ตอนที่สิบห้า ผู้ผยองต้องได้ชัย 3
“รู้สึกว่าก็อบลินมันมีจำนวนน้อยกว่าที่เราคิดนะอ๊ะ “
ฮาล์ฟฟลิ่งหนุ่มอายุห้าสิบที่มีลูกเมียแล้วพยายามดมกลิ่นสถานที่และเช็คว่ามีทรัพย์สมบัติซ่อนอยู่ที่ไหนอีกที่เขายังค้นไม่เจอ
โจรฮาล์ฟฟลิ่งที่ประสาทััไวกว่ามนุษย์รู้ตัวก่อนสุนัขล่าเนื้อเล็กน้อย
โฮ่ง โฮ่ง
พวกสุนัขล่าเนื้อเห่าส่งสัญญาณมาก่อน
จ่ากองยกมือ
“จัดกระบวนทัพ”
ทั้งจ่ากองและพลทหารจัดกระบวนทัพเป็รูปกระดองเต่าและคอยปกป้องคุ้มครองนักผจญภัยไว้ให้อยู่ในกระบวนทัพ
ทันใดนั้นจากช่องทางหนึ่งก็มี
ก็อบลินสามตัว..สี่ตัว...ห้าตัว... สิบตัววิ่งมาทางนี้ด้วยความรวดเร็ว
“ยิง”
ปัง ปัง ปุ ปุ
ทั้งปืนและหอกเล็งไปทางก็อบลินที่วิ่งมา
แต่จ่ากองควบคุมพลทหารและนักผจญภัยให้ยิงปืนและปาอาวุธใส่ก็อบลินกำจัดก็อบลินได้หมดอย่างปลอดภัย
แม้จะรู้สึกเหนื่อยอ่อนกันมากก็ตาม แม้ก็อบลินจะอ่อนแอกว่าเด็กและขี้ขลาด ผู้หญิงที่มีพลั่วหรือคราดธรรมดาก็ชนะได้หากเจอกันตัวต่อตัว
แต่การที่ต้องเจอกับปริมาณหลายสิบตัวนั้นแม้จะไม่ทำให้แต่ละคนเป็อันตรายก็ทำให้แต่ละคนเหนื่อยอ่อนมากขึ้นและพฤติกรรมอันแปลกๆของก็อบลินแสดงถึงสถานการณ์ที่ไม่ปรกติธรรมดาไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาเคยพบเจอแม้แต่ฮาล์ฟฟลิ่งหนุ่มอายุห้าสิบปีที่พอมีประสบการณ์การผจญภัยอยู่หลายปีแล้วก็ตาม(ฮาล์ฟฟลิ่งเหมือนเด็กในสายตามนุษย์เลยไปเข้ากับเด็กใหม่เพราะหวังจะหลอกเอาเงินกับสมบัติได้ง่ายๆกว่าร่วมปาร์ตี้กับคนมีประสบการณ์-ผู้เขียน)
“เกิดอะไรขึ้น? ปรกติก็อบลินขี้ขลาดนี่ทำไมมันถึงวิ่งเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิตอย่างนี้”
พลทหารกล่าวถามจ่ากอง แต่จ่ากองเงียบไม่ตอบกลับกล่าวแต่เพียงว่า
“เตรียมตั้งกระบวนทัพพร้อมรบไว้ สถานการณ์แปลกๆมันต้องมีอะไรแน่ๆ”
จ่ากองหันไปทางสาวเมจ
“เตรียมคาถาไว้เ้าได้ใช้แน่ๆ “และหันไปบอกกับพลทหาร
“ปกป้องนังหนูเมจไว้ ต่อให้เ้าต้องตายก็ต้องปกป้องเมจ เพราะเธออาจจะเป็คนเดียวที่พาพวกเรารอดจากตรงนี้ไปได้”
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง
สุนัขเห่าเตือน
“มากันอีกแล้ว เตรียมปะทะ...ยิง”
ปังปังปังปุปุ
ะุและหน้าไม้ระดมยิงไปอีกทางที่เริ่มมีก็อบลินวิ่งมาทางนี้อย่างไม่คิดชีวิตเรื่อยๆ
จากหนึ่งช่องทางเป็สองสามสี่ห้าเส้นทาง
เืและศพของก็อบลินและเืเลอะเส้นทางไปหมดแต่ยังพอรักษากระบวนทัพไว้ได้
และเตรียมทรัพยากรอย่างะุปืน หน้าไม้และยามาครบถ้วน
“แปลก”
ฮาล์ฟฟลิ่งทำจมูกฟุดฟิด
“แปลกอะไรหรือ”
จ่ากองถามฮาล์ฟฟลิ่งสายตาก็ระแวดระวังสี่ทิศและบนล่าง
“เส้นทางเดียวที่ไม่มีก็อบลินบุกมา”
ฮาล์ฟฟลิ่งชี้ให้ดูรอบข้างที่มีกองเืและศพของก็อบลินเต็มไปหมด
“คือทางที่พวกเราเดินเข้ามา”
จ่ากองทำหน้าเคร่งเครียดจากนั้นก็หัวเราะ
“ก๊าก ฮา ฮา ฮา”
จ่ากองหัวเราะอย่างกลั้นไม่อยู่
“เป็อะไรเ้าเสียสติไปแล้วหรือ ตกอยู่ในอันตรายเลยเสียสติหรือไง”
ฮาลล์ฟลิ่งหนุ่มเตรียมจะหนีจากอันตรายเต็มที่ นับเป็สัญชาตญาณที่ดีของนักผจญภัยที่มีประสบการณ์
“เอาชีวิตรอดต่อไป เพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นภายหลัง”
คนที่ไม่คิดเช่นนี้จะอายุไม่ยืนในเส้นทางของนักผจญภัย
“ระมัดระวังคนอายุเยอะในสาขาอาชีพที่คนหนุ่มมักจะตายจำนานมาก”
จ่ากองก็อยู่สายอาชีพนั้นเช่นกัน
“โอ้ย ฮา ฮา อา ไม่เป็ไรเ้าพูดถูกพวกเราอยู่ในอันตรายแต่ไม่ใช่อย่างที่เ้าคิด”
จ่ากงอหันไปมองทหาร
“เอาธงขึ้นและโบกธง ร้องเพลงส่งสัญญาณว่าเราคือทหารเพนดราก้อนและพวกเดียวกัน”
พลทหารรับคำไม่ถามม้วนธงและมาผูกกับหอกของกองทหารไว้และกวัดแกว่งธงัสีขาว ตราสัญลักษณ์ของเพนดราก้อน
(ค่าขวัญกำลังใจ+15%)
“ร้องเพลงมาร์ชทหารของพวกเรา แสดงให้คนที่มาเห็นว่าพวกเราคือพวกเดียวกัน”
“เอ๋”
ก็อบลินอีกกลุ่มก็เริ่มมาแล้ว
แต่ละคนก็เลยไม่โต้เถียงมากความและพลทหารก็ร้องเพลงมาร์ชทหาร
“..แม้ตายตายไป ตายเพื่อแคว้นของเรา”
ก็อบลินไม่กลัวเสียงร้องเพลงยังคงวิ่งเข้ามา เสียงร้องเพลงมาจากข้างหลังของก็อบลินอีกกลุ่มหนึ่ง
“เพื่อแคว้นเราแต่โบราณปกแคว้นป้องเมืองคุ้มไว้..”
หลังจากนั้นจ่ากองและพลทหารก็ส่งเสียงโต้ตอบเสียงที่อยู่ด้านหลังก็อบลิน
“กองพลที่หนึ่งรายงาน”
“กองพลที่หกรายงาน”
เสียงะโโต้กลับไปมา
และต่างฝ่ายต่างเปิดเผยตัวว่าเป้นทหารอีกกองพร้อมกับนักผจญภัยอีกกลุ่มที่บุกเข้ามาจากอีกทางของก็อบลิน
นี่คือสาเหตุที่ก็อบลิน”บุก” เข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวพวกเขาในตอนแรกนั่นเอง เพราะพวกนั้นหนีอีกกลุ่มหนึ่งมาก่อนหน้านั้นแล้วเมื่อมีคนขวางทางหนีและไม่ได้รู้จำนวน ก็อบลินความขี้ขลาดเลยเปลี่ยนเป็ความกล้าหาญคอยสู้ตาย
“นี่ละคือพลังของกองทัพเราล่ะ ธงคือสัญลักษณ์รวมใจของเรา ภายใต้ธงผืนนี้อย่าได้ทำตัวน่าอับอาย มันคือสัญลักษณ์แยกเพื่อนออกจากศัตรูในสมรภูมิที่ยุ่งเหยิง”
จ่ากองอธิบายกับเหล่านักผจญภัยมือใหม่และให้นักผจญภัยและกองทหารอีกกลุ่มนั้นมาร่วมกันตั้งกระบวนทัพที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น
“มาชูธงและร้องเพลงคอยพวกหน่วยที่เหลือที่จะมาเถอะ”
จ่ากองตบไหล่ฮาล์ฟฟลิ่งที่พยายามจะซ่อนเหรียญทองบางเหรียญไว้ในอกเสื้อ