แสงแดดอุ่นยามเช้าของมหานครโครเนแซนเดรียสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีเทาหม่นเข้ามาภายในห้องนอนอันเงียบงันอย่างแ่เบา แสงสว่างนั้นกระทบเข้ากับใบหน้าของ ริน อาซากิ ที่นั่งนิ่งสนิทอยู่บนขอบเตียงมาั้แ่่ฟ้าสาง
เด็กสาวผมแดงแทบไม่ได้ข่มตา sleeps ต่อเลยหลังจากตื่นขึ้นมาจาก “ความฝัน” อันน่าสยดสยองและยิ่งใหญ่เกินจริงเมื่อคืนนี้
หรือบางที...จิตใต้สำนึกกำลังตอกย้ำว่ามันไม่ใช่แค่ความฝันั้แ่แรก
รินค่อยๆ เลื่อนสายตากลับลงมามองตรงหน้าอกซ้ายของตัวเองอีกครั้ง แม้ว่าในเวลานี้รอยสัญลักษณ์ลึกลับนั้นจะไม่ส่องแสงสีแดงฉานแล้ว แต่ลวดลายวงแหวนโบราณที่สลักเสลาอย่างประณีตตรงตำแหน่งก้อนเนื้อหัวใจยังคงปรากฏชัดเจนอยู่บนผิวเนื้อเนียน ราวกับตราประทับเหล็กร้อนที่ถูกบดขยี้ฝังลึกเข้าไปในร่างกายอย่างถาวร
“...บ้าชะมัด เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่เนี่ย” เด็กสาวสบถพึมพำเสียงเบาอย่างหัวเสีย
ั้แ่เช้ามืดมาเธอพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายรอยนี้ ทั้งลองใช้น้ำเย็นจัดขัดล้าง ลองใช้ฟองน้ำถูแรงๆ จนผิวขึ้นรอยแดงครูด หรือแม้กระทั่งเอาครีมรองพื้นเบอร์ที่หนาที่สุดมาทาทับเพื่อปกปิดรอย แต่วัตถุสีแดงใต้ิันั้นกลับไม่จางหายไปเลยแม้แต่น้อย ราวกับมันเป็ส่วนหนึ่งของเซลล์ร่างกายไปแล้ว
และสิ่งที่แย่ยิ่งกว่ารอยแผลเป็บนร่างกายก็คือ... ั้แ่ลืมตาตื่นขึ้นมา รินเริ่มได้ยิน เสียงสะท้อนบางอย่างดังแว่วอยู่ในโสตประสาทเป็ระยะๆ
มันมีทั้งเสียงซู่ซ่าคล้ายเปลวไฟกำลังแตกปะทุเผาไหม้ใบไม้แห้ง เสียงกระซิบกระซาบแ่เบาของใครบางคนที่ไม่สามารถจับใจความภาษาได้ รวมถึงเสียงคำรามต่ำลึกทรงพลังที่ฟังดูดุร้ายและไม่เหมือนกับสัตว์เดรัจฉานชนิดไหนบนโลกใบนี้เลยสักตัวเดียว
ครืด...
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะไม้สั่นะเืเบาๆจนรินสะดุ้งโหยง เธอรีบพุ่งตัวไปคว้ามันขึ้นมาเปิดดูทันทีด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยมลึกๆ ในใจ ทว่าทันทีที่สายตากระทบเข้ากับหน้าจอ ความผิดหวังระลอกใหญ่ก็ถาโถมเข้าใส่จนอกแทบพังทลาย
ไม่มีข้อความตอบกลับจากเรน
บนหน้าจอแชตยังคงขึ้นสถานะว่าไม่มีการเปิดอ่าน ไม่มีสถานะออนไลน์สีเขียวปรากฏ และไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เลยจากปลายทาง ราวกับว่า โจนาธาน เรน ได้ถูกลบหายสาบสูญไปจากโลกใบนี้จริงๆแล้วนับั้แ่เมื่อคืน
เด็กสาวขบกรามและกัดริมฝีปากล่างแน่นจนห่อเื ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวเพื่อระงับอารมณ์พลุ่งพล่าน เธอลุกขึ้นไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวออกจากบ้านไปมหาวิทยาลัยอย่างน้อยที่สุด วันนี้เธอต้องไปดักรอและสืบหาตัวเขาที่ห้องแล็บวิจัยของมหาวิทยาลัยให้ได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นก็ตาม
มหาวิทยาลัยโครเนแซนเดรีย
เสียงผู้คนหลาก่วัยพูดคุยจอแจดังอื้ออึงไปทั่วลานกว้างของตัวมหาวิทยาลัยเหมือนเช่นทุกวัน นักศึกษาจำนวนมากเดินสวนกันไปมาขวักไขว่ท่ามกลางบรรยากาศอันเร่งรีบและวุ่นวายของ่สัปดาห์เปิดภาคเรียนใหม่
ทว่าสำหรับรินในเวลานี้...ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวกลับดูผิดเพี้ยน และแปลกประหลาดไปหมดจนน่าคลื่นไส้
เธอได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่อยู่ห่างออกไปห้าสิบเมตรชัดเจน ได้ยินเสียงก้อนเนื้อหัวใจของผู้คนรอบข้างเต้นตุบตับเป็จังหวะที่แตกต่างกันชัดเกินไปจนน่าปวดหัว ประสาทรับกลิ่นของเธอยังทวีความรุนแรงจนสามารถแยกแยะกลิ่นน้ำหอมราคาแพง กลิ่นขมของน้ำกาแฟคั่วเข้ม หรือแม้กระทั่งกลิ่นสนิมเหล็กจากรั้วกั้นของมหาวิทยาลัย ทุกสิ่งทุกอย่างรุมเร้าเข้ามาในสมองรุนแรงเกินกว่าขีดจำกัดที่มนุษย์ปกติจะรับไหว
“...อึก” รินยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองแน่น ใบหน้าซีดเซียวลงเพราะอาการขัดแย้งของประสาทัั
“ริน!”
น้ำเสียงใสอันคุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง และยังไม่ทันที่เด็กสาวผมแดงจะได้หันกลับไปมอง แขนเรียวสองข้างของใครบางคนก็พุ่งเข้ามารัดหมับเข้าที่รอบคอของเธอจากทางข้างหลังทันที
“โอ๊ย! โรเชลล์! ปล่อยก่อน...หายใจไม่ออกแล้ว—!”
เด็กสาวเรือนผมบลอนด์ทองส่งเสียงหัวเช็กคิกคักอย่างอารมณ์ดีก่อนจะยอมคลายวงแขนปล่อยตัวรินให้เป็อิสระ
โรเชลล์ วาเลนเซีย หญิงสาวลูกคุณหนูตระกูลดังประจำมหาวิทยาลัยคนนี้ เป็ทั้งดาวเด่นระดับคณะและเป็ถึงลูกสาวคนเดียวของเ้าของเครือบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เส้นผมสีทองอ่อนยาวสลวยของเธอสะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็ประกายระยิบระยับ ใบหน้าสวยหวานไร้ที่ติถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มสดใสตามแบบฉบับคนคิดบวกอยู่ตลอดเวลา
“ทำหน้าตาเหมือนซอมบี้หลุดมาจากซีรีส์เลยนะริน เมื่อคืนแอบโต้รุ่งอดนอนอีกแล้วใช่ม้า?” โรเชลล์เอ่ยแซว พลางเอียงคอพิจารณาใบหน้าของเพื่อนสนิทอย่างละเอียด ก่อนที่แววตาขี้เล่นจะแปรเปลี่ยนเป็ความกังวล “...เฮ้ เธอโอเครึเปล่า? สีหน้าดูไม่ดีเลย”
“...ฉันแค่ปวดหัวนิดหน่อยน่ะ ไม่มีอะไรหรอก” รินตอบปัดเลี่ยงๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
เธอยังไม่พร้อมและไม่คิดที่จะเล่าเื่ราวหลุดโลกเมื่อคืนนี้ให้ใครฟังทั้งนั้น โดยเฉพาะเื่ผู้ส่งสารปีกสีขาว เมล็ดพันธุ์แห่งพระเ้า หรือรอยสักเรืองแสงสีแดงบนหน้าอก ต่อให้เธอพูดออกไปตรงๆ ตอนนี้ก็คงมีแต่คนคิดว่าเธอเรียนหนักจนเสียสติไปแล้วแน่นอน
“แล้วเรนล่ะ?” โรเชลล์เอ่ยปากถามขึ้นมาลอยๆ สายตาสอดส่องไปทั่ว “ปกติเห็นเเธอสองคนตัวติดกันเป็ปาท่องโก๋ตลอดเลยนี่นา”
คำถามนั้นทำเอาสีหน้าของรินหม่นแสงลงไปในทันที “...ติดต่อไม่ได้เลยั้แ่เมื่อคืนแล้ว”
“หา? พูดเป็เล่น เรนเขาจะทิ้งเพื่อนสาวคนสำคัญของเราได้ยังไง”
“เื่จริง โทรไปก็ขึ้นติดต่อไม่ได้ แชตข้อความก็ไม่อ่านเลยสักช่องทาง”
โรเชลล์ขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด “หรือว่าเขาจะแอบหมกตัวทำงานวิจัยบ้าๆ อยู่ที่ห้องอย่างเดียวจนลืมดูโลกภายนอกอีกแล้วล่ะ?”
“ฉันก็หวังให้มันเป็แค่แบบนั้นแหละ...” รินพึมพำตอบเสียงเบาในลำคอ ทว่าส่วนลึกในจิตใจของเธอกลับร้องเตือนว่าเื่ราวการหายตัวไปของเรนในครั้งนี้...มันมีบางอย่างที่บิดเบี้ยวและอันตรายมากกว่านั้นหลายเท่า
่เย็นวันเดียวกัน
ทันทีที่สิ้นสุดคาบเรียนสุดท้ายของวัน รินตัดสินใจที่จะเดินทางไปตรวจสอบที่อพาร์ตเมนต์ส่วนตัวของเรนที่อยู่ใกล้เขตอุตสาหกรรมเก่าทันที และแน่นอนว่าโรเชลล์ผู้ไม่ยอมปล่อยให้เพื่อนต้องเดินทางคนเดียวอาสาขับรถสปอร์ตคันหรูของเธอไปส่งเหมือนทุกครั้ง
รถสปอร์ตสีขาวมุกดีไซน์โฉบเฉี่ยวแล่นทะยานฝ่ากระแสการจราจรไปบนถนนท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดงยามเย็นที่กำลังจะลับขอบฟ้าไป
“เอาจริงๆนะ ฉันยังแอบคิดอยู่เลยว่าในอนาคตเรนจะต้องกลายเป็พวกนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่สร้างะเิทำลายโลกแน่ๆเลยละ” โรเชลล์หัวเราะร่าเบาๆ พลางหมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่เขตถนนสายเก่า
“ั้แ่เกิดเหตุการณ์ Dimension Zero เมื่อสิบปีก่อน หมอนั่นน่ะ...มันก็บ้าและเพี้ยนมาั้แ่ตอนนั้นแล้วล่ะ” รินถอนหายใจยาวพลางมองทอดสายตาออกไปนอกกระจกรถ
ทว่าในวินาทีนั้นเอง—จู่ๆ ความรู้สึกเย็นะเืราวกับโดนน้ำแข็งสาดเข้าใส่พลันแล่นพล่านผ่านแนวไขสันหลังของรินอย่างรุนแรง ร่างกายของเด็กสาวผมแดงชะงักกึกไปในพริบตา ตาเบิกกว้างสั่นระริก
“...เดี๋ยวนะโรเชลล์”
“หือ? มีอะไรเหรอ?”
“จอดรถ...จอดรถเดี๋ยวนี้!” รินสั่งเสียงเฉียบขาด
โรเชลล์หันมามองเพื่อนสาวด้วยความงุนงง “เอ๋? อะไรของนายเนี่ย ตรงนี้มันใกล้จะถึง—”
“ฉันบอกให้จอดรถเดี๋ยวนี้ไง!!”
น้ำเสียงตื่นตระหนกและจริงจังขั้นสุดของรินทำให้โรเชลล์สะดุ้งโหยงและรีบยกเท้าเหยียบแป้นเบรกในทันที
เอี๊ยดดดดดดด—!
ยางรถยนต์เสียดสีกับพื้นผิวถนนแผดเสียงร้องลั่น รถสปอร์ตคันหรูหยุดนิ่งสนิทลงตรงริมถนนสายเปลี่ยวที่ล้อมรอบไปด้วยซากอาคารและโรงงานร้างในเขตอุตสาหกรรมเก่าที่ไร้ผู้คน
รินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองฝ่าความสลัวของแสงยามเย็นออกไปนอกหน้าต่างรถ ตรอกมืดมิดที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า... ในเวลานี้ กลุ่มก้อนเงาความมืดมิดเ่าั้กำลัง “ขยับเขยื้อน” เคลื่อนไหวได้อย่างมีชีวิต
ฟึ่บ...ฟึ่บ...
ร่างเงามืดขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับสัตว์สี่ขาค่อยๆ ย่างสามขุมก้าวเท้าเดินออกมาจากเงามืดทีละตัว... ทีละตัว
ดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่ส่องประกายแสงวาบเจิดจ้าท่ามกลางความสลัว พร้อมกับเสียงคำรามขู่กรรโชกต่ำๆ ในลำคอที่ฟังดูน่าขนลุกขนพองสยองเกล้า
กรรรรรรร...
โรเชลล์ที่นั่งอยู่ตำแหน่งคนขับใบหน้าซีดเผือดไร้สีเืทันทีที่เห็นภาพเบื้องหน้า “นั่น... ตัวบ้าอะไรกันน่ะ...”
พวกมันไม่ใช่หมาป่าหรือสัตว์ป่าตามธรรมชาติ ร่างกายของสิ่งมีชีวิตเ่าั้อัดแน่นไปด้วยมวลเนื้อหนังบิดเบี้ยวขรุขระสีดำทมิฬสนิท มีกรงเล็บแหลมคมยาวงอกออกมาผิดธรรมชาติ และส่วนปากของมันฉีกกว้างยาวลากไปจนถึงใบหู เผยให้เห็นแผงฟันแหลมคมนับร้อยซี่ที่มีน้ำลายเหนียวหนืดไหลเยิ้ม
การ์เลนอส สัตว์ประหลาดตัวจริงเสียงจริงจากภาพนิมิตในความฝันเมื่อคืนนี้ และในเวลานี้...สายตากระหายเืทุกคู่ของพวกมันกำลังจับจ้องล็อกเป้าหมายตรงมาที่ร่างของ “ริน” เพียงคนเดียว
กรรรรรรรรร—!!!
สิ้นเสียงคำรามลั่น ฝูงอสูรกายการ์เลนอสก็พุ่งทะยานร่างเข้ามาโจมตีพร้อมกันในทันที!
“กรี๊ดดดดดดด!” โรเชลล์กรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวจนสติแทบหลุด
ในวินาทีแห่งความเป็ความตายนั้น รินเอื้อมมือพุ่งไปคว้าสายกระชากตัวเพื่อนสาวให้ะโพุ่งตัวหลบออกจากตัวรถสปอร์ตได้ทันท่วงทีในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ก่อนที่ร่างของอสูรกายการ์เลนอสตัวแรกจะพุ่งเข้าชนปะทะเข้ากับฝากระโปรงหน้ารถอย่างรุนแรงจนโครงเหล็กของรถทั้งคันะเิยุบตัวพังยับเยิน!
ตูม—!!!
แรงอัดกระแทกส่งผลให้ถังน้ำมันะเิออก เปลวไฟสีแดงส้มพวยพุ่งลุกท่วมตัวรถในพริบตา
“วิ่งหนีไปซะโรเชลล์! หนีไปหาที่ซ่อนเดี๋ยวนี้!” รินะโลั่นพลางผลักดันร่างของเพื่อนให้รีบวิ่งออกไป
“แล้วเธอล่ะริน!? จะให้ฉันทิ้งเธอได้ยังไง!” โรเชลล์ร้องไห้โฮด้วยความตื่นตระหนก
“ฉันบอกให้รีบไปก็ไปสิ!!” รินตวาดลั่น
รอบข้างในเวลานี้ เสียงคำรามทุ้มต่ำและฝีเท้าที่ตะกุยพื้นปูนดังระงมใกล้เข้ามาจากทุกทิศทาง พวกมันเริ่มล้อมกรอบเข้ามามากขึ้น...และใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ รินสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างเหนื่อยหอบ หัวใจในทรวงอกเต้นรัวระทึกอย่างบ้าคลั่งจนแทบะเิ เธอรู้สึกกลัว...กลัวจนขาสั่นเทาและแทบจะก้าวขยับไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
ทว่าในวินาทีที่อสูรกายการ์เลนอสอีกตัวหนึ่งเบนเป้าสายตาพุ่งกระโจนข้าใส่ร่างของโรเชลล์ที่กำลังวิ่งหนี—น้ำเสียงทุ้มต่ำอันทรงพลังประโยคหนึ่งพลันดังก้องกังวานสะท้อนขึ้นมาในหัวสมองของรินอีกครั้ง
“หากเ้ายังคงปฏิเสธและไม่ยอมตื่นขึ้นมาในเวลานี้...” “สหายมนุษย์ผู้นั้นของเ้า...จะต้องจบชีวิตลง”
ดวงตาของรินเบิกกว้างขึ้นในทันใดและในวินาทีนั้นเอง ตราสัญลักษณ์โบราณตรงตำแหน่งหน้าอกซ้ายของเธอพลันะเิส่องแสงสว่างสีแดงฉานเจิดจ้าทะลุเนื้อผ้าออกมาอย่างรุนแรง!
ตูมมมมมมม—!!
คลื่นพลังงานความร้อนระอุระดับมหาศาละเิแผ่กระจายออกจากเรือนร่างของเด็กสาวในพริบตาเดียว ส่งผลให้อาณาบริเวณโดยรอบตกอยู่ภายใต้เปลวเพลิงสีแดงเพลิงที่พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนราวกับการปะทุของูเาไฟขนาดั์
“อ๊ากกกกกกกกกก!!” รินกรีดร้องคำรามออกมาสุดเสียงด้วยความเ็ปเจียนตายจากการหลอมรวมพลังงาน
เส้นสายออร่าพลังงานความร้อนสีแดงชาดเริ่มแผ่ขยายกระจายตัวไปทั่วเรือนร่างของเธอ ก่อนที่มันจะควบแน่นก่อตัวขึ้นรูปกลายเป็แผ่นเกราะหนาสีแดงสลับดำทีละชิ้นส่วน...แขนเกราะเพลิงอันทรงพลัง แผ่นเกราะอกที่สลักลวดลายคล้ายกับสายลาวาเดือดที่พร้อมะเิเรืองแสงวาบอยู่ทั่วร่าง
และเมื่อม่านเปลวไฟทั้งหมดมอดดับสะสลายหายไป...ร่างของเด็กสาวมัธยมปลายธรรมดาคนเดิมก็ได้เลือนหายไปอย่างสิ้นเชิง
สิ่งที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของฝูงการ์เลนอสในเวลานี้...คือ “นักรบเกราะเพลิงสีชาด” ผู้สวมใส่ศาสตราวุธและเกราะรบแห่งลีซิลนอสอย่างเต็มภาคภูมิ! มาพร้อมกับดาบเพลิงวิหคะขนาดใหญ่สีแดงฉานดุจเปลวเพลิง 'เฟลม เฟเน็กซ์ แกรนด์ซอร์ด'


ดวงตาสีแดงประกายทองภายใต้หน้ากากชุดเกราะของรินสั่นไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกผสมปนเปกับความหวาดกลัว “ร่างกายของฉัน...เกิดอะไรขึ้น...”
กรรรรรรรร—!!!
อสูรกายการ์เลนอสตัวหนึ่งไม่ปล่อยให้เธอได้มีเวลาคิด มันสปริงข้อเท้าพุ่งอ้าปากกว้างหมายจะขย้ำหัวของนักรบเกราะแดงทันที รินสะดุ้งใสุดขีด และด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดที่ตื่นตัว เธอเผลอเหวี่ยงหมัดขวาฟาดสวนกลับไปทิศทางนั้นเต็มแรงเกิด
ตูมมมมมมมม—!!!
คลื่นะเิเปลวเพลิงมหาศาละเิพวยพุ่งออกจากหมัดขวาของเธอในเสี้ยววินาที แรงอัดทำลายล้างส่งร่างของการ์เลนอสตัวนั้นให้ปลิวกระเด็นฉีกขาดกระแทกจนะเิกลายเป็เศษเนื้อฟ้ากลางอากาศทันทีโดยไม่อาจต้านทานพลังได้
โรเชลล์ที่แอบอยู่ข้างกำแพงตึกเบิกตากว้างอ้าปากค้างจนแทบจะลืมหายใจ “ริน...นั่นเธอ...จริงๆ เหรอ...”
ทว่ารินในชุดเกราะลีซิลนอสไม่มีเวลาแม้แต่จะหันไปเอ่ยปากตอบคำถามของเพื่อนสาวเลยสักคำ เพราะในเวลานี้ ฝูงอสูรกายการ์เลนอสที่เหลืออยู่อีกนับสิบตัว...กำลังตั้งท่าตั้งหลักและพุ่งกระโจนเข้าใส่เธอพร้อมๆ กันจากทุกทิศทางเรียบร้อยแล้ว!
[จบตอนที่ 3 — เปลวเพลิงแรกแห่งลีซิลนอส]