ตอนที่ 6 กลุ่มคณะเรือนหม่านฝู (2)
กู้เชียนเสวี่ยพยักหน้า “เด็กๆ”
สาวใช้หลายคนเดินเข้ามา
“ช่วยฮูหยินล้างหน้าหวีผมใหม่ เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย เอาชุดที่ดูสุภาพเรียบร้อย ผงหอมก็ไม่ต้องใช้แล้ว”
จ้าวซื่อที่ผ่านเื่ราวมาเมื่อครู่นี้เดี๋ยวก็ร้องไห้เดี๋ยวก็หัวเราะ ตอนนี้เครื่องสำอางบนหน้าของนางราวกับโคลนก็มิปาน ไปพบใครไม่ได้แล้ว
“เ้าค่ะ” เหล่าสาวใช้ต่างก็คิดว่าตัวของคุณหนูใหญ่นั้นแผ่ความน่าเกรงขามออกมาอย่างน่าสงสัย ต่างจากปกติราวกับคนละคน รีบทำตามสิ่งที่คุณหนูใหญ่สั่งกันทันที ช่วยจ้าวซื่อล้างหน้าหวีผมใหม่ และทาผงหอมแค่เพียงหนึ่งชั้นบางๆ สวมชุดกระโปรงสีฟ้า พากันเดินติดตามออกจากเรือนไปเป็กลุ่ม
คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปยังเรือนหม่านฝูของไท่ไท่ผู้เฒ่าเจิ้งซื่อในจวนตระกูลกู้ด้วยความรวดเร็ว
เมื่อเดินมาได้ครึ่งทาง จู่ๆ กู้เชียนเสวี่ยก็เกิดคำถามขึ้นมา “เหลียนและอวี้ชุ่ยสาวใช้ข้างกายข้าล่ะ”
สาวใช้สองคนรีบพุ่งตัวออกมาจากกลุ่มคน ทั้งสองต่างอยู่ในชุดสีเขียว และตอบรับชื่อของพวกนาง “คุณหนู พวกเราอยู่นี่เ้าค่ะ”
กู้เชียนเสวี่ยก้มหน้าลงเล็กน้อย และลดฝีเท้าลงเงียบๆ
ดวงตาอันงดงามของกู้เชียนเสวี่ยหรี่ลง ั์ตาประกายแววเยือกเย็น
ถ้าหากจำไม่ผิดละก็ สาวใช้สองคนนี้เป็คนที่กู้เชียนโหรวส่งมาให้เ้าของร่างเดิม ส่วนชื่ออวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยก็เป็ชื่อสองสาวใช้คนเก่าของเ้าของร่างเดิม
เื่นี้คงต้องย้อนกลับไปยังวันใดวันหนึ่งของหนึ่งปีก่อนหน้า เ้าของร่างเดิมพบว่ากำไลหยกวงโปรดหายไปคู่หนึ่ง เรียกได้ว่าแทบจะรื้อค้นเรือนทิงเสวี่ยของตนทั่วทุกตาราง สุดท้ายก็ไปเจออยู่ในห้องของสาวใช้ข้างกายอวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยหนึ่งวง เ้าของร่างเดิมโกรธมาก สั่งลงโทษสาวใช้ทั้งสองด้วยการโบยสามสิบไม้แล้วลดขั้นให้ไปเป็สาวใช้ก่อไฟในห้องครัว
ส่วนสาวใช้สองคนนี้ในปัจจุบันเป็คนที่กู้เชียนโหรวส่งมา ชื่อว่าอะไรก็จำไม่ได้แล้ว เ้าของร่างเดิมคร้านจะจำชื่อใหม่ของสาวใช้ จึงเรียกทั้งสองด้วยชื่อเก่าของสาวใช้คนก่อนแทน
กู้เชียนเสวี่ยจดจำลักษณะท่าทางของทั้งสองเอาไว้ อีกทั้งยังจ้องมองทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง และไม่ได้สนใจอะไรอีก
อวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยต่างก็ตัวสั่นขึ้นพร้อมกัน ในใจััได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง
ณ เรือนหม่านฝู
เรือนหม่านฝูนั้นเป็เรือนที่ไท่ไท่ผู้เฒ่าเจิ้งซื่อซึ่งเป็มารดาเ้ากรมกู้อาศัยอยู่ ความหมายดูได้จากชื่อ นั่นก็คือเรือนที่เต็มไปด้วยความสุข
ในตอนนี้มีคนอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด น่าเสียดายที่ไม่มีใครสักคนที่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า ต่างคนต่างก็เหมือนนั่งเผชิญหน้าอยู่กับความตาย สีหน้าระแวดระวัง บรรยากาศทั้งเรือนเต็มไปด้วยความกดดัน
ตอนที่กลุ่มคนของจ้าวซื่อฮูหยินและกู้เชียนเสวี่ยก้าวเข้ามาเรือนหม่านฝู ก็เริ่มััได้ถึงสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้องจากทั่วสารทิศ บ้างก็เป็สุขที่ได้เห็นคนกำลังมีความทุกข์ บ้างก็เป็สายตาชั่วร้าย
เมื่อเข้าประตูมา ตรงหน้าก็เป็ก้อนหินที่ถูกจัดเรียงจนกลายเป็ทางเดินเรียบๆ เมื่อมองไปข้างในไม่ไกลนัก ก็จะเป็ประตูห้องโถงบานใหญ่ที่เปิดกว้าง คนที่นั่งอยู่ตรงใจกลางภายในห้องโถงก็คือไท่ไท่ผู้เฒ่าเจิ้งซื่อและนายใหญ่ของตระกูลกู้ หรือก็คือบิดาของเ้าของร่างเดิม เ้ากรมกู้กู้ชิ่งเจ๋อ
ไท่ไท่ผู้เฒ่าเจิ้งซื่อเกิดในตระกูลขุนนางที่มีฐานะและชื่อเสียง อีกทั้งยังแต่งเข้าตระกูลที่รับราชการเหมือนกัน และตัวนางก็อยู่ในตำแหน่งที่สูงส่ง ดังนั้นเจิ้งซื่อจึงเป็คนที่มีความรับผิดชอบเป็อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็กิริยายามอยู่ข้างนอกหรือกฎระเบียบภายในเรือน ล้วนเคร่งครัดทั้งสิ้น
เ้ากรมกู้กู้ชิ่งเจ๋อได้ชื่อว่าเป็บุตรกตัญญู ทุกอย่างล้วนเคารพไท่ไท่ผู้เฒ่า ดังนั้นตำแหน่งนายหญิงของจวนตระกูลกู้ จ้าวซื่อเป็แค่ในนาม คนส่วนออกแรงก็คือเผยซื่อ ทว่าคนที่กุมอำนาจจริงๆ นั้น กลับเป็ไท่ไท่ผู้เฒ่าเจิ้งซื่อผู้นี้
กู้เชียนเสวี่ยที่เพิ่งจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องโถงใหญ่ ก็ได้ยินเพียงเสียงที่เดือดเป็ฟืนเป็ไฟของเ้ากรมกู้ดังขึ้น “นางเด็กอกตัญญูคนนี้ ยังไม่รีบคุกเข่าลงอีกหรือ!”