บทที่ 16 จะไม่มีใครรู้ว่าฉันทำ
กลางดึกในห้องพักของโรงแรมบนูเาไคหยวน
ผู้หญิงที่มีรูปร่างดีถูกเหยียนโย่วเว่ยตรึงไว้ ผิวขาวของเธอถูกปกคลุมไปด้วยรอยกัดลึก ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเ็ปแต่เธอไม่กล้าที่จะต่อต้าน
เหยียนโย่วเว่ยเป็เหมือนสัตว์ป่า หายใจหนักและกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรง
ในที่สุดหลังจากเสียงคำรามต่ำ เหยียนโย่วเว่ยก็ยุติพฤติกรรมที่ดุร้ายของเขา
เขาเหลือบมองผู้หญิงที่มีรอยกัดทั่วตัว ยิ้มเยาะก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ สวมเสื้อผ้าแล้วออกจากห้องไป
“นายน้อยเหยียน คืนนี้คุณจะไม่ค้างที่นี่เหรอ?”
ชายร่างกำยำที่มีดวงตาสีแดงและบวมถามขึ้นพลางก้มหัวเมื่อเห็นเหยียนโย่วเว่ยออกมา
ชายร่างกำยำอีกสองคนก็เหมือนกัน ดวงตาของพวกเขาเป็สีแดงเนื่องจากสารดับเพลิงเข้าตาพวกเขา จนเกือบทำให้พวกเขาตาบอด
“พ่อของฉันสั่งให้กลับบ้านวันนี้ ไปกันเถอะ!”
ทั้งกลุ่มไปที่ชั้นใต้ดินแล้วขับรถกลับไปยังบ้านตระกูลเหยียน
ชายร่างกำยำคนหนึ่งลูบดวงตาสีแดงบวมเป่งของเขา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเ็ป “นายน้อยเหยียน ครั้งหน้าเมื่อเราได้พบไอ้หนุ่มคนนั้น ผมขอหักกระดูกมันทั้งตัวนะครับ”
ชายร่างกำยำอีกสองคนพยักหน้าเห็นด้วย สีหน้าของพวกเขาเคียดแค้นมาก
ดวงตาของเหยียนโย่วเว่ยเปลี่ยนเป็อาฆาตแค้นเช่นกัน “แน่นอนว่าฉันจะไม่ปล่อยพวกมันไป และนังผู้หญิงเลวนั่นที่กล้าปฏิเสธฉัน รอให้มันตกอยู่ในมือของฉันก่อนเถอะ ฉันจะเล่นกับมันจนตายเลย!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงเบรกกะทันหันดังเอี๊ยด ล้อลากไปกับถนนสร้างรอยสีดำบนถนนเป็ทางยาว
เหยียนโย่วเว่ยไม่ทันระวังตัว ดังนั้นแรงเบรกจึงทำให้ใบหน้าของเขากระแทกกับหลังเบาะหน้าอย่างแรง เขาส่งเสียงร้องด้วยความเ็ปและรู้สึกว่าดั้งจมูกของตัวเองหัก น้ำตาแห่งความเ็ปก็ไหลอาบหน้าเขา
“นี่แกขับรถยังไงของแก!”
เหยียนโย่วเว่ยถีบหลังเบาะคนขับหลายครั้งเพื่อระบายความโกรธ
“นายน้อยเหยียน ไอ้นั่นมันคือไอ้หนุ่มที่ฉีดถังดับเพลิงใส่เราวันนี้นี่นา!”
ชายร่างกำยำที่ขับรถจ้องมองไปที่ลู่เฉิงเฟิงที่อยู่หน้ารถด้วยสีหน้าดุร้ายและพูดอย่างดุเดือด
เหยียนโย่วเว่ยเงยหน้าขึ้นมอง เห็นลู่เฉิงเฟิงกำลังยืนขวางหน้ารถอยู่
“มันประเคนตัวใส่พานมาให้ฉันจริง ๆ ดูเหมือนว่าไอ้บ้านี่คงจะรู้แล้วว่ามันได้ทำให้คนที่มันไม่สามารถล่วงเกินได้ขุ่นเคือง ดังนั้นมันก็เลยมามอบตัวก่อนสินะ?”
เหยียนโย่วเว่ยมีรอยยิ้มที่ดุร้ายบนใบหน้าของเขา “แต่มันสายเกินไปที่จะรอดแล้ว!”
“นายน้อยเหยียน ผมขอลงไปหักขาของเขาเพื่อระบายความโกรธให้คุณก่อนนะครับ”
เหยียนโย่วเว่ยพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
ชายร่างกำยำที่เป็คนขับรถ เปิดประตูและลงจากรถ มองดูลู่เฉิงเฟิงด้วยสีหนเ้าดูถูก “ไอ้ละอ่อน แกมาที่นี่เพื่อยอมรับความผิดพลาดของแกกับนายน้อยเหยียนใชไหม? น่าเสียดายที่มันสายเกินไปแล้ว!”
“ต่อให้แกมีเก้าชีวิตก็ไม่พอที่จะรุกรานนายน้อยเหยียน ฉันจะหักขาของแกก่อน เพื่อทำให้นายน้อยเหยียนมีความสุข”
หลังจากที่ชายร่างกำยำพูดจบ เขาก็พุ่งเข้าหาลู่เฉิงเฟิงด้วยร่างกายที่กำยำของเขา
ลู่เฉิงเฟิงมองเขาอย่างไม่แยแส
ผู้คนในรถต่างก็มีสายตาที่ดุร้าย รอดูลู่เฉิงเฟิงคร่ำครวญด้วยความเ็ป
แต่จู่ ๆ ชายร่างกำยำที่พุ่งเข้าใส่ลู่เฉิงเฟิงกลับล้มลงกับพื้น และค่อย ๆ คว่ำหน้าลงตรงเท้าของลู่เฉิงเฟิงก่อนที่จะแน่นิ่งไป
สายตาดุร้ายของเหล่าคนในรถกลายเป็ความสับสน เกิดอะไรขึ้น?
พวกเขาไม่สามารถมองเห็นได้จากมุมนี้ว่ามีมีดบินกำลังปักอยู่ที่ลำคอของชายร่างกำยำ
เหยียนโย่วเว่ยสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติจึงสั่งชายร่างกำยำอีกสองคน “ลงไปดู ระวังตัวด้วย”
“ครับ!”
ชายร่างกำยำทั้งสองตอบรับแล้วเปิดประตูรถลงไป
แต่เมื่อพวกเขาก้าวขาลงจากรถและยืนตัวตรง จู่ ๆ พวกเขาก็เอามือปิดคอตัวเองและส่งเสียง “อ่อก อ่อก” แปลก ๆ จากลำคอและเซล้มลงไป
เพียงไม่ถึงสองวินาทีร่างกายของพวกเขาก็แข็งค้าง ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างโดยมีความกลัวบนใบหน้าค้างอยู่ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองถูกอะไรฆ่าตาย
เหยียนโย่วเว่ยหันกลับไปมอง ทันใดนั้นขนทั้งหมดบนร่างกายของเขาก็ชูชัน สีหน้าของเขาซีดราวกับผ้าขาวและเขาก็ใกลัวอย่างยิ่ง
จากนั้นภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องลงมาพอดี เขาเห็นมีดบินแวววาวติดอยู่ในลำคอของชายร่างกำยำและมีเืไหลทะลักออกมา
เหยียนโย่วเว่ยใมากจนิญญาแทบหลุดออกจากร่าง
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!”
มีเสียงเคาะที่กระจกหน้าต่างรถและเหยียนโย่วเว่ยก็สั่นไปทั้งตัว เขาใมากจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ เขาหันกลับไปมองด้วยดวงตาเบิกกว้าง เห็นลู่เฉิงเฟิงยืนอยู่ข้างนอกพร้อมโบกมือให้เขาลดกระจกหน้าต่างลง
เหยียนโย่วเว่ยใมาก ส่งเสียงกรีดร้องราวกับหมูกำลังจะถูกเชือด เขาตื่นตระหนก หลบหนีไปออกประตูอีกฝั่งหนึ่งของรถอย่างร้อนรน
ร่างกายของเขาหวาดกลัว ขาและเท้าของเขาอ่อนแรงแต่ความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดทำให้เขาวิ่งหนีไปอย่างสิ้นหวัง แต่ทันใดนั้น ขาที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าข้างหนึ่งก็เตะเข้าที่หัวของเขาจนทั้งร่างของเขากระเด็นย้อนกลับเข้าไปในรถอีกครั้ง
เตะนี้แทบจะหักกระดูกคอของเขา
แต่เขาไม่สนใจเื่ความเ็ปอีกแล้วและร้องขอความเมตตาอย่างน่าสมเพช “อย่า! อย่าฆ่าผม! อย่าฆ่าผมเลย! ได้โปรดอย่าฆ่าผม! ผมจะให้เงินคุณ ไม่ว่าคุณจะอยากได้อะไรก็ตาม อยากได้มากเท่าไหร่ผมจะหาให้...”
ลู่เฉิงเฟิงมุดครึ่งตัวเข้าไปในรถแล้วชกใส่คางของเหยียนโย่วเว่ยทำให้หมดสติและคำวิงวอนทั้งหลายก็เงียบลงทันที
จากนั้นลู่เฉิงเฟิงก็ยัดศพชายร่างกำยำทั้งสามคนเข้าไปในรถ หยิบพลั่วจากด้านหลังต้นไม้ริมถนน โยนเข้าไปในรถเช่นกันแล้วขับออกไป
ทุกอย่างใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีั้แ่ต้นจนจบ นี่เป็ถนนสายเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีคนในตอนกลางวันและไม่มีรถสักคันในตอนกลางคืน กล้องริมถนนก็ถูกทำลายโดยลู่เฉิงเฟิงไปนานแล้ว
รถแล่นไปตามทางเลี่ยงกล้องทั้งหมดแล้วมุ่งหน้าออกนอกเมือง
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา รถก็ไปจอดที่ตีนเขาร้างแห่งหนึ่ง
เดิมทีเมืองเหยียนเฉิงถูกสร้างขึ้นบนูเา และสภาพแวดล้อมที่มีอยู่มากมายรอบ ๆ เมืองนี้คือูเาลึกและป่าเก่าแก่
ลู่เฉิงเฟิงจอดรถ เปิดประตูแล้วเดินลึกเข้าไปในูเาโดยแบกร่างชายกำยำสองคนไว้
ชายร่างกำยำสองคนนี้หนักรวมกันอย่างน้อยก็น่าจะสามร้อยกิโลกรัม แต่ลู่เฉิงเฟิงแบกได้สบาย ๆ และยังเดินเร็วราวกับบินได้
เหยียนโย่วเว่ยตื่นขึ้นมาพร้อมกับได้ยินเสียงใบไม้พลิ้วไหวตามสายลม เขาใมากเมื่อพบว่าเขาอยู่ในป่าที่มืดมิด มือและเท้าของเขาถูกมัดไว้ด้านหลัง
เขาจำสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะหมดสติได้ ลู่เฉิงเฟิงซึ่งเขาคิดมาโดยตลอดว่าเป็สวะที่ไม่มีค่าให้จดจำกลับสามารถฆ่าบอดี้การ์ดทั้งสามที่เขาจ้างมาด้วยเงินจำนวนมากได้ในพริบตา
ลมหนาวพัดมา พาให้ขนทั้งหมดบนตัวของเหยียนโย่วเว่ยลุกซู่ เขาพยายามดิ้นรนอย่างหนักแต่มือและเท้าของเขาถูกมัดอย่างแ่า เขาเป็เหมือนหนอนตัวใหญ่ ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนอย่างหนักแค่ไหนมันก็ไร้ผล
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงขุด
เหยียนโย่วเว่ยพลิกตัวอย่างสิ้นหวังและมองด้วยดวงตาเบิกกว้าง เขากลัวจนแทบหมดสติไปอีกรอบ ปรากฎว่าลู่เฉิงเฟิงกำลังขุดหลุม ลู่เฉิงเฟิงกำลังอยู่ในหลุมโดยมีเพียงศีรษะโผล่ให้เห็น ซึ่งนั่นหมายความว่าหลุมนั้นถูกขุดจนลึกมากแล้ว
ศพของบอดี้การ์ดทั้งสามที่เหยียนโย่วเว่ยจ้างด้วยเงินจำนวนมหาศาลถูกกองไว้ไม่ไกลเหมือนขยะ
ลู่เฉิงเฟิงหันกลับมาและพูดคำแรกของเขาในคืนนี้ “ตื่นแล้วเหรอ?”
เหยียนโย่วเว่ยะโด้วยความหวาดกลัว “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
แต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเขากลับถูกเสียงสายลมพัดใบไม้กลบไปหมด
ลู่เฉิงเฟิงะโขึ้นจากหลุม จากนั้นเดินไปจับร่างของชายร่างกำยำทั้งสามคนโยนลงไปในหลุมที่เพิ่งขุด
จากนั้นเขาก็เดินกลับมาหาเหยียนโย่วเว่ย
เหยียนโย่วเว่ยกรีดร้องด้วยความใ พยายามถอยกลับอย่างสิ้นหวัง “กะ กะ แกจะทำอะไร ลู่เฉิงเฟิงให้ฉันบอกแกนะ หากมีอะไรเกิดขึ้นกับฉัน ตระกูลเหยียนของฉันจะไม่ปล่อยแกไปแน่!”
“ไม่ต้องกังวลเื่นั้นหรอกนายน้อยเหยียน จะไม่มีใครรู้ว่าฉันทำ แน่นอนว่ามันไม่สำคัญแม้ว่าพวกเขาจะรู้ เพราะทุกคนในตระกูลเหยียนจะต้องตายทั้งหมดในไม่ช้าก็เร็ว มันจะไม่มีใครรอดชีวิตไปได้สักคน”
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มอย่างเ็า คว้าผมของเหยียนโย่วเว่ย ลากไปที่ขอบหลุมแล้วโยนลงไปเหมือนขยะ