ล้วนอยากตายกันทั้งนั้น
ภายในโรงแรมเฟิงหวง ห้องจัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่ถูกจองโดยเม้าโฉ่ว หัวหน้าสองของแก๊งอสรพิษดำ
สาเหตุที่เขาจองห้องจัดงานเลี้ยงของโรงแรมเฟิงหวงก็เพื่อที่จะจัดงานเลี้ยงฉลองที่การเลือกหัวหน้าอันธพาลคนใหม่ของเขตตงฝูผ่านไปได้ด้วยดี และได้คนที่มีความสามารถเทียบเท่ากงไท่คุนมาเป็น
ในตอนนี้ งานเลี้ยงกำลังดำเนินไปอย่างสนุกสนาน มีคนอยู่ภายในงานเลี้ยงยี่สิบกว่าคน ส่วนมากเป็นคนของโลกใต้ดิน และส่วนน้อยเป็นสาวๆ สวยๆ ที่ถูกจ้างให้มาบริการ เพิ่มสีสันให้แก่งานเลี้ยง
ที่โซฟาชั้นดีราคาแพงกลางห้องจัดงานเลี้ยง เม้าโฉ่วนั่งอยู่ สองมือของเขาโอบหญิงสาวสองคนไว้ ซึ่งพวกเธอก็หยิบผลไม้และอาหารป้อนเข้าปากเม้าโฉ่วอย่างเอาอกเอาใจ
การได้บริการคนมีอำนาจอย่างเม้าโฉ่วไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักสำหรับพวกเธอ พวกเธอจึงบริการและเอาอกเอาใจของเขาเต็มที่ เผื่อว่าเม้าโฉ่วจะถูกใจพวกเธอ รับพวกเธอเป็นเมียน้อย
ถ้าหากว่าพวกเธอได้เป็นเมียน้อยของเม้าโฉ่ว สถานะของพวกเธอก็จะทะยานสูงขึ้นราวกับติดปีกบินอย่างแน่นอน
ตรงหน้าของเม้าโฉ่ว มีชายหนุ่มสองคนยืนอยู่ หนึ่งในชายหนุ่มเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาอย่างมาก เพราะเขาไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากตู่โป
ตู่โปยืนอยู่ต่อหน้าของเม้าโฉ่วด้วยความเคารพ เขารู้สึกว่าตัวเองโชคดีเป็นอย่างมากที่ถูกเลือกให้เป็นมือขวาของหัวหน้าอันธพาลคนใหม่ของเขตตงฝู
ต่อไปภายในเขตตงฝู เขาจะอยู่ใต้คนๆ เดียวเท่านั้น และอยู่เหนือคนทั้งหมด!
“เตี่ยจ้าน ฉันหวังว่าแกจะทำงานได้เหมือนกับที่กงไท่คุนทำ” เม้าโฉ่วพูดกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ ตู่โป
ชายหนุ่มที่มีชื่อว่าเตี่ยจ้าน พยักหน้าอย่างจริงจังในทันที พร้อมทั้งพูดออกมาอย่างหนักแน่น “หัวหน้าสองไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมขอรับประกันด้วยชีวิตเลยว่าผมจะทำงานให้ดียิ่งกว่ากงไท่คุน!”
“ดีมาก!” เม้าโฉ่วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ สองมือเริ่มอยู่ไม่สุข ลูบคลำหญิงสาวสองคนที่อยู่ในอ้อมกอดของตัวเองอย่างสบายอารมณ์ จากนั้น เขาก็มองไปที่ตู่โป
“ส่วนแกตู่โป ฉันก็หวังว่าแกจะทำงานเป็นมือขวาของเตี่ยจ้านได้อย่างดีเยี่ยม อย่าให้ฉันผิดหวังที่เลือกให้แกเป็นมือขวาของเตี่ยจ้าน”
ได้ฟังคำพูดนี้ของเม้าโฉ่ว ตู่โปรีบตอบรับอย่างรวดเร็ว “หัวหน้าสองไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมสาบานเลยว่าจะไม่ทำให้หัวหน้าสองผิดหวัง”
“ถ้าได้อย่างนั้นก็ดี” เม้าโฉ่วพูด พลางสังเกตเห็นว่าใบหน้าของตู่โปแสดงออกมาเหมือนมีอะไรอยากที่จะพูด เขาขมวดคิ้วขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ “ถ้ามีอะไรอยากจะพูดก็พูดมา”
ตู่โปลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจที่จะพูดออกมา “คือว่าผมมีเรื่องที่จะขอร้องครับ”
“เรื่องขอร้องอะไร?” เม้าโฉ่วขมวดคิ้วถาม
ตู่โปมองซ้ายมองขวาเล็กน้อย ลดเสียงในการพูดลง เขากลัวว่าเรื่องที่เขาพูดจะทำให้งานเลี้ยงกร่อย เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการฆ่าคน! “ผมมีคนที่อยากจะฆ่าอยู่ครับ ไม่รู้ว่าหัวหน้าสองจะช่วยมอบคนให้ผมได้ไหม?”
เม้าโฉ่วพอได้ยินที่ตู่โปพูด เขาก็หัวเราะออกมาในทันที “เรื่องนี้มันก็แค่เรื่องเล็กน้อย ถ้าแกอยากจะฆ่าใครก็ไปจัดการด้วยตัวเอง ฉันอนุญาตให้แกนำคนไปด้วยสองสามคนได้”
“ขอบคุณครับหัวหน้าสอง” ตู่โปดีใจเป็นอย่างมาก คนที่เขาอยากจะฆ่าแน่นอนว่าคือหลินเฉิน ที่เขาได้เจอเมื่อตอนกลางวัน
วันนี้ อีกฝ่ายกล้าที่จะเมินเขา สมควรตายเป็นร้อยครั้ง!
จากนั้นพวกเม้าโฉ่วก็พูดคุยกันอย่างสนุกปาก โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีคนแอบฟังพวกเขาอยู่
คนที่แอบฟังอยู่ ย่อมเป็นหลินเฉินอยู่แล้ว เขามาถึงที่นี่ได้สักพักแล้ว และมันก็ทำให้เขาได้ฟังข่าวดี ข่าวดีที่ว่าก็คือมีคนที่อยากจะฆ่าเขา ดูจากสีหน้าของตู่โป เขารู้ได้ไม่ยากว่าคนที่อีกฝ่ายอยากที่จะฆ่าก็คือเขา เป็นเขาอย่างแน่นอน
‘ล้วนเป็นพวกที่อยากตายกันทั้งนั้น!’ หลินเฉินคิดในใจ ในเมื่อตู่โปอยากที่จะฆ่าเขา เขาก็จะฆ่าตู่โปเช่นเดียวกัน
และเขาจะไม่ฆ่าเพียงตู่โปเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเม้าโฉ่วหรือเตี่ยจ้าน เขาก็จะฆ่า พวกนี้เป็นแก๊งอสรพิษดำในโลกใต้ดิน ทำความชั่วเอาไว้มาก การฆ่าพวกเขา จะช่วยให้แผ่นดินจีนสูงขึ้นมาบ้าง!
เมื่อคิดที่จะฆ่าแล้ว หลินเฉินก็ไม่ลังเลที่จะทำให้ไฟในห้องจัดงานเลี้ยงดับลง
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมไฟดับ?” เม้าโฉ่วขมวดคิ้วขึ้นมาในทันที เมื่อเห็นว่าไฟดับ ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มระมัดระวังตัว เขาที่เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับสะสมพลังขั้นปลาย ย่อมรู้สึกได้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ มันไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว
ปกติไฟของโรงแรมเฟิงหวง ไม่เคยดับ แล้วอยู่ๆ ก็มาดับ ไม่แปลกเลยที่เม้าโฉ่วจะสงสัย
คนอื่นๆ ภายในห้องจัดงานเลี้ยง ไม่ได้คิดมากแบบเดียวกับเม้าโฉ่ว พวกเขาแค่คิดว่าไฟดับเท่านั้น
หลินเฉินที่อยู่ภายใต้ความมืด เริ่มลงมือฆ่าทีละคน โดยเขาเลือกฆ่าเฉพาะคนของแก๊งอสรพิษดำ ส่วนพวกผู้หญิงที่เข้ามาบริการพวกแก๊งอสรพิษดำ เขาไม่ได้ฆ่าแต่อย่างใด
พวกเธอแค่ทำงานของพวกเธอ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแก๊งอสรพิษดำ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องฆ่า เขาเพียงทำให้พวกเธอสลบเท่านั้น
หลินเฉินฆ่าคนของแก๊งอสรพิษดำไปเกือบทั้งหมด หลงเหลือเพียงเม้าโฉ่ว ตู่โปและเตี่ยจ้านสามคน
สามคนนี้ถือเป็นคนมีตำแหน่งระดับสูงในแก๊งอสรพิษดำ โดยเฉพาะเม้าโฉ่วที่เป็นถึงหัวหน้าคนที่สองของแก๊งอสรพิษดำ หลินเฉินจึงเอาไว้ฆ่าทีหลัง และเวลาฆ่าพวกเขาก็มาถึงแล้ว!
หลินเฉินชี้นิ้วไปที่ร่างกายของเตี่ยจ้านเป็นคนแรก ปราณสีฟ้าสดใสพุ่งเข้าไปทำลายหัวใจของเขาในทันทีทันใด
ส่งผลให้ดวงตาทั้งคู่ของเขาเบิกกว้าง ใบหน้าแสดงความเจ็บปวดอย่างมากออกมา ก่อนที่ร่างกายจะล้มลงพื้น ตายไปทั้งอย่างนี้ ไม่มีแม้แต่เสียงใดหลุดรอดออกมา
“เตี่ยจ้าน!” เม้าโฉ่วพอจะรู้ว่าเตี่ยจ้านล้มลง เขาจึงร้องเรียก แต่ว่าก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย เรื่องนี้มันทำให้หัวใจของเขาบีบรัด ระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม แต่บนใบหน้าก็ไม่วายผุดเม็ดเหงื่ออันเย็นเยียบขึ้นมา
เมื่อเขานึกถึงการตายของหยันหู่ ที่เฮยเฉอคาดเดาว่าเป็นฝีมือของผู้ฝึกตนระดับท่องนภา และเขาก็คิดว่าผู้ฝึกตนระดับท่องนภาคนนี้เพ้งเล็งแก๊งอสรพิษดำของเขา เขาเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาในทันใด
โดยไม่ลังเล รีบวิ่งไปทางประตูอย่างรวดเร็ว แต่หลินเฉินจะปล่อยเขาไปหรือ แน่นอนว่าไม่มีทาง หลินเฉินส่งปราณออกไปทำลายหัวใจของเม้าโฉ่วในทันที
“มะ...ไม่จริง!” เมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังจะตายจากความเจ็บปวดที่หัวใจถูกทำลาย เม้าโฉ่วก็ร้องออกมาคำหนึ่ง ก่อนที่ร่างกายจะล้มลงพื้น แน่นิ่งไป ไม่มีการขยับเคลื่อนไหวอีก
เม้าโฉ่วคงจะไม่มีทางรู้ว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เขาถูกฆ่าตาย มาจากการที่เขาตอบรับคำขอของตู่โป ถ้าเขารู้ว่าการตอบรับคำขอของตู่โป จะทำให้เขาถูกฆ่าตาย เขาคงไม่มีทางตอบรับอย่างแน่นอน
ดีไม่ดี เขาคงจะฆ่าตู่โปให้ตายด้วยซ้ำ!
แต่ตอนนี้ทุกอย่างสายเกินแก้แล้ว เขาตายแล้ว ทั้งโลกนี้ยังไม่มีคำว่า ‘ถ้า’ ไม่มีประตูให้ย้อนเวลา หรือยาแก้ความเสียใจ สิ่งที่เป็นไปได้ มีเพียงเม้าโฉ่วต้องยอมรับความตายของตัวเองเท่านั้น!
จบบทที่ 25