...หวังอี้กลับมาที่ดินแดนโบราณอีกครั้งแต่คราวนี้เขาโผล่มาที่ใจกลางรกร้างเลย บัดนี้มีเซียนมากมายแน่นอนว่ารวมถึงคุณชายจี้หลานของผู้เฒ่าที่เคยดักปล้นและซ้อมหวังอี้ด้วย
เซียนทุกคนยืนตากแดดในสภาพไร้สติ หวังอี้เอานิ้วชี้ค่อยๆไปวางไว้ใต้จมูกคุณชายจี้ก็พบว่าเขายังมีลมหายใจอยู่เด็กหนุ่มพยายามเขย่าตัวก็ยังเฉยๆ ะโก็ยังเฉย ดึงหูเขกหัว จั๊กจี้เอวก็ยังเฉย (เด็กน้อยแอบเตะขาคุณชายไป 1 ทีด้วยเพราะยังผู้ใจเจ็บที่โดนกระทืบครั้งก่อน)
“เกิดอะไรขึ้น?”
“หรือจะเกี่ยวกับเ้าก้อมกลมๆสีดำที่ดูดกินปราณคน,สัตว์ตายมากมาย?”
“ไม่แน่ว่าตอนนี้มันอาจรู้แล้วว่าข้ากลับเข้ามา”
เขาจับกระบี่เซียนที่สะพายหลังไว้
“ใช้เ้านี่ในการต่อสู้ระยะประชิดได้แต่ข้ายังขาดอาวุธระยะไกล และการป้องกัน”
ว่าแล้วหวังอี้ก็เดินค้นตัวเซียนต่างๆเพื่อหาสิ่งของมาเตรียมตัวเพราะไม่แน่ว่าคืนนี้มันอาจปรากฏตัวก็เป็ได้ โดยสิ่งที่เขาเอามาเช่น มีดสั้น,หน้าไม้, เชือก เป็ต้น
เขาใช้เวลาทั้งบ่ายทำกับดักทุกชนิดทั้งหลุมสะดุด ไม้หนาม กระดิ่งเตือนภัย(จากกระบอกไม้ไผ่) และลูกธนูง่ายๆนับสิบดอก
กว่าจะเสร็จก็ค่ำพอดีหวังอี้ไม่จุดกองไฟแล้วไปแอบซ่อนตัวและเฝ้ามองไปทางเหล่าเซียนมากมายที่ยืนเป็ท่อนไม้ราวกับผีดิบเ่าั้
รอแล้วรออีกก็ไม่มีอะไรสักทีจนเริ่มง่วงนิดๆ แต่เมื่อพระจันทร์ลอยกลางฟ้ามันก็มา
เ้าก้อนกลมๆสีดำๆนั้นมันลอยขึ้นมาจากพื้นคราวนี้หวังอี้พิจารณาลักษณะมันอย่างละเอียด
“มันคล้ายก้อนพลังปราณที่มีชีวิต”
“สีดำนั่น ถ้าไม่ปีศาจ ก็น่าจะมาร”
เ้าก้อนดำๆนั้นลอยวนไปตามเซียนต่างๆมันพยายามเข้าไปด้านในร่างเซียนเ่าั้แล้วก็ต้องรีบออกมาแม้มันไม่ได้เปล่งเสียงแต่ดูจากไอดำที่โพยพุ่งแปลกๆแล้วพอเดาได้ว่ามันไม่พอใจเป็อย่างมาก
"มันกำลังหาอะไร? "
หวังอี้ขมวดคิ้วสายตายังคงจ้องมองอยู่
ทันใดนั้นเ้าก้อนดำหยุดนิ่งกลางอากาศ หวังอี้ง้างหน้าไม้จะยิงธนูใส่มัน หัวใจเต้นแรง เพราะไม่รู้ว่าจะยิงถูกไหม? ยิงถูกแล้วมันจะาเ็ไหม?
แต่แล้วมันก็มุดลงไปใต้ดินอีกครั้งหวังอี้จึงถอนให้ใจและลดหน้าไม้ลงเขาชักดาบออกมาและค่อยๆย่องเดินเข้าไปหากลุ่มเซียนช้าๆ
หวังอี้เดินสำรวจและใช้มือตบที่หน้าอกทุกคนตรงที่เข้าก้อนกลมนั่นพยายามจะเข้าไป
ในขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเขาก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างจนเสียวสันหลันวาบจึงรีบหันกลับไป
คือเ้าก้อนกลมๆดำนั่นเองติดกับแล้ว!ข้าโดนล่อออกมา!
หวังอี้รีบใช้กระบี่เซียนฟันใส่มันเต็มแรงแต่ปรากฏว่าประบี่ฟันผ่านออกไปราวกับตัดควัน
สู้ไม่ก็หนีเขาวิ่งออกจากตรงนั้น ยกตัวเองขึ้นสูง ขว้างเชือกไปคล้องต้นไม้แล้วรีบห้อยตัวหนีไปทันที
“เดี๋ยวก่อนเ้าหนู!”
ไม่ทันแล้วหวังอี้หนีเข้าป่าไปไกลแล้ว เ้าลูกกลมดำนั้นได้แค่มองตามไม่ได้ไล่ตามไปแต่ประการใด
หรือมันออกจากอาณาเขตนั้นไม่ได้? ไม่สิมันออกได้ไม่อย่างนั้นมันจะจับเซียนทุกคนมาได้อย่างไร?พอคิดถึงตรงนี้หวังอี้ก็สงสัยว่าทำไมมันจึงไม่ไล่ตามเขา?
หลายวันผ่านไป่กลางวันหวังอี้แอบสังเกตพบว่ากลางวันมันออกมาไม่ได้เขาก็จะไปหาคุณชายจี้ พยายามดึงก็แล้ว ทุบหลังคอให้สลบเพื่อจะแบกหนีก็แล้ว ดูเหมือนคุณชี้อี้และเซียนทุกคนจะอยู่ในพะวงอะไรบางอย่างร่างพวกเขาแข็งเป็ท่อนไม้ ขยับไปไหนไม่ได้เลย
“ทำไมเ้านั่น(ก้อนกลมดำ)ไม่ฆ่าพวกเขา?”
หลากหลายข้อสันนิษฐานโผล่ขึ้นมาในใจหวังอี้เขาเร่งร้อนด้วยล่ะเพราะเ้าเฒ่าจี้นั่นไม่รู้ว่ามันจะยอมรอด้านนอกอีกนานแค่ไหน?
ถ้านานไปมันเลิกรอ งั้นข้าคงได้แก่ตายข้างในนี้แน่ๆ เอาไงดี?
หลายต่อหลายคืนที่หวังอี้แอบสังเกตอยู่ไกลๆเ้าลูกกลมนั่น พยายามเข้าอกร่างเซียนทุกคน แต่เข้าไม่ได้
ทำไม?
“เหมือนว่ามันพยายามจะสิงร่าง”
หวังอี้ครุ่นคิดอย่างหนักจนในที่สุดคืนนี้เขาออกมายืนรอตรงฝูงเซียนมองซ้ายขวาอยู่นาน ในที่สุดเ้าก้อนกลมๆสีดำก็ขึ้นมาจากพื้นดิน หวังอี้ใช้ปราณไฟลูกเล็กๆยิงไปรอบๆทันทีเกิดเป็กองไฟมากมายล้อมพวกเขาไว้
เด็กน้อยชี้กระบี่เซียนไปที่ก้อนกลมดำ
“มาตกลงกัน!”
“ข้าขอแค่พาคุณชายคนนั้นคนเดียวกลับไปเ้าอยากได้สิ่งใดถ้าไม่เกินกำลังข้าจะทำให้”
เ้าก้อนกลมดำอดขำไม่ได้มันหัวเราะ
“ฮ่าๆเ้าเด็กนี่ พยายามทำตัวเป็ผู้ใหญ่เกินวัย แต่...เด็กก็คือเด็กวันยังค่ำ”
แล้วค่ายกลหนึ่งก็เรืองแสงขึ้นจากพื้นเกิดเป็กรงสีดำขังหวังอี้ไว้เด็กน้อยใมาก
“หึ! ยังกล้ามาต่อรองอะไรกับข้าอีกไหม?”
ตูม!
หวังอี้ฟาดพลังปราณจากกระบี่ออกไปสุดแรงเกิดมันเป็พลังปราณธรรมชาติที่เขาสะสมไว้ก่อนจะมาเจอนั่นเอง
พลังนั้นมหาศาลฟันจนกรงสีดำแตกพื้นเป็รอยกระบี่ลากยาวไปไกล
หวังอี้เหนื่อยมากเหงื่อโชกทรุดลงกับพื้นหายใจหอบ นี่มันเกินตัวไปแล้ว
แต่เ้าลูกกลมดำๆนั้นกลับไม่เล่นงานเขามันหันไปมองอีกทางหนึ่ง
“มาแล้ว...”
เสียงฝีเท้าดัง
หวังอี้อหันไปมองตามก็ตาเบิกโพลง
ตุบ...ตึง...ตุบ...
จากหนึ่งเสียงกลายเป็สิบ ร้อย พัน พื้นดินทั้งผืนเริ่มสั่น หมอกสีขาวค่อย ๆ แยกออก ปรากฏิญญาทหารโบราณนับพันสีขาวขุ่น
บางคนเหลือเพียงครึ่งตัวบางคนถือหัวตัวเอง บางคนยังเสียบดาบอยู่กลางอก
แล้วทั่วทั้งบริเวณนั้นก็มีกองทัพผีรายล้อมอย่างเป็ระเบียบ พวกเขาจ้องมองมาที่ลูกกลมๆสีดำนั่น ทุกคนยังยืนตรง บ้างถือธง บ้างถือหอก พวกเขาเหมือนกำลังรอรอคำสั่งอยู่
มาครบแล้ว กองทัพทหารผีก็ตบเท้าพร้อมกันเสียงดัง เ้าลูกทรงกลมสีดำ มีไอดำที่เคยโพยพุ่งกลับลอยตกสู่พื้นราวกับเป็น้ำตา
“าจบแล้วพวกเ้าไปเกิดกันเถิด ได้โปรด! ไม่ต้องมาแล้ว ฮือๆ”
แล้วลูกกลมดำนั้นก็แผดเสียงร้องที่เ็ปรุนแรงดังก้องไปทั่วท่ามกลางเซียนที่ตัวแข็งทื่อและกองทหารผีหลายพันนายที่ยืนนิ่งๆ
หวังอี้มองแล้วเริ่มเข้าใจจึงค่อยๆเดินไปหาลูกกลมสีดำ
“มีข้าคนเดียวใช่ไหมที่คุยกับเ้าได้?”
“ใช่! ฮือๆๆ”
หวังอี้เก็บกระบี่จ้องมองสองมือตัวเอง พลางคิดในใจ
“เพราะสายเืสกุลหวังสินะ”
หวังอี้ถาม
“พวกเขาคือลูกน้องเ้าใช่ไหม?”
“ใช่ฮือๆ ที่นี่เคยเป็ทุ่งาของกองทัพพันธมิตร(ปีศาจ,เผ่า์,มนุษย์)ต่อสู้กับเผ่ามาร”
“พวกเ้าคือมาร?”
“ใช่ฮือๆ เราคือกองทัพสังกัดท่านมารน้ำดำโบราณ(เฮยสุ่ยเสวียนมอ)”
“ข้าเคยได้ยินชื่อจากตำราเขาเป็มารกินศพ?”
“ไม่ใช่! พวกเราแค่สะสมปราณจากซากศพเท่านั้น”
หวังอี้มองไปที่ทหารผีมากมาย
“ทำไมพวกเขาไม่ไปเกิด?”
“เพราะวันนั้นพวกเขาตายโดยไม่รู้ตัวฮือๆ”
“มัน! ฝ่ามือนั้นลงมาจากฟ้า ฆ่าพวกเราทั้งกองทัพ!”
“มีแค่ข้าคนเดียวที่รอดหลงเหลือจิตมารอยู่”
หวังอี้ถึงกับตะลึงโลกเซียนช่างน่ากลัว เซียนคนนั้นพลังเขาช่างร้ายกาจ เพียงฝ่ามือเดียวถึงกับสังหารกองทัพมารทั้งหมดได้
พวกเซียนชั้นสูงชอบมองเซียนชั้นต่ำกว่าเป็มดปลวกโดยเฉพาะั้แ่ระดับ 4 หยวนอิงไปแล้ว
หวังอี้ยืนต่อไม่ไหวเพราะเหนื่อยเลยนั่งลงกับพื้น
“ทำอย่างไรพวกเขาถึงจะไปเกิดได้?”
“ต้องบอกพวกเขาว่าาจบแล้ว”
“แต่ข้าไม่มีร่างบอกพวกเขาฮือ”
หวังอี้ถึงบางอ้อที่แท้เขาสะกดทุกคนไว้เพื่อหาร่างที่จะเข้าสิงบอกลูกน้องตัวเองนี่เอง
“ข้าให้ยืมร่างข้า”
ลูกกลมดำมองมาที่หวังอี้
“ขอบใจนะเ้าหนู แต่ที่แล้วมาข้าพยายามมาหลายครั้งแล้ว ก็เข้าสิงผู้ใดไม่ได้เลยมันมีข้อแตกต่างระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์และมารอยู่”
“แค่ได้คุยกับเ้าข้าก็ดีใจมากแล้ว”
ลูกกลมดำมองไปทางดวงิญญามากมายที่ยืนตั้งแถวรอคำสั่ง
“แต่พวกเขา... ฮือๆ”
หวังอี้ถอนหายใจลุกขึ้น ยิ้มบางๆให้
“ข้าทำได้เ้าลองดูสิ”
แล้วหวังอี้ก็ใช้วิชาสกุลหวังที่ิญญาบรรพชนอิงเทียนคงสอนให้ ใช่แล้ว! มันเป็วิชาที่ยอมให้ิญญาเข้าสิงร่างได้ชั่วคราว
ลูกกลมดำนั้นค่อยๆเข้าไปในร่างหวังอี้ทางหน้าอก
และเมื่อเข้าไปหมดแล้วหวังอี้ร่างสั่นอย่างรุนแรงพลังปราณะเิอย่างยิ่งใหญ่มากจนท้องฟ้ากลางคืนกลายเป็สีแดงฉาน
หวังอี้ดวงตาเปลี่ยนเป็สีแดงเื ท่าทางองอาจทรนาง ต่างจากหวังอี้คนเดิม เขามองสองมือของตัวเองชั่วครู่ก่อนที่จะหันไปหากองทหารผีนับพัน
“ทหารหาญฟังคำสั่ง!”
“ครับ!!”
เสียงทหารผีดังกึกก้องจนพวกนกใตื่นบินหนีจากรังบนต้นไม้
หวังอี้ร้องไห้ยิ้มและะโสุดเสียง
“าจบแล้ว! กลับบ้านได้!!”
หวังอี้ชี้ไปที่ผีทหารตนหนึ่ง
“เ้าน่ะ! รีบกลับบ้านไปหาแม่เ้าเลยนะ เพราะนางฝากเ้าไว้กับข้า”
เสียงหัวเราะเบาๆก่อนที่ทหารผีจะกระทืบเท้าพร้อมกัน บ้างตีโล่ บ้างเอาดาบแทงลงพื้น เสียงโห่ร้องดังก้อง น้ำตาไหลแสดงความดีใจจากการรบที่เหนื่อยล้ายาวนาน แล้วพวกเขาก็หันหลังเดินจากไป ...ค่อยๆกลายเป็ฝุ่นขาวๆลอยขึ้นฟ้า...
หวังอี้น้ำตาไหลพรากยิ้มไม่หุบ เสียงหายใจแรง ดีใจมากจนร้องไห้
ไม่รู้เวลานานเท่าใดหวังอี้ค่อยๆลืมตาตื่น แสงจากดวงอาทิตย์เริ่มขึ้นมาช้าๆที่ขอบฟ้า ใกล้จะเช้าแล้วเขานอนอยู่พอขยับตัวขึ้นนั่งก็รู้สึกปวดและเพลียไปทั้งตัว
เบื้องหน้าเป็แม่ทัพมารสวมชุดเกราะองอาจร่างสูงใหญ่ยืนยิ้มให้เด็กน้อย
“เ้าหนูขอบใจมาก”
"หากวันหนึ่งเ้าได้พบเผ่ามารอีก อย่าเพิ่งชักกระบี่ พวกเรามิได้ชั่วร้ายทุกคน"
หวังอี้พยักหน้ามองเขาแล้วพูดว่า
“ตอนที่ท่านสิงร่างข้าๆเห็นภาพสนามรบเืสาด ฟ้าสีแดง พื้นมีแต่เื เสียงทหารร้อง”
“านี่ไม่ดีเลยข้าไม่ชอบ”
แม่ทัพยิ้มแล้วเขาก็เอานิ้วจิ้มที่หน้าผากหวังอี้พลังปราณจากเซียนและสัตว์อสูรที่ตายไปมากมายหลั่งไหลเข้าในรากปัญญาหวังอี้
“อ๊าก!”
ภายในรากปัญญานั้นเกิดการขยายตัวออกอย่างกว้างขวางตามพลังปราณมากมายที่ไหลเข้าไปสะสมในนั้นขนาดขยายขึ้นหลายเท่ามันก็ยังมันอัดแน่น
หวังอี้ทนไม่ได้ปล่อยฝ่ามือไปทีู่เา
ตูม!
ูเาถูกฝ่ามือขนาดใหญ่ประทับไว้
หวังอี้ใตัวเองเขามองมือตัวเอง แม่ทัพมารจึงพูด
“ยินดีด้วยเ้าบรรลุระดับ 1 รวมปราณขั้นกลางแล้วเ้าหนู”
“และพลังปราณในสิ่งที่แทนรากิญญาของเ้ามันสะสมไว้จนเกินระดับเ้าไปมากๆ”
“ข้ายกให้ขอบใจนะ”
แม่ทัพมองหน้าเขาด้วยแววตาลึกซึ้ง่อนที่ร่างิญญาจะสลายหายไปพร้อมแสงอาทิตย์อรุณรุ่ง
เซียนทุกคนตื่นจากพะวงพวกเขาส่งเสียงกันดังระงมด้วยความสงสัย
หวังอี้เดินเข้าไปโค้งศีรษะคำนับคุณชายจี้
“คุณชายขอรับ ปู่ท่านมอบหมายให้ข้าน้อยมารับท่านขอรับ”
หวังอี้หยิบแผ่นหยกสัญญาณออกมาและรีบทำลายมันเพียงครู่เดียวประตูมิติก็เปิดออก เซียนทุกคนดีใจมากรีบเหาะออกไปแต่หวังอี้ยังเหาะไม่ได้ค่อยๆเดินออกไปเป็คุณชายจี้ที่ยื่นมือมาจับเขาและพาเหาะออกไป
ท่านผู้เฒ่าจี้เห็นหน้าหลานชายก็ร้องไห้เข้าไปกอดหวังอี้เห็นก็พลอยยิ้มไปด้วย เขาเองก็คิดถึงท่านปู่ของเขาที่ตายไปแล้วท่านปู่ก็รักข้าเช่นเดียวกับผู้เฒ่าคนนี้
หวังอี้โค้งศีรษะแล้วเดินจากไปแต่คุณชายจี้รีบวิ่งมาหา โดยมาผู้เฒ่าจี้มองตาม
คุณชายยื่นป้ายสกุลจี้ให้หวังอี้
“ท่านปู่ให้ข้าเอาป้ายนี้ให้เ้า”
“หากพบกับความไม่สะดวกหรือมีผู้ใดข่มเหงเ้า จงใช้ป้ายสกุลจี้แสดงให้พวกเขาเห็น”
“ในแคว้นนี้ไม่มีผู้ใดกล้ามีเื่กับสกุลจี้”
หวังอี้รับและโค้งศีรษะขอบคุณๆชายและยังโค้งศีรษะไปทางท่านผู้เฒ่าก่อนจะเดินจากไป...