“มีคนที่ยังไม่ยอมรับรักฉัน “เขา จ้องตาเธอ
“ผู้หญิงคนนั้นเขาเกลียดฉันแล้ว”
ญาหลันกลืนก้อนแข็ง ๆ ลงคอ
“รู้อย่างนั้นแล้ว จะมีประโยชน์อะไร”
“เขาไม่ยอมให้โอกาสฉันได้อธิบาย หรือแม้แต่จะพิสูจน์ ว่าฉันรักเขาแค่ไหน”
ญาหลันหลบตา อาหารของเธอมาถึงพร้อมกับของเขา ญาหลันแทบจะกินมันไม่ลงอยากลุกออกไปให้พ้นจากตรงนั้น แต่เธอกลับยังนั่งตัวแข็งทื่อ แข็งใจกินอาหารนั้นราวกับไม่มีเขาอยู่ เหวินอยู่เหว่ยก็ไม่พูดอะไรอีก ก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารตรงหน้าเช่นกัน พอเธอวางตะเกียบลง เขาก็วาง เธอดื่มน้ำเขาก็ดื่ม ญาหลันลุกขึ้น เหวินหยูเหว่ยก็ลุกยืน ชิงจ่ายค่าอาหารให้ แต่ญาหลันไม่ยอม ควักเงินจ่ายส่วนของเธอและรีบเดินจากร้าน
“ญาหลัน” เขาดักทางเดินเธอ “ขอร้องล่ะ ใช่ทุกอย่างมันเป็แผน “
ในที่สุดเหวินหยูเหว่ยก็ยอมรับ เขาะโดังจนคนอื่นๆ ในบริเวณนั้นต่างหยุดมอง ญาหลันก็ไม่คิดว่าเขาจะบ้าขนาดนั้น เธอยืนลังเลอยากหลบออกจากตรงนั่นไปให้ไกลๆ ขณะที่เหวินหยูเหว่ยก้าวเข้ามาใกล้ ผู้คนหยุดและเลี่ยงจากบริเวณทางเดิน
“ฉันจะเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง ขอร้องอย่าเดินหนีฉันได้โปรด” เขาจับมือเธอ
“ให้โอกาสฉัน” เขาขอร้อง แววตาอ้อนว้อน
“มันสายไปแล้วค่ะ” ญาหลันบอกชักมือกลับ ร่างของหญิงสาวเดินผ่านเขาไปอย่างไม่มีเยื่อใย
เหวินหยูเหว่ยนิ่งอึ้ง ไม่คิดว่าญาหลันจะใจแข็งได้ขนาดนี้ เหวินหยูเหว่ยยืนคอตก และขณะที่เขาเงยหน้าขึ้น เสียงมฤตยูก็ดังก้องกัมปนาท ติดต่อกันราวใครเอาพลุมาจุดตรงนั้น
เปรี้ยง! เปรี๊ยง! ๆ ๆ ญาหลันผวาหันกลับมาทางด้านหลังและทันได้เห็นร่างของเหวินหยูเหว่ยผงะหงาย ท่ามกลางฝูงชนแตกหือ กรีดร้องอย่างใ เมื่อลูกะุสาดพุ่งใส่ร่างเหวินหยูเหว่ย เืสด ๆ พุ่งกระจายออกจากร่าง ที่ลอยคว้างกลางอากาศ เขาหันหน้ามาทางเธอและกำลังจะล่วงลงไปกองกับพื้นเมื่อะุอีกนัดพุ่งเข้าใส่แผ่นอกอย่างจัง
“เหวินหยูเหว่ย!” ญาหลันกรีดร้องวิ่งเข้าไปหาเขาอย่างไม่คิด ท่ามกลางห่าะุและเสียงรัวปืนที่ดังติดต่อกัน หูดับตับไหม้ผสมกับเสียงเชิดสิงค์โตและการจุดปะทัด เลขาเฉียงและเหล่าบอดี้การ์ดกรูเข้ามาลุมล้อมร่างของเหวินหยูเหว่ย
เลขาเฉียงพยุงร่างของเหวินหยูเหว่ยมาแอบข้างรถตรงริมฝุตบาทโดยมีญาหลันคานตามมา เธอกอดเขาไว้และใช้มือปิดปากแผลที่มีเืสดๆ ไหลออกมาขุ่นคลั่กและส่งกลิ่นคาวเต็มไปหมด เหวินหยูเหว่ยหายใจรวยรินในตาเหลือบปรือพยายามฝืนตัวเต็มที่
เสียงยิงตอบโต้ไปยังรถติดฟิมล์สีดำสองคันที่ไม่อาจแล่นหนีไปได้เมื่อถูกเลขาเฉียงและบอดี้การ์ดยิงล้อทั้งสี่ด้านจนผลุนและะุบางส่วนก็เจาะเข้าไปในตัวรถ กระจกแตกเกลื่อนกราดถนน คนในรถทั้งสองคันเปิดประตูออก วิ่งหลบหนีหายเข้าไปปะปนกับผู้คน
คนของเหวินหยูเหว่ยตามไปเก็บชายที่กำลังจะหนี....เปรี๊ยง... เปรี๊ยง เสียงปืนนัดสุดท้ายพร้อมกับร่างที่กลืนหายไปในฝูงชนที่แตกตื่นหยุดลง ท่ามกลางความโกลาหลแต่เสียงของเทศกาลตรุษจีนยังคงดังกระหึ่มไปทั่วซอกถนนมาริน่าตลอดจนถึงย่ายไชน่าทาวน์ วันแห่งการเฉลิมฉลอง วันแห่งความโชคดี วันเดือนปีแห่งวันพรุ่งนี้
ญาหลันกอดกระชับร่างเหวินหยูเหว่ยไว้ในอ้อมแขนด้วยหัวใจที่กรีดร้อง น้ำตาแห่งความอาลัยท่วมทำนบ มือไม้ป่ายควานไปตามลำตัวเสื้อสูท และเชื้ต เน็กไทเต็มไปด้วยสีแดงที่กลืนเป็สีดำเหนียวเนอะ กลิ่นคละคลุ้ง เืใหม่ก็ยังคงไหลออกมาไม่หยุด มือใหญ่ค่อยยกขึ้นลูบใบหน้าหญิงสาวราวกับจะปลอบโยน ก่อนที่จะทันได้แตะนวลเนื้อก็ล่วงผล็อยกระทบผิวปูนหยาบบนทางเท้า
“เหวินหยูเหว่ยอย่าเป็อะไรนะ ลืมตาขึ้นสิ บอกไห้ลืมตาไง” ญาหลันตบหน้าคนที่ทำท่าจะหลับเบาๆ เพื่อจะได้เห็นดวงตาสีเข้มล้ำลึกอีกครั้ง
ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนที่พบเห็นเหตุการณ์ และรถราที่กลับมาวิ่งกันขวักไขว่ บนท้องถนน เสียงเบรกรถดัง เอี๊ยด! สนั่นหวั่นไหว......
******************************
และคืนวันเดียวกันนี้ ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ ภายใต้คฤหาสน์สมัยใหม่อาณาจักรของตระกูลเหวิน
เหม่ยอิงนั่งสงบเสงี่ยมอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเหวินหลงในโต๊ะอาหารเย็นนั้น มีการจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำเล็กๆ สำหรับครอบครัวที่ไม่อาจเรียกได้ว่าพร้อมหน้าพร้อมตาเนื่องขาดบุตรชายคนโตและบุตรชายคนรองของตระกูลผู้มั่งคั่ง
เหวินหลงทำตาวาวๆ ใส่เหม่ยอิงภายใต้โคมไฟระย้าและแสงเทียนเรื่อเลือง ขณะที่ท่านประธานคังหันไปคุยเื่ต่าง ๆ กับคุณหญิงอี้เหม่ยทั้งคู่สนทนากันเื่อะไรเหม่ยอิงก็ฟังไม่รู้เื่ เพราะมัวแต่กลัวเหวินหลง
“เหวินหลง” เสียงแม่เขาดังขึ้นทำเอาเหวินหลงขยับตัวนั่งตรง ๆ
” ครับแม่”
“ทานข้าวเสร็จพาน้องไปเดินเล่นนะ” แม่เขาบอก
“ได้เลยครับ” เหวินหลงก็ยิ้มกว้าง แต่เหม่ยอิงหน้าซีด เธอไม่อยากเดินเล่นหรือดูอะไรทั้งนั้นแหละ
“แล้วก็ห้ามแกล้งเหม่ยอิงเด็ดขาด ถ้าฉันรู้เอาแกตายแน่” พ่อเขากำชับ
“โธ่พ่อผมจะไปทำอะไรได้ ใคร ๆ ก็ปกป้องซะขนาดนี้ นางฟ้าผู้น่าสงสาร” เขาทำเสียงเหยียด ๆ
“เหวินหลง ทานข้าวได้แล้ว” แม่เขาทำเสียงเขียว
“เหม่ยอิงทานเยอะ ๆ นะจ๊ะ” และหันไปพูดเสียงหวานกับเหม่ยอิง
เหวินหลงจึงแกล้งตักอาหารใส่จานให้เหม่ยอิง “นั่นสิกินเยอะ ๆ กินให้หมดนี่เลย มาฉันตักให้”
เขาว่าแล้วก็ตักอาหารสารพัดอย่างใส่จานเหม่ยอิงจนเธออ้าปากค้าง
“พะพอแล้ว” เหม่ยอิงยกมือกันจานที่พูนไปหมดเธอไม่รู้จะกินอาหารตั้งมากมายในจานหมดไหม ไม่ยอมให้เหวินหลงตักใส่อีก เหวินหลงยิ้มยักไหล่แล้วเขากินส่วนที่ตักค้างอยู่เอง เหม่ยอิงละเลียดอาหารที่เหวินหลงตักให้อย่างไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านั้น จนเห็นว่าท่านประธานเหวินคังและคุณหญิงวางมือ ยกผ้าซับปากและดื่มน้ำเธอจึงทำตาม ไม่กล้าเงยหน้ามองเหวินหลง
“เฮ้ย ย! นี่ ยัยลูกเป็ด จะเดินไปไหนของเธอ นั้นมันทางไปห้องสาวใช้ มาทางนี้” เหวินหลงที่เดินทอดน่องสองมือซุกลงกระเป๋าพูดเสียงดัง ๆ กับร่างหงอ ๆ ที่เดินก้มหน้างุด ๆ ไม่ดูทิศดูทาง เหม่ยอิงเงอะงะ
“นี่มาทางนี้ เธอจะเดินเล่นหรือวิ่งร้อยเมตรห๋า! ดูเดินเข้า” เหวินหลง บ่นเมื่อเหม่ยอิงเดินกลับมายืนตรงหน้า แต่ไม่ยอมเข้าใกล้เขาเกินสามเมตร
“ยัยบ้า เอ้ย!” เขาเข้าไปกระชากแขนเหม่ยอิงจนหญิงสาวหน้าหงายลากเธอให้เดินไปกับเขา
“จะทำอะไร ปล่อยฉันนะ” เหม่ยอิงร้องใ ยันตัวไว้ เหวินหลงหันกลับมาอย่างขัดใจ