ผลัก!!
เสียงวัตถุบางอย่างถูกโยนลงกระทบพื้นโล่งกลางโถงกว้างทำให้บุรุษร่างใหญ่ที่อยู่เหนือบัลลังก์ัสีดำสนิทขยับเปลือกตาเหลือบมองมา เผยให้เห็นั์ตาสีแดงเืนกซึ่งถูกเล่าขานกันว่าเป็'ั์ตาของมัจจุราชสีนิล' ดวงตาของเทวเทพต้นกำเนิดในตำนานที่ผู้คนต่างพากันยำเกรงและหวาดกลัว
" เรียนท่านประมุข ไม่พบตัวอี๋เหมยเหนียง แต่ข้าน้อยเห็นเด็กสาวผู้นี้ทำตัวมีพิรุธจึงนำตัวนางกลับมาให้ท่านประมุขได้ไต่สวนขอรับ "
'ฝูจี้ฮ่าว' กล่าวรายงานก่อนจะถอยหลังกลับไปยืนด้านข้าง สมาชิกคนอื่นๆ ภายในพรรคเอาแต่ก้มหน้าหลบั์ตาสีแดงเืนกด้วยความหวั่นเกรงอยู่เงียบๆ
ชายหนุ่มเป็มือขวาคนสนิทของประมุขหยาง ได้รับมอบหมายให้ไปนำตัวอี๋เหมยเหนียง 'ของใช้หนี้แสนสวย' กลับมายังพรรคตามกำหนดสัญญาที่'อี๋ซือป้าย' บิดาของหญิงสาวได้ให้ไว้
แต่เหตุการณ์ไม่เป็ไปอย่างที่ได้ตกลงกัน อี๋เหมยเหนียงทำการหลบหนีไปจากเกี้ยวที่ทางพรรคส่งไปรับก่อนที่เขาจะไปถึงจุดนัดหมาย และที่นั่นชายหนุ่มได้เห็นเด็กสาวผู้นี้ทำตัวลับๆ ล่อๆ ดูมีพิรุธจึงนำตัวนางกลับมาด้วย
หยางเฮยหลงหลุบตาลงมองร่างเล็กกระจ้อยที่นั่งนิ่งอยู่ตรงหน้าอย่างพินิจ รู้สึกสะดุดตากับกำไลสีดำที่ข้อมือของนางเล็กน้อยก่อนจะอนุญาตให้ฝูจี้ฮ่าวแก้มัดและคลายจุดให้นางได้
ด้านชิงลู่ลู่ที่ถูกจับโยนลงบนพื้นอย่างไม่ปรานีนั้นเมื่อถูกแกะผ้าที่ปิดตาออกและร่างกายที่เป็อัมพาตกลับมาเคลื่อนไหวได้เป็ปกตินางก็ทิ้งตัวลงไปนั่งแหมะอยู่กับพื้นทันทีด้วยความเมื่อยขบและเจ็บแปลบตรงสะโพก
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ให้สะดุดเข้ากับั์ตาสีแดงเืนกแข็งกระด้างภายใต้หน้ากากลายัสีดำสนิทของชายร่างใหญ่บนบัลลังก์ที่จ้องมองลงมา
ทันใดนั้นเองหัวใจของนางพลันกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง ความเจ็บหนึบบีบรัดจนรู้สึกหน่วงรั้งสร้างความปวดร้าวแล่นเป็ระลอกริ้ว แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น อาการประหลาดนี้ก็จางหายไป
หรือนางจะเป็โรคหัวใจ?
ชิงลู่ลู่ได้แต่นั่งมึนงงอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งได้สติอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงทุ้มเข้มติดรำคาญจากชายผู้สวมหน้ากากที่มีั์ตาสีแดงเืนกเอ่ยปากให้คนภายในโถงกว้างออกไป คงเหลือไว้เพียงแค่เด็กสาว ฝูจี้ฮ่าวและเว่ยเฉิงกงเท่านั้น เป็เหตุให้ยามนี้บรรยากาศรอบตัวเด็กสาวยิ่งดูอึมครึมและขมุกขมัวชวนอัดอึดขึ้นอีกหลายเท่าตัว
" อี๋เหมยเหนียงอยู่ที่ใด "
อี๋อะไรเหนียงๆ นะ?
ชิงลู่ลู่นั่งนิ่งไม่ตอบอะไรเพราะยังคงมึนงงและไม่เข้าใจกับคำถามห้วนกระด้างนั้น
" ท่านประมุขถามเ้าต้องตอบ!! "
ฝูจี้ฮ่าวตวาดดังลั่นจนเด็กสาวสะดุ้งใ มือหนาเอื้อมมากระชับกระบี่ด้วยท่าทีข่มขู่
" ขะ ข้าไม่รู้ "
ชิงลู่ลู่กำมือข่มความหวาดกลัวไว้แน่นพยายามบังคับไม่ให้เสียงที่พูดสั่นเทาจนดูน่าสมเพชเกินไป
" โกหก!! " ฝูจี้ฮ่าวตะคอกซ้ำจนเด็กสาวสะดุ้งอีกคำรบ
" ข้าไม่รู้จริงๆ ข้าไม่รู้จักนางด้วยซ้ำ "
" แล้วเ้าไปทำอะไรที่ชายป่า " หยางเฮยหลงเอ่ยถามเสียงทุ้มเนิบนาบเ็าจนน่าขนลุก
" ข้าแค่ไปเก็บดอกไม้จากเทศกาลลอยดอกไม้เท่านั้น ข้าไม่รู้จักนางจริงๆ นะเ้าคะ "
ชิงลู่ลู่ยันตัวขึ้นนั่งคุกเข่าหันไปมองชายหนุ่มั์ตาสีแดงเืนกตรงหน้าเพื่อยืนยันคำตอบของตัวเองด้วยท่าทางจริงจัง
หยางเฮยหลงเลิกคิ้วภายใต้หน้ากากนึกแปลกใจที่เด็กสาวกล้าจ้องตอบตนเองตรงๆ ทั้ง ๆ ที่ผู้อื่นไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวมองเขาเต็มตาด้วยซ้ำ
" ทำไมข้าต้องเชื่อเ้า "
หยางเฮยหลงขยับก้มตัวลงใช้ข้อศอกยันหน้าขาของตนเอง มือทั้งสองข้างสอดประสานกันไว้ด้านหน้าด้วยท่าทางคุกคาม ั์ตาสีแดงเืนกจ้องประสานดวงตาสีดำกลมโตของชิงลู่ลู่อย่าง้าค้นหาคำตอบ
" เพราะข้าพูดความจริงเ้าค่ะ " ชิงลู่ลู่ขึ้นเสียงเล็กน้อยชักเริ่มมีอารมณ์กรุ่นโกรธขึ้นมาบ้างเหมือนกัน
พูดความจริงก็ไม่เชื่อ แล้วจะมาถามนางด้วยเหตุใด
" ข้าจะถามเ้าอีกครั้ง อี๋เหมยเหนียงอยู่ที่ใด "
" ข้าไม่รู้!! "
" นาง อยู่ ที่ ใด "
หยางเฮยหลงถามเน้นย้ำทีละถ้อยคำเพื่อสร้างความกดดันให้เด็กสาวที่นั่งจ้องเขม็งไม่หลบตา แต่ชิงลู่ลู่ที่เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้วกลับตอบเน้นทีละถ้อยคำสวนกลับไปแทนอย่างลืมกลัวไปชั่วขณะ
" ข้า ไม่ รู้ "
" ฆ่านางซะ "
เพียงแค่นางพูดจบ เสียงเ็าไร้ความปรานีของหยางเฮยหลงที่นั่งอยู่เหนือบัลลังก์ลายัสีดำสนิทก็สวนกลับมาทันควัน
คมกระบี่จากเว่ยเฉิงกงที่ยืนอยู่เบื้องล่างพลันวาดผ่านลงมายังร่างของนางที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
" ข้าสาบาน!! "
เด็กสาวรีบยกมือขึ้นป้องใบหน้าของตนเองเอาไว้ตามสัญชาตญาณพร้ะโกนออกมาเสียงดังราวกับกลัวว่าบุรุษตรงหน้าจะไม่ได้ยิน แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะสั่นเครือจนดูน่าเวทนาแต่มันก็ได้ผลเมื่อคมกระบี่หยุดลงก่อนที่จะถึงลำคอของนางเพียงไม่ถึงหนึ่งชุ่น
หยางเฮยหลงยกมือส่งสัญญาณให้เว่ยเฉิงกงเก็บกระบี่ลงก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ด้วยรูปร่างใหญ่โตกำยำประกอบกับท่วงท่าเ็าเฉยเมยของบุรุษผู้นี้ทำให้ผู้คนที่อยู่เบื้องล่างดูต่ำต้อยราวกับมดปลวก
่ขาเรียวยาวก้าวลงจากบัลลังก์ด้วยท่วงท่าเอื่อยเฉื่อยไม่รีบร้อนไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของเด็กสาว ั์ตาสีแดงเืนกให้ความรู้สึกทั้งเ็าและว่างเปล่าจนคนที่ถูกจ้องมองอยู่รู้สึกถึงไอเย็นเหน็บหนาวเสียดเข้ากระดูก
" บอกนามของเ้ามา "
แม้หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นกระหน่ำจากเหตุการณ์น่าหวาดหวั่นเมื่อครู่อยู่ไม่หาย แต่นางก็ยังมีความกล้ามากพอที่จะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับหยางเฮยหลงอย่างตรงไปตรงมา
" ชิงลู่ลู่ ข้าชื่อ ชิงลู่ลู่ "
“ชิงลู่ลู่เ้ารู้หรือไม่คนที่ผิดคำสาบานต่อข้าล้วนไม่เคยได้ตายดีแม้แต่ผู้เดียว "
หยางเฮยหลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งบนพื้น มือใหญ่เอื้อมไปกุมรอบลำคอเล็กของเด็กสาวเอาไว้หลวมๆ ชิงลู่ลู่เม้มริมฝีปากแน่นพยายามสะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอย่างสุดกำลังกับท่าทีคุกคามของชายสวมหน้ากากสีดำสนิทตรงหน้า
" ก็สุดแล้วแต่ท่าน ข้าคงไปบังคับให้ท่านเชื่อไม่ได้ แต่ข้าขอยืนยันคำเดิมว่าข้าไม่รู้จริงๆ "
ชิงลู่ลู่ยกมือขึ้นปัดมือหนาที่กำคอนางออกทั้งยังจ้องั์ตาสีแดงเืนกอย่างไม่หลบหลีก
หยางเฮยหลงเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจที่เด็กสาวตรงหน้ากล้าหาญถึงขนาดมองหน้าแล้วสบตาตนตรงๆ โดยไม่หวาดกลัว
" แล้วข้าจะคอยดู จี้ฮ่าว ขังนางไว้ที่เรือนตะวันตกจนกว่าข้าจะได้ตัวอี๋เหมยเหนียงกลับมา เฉิงกง ตามหานางให้พบแล้วส่งข่าวไปบอกอี๋ซื่อป้ายด้วยว่าข้ามีเวลาให้มันแค่หนึ่งเดือน ถ้าไม่เจอตัวอี๋เหมยเหนียงก็ให้มันหิ้วหัวตัวเองมาให้ข้าเป็การชดเชย "
หยางเฮยหลงสั่งฝูจี้ฮ่าวและเว่ยเฉิงกงเสียงเข้มแต่ั์ตาสีแดงเืนกกับจ้องประสานสายตากับชิงลู่ลู่เขม็งก่อนจะลุกขึ้นแล้วก้าวเดินจากไปอย่างนึกหงุดหงิดใจ
" เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ "
หยางเฮยหลงที่กำลังเดินออกไปหยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมามองเด็กสาวที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนพื้นด้วยความแปลกใจ
" ข้ารบกวนท่านนำดอกจู๋ร์ฮวาดอกนี้กลับไปให้ท่านพ่อท่านแม่ของข้าที่หมู่บ้านลู่เว่ยได้หรือไม่ "
ชิงลู่ลู่ยื่นมือที่ถือดอกจู๋ร์ฮวาสีเหลืองดอกใหญ่ไปให้ชายหนุ่มอย่างคาดหวัง ในเมื่อตอนนี้นางยังกลับไปไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องทำให้คนที่รออยู่รู้ว่านางยังคงปลอดภัยดี
" แล้วข้าจะอยู่ที่นี่ตามที่ท่าน้า ข้าสัญญา "
หยางเฮยหลงมองเด็กสาวตัวจ้อยที่ยื่นดอกไม้ดอกหนึ่งมาให้ตนด้วยสายตาอ้อนวอนและคาดหวังอย่างผิดคาด เดิมทีชายหนุ่มคิดว่าเด็กสาวจะร้องขอให้เขาปล่อยตัวนางไปหรือไม่ก็ขอต่อรองอะไรสักอย่างเพื่อความอยู่รอด
แต่นางกับขอเพียงให้เขาส่งดอกไม้ดอกหนึ่งให้ ช่างเป็สตรีที่ทำให้รู้สึกประหลาดใจได้ตลอดเวลาเสียจริง
" ได้หรือไม่เ้าคะ "
ชิงลู่ลู่เอ่ยถามเสียงเศร้า พยายามร้องขออีกครั้งเมื่อเห็นว่าชายสวมหน้ากากสีดำสนิทตรงหน้ายังคงนิ่งเงียบไม่ตอบโต้อะไรกลับมา
หยางเฮยหลงขมวดคิ้วใต้หน้ากากด้วยความไม่ชอบใจแต่ก็ยอมคว้าดอกจู๋ร์ฮวาสีเหลืองมาถือไว้แล้วหันหลังเดินจากไป
ชายหนุ่มบอกตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าเหตุใดถึงรู้สึกหงุดหงิดนักยามเห็นแววตาเศร้าสร้อยบนใบหน้ากลมป้อมนั้น
มันน่าหงุดหงิดจนเขาต้องคว้าดอกไม้นั่นมาตามที่นางร้องขอเพื่อตัดรำคาญและความหงุดหงิดงุ่นง่านนี้ก็ยังคงติดอยู่ในใจไม่คลายไปตลอดทางจนกระทั่งถึงที่พัก
แต่ทว่าชายหนุ่มกับไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าดอกจู๋ร์ฮวาดอกนั้นตนเองถือไว้ในมือด้วยความระมัดระวังและแ่เบามากเพียงใด...
" ลู่เอ๋อร์ๆ ลู่เอ๋อร์ "
" ข้าอยู่นี่ท่านผู้เฒ่า ว้าก!! "
เสียงร้องะโจากชายชราผมสีดอกเล้าดังมาแต่ไกลส่งผลให้ชิงลู่ลู่ที่พยายามดึงหัวไชเท้าหัวใหญ่จากแปลงบริเวณสวนด้านหลังโรงครัวของพรรค ัทมิฬหันไปขานรับอย่างเคยชิน ซึ่งเป็จังหวะเดียวกันกับที่หัวไชเท้าหัวนั้นหลุดออกมาจากแปลงพอดี เด็กสาวเลยพลาดเสียหลักหงายหลังล้มลงไปนอนแผ่หลาบนพื้นอย่างหมดสภาพ
'อู๋ิยู่' หัวหน้าผู้ดูแลพรรคัทมิฬวัยชราเดินมาหยุดยืนอยู่เหนือศีรษะของเด็กสาวใบหน้ามอมแมมที่นอนกอดหัวไชเท้าหัวใหญ่อยู่บนพื้นแล้วส่งยิ้มเหยเกมาให้ตน
ชายชราส่ายหน้าไปมาอย่างหนักใจในความซุ่มซ่ามแต่ก็อดรู้สึกเอ็นดูเด็กน้อยไม่ได้
อู๋ิยู่ยังจำเหตุการณ์ที่เจอกับนางครั้งแรกได้ดี
ตอนนั้นเด็กน้อยผู้นี้ก็แอบมาดึงหัวไชเท้าแล้วล้มไปกองบนพื้นแบบนี้เช่นกัน เมื่อลองไต่สวนทวนความกันจึงรู้ว่าแท้จริงแล้วนางคือ นักโทษ ของท่านประมุขหยางที่คนในพรรคพูดถึง
“แอบมาเก็บหัวไชเท้าอีกแล้วรึ ในครัวไม่มีอะไรให้เ้ากินหรืออย่างไร "
อู๋ิยู่เอ็ดเด็กสาวเบาๆ อย่างไม่จริงจังนักก่อนจะยื่นมือไปรับหัวไชเท้ามาถือไว้ด้วยความเคยชินทันทีเมื่อเด็กสาวยื่นส่งมาให้
" มีเ้าค่ะ แต่ข้าไม่อยากรบกวนที่โรงครัว เดี๋ยวท่านประมุขจะว่าพวกท่านเอาได้ว่าช่วยเหลือนักโทษอย่างข้า "
ชิงลู่ลู่ก้มลงปัดเศษดินที่ติดชายกระโปรงสีซีดของตนเองที่พี่สาวใจดีในโรงครัวแบ่งปันมาให้อย่างลวกๆ ก่อนจะหันไปรับหัวไชเท้าคืนจากอู๋ิยู่แล้วเอามากอดไว้ตามเดิม
หากนับจากคืนวันแรกที่นางถูกจับตัวมาจนถึงวันนี้ก็เป็ระยะเวลาเกือบสองสัปดาห์แล้ว เมื่อนึกถึงตรงนี้เด็กสาวก็ได้แต่ทอดถอนใจหนักหน่วงอดที่จะนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ในคืนวันนั้นไม่ได้
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)