื้อปลาถูกตักมาตรงหน้า ขอชามเล็กใบหนึ่งกับผิงเอ๋อร์ ถือช้อนแล้วค่อยๆ นำแกงเนื้อปลาเทใส่ชามที่ยังว่างเปล่า
ทุกคนล้วนไม่เข้าใจ คุณหนูตระกูลเสิ่นท่านนี้กินสิ่งของทำไมจะต้องใส่ชามหลาบรอบด้วย ส่วนซิ่วอิ๋งกลับนำแกงเนื้อปลาที่เทใหม่ส่งให้เสิ่นจวินเซี่ยว
“อาสาม กินได้แล้วเ้าค่ะ ไม่มีก้าง”
บนใบหน้าอ่อนโยนของสาวน้อยแต้มรอยยิ้ม ตาทั้งสองระยิบระยับราวหินูเาไฟในบ่อน้ำพุร้อน
โจวิอี๋หัวเราะขึ้นมา เอ่ยอย่างอิจฉาไม่ได้ “ท่านสามกินปลาไม่ค่อยเป็ ทุกครั้งล้วนโดนก้างปลาทิ่ม คุณหนูใหญ่เสิ่นช่างใส่ใจเสียจริง”
เสิ่นจวินเซี่ยวก็ยิ้ม เขาทานปลาไม่เป็จริงๆ กลืนก้างปลานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว จนไม่ค่อยอยากกินเท่าไร ยัยหนูใส่ใจนัก
ตู้อี๋เฉิงถือแกงเนื้อปลา มองซิ่วอิ๋งที่เอาอกเอาใจนิ่งขรึม ในใจคิดเสิ่นจวินเซี่ยวไม่ว่าอย่างไรก็เป็ผู้ชายคนหนึ่ง กินปลายังไม่เป็ ปัญญาชนนี่ช่างอ่อนแอเสียจริง เขายกมือขึ้น ซดแกงรวดเดียวหมด แต่ไม่ทันไรไอคอกแค่กขึ้น
สวี่หลิวรีบร้อนเอ่ยอย่างกังวล “คุณชายตู้เป็อะไรขอรับ ไม่ใช่ว่าโดนก้างปลาทิ่มหรอกกระมัง”
ตู้อี้เฉิงจ้องมองเขา ไออีกสองครั้ง ไอจนสีหน้าเปลี่ยนเป็สีแดง “ท่านนะสิที่ถูกก้างปลาทิ่ม!” หลังพูดเสร็จ ก็ไม่พูดแล้ว กินเนื้ออยู่เงียบๆ ทุกครั้งที่กลืน ลำคอก็ถูกทิ่มเจ็บทีเดียว...
สวี่หลิวเป็กังวลด้วยเจตนาดี กลับโดนฉุนหนึ่งคำ ไม่ทราบว่าตนเองขัดใจอันธพาลน้อยตรงไหน สมกับเป็อันธพาลน้อย อารมณ์ร้อนจริงๆ
ซิ่วอิ๋งเหล่ตามอง รู้สึกว่าตู้อี้เฉิงไม่น่าคบหาเท่าไร วันข้างหน้าเขามาในจวนคงต้องซ่อนตัวหน่อยแล้ว
ทุกคนกินอิ่มดื่มพอแล้ว เปลี่ยนไปนั่งใต้ร่มไม้ ตอนนี้ดวงอาทิตย์ตั้งตรง ค่อนข้างแดดกล้า พักสักครู่ เสิ่นจวินเซี่ยวจูงม้ามา อุ้มซิ่วอิ๋งขึ้นคร่อมนั่งบนม้า “ข้าจะพาเ้าเดินไปช้าๆ”
เดิมทีคนที่มาก็คือมาขี่ม้าเที่ยวชมทิวทัศน์ในฤดูใบไม้ผลิ โจวิอี๋และสวี่หลิวก็ขี่ม้าตามมา ตู้อี้เฉิงตรงกลับจวนแล้ว เขาต้องคิดวิธีเอาก้างที่ติดคอออกไป
รอเที่ยวเล่นอย่างเต็มที่กลับถึงจวนเสิ่น แสงอัสดงก็สาดเต็มพื้นแล้ว
เสิ่นจวินเซี่ยวจูงนาง เตรียมพานางส่งกลับเรือนจยาซิน ใครจะรู้หลังเดินเข้าไปในเรือนส่วนหลังก็เห็นบ่าวรับใช้ล้วนกระวนกระวาย
ซิ่วอิ๋งก็รู้ถึงบรรยากาศที่ไม่ค่อยปกติ ให้ผิงเอ๋อร์เรียกถามบ่าวรับใช้แถวนั้น ผิงเอ๋อร์ได้ยินเื่ราวก็ถึงกับสูดลมหายใจ รีบร้อนวิ่งมาข้างหน้านาง “คุณหนูเ้าคะ เกิดเื่แล้วเ้าค่ะ ซุยอี๋เหนียงแท้งแล้ว”
ซิ่วอิ๋งตะลึงงัน
ครรภ์ของซุยอี๋เหนียงหลายวันมานี้ก็ดูแลเป็อย่างดีไม่ใช่หรือ นางรีบถาม “ทำไมถึงแท้งล่ะ?!”
เสิ่นจวินเซี่ยวกลับมองค้อนผิงเอ๋อร์ เป็การห้ามให้นางอย่าพูดมาก ซิ่งอิ๋งแม่นางน้อยคนหนึ่ง ฟังเื่เหล่านี้ไม่ค่อยดี อีกอย่างชาติก่อนนางยัง... เสิ่นจวินเซี่ยวรู้สึกไม่อยากให้นางฟังเื่เกี่ยวกับเืเหล่านี้โดยไมท่รู้สาเหตุ แม้เขารู้ว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผิงเอ๋อร์ถูกสายตาเย็นของเขาจ้องจนตัวสั่น รีบปิดปาก เื่เหล่านี้ ความจริงแล้วไม่ควรให้เ้าน้ายอายุน้อยรู้จริงๆ ได้แต่เอ่ยว่า “บ่าวก็ไม่ทราบแน่ชัดเ้าค่ะ...”
“ข้าจะกลับเรือนไปถามท่านแม่...”
“เหยาเหย่า ตอนนี้คาดว่าท่านแม่ของเ้ากำลังยุ่งอยู่ ตามอาสามกลับเรือนหมู่ซีก่อนเถอะ” เสิ่นจวินเซี่ยวฉุดรั้งนางไว้ เอ่ยเสียงราบเรียบ
ถ้าเป็ซิ่วอิ๋งที่อายุแปดปีต้องเชื่อฟังแต่โดนดีแน่ เมื่อก่อนนางก็รู้สึกว่าทารกในครรภ์ของชุยอี๋เหนียงมาอย่างประหลาด ตอนนี้ไม่มีแล้ว นางยังอยากรู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น นี่ล้วนเป็เื่ที่ชาติก่อนไม่มี
นางดึงมือออกเบาๆ จับกระโปรงแล้วก็วิ่ง วิ่งไปด้วยพูดไปด้วย “อาสาม ขอบคุณท่านมากวันนี้ที่พาข้าออกไปเที่ยวชมธรรมชาติ พรุ่งนี้ข้าค่อยไปฝึกคัดอักษร”
ไม่นานก็วิ่งผ่านหัวมุมไป ไม่เห็นเงาแล้ว
เสิ่นจวินเซี่ยวมองทางเดินที่ว่างเปล่า เป็เวลานานถึงค่อยส่ายหน้ายิ้มขัน ยัยหนูคนนี้ วิ่งได้เร็วปานฟ้าผ่าเสมอ
เขาหันกลับไปเรือนของตนเอง แสงอัสดงใต้เท้าของเขาค่อยๆ มืดครึ้ม ใจเขาก็มีความสงสัยอยู่ ทารกในครรภ์ของชุยอี๋เหนียงนี้ก็เป็ตัวแปรหนึ่งในสายตาของเขา ชาติก่อนที่ผ่านมาของเขาไม่ได้ประสบกับเื่นี้ แต่ว่าตัวแปรนี้ท้ายที่สุดกลายเป็สูญเสียไป ชะตากรรมนี้จริงๆ แล้วสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หรือว่าเปลี่ยนไม่ได้กันแน่... ถ้าหากไม่ได้...
เขาอดคิดจนรู้อึดอัดไม่ได้ หลังกลับไปถึงเรือน คิดแล้วคิดจึงส่งซื่อเป่าออกไปสืบความเื่ราวที่บ้านใหญ่
ซิ่วอิ๋งกุลีกูจอกลับเรือนจยาซิน เฟิงซื่ออยู่ที่นี่ ยังมีหวังอี๋เหนียงที่กำลังร้องห่มร้องไห้ ซิ่วอิ๋งเห็นหวังอี๋เหนียงคุกเข่าอยู่บนพื้นมีท่าทางจะเป็จะตาย หัวใจพลันกระตุก นึกถึงอะไรได้ รีบเดินเข้าไปในห้องถามเฟิงซื่อ “ท่านแม่ ข้าได้ยินว่าชุยอี๋เหนียงแท้งแล้ว แต่ทำไมหวังอี๋เหนียงร้องไห้เช่นนี้เล่า... คงไม่ใช่ว่า…”
เฟิงซื่อคิดไม่ถึงว่าซิ่วอิ๋งกลับมาก็มองเื่ราวออกแล้ว ใกับความฉลาดของนางมากกว่า ใบหน้าเคร่งขรึมพูด “หวังอี๋เหนียงไปเยี่ยมชุยอี๋เหนียง จากนั้น ชุยอี๋เหนียงก็แท้งลูก... ท่านพ่อของเ้าตอนนี้ยังคงปลอบใจอยู่ที่นั่น”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/7012340b7983053f1267ffdb04fe563d