...เบื้องหน้าของท่านคีลคือ'อาเรน แรมฟอร์ด'
สามัญชนหนุ่มผู้โด่งดังที่สอบเข้าวิทยาลัยได้ด้วยคะแนนสูงสุดเป็ที่รักของผู้คนด้วยภาพลักษณ์ที่สุภาพ นอบน้อม ขยันขันแข็งและเปี่ยมไปด้วยพร์จนถูกยกย่องให้เป็ 'วีรบุรุษของสามัญชน'
แต่วันนั้น...ชายตรงหน้าไม่ใช่คนที่ฉันเคยรู้จัก ใบหน้าที่เคยเปื้อนยิ้ม บัดนี้เต็มไปด้วยความถือดีและแววตาที่หยาบกระด้างเขามีท่าทางท้าทายท่านคีลด้วยเหมือนคนกำลังปล่อยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามออกมาอย่างไม่เกรงใจ
ในตอนแรกท่านคีลทำเพียงยืนนิ่ง ไม่สนใจเสียงนกเสียงกาจนกระทั่งอาเรนเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา... ประโยคที่เหมือนทำให้ท่านคีลตวาดรับคำท้าทันที
ฉันอยู่ไกลมากจนไม่ค่อยได้ยินแต่เดาได้ไม่ยากว่าคงหนีไม่พ้นเื่ "คุณหนูเซเลน่า" คุณหนูจากตระกูล 'โวราลิส' (อาควิล-เหยี่ยว)ตระกูลขุนนางระดับสูงที่กองทัพเรือที่เกรียงไกรที่สุดเธอคืออดีตคู่หมั้นที่ถูกวางตัวไว้คู่กับท่านคีลมาั้แ่เด็กแต่เมื่อเข้าวิทยาลัย ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
ท่านเซเลน่าหันไปหลงใหลในตัวของอาเรนอย่างออกนอกหน้าจนถึงขั้นประกาศ "ถอนหมั้น" กับท่านคีลด้วยตัวเองเพื่อไปสนับสนุนสามัญชนผู้นี้
การถอนหมั้นครั้งนั้นไม่ใช่แค่เื่รักๆใคร่ๆ แต่มันคือการหักหน้าทางการเมืองที่รุนแรงทำให้ตระกูลเนมูเรียเสียหน้าอย่างหนักและเป็ชนวนเหตุให้ท่านไคอัสกดดันท่านคีลจนแทบบ้าคลั่ง
และแล้ว…
"แค่มีตัวตนของแกอยู่มันก็เหมือนฉันยังแพ้อยู่ตลอดเวลา!"
สิ้นเสียงะโของอาเรนการต่อสู้ก็ปะทุขึ้น!
อาเรนร่ายเวทด้วยความรวดเร็วเปลี่ยนสายลมให้กลายเป็ใบมีดเฉือนเฉียบเปลี่ยนเปลวไฟให้ลุกโชนเป็หอกเพลิงพุ่งเข้าใส่ เขาเก่ง...ไม่มีใครกล้าปฏิเสธข้อนี้ แต่ในสนามประลองแห่งนี้...เขาเป็ได้แค่เด็กเล่นดอกไม้ไฟ เมื่ออยู่ต่อหน้าอัฉริยะของจริง
ท่านคีลแทบไม่ต้องขยับตัว...เขาเพียงแค่สะบัดมือเบาๆ เวทมนตร์วารีขั้นสูงก็ปรากฏขึ้น มันไม่ได้เป็แค่ก้อนน้ำแต่มันมีชีวิต
ัน้ำขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นจากความว่างเปล่า กลืนกินเปลวไฟของอาเรนจนมอดดับม่านหมอกหนาทึบพรางวิถีการโจมตีจนใบมีดลมไร้ผล ความเหนือชั้นมันคนละระดับ...ราวกับเอามือสมัครเล่นมาสู้กับปรมาจารย์
ตูม!!
คลื่นั์ลูกสุดท้ายซัดกระหน่ำจนร่างของอาเรนกระเด็นไปกระแทกโขดหินล้มกลิ้งไม่เป็ท่า หมดสภาพการต่อสู้โดยสมบูรณ์
ท่านคีลยืนมองผู้แพ้ด้วยสายตาเรียบเฉยไม่มีความสะใจ ไม่มีการซ้ำเติม ท่านเพียงแค่หันหลังกลับ... ตั้งใจจะเดินจากไปเพื่อยุติเื่ไร้สาระนี้
แต่ทว่า...ฝันร้ายที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
"นายมันไม่คู่ควรกับเซเลน่าหรอก..."เสียงของอาเรนดังไล่หลังมา ดังขนาดฉันยังได้ยิน
ฉันขมวดคิ้วด้วยความงุนงง...ท่านคีลปล่อยวางเื่ผู้หญิงคนนั้นไปตั้งนานแล้ว อะไรทำให้เขายังคิดว่าท่านคีลยึดติดอยู่อีก?
แต่นั่นคือคำพูดสุดท้าย...ก่อนที่ความสยดสยองจะบังเกิด
อาเรนแสยะยิ้มอำมหิตเขาล้วงมือเข้าไปในเสื้อ แล้วชักวัตถุบางอย่างออกมา"ผลึกเวทมนตร์สีดำทมิฬ" มันส่องแสงเย็นเยียบดูน่าขนลุก ราวกับหลุมดำที่ดูดกลืนแสงสว่างรอบข้าง
ฉึก!
ไม่มีเสียงร่ายเวท...ไม่มีเสียงะเิกัมปนาท... มีเพียงความเงียบงันและแสงสีดำที่พุ่งวาบเข้าใส่กลางอกของท่านคีลที่ไร้การป้องกันผลึกดำทมิฬนั้นเจาะทะลุผ่านเกราะเวทมนตร์และิัจมลึกเข้าไปที่กลางหลังตรงตำแหน่งหัวใจ
"อึก...!!"ท่านคีลดวงตาเบิกโพลง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงมือข้างหนึ่งยกขึ้นมากุมหน้าอกแน่น ราวกับหัวใจกำลังถูกบีบขยี้
ฉันเห็นมันกับตา...แสงสว่างสีฟ้าครามที่เคยห่อหุ้มร่างท่าน... "แกนเวทมนตร์" (ManaCore) ของท่าน... กำลังถูกไอ้ผลึกสีดำนั่น "ดูดกลืน"ออกไป!
ร่างของนายน้อยค่อยๆเซไปข้างหลัง ซึ่งตรงนั้นเป็หน้าผา
ในที่สุดร่างของอัจฉริยะอันดับหนึ่งทรุดฮวบลงกับพื้น พร้อมๆกับแกนมานาที่ดับวูบลง
ลมหายใจรวยรินอาเรนค่อยๆ ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินเข้าไปหาท่านคีลที่คุกเข่าหายใจพะงาบๆอยู่ริมหน้าผา
มันมองท่านคีลด้วยสายตาเหยียดหยาม...สายตาที่มอง 'ขยะ' ชิ้นหนึ่ง
ไม่มีความลังเล...ไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี อาเรนยกเท้าขึ้น... และ "ถีบ" ร่างนั้น
วูบ...
ร่างของท่านคีลร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างไร้เสียงกรีดร้อง...มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านร่างที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ความภาคภูมิใจของตระกูล
เขาหายไปในหุบเหวลึก...พร้อมกับแกนเวทมนตร์ที่ถูกขโมยไป และความจริงที่ถูกฝังกลบ
อาเรนยืนมองผลงานตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มแล้วหมุนตัวเดินจากไป... ทิ้งให้ฉันที่ปิดปากกลั้นเสียงกรีดร้องจนเืซิบต้องจมอยู่กับภาพติดตาที่ไม่มีวันลบเลือนไปตลอดชีวิต