เื่ที่ผมพูด รับประกันได้ว่าเป็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่นานคือมีเหตุการณ์น่ากลัวที่บุตรชายของท่านเกือบถูกผู้ที่เป็ตัวเลือกในการเป็ภรรยาคนที่สองวางยาพิษ
หญิงสาวเชื้อสายขุนนางที่ใครๆก็บอกตรงกันว่า “เธอเป็คนเงียบๆ ที่เชื่อฟังพ่อแม่”วางแผนก่อเหตุฆาตกรรมท่านโวล์ฟกัง บุตรชายที่เกิดจากภรรยาตามกฎหมายซึ่งท่านโวล์ฟกังเกือบรับประทานซุปที่ใส่ยาพิษเข้าไปแล้ว
ตอนที่ได้ฟังรายละเอียดทั้งหมดผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีทุกคนรู้สึกกลัวจนสั่นจากส่วนลึกของหัวใจ
ได้ยินว่าผู้หญิงคนนั้นตกหลุมรักท่านนายกรัฐมนตรีที่เป็คู่เต้นรำเป็รักแรกพบในงานราตรีครั้งแรกที่เปิดตัวสู่วงสังคมชั้นสูง
ตอนนั้นท่านมีภรรยาอยู่แล้วที่มาที่ไปของการไปเป็คู่เต้นรำก็เพราะบิดาของเธอขอร้องมา การให้ความสนใจท่านนายกรัฐมนตรีที่อาจเรียกได้ว่าเป็ความรักแบบคลั่งไคล้ด้วยการมีที่มาที่ไปแค่นี้เป็เื่ที่ได้ไม่คุ้มเสียเลยจริงๆ
จากการรวบรวมข้อมูล ผมจึงสรุปได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีเบอร์ริออสเก่งเื่เข้าไปอยู่ในใจผู้หญิงโดยที่ตัวท่านเองก็ไม่รู้ตัว
เ้าตัวมีสำนึกที่ดีจนทนไม่ได้จึงแค่ทำตัวเป็สุภาพบุรุษกับหญิงสาวที่ไม่สบายใจเท่านั้นเองอันที่จริงถ้าไม่ได้ทำเื่ไม่ดีก็ไม่ได้แปลว่าทำเกินเลยไป
ท่านนายกรัฐมนตรีเก่งเื่การสังเกตคนมองจุดสำคัญจากแิของอีกฝ่ายในการประชุมการขับเคลื่อนประเทศ แต่พอไม่ใช่ปัญหาของสาธารณชนดูท่าความสามารถนี้จะใช้ไม่ได้
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอพูดต่ออีกนิดผมที่ไม่เคยพบหน้าภรรยาที่เสียไปของท่านนายกรัฐมนตรีตรงๆ ย่อมคิดแน่นอนอยู่แล้วว่า‘ภรรยาของท่านคงเหนื่อยมากแน่ๆ’แต่คนที่รู้จักภรรยาของท่านในตอนนั้นต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่า “เป็คู่สามีภรรยาที่มีความสุขไม่สนใจความวุ่นวายรอบตัวที่ว่านั้นเลย”
คนที่มองออกก็จะรู้ว่าความอ่อนโยนของท่านนายกรัฐมนตรีที่มีต่อ ‘คนอื่นอีกหลายคน’แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับที่มีให้ภรรยาแค่คนเดียวทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพ
อายุยี่สิบหกปี ขาดคนรักเทียบกับผมที่ใช้ชีวิตกับอย่างที่หนึ่งคืองาน อย่างที่สองก็คืองาน ทุกครั้งที่เจอแม่ก็ถูกบ่นเป็เื่ที่ชวนทอดถอนใจเสียเหลือเกิน
เลิกพูดนอกเื่
ผมได้สติคืนมาอยู่กับจดหมายในมือ
แล้วกระตุ้นเตือนตัวเอง
ใช่แล้ว หรือว่านี่จะเป็การทดสอบอย่างหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้ผู้ใต้บังคับบัญชาท่านไม่มีทางยัดเยียดภารกิจที่ดำเนินการไม่สำเร็จให้พวกเราผู้ช่วยเด็ดขาดถ้าพยายามก็จะไปถึง ถ้าลุยให้เต็มกำลังเดี๋ยวก็ทำได้เอง คนที่ทำเต็มที่เป็คนเก่ง
ตอนนี้ผมกำลังถูกทดสอบอยู่ใช่หรือไม่ทดสอบความสามารถในการรับมือต่อคำพูดที่ไม่นึกไม่ฝัน ทดสอบความซื่อสัตย์จงรักภักดีหรือทดสอบความคิดพลิกแพลงที่ผิดแปลกไปจากเดิม
เมื่อผมเหลือบมองท่านนายกรัฐมนตรีั์ตาสีฟ้าคู่นั้นกำลังยิ้มอย่างเปี่ยมไปด้วยเมตตา แล้วท่านก็พูด
“...ที่พูดไปแน่นอนว่าล้อเล่นน่ะ”
“...ท่านครับทำเอาหมอนี่ใตาเหลือกเลยครับ”
ด้วยสติสัมปชัญญะที่ยังหลงเหลืออยู่ของผมผมได้ยินเสียงพึมพำเบาๆนั้นจากผู้ช่วยรุ่นพี่ที่เดินมาข้างหลังั้แ่เมื่อไรไม่รู้
ดีที่ผมไม่เป็ลมหมดสติไปเสียก่อน
ผมรู้สึกว่าสติลอยไปไกลวูบหนึ่งแต่ก็ยังคงอยู่ได้ด้วยความอดทน
“โทษที ตั้งใจจะหยอกเล่นเบาๆ”
ท่านนายกรัฐมนตรีผู้ห่วงใยใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชาลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ผมรีบปรับท่าทางให้เป็ปกติ
“ไม่ต้องเป็ห่วงครับกระผมแค่ยังเรียนรู้และฝึกฝนไม่พอ”
ผมเลื่อนสายตากลับไปมองกระดาษเขียนจดหมายที่ยังถืออยู่ในมือด้วยความรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย
บนกระดาษสีขาวบริสุทธิ์เนื้อเป็มันเงาดูดีมีรสนิยมมีตัวอักษรที่งดงามและเป็ระเบียบเรียงราย
แม้สติของผมจะล่องลอยไปไกลแต่ผมก็ไม่ได้ปล่อยมือหรือออกแรงจับแน่นเกินไปจนทำให้กระดาษยับจิตใจของเราซื่อสัตย์จงรักภักดี
ชื่อผู้รับเป็ชื่อที่ผมคุ้นเคยอย่างผิดคาด
“ถึงคู่หมั้นของลูกชายน่ะ”
ท่านนายกรัฐมนตรีพูดด้วยท่าทางที่ดูเขินอายผมพยักหน้าเข้าใจว่าอย่างนี้นี่เอง
“เป็จดหมายที่ส่งถึงบุตรสาวของดยุกลีเลียนี่เองหรือครับ”
อีกฝ่ายเป็สุภาพสตรีอายุสิบขวบจริงๆด้วย
ผมรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเพราะความไม่ทราบแน่ชัดของตัวเองเด็กสาวอายุสิบขวบที่ตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะส่งจดหมายไป หากพิจารณาเงื่อนไขนั้นก็จะทราบคำตอบได้อย่างง่ายดายและเหมาะสม
“จดหมายที่มาจากพ่อของคู่หมั้นจะดูทำตัวสนิทสนมเกินไปไหมหรือทำให้รู้สึกอึดอัดเกินไปไหม ฉันอยากได้ความคิดเห็นแบบไม่ต้องเกรงใจ”
เดาว่าผมซึ่งอายุน้อยที่สุดในห้องทำงานนี้คงถูกเลือกด้วยเหตุผลที่ว่า‘เพราะอายุใกล้เคียงกัน’
ไม่รู้ว่าผมจะรับหน้าที่นี้ได้อย่างสมบูรณ์หรือเปล่าตัวผมเองก็ไม่เคยเขียนจดหมายถึงผู้หญิงคนอื่นนอกจากแม่แม้แต่ครั้งเดียวเสียด้วย
แต่ในเมื่อเป็การทำงานแม้ไม่มีความมั่นใจแต่ผมก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่ ‘เข้าใจแล้วครับ’
ผมเริ่มไล่สายตาอ่านประโยคในจดหมายด้วยความรู้สึกว่ากำลังได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจ
เมื่อดูจากตอนต้นจดหมายที่เริ่มทักทายกันผมก็รู้แล้วว่ามีการโต้ตอบจดหมายระหว่างท่านนายกรัฐมนตรีกับบุตรสาวดยุกหลายครั้งแล้ว
บางครั้งคุณหนูลีโคริสก็ใส่ดอกไม้ที่ทับไว้ในหนังสือจนแห้งมาในจดหมายด้วยดูเหมือนเป็ที่คั่นหนังสือทำเองที่ประดับด้วยดอกหญ้า น่ารักน่าเอ็นดูมากผมรู้สึกชื่นชมความคิดที่สมกับเป็ผู้หญิงของคุณหนูลีโคริสขณะเดียวกันก็ชื่นชมความตั้งอกตั้งใจและถ้อยคำที่ใช้กล่าวชมเชยเื่นี้ของท่านนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตามถ้านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่านเขียนจดหมายถึงคุณหนูลีโคริสทำไมความคิดเห็นของผมจึงมาจำเป็เอาในเวลานี้
คำตอบกระจ่างแจ้งเมื่ออ่านต่อไปอีกเล็กน้อย
จดหมายนี้เป็ฉบับ ‘พิเศษ’ อย่างเห็นได้ชัด
เนื้อหาในจดหมายว่าด้วยวันเวลากับสถานที่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะไปรับคุณหนูลีโคริสจบลงที่การหารือเพื่อเตรียมปูทางไว้ก่อนกับท่านลีเลียผู้เป็บิดาแม้กระทั่งแนวการแต่งกายที่ไม่คุ้นเคยสำหรับหญิงสาวก็คิดไว้อย่างลึกซึ้งด้วยข้อมูลที่เป็ความจริงดังกล่าวถูกนำมาร้อยเรียงเป็คำพูดว่าอยากเจอคุณหนูลีโคริสอยากคุยสบายๆ กันสองคน ได้โปรดอย่าปฏิเสธเลย
“ท่านครับ นี่คือ...”
“หืม”
“กระผมได้อ่านจดหมายที่เหมือนการชวนออกไปพบกันแค่สองคนเท่านั้นเลยครับ...”
“อืม ก็ตามนั้นนั่นแหละ”
2
เื่ราวของผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง
ผมได้เข้าทำงานประจำตำแหน่งผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีอันทรงเกียรติเมื่อสองปีก่อนด้วยผมมีภูมิหลังที่เบื่อหน่ายเ้านายซึ่งไร้ประสิทธิภาพขณะทำงานเป็ข้าราชการส่วนภูมิภาคผมในตอนนั้นจึงหยิ่งผยองจองหองคิดว่าคนที่อยู่ระดับบนขององค์กรทุกคนล้วนแต่โง่เขลาผมรู้แค่ส่วนเดียวแต่ก็ทำเหมือนรู้ดีไปหมดทุกอย่างตอนนี้พอมาคิดทบทวนดูก็รู้สึกอับอายจนหน้าร้อนผ่าวเลยทีเดียว
ตอนที่ได้เจอท่านนายกรัฐมนตรีครั้งแรกผมรู้สึกว่าฝ่ามือของท่านที่ยื่นให้จับทักทายนั้นหนาและแข็งขัดกับรูปร่างหน้าตาที่ดูงามสง่าแน่นอนว่าผมประทับใจกิริยาท่วงท่าของท่านที่ไม่ว่าจะมองดูตรงไหนก็เปี่ยมด้วยบุคลิกภาพที่ดี
ความประทับใจอย่างที่สองของผมคือ แต่ละวันของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นแตกต่างกับที่ผมเคยจินตนาการเอาไว้
การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็ตำแหน่งที่ใครๆก็คงคิดว่าใช้ชีวิตจดจ่ออยู่แต่กับงานเอกสารบนโต๊ะทำงาน
แต่อย่างน้อยท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศเราก็ให้ความสำคัญมากเท่าที่จะเป็ไปได้กับการไปดูพื้นที่ที่มีปัญหาในประเทศให้เห็นด้วยตาจริงๆหรืออาจจะเรียกได้ว่าท่านเน้นทำงานด้วยการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงเป็หลักก็ว่าได้
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/3kRniGc