<ป๋าธีม>
หลังจากทานขนมกันเรียบร้อยผมก็พาภรรยาของตัวเองกลับห้องนอนก่อน คือจะคุยเรื่องผู้จัดการของเธอไง ผมอยากให้อิงฟ้าทำทุกอย่างให้ไวเพราะการจะได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเธอยังชักช้าอาจจะถูกคนอื่นมาทำแทนได้ง่ายๆ วงการนี้อะไรๆก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ...
หมับ!!!!
ผมสวมกอดเอวภรรยาผมไว้หลวมๆจากทางด้านหลัง เธอเหลือบสายตามองผมยิ้มๆก่อนจะหันไปจัดตู้เสื้อผ้าต่อ
"อ้อนอะไรคะป๋า? "
"พี่จะคุยกับหนูเรื่องผู้จัดการส่วนตัว แล้วก็เรื่องการรับงานโฆษณาต่างๆ"
อิงฟ้ากันมามองหน้าผมอย่างงงๆว่าผมกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่
"งงค่ะ ช่วยอธิบายด้วย หนูไม่ได้มีงานที่ไหนไม่จำเป็นที่จะต้องมีผู้จัดการส่วนตัวหรอกค่ะ"
ผมจับภรรยาผมหันหน้าเข้ามาหาผม ผมยื่นมือไปเกลี่ยปอยผมเธอยิ้มๆ
"วันนี้คุณแน็ตนี้เขาบอกว่ามีแบรนด์เครื่องสำอางค์แล้วก็ผลิตภัณฑ์หลายชิ้นอยากให้หนูไปร่วมงานด้วย เขาไม่สามารถติดต่อหนูได้เพราะหนูไม่มีผู้จัดการส่วนตัว เขาฝากบอกผ่านคุณแน็ตตี้ให้หนูติดต่อกลับไปทางเขาที"
อิงฟ้าทำหน้าตกใจก่อนจะกริ๊ดออกมาอย่างดีใจ
"กริ๊ดดดด ปะ..ป๋าพูดจริงเหรอคะ??? มะ..... มีคนอยากให้หนูไปถ่ายโฆษณาด้วยเหรอคะ?!!!! "
ผมพยักหน้ายิ้มๆ
"รู้จักแบรนด์ Vacancy มั้ย? "
อิงฟ้าพยักหน้ายิ้มหวานอย่างตื่นเต้น
"ค่ะ รู้จักสิค่ะ แบรนด์เขาดังจะตาย แต่แอบแพงตอนหนูยังไม่มีป๋านี่ไม่กล้าซื้อมาใช้หรอกคะ >.< จนถึงตอนนี้ก็ไม่กล้าซื้อ "
ผมยิ้มขำๆ เอาจริงๆของแพงๆผมสั่งมาให้ภรรยาเต็มห้องเพราะไม่รู้ว่าเธอใช้แบบไหน ผมเลือกแต่ของแพงๆดีๆมาให้ แล้วให้อิงฟ้าเลือกเอง
"หึ!! เขาอยากได้หนูไปเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้นะ สนใจมั้ยหละ? "
อิงฟ้ายิ้มหน้าบานก่อนจะกระโดดกอดคอผมแน่นอย่างดีใจสุดๆ ผมกอดเธอไว้แน่นผมมีความสุขทุกครั้งที่ผมเห็นภรรยาของผมยิ้มได้
"พี่ธีมไม่ได้โกหกหนูใช่มั้ยคะ? อร๊ายยย ตื่นเต้น!!! กริ๊ดดดดด"
"พี่เคยโกหกเหรอ?? หืมมม"
อิงฟ้าส่ายหน้ายิ้มๆก่อนจะกระโดดกอดผมแน่น ผมพาอิงฟ้ากลับไปที่ห้องนอนแล้วนั่งลงข้างให้น้องหยิบโทรศัพท์ติดต่อไปหาคุณแน็ตตี้
"ตอนนี้หนูต้องโทรศัพท์ไปหาคุณแน็ตตี้แล้วคุยเรื่องงานโฆษณาต่างๆ พี่สนับสนุนให้หนูไปเป็นเด็กในสังกัดของเขาให้เขาดูแลนะ เขาจะทำให้หนูโด่งดังโดยปราศจากข่าวเสียหาย"
<อิงฟ้า>
"ตอนนี้หนูต้องโทรศัพท์ไปหาคุณแน็ตตี้แล้วคุยเรื่องงานโฆษณาต่างๆ พี่สนับสนุนให้หนูเป็นเด็กที่เขาดูแลนะ เขาจะทำให้หนูโด่งดังโดยปราศจากข่าวเสียหาย"
ฉันมือกำโทรศัพท์อยู่แล้วก็กำลังนั่งฟังสามีตัวเองกำลังอธิบายรายละเอียดให้ คุยกันตอนนี้ได้ความแล้วว่า ฉันควรจะให้พี่แน็ตตี้เป็นคนดูแลฉัน จริงๆฉันชอบพี่เขามากนะเขาเป็นคนที่เก่ง แล้วก็เป็นงานเป็นการมากคุยสนุกแล้วก็ไม่ถือตัว
"หนูไม่สามารถรับงานเองได้ใช่มั้ยคะ? "
ฉันเอ่ยถามพี่ธีมอย่างสงสัย คือถ้าเรารับเองมันจะเป็นยังไงเหรอ?
"ก็รับเองได้ แต่เราไม่มีเวลามากพอจะมานั่งรับโทรศัพท์ใครต่อใครในเวลาทำงานหรอกนะ ถ้าหนูถ่ายละครอยู่แล้วมีคนโทรศัพท์มาหาเพื่อให้หนูไปถ่ายโฆษณา ณ เวลานั้นถ้าหนูไม่รับสายเขา เขาอาจจะโทรศัพท์ไปหาคนอื่น นั้นทำให้หนูพลาดโอกาสๆหลายทางนะ เข้าใจในสิ่งที่พี่กำลังบอกมั้ย? "
ฉันพยักหน้ายิ้มๆ ตอนนี้เข้าใจทุกอย่างแล้ว
"รับทราบค่ะ งั้นขอโทรศัพท์หาพี่แน็ตตี้ก่อนนะคะ "
พี่ธีมลูบผมฉันยิ้มๆก่อนจะนั่งลงข้างๆฉันแล้วจับฉันไปนั่งพิงหน้าอกเขาไว้แล้วสวมกอดเอวฉันไว้หลวมๆ ฉันกำลังจะกดโทรออกพี่เขาจับมือฉันไว้ซะก่อน
"คะ ว่าไงเอ๋ยย"
"บอกว่าทางทีมงานโทรศัพท์มาหาว่าพี่แน็ตตี้อยากจะคุยกับหนู อย่าจู่โจมเขาก่อน ให้เขาเป็นคนเอ่ยปากเองแม้กระทั่งการเป็นผู้จัดการส่วนตัว"
ถึงฉันจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ถ้าพี่ธีมให้ทำแบบนั้นฉันจะถือว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
"รับทราบค่ะ "
ฉันยื่นหน้าไปจูบปลายคางสามีของฉันหนึ่งทีก่อนจะกดโทรออก
ตู๊ดดดดดดดดด
(สวัสดีค่ะแน็ตตี้พูดสายค่ะ)
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเอ่ยออกไป
"สวัสดีค่ะพี่แน็ตตี้ อิงฟ้าเองค่ะ"
(น้องอิงฟ้า!!! พี่ดีใจนะที่เราติดต่อมา เห้อออ นึกว่าจะแห้วซะแล้วสิ)
ฉันมองหน้าพี่ธีมเขามองฉันยิ้มๆเช่นกัน
"พอรู้ว่าพี่แน็ตตี้อยากจะคุยกับอิงฟ้า หนูก็รีบติดต่อมาทันทีเลยค่ะ ว่าแต่มีเรื่องสำคัญอะไรเหรอคะ? ทางทีมงานไม่ได้บอกอะไรหนูเลยค่ะ"
ฉันบอกออกไปตามสคริปต์สามีเป๊ะๆ เขาทำมือโอเคประมาณว่าทำดีมาก ฉันยื่นหน้าไปจูบริมฝีปากเขาหนึ่งทีก่อนจะคุยต่อ
(มีทางแบรนด์สินค้าหลายแบรนด์อยากจะร่วมงานกับอิงฟ้า เขาไม่สามารถติดต่อเราได้ หนูอยากทำมั้ยพี่จะช่วยประสานงานให้ หรือหนูมีใครดูแลอยู่แล้วก็ให้เขาลองติดต่อกลับไป เดี๋ยวพี่จะส่งรายชื่อให้)
"ขอบคุณนะคะ พี่แน็ตตี้ดีกับอิงฟ้าจังเลย หนูไม่มีใครดูแลค่ะ ถ้าเป็นไปได้หนูอาจจะขอรบกวนพี่แน็ตตี้จัดการให้จะได้มั้ยคะ"
(ได้สิจ๊ะ พี่จะจัดการให้หนูเอง ให้มันผ่านเรื่องพวกนี้ไปก่อน แล้วถ้าหนูยังสนใจอยากจะให้พี่ดูแลต่อไปเรื่อยๆ เราค่อยมาคุยรายละเอียดกันดีมั้ย?)
ฉันมองพี่ธีมอย่างขอความเห็น เขาพยักหน้ายิ้มๆ
"ได้ค่ะ งั้นตอนนี้ฝากพี่แน็ตตี้จัดการด้วยนะคะ แล้วถ้าอยากคุยรายละเอียดเพิ่มพี่แน็ตนี้โทรศัพท์หาอิงฟ้าได้ตลอดเลยค่ะ"
(โอเคจ๊ะ งั้นพี่จะโทรไปคุยรายละเอียดงานกับทางแบรนด์ก่อน แล้วพี่จะเรียกหนูมาคุยอีกทีนะ)
"ขอบคุณค่ะ "
(งั้นพี่ไม่กวนละ พรุ่งนี้พี่จะจัดการให้นะ)
"รับทราบค่ะคุณผู้จัดการ"
ฉันกดวางโทรศัพท์ลงก่อนจะหันไปมองหน้าพี่ธีม เขายื่นมือมาจับใบหน้าฉันไว้ก่อนจะจูบฉันอย่างดูดดื่ม สักพักเราสองคนก็ผละออกจากกันเราสองคนสบตากันอย่างเนิ่นนานก่อนจะเขาเอ่ยออกมา
"พี่ดีใจนะที่หนูประสบความสำเร็จไปอีกขั้น"
"ต้องขอบคุณป๋าคนนี้ค่ะ คนที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างป๋ารู้มั้ยคะว่านี่เป็นสิ่งที่โชคดีที่สุดในชีวิตหนูตั้งแต่เกิดมา คือการมีพี่ธีมอยู่ตรงนี้ คอยดูแลหนูอยู่ตรงนี้"
ฉันพูดไปน้ำตาคลอเบ้าไป มือเล็กเกลี่ยแก้มเขาอย่างแผ่วเบา ใครจะคิดว่าคนที่โชคร้ายอาภัพตั้งแต่เด็กจะมีโอกาสได้มามีวันนี้ จริงๆครอบครัวเจ๊บิวนั้นดีกับฉันที่สุดเหมือนกัน แต่ถ้าเทียบกับป๋าธีมคนนี้ เขาทำเพื่อฉันทุกอย่างมากจนฉันไม่เคยคิดว่าจะมีผู้ชายคนไหนที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งขนาดนี้
"พี่ทำเพราะพี่รักหนู เพราะคำนี้คำเดียว"
"ขอบคุณนะคะพี่ธีม ขอบคุณจริงๆ "