เมอร์เซเดส เบนซ์ของชัยยุทธ์ แล่นเข้าไปจอดกึกตรงประตูหน้าบ้าน ในเวลายังไม่ถึงหกโมงครึ่งด้วยซ้ำ เพราะเขาไม่ค่อยอยากกลับค่ำ ถ้าไม่มีงานค้าง หรือมีใครมาคอยคุยด้วย หลายสิบปีกับการพลีชีพให้งานมาอย่างหนักนั้น เขาเห็นว่าถึงเวลาที่ควรจะเพลาๆ ลงบ้าง เพราะมีคนเก่งให้เขาอุ่นใจมาช่วยแล้ว
“วันนี้กลับเร็วดีจังเลยค่ะคุณพี่”
ดุจเดือนมายืนรอรับสองพ่อลูกส่งน้ำเสียงหวานล้ำ กับรอยยิ้มพิมพ์ใจไปหา ซึ่งไม่ว่าจะเหนื่อยล้าจากงานมาสักแค่ไหน คนเป็สามีก็ชื่นอกชื่นใจได้ทุกครั้ง
วงแขนแข็งแรงเลยรวบตัวภรรยามากอดไว้ ริมฝีปากเต็มก็จรดลงไปตรงแก้ม ที่เขาเห็นว่าหอมและนุ่มไม่เคยเสื่อมคลาย แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานสักแค่ไหนก็ตามที
“ว้าย! คุณพ่อหวานอีกละ แบบนี้ ตากุ้งยิงของน้องดาวถึงไม่หายสักที เพราะคุณพ่อจูบคุณแม่ให้เห็นทุกวันเลย”
คนเป็ลูกสาวออกจากรถไปยืนอยู่อีกฝั่ง แซวพ่อกับแม่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทำเอาคนแม่เขินนิดๆ เลยรีบดันตัวออกจากอ้อมกอดของสามี แล้วยิ้มให้ลูกสาวสุดรักสุดหวง
“มานี่เลยลูกสาวแม่ รีบๆ ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวลงมากินข้าว รู้มั้ยว่าวันนี้มีแขกมาตั้งหลายคนแน่ะ”
มือบางลูกสาวถูกแม่เกี่ยวไว้แล้วรั้งมาหาอ้อมกอด พร้อมกับหอมแก้มซ้ายที ขวาทีด้วยความรักยิ่ง ส่วนลูกนั้นกลับครุ่นคิดอยู่นิดหนึ่ง ถึงแขกที่แม่พูดถึง
“ใครกันคะคุณแม่ น้องดาวรู้จักหรือเปล่าคะ คงไม่ใช่...”
ดุจดาริกาละชื่อชายหนุ่มผู้เป็หลานของเพื่อนคุณยายดาราคนหนึ่งเอาไว้ ใจนั้นก็กลัวจะแย่ว่าจะเป็เขา เพราะรู้สึกไม่ชอบเอามากๆ ในบรรดาชายหนุ่มที่แม่กับย่าขยันสรรหามาให้ทำความรู้จัก
ต่อให้ไม่มีใครบอกอย่างเปิดเผย แต่ด้วยอายุยี่สิบสามแล้วนั้น ทำให้รู้โดยไม่ต้องคิดนาน ว่าเวลานี้คือ่เลือกสรรของตัวเอง
“ไม่ใช่หรอกจ้ะ พี่ซีลกับคุณลุงคุณป้าจ้ะ”
คนที่ดุจเดือนเอ่ยชื่อมานั้น ก็คือสุพศิน ผู้เป็ลูกชายของคุณสุชีพ กับคุณระวีวรร ซึ่งเป็เพื่อนรักและรู้จักกันมาหลายสิบปีแล้วนั่นเอง
“เฮ้อ! ค่อยยังชั่วหน่อยค่ะ”
ดุจดาริกาถอนหายใจด้วยความโล่งอก โดยไม่ปิดบังพ่อกับแม่สักนิด จากนั้นก็รีบแยกไปอาบน้ำแต่งตัวตามคำของแม่อย่างไม่เกี่ยงงอน หนึ่งคืออยากทำให้คุณยาย กับแม่สบายใจ ที่ลูกคนนี้ไม่คิดจะปิดกั้นชายใด สองก็คือชอบใจไม่น้อยเวลาได้คุยกับคนที่ตัวเองเรียกว่า ‘พี่ซีล’ จนติดปาก
เพราะพี่ซีล มักจะคอยฟังแทบทุกเื่ที่เธอบอกเล่าอย่างตั้งอกตั้งใจ และคอยให้คำแนะนำเวลาเธอมีคำถาม มีปัญหาอะไรต่อมิอะไร อีกทั้งยังคอยแก้ต่างให้ ‘ไอ้พี่ดิน’ เวลาที่เธอเอาเื่ที่ถูกเขาบังคับกะเกณฑ์ตอนอยู่ออฟฟิศเสมอๆ ทำราวกับว่าเข้าอกเข้าใจ ‘ไอ้พี่ดิน’ ดีเหลือเกิน
และด้วยความที่รู้จักสุพศินกับครอบครัวมาั้แ่เด็ก ทำให้ดุจดาริกาไม่ค่อยจะเก้อเขินเวลาได้พูดคุยกันตามลำพังหลังมื้ออาหาร ส่วนผู้ใหญ่นั้นก็จะคุยกันในห้องควบคู่กับการจิบกาแฟเสมอ
แม้จะห่างกันตอนที่สุพศินไปเรียนเมืองนอกหลายปี พอเขากลับมาก็ยุ่งกับการเริ่มต้นทำงาน ต่อจากนั้นดุจดาริกาเองก็ไปเรียนที่อังกฤษ
เพิ่งจะได้กลับมาเห็นกันตอนที่ดุจดาริกาเข้าทำงานได้ไม่นาน และคนที่จัดการให้ทั้งสองโคจรมาพบกันอีกครั้ง ก็เป็ผู้ใหญ่ของทั้งสองครอบครัวนั่นเอง โดยมีคุณยายดาราเป็หัวเรือใหญ่
เพราะเห็นว่าหลานสาวนั้นเข้าได้ดีกับสุพศิน และเข้าได้ดีกว่าชายหนุ่มคนอื่นที่คุณยายดาราชักพามาให้รู้จักหลานสาวคนเดียวนั่นเอง
“มาแล้วเหรอจ๊ะหลานยาย”
คุณยายดาราเป็ฝ่ายเอ่ยแทบจะทันที เมื่อหลานสาวก้าวเข้ามาในห้องอาหาร ซึ่งมีแขกพิเศษนั่งรออยู่แล้วพร้อมหน้า
“ค่ะคุณยาย”
ดุจดาริการีบยกมือไหว้แขกทุกคน ตามลำดับด้วยท่าทีเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ เพราะถูกคนเป็ยายสอนมาอย่างดิบดี และที่นั่งนั้น ก็ถูกผู้ใหญ่จัดไว้ตรงข้ามกับสุพศินเหมือนทุกครั้งเรียบร้อยแล้ว
“ทานก่อนเลยดีมั้ยคะคุณวี คุณชีพ ไม่ต้องรอคุณพี่หรอกค่ะ น่าจะคุยงานจนติดลมแล้วมั้งคะ ป่านนี้ยังไม่ออกจากห้องเลย”
เมื่อเห็นสามียังไม่ออกมาสักที ดุจเดือนเลยรู้สึกเกรงใจแขกไม่น้อย คุณยายดารานั้นหันไปหาทันที เพราะเพิ่งเดินมาถึงห้องอาหารได้ไม่นาน และยังไม่ทันได้ถามหาลูกเขยด้วยซ้ำ หลานสาวก็เข้ามาในห้องก่อน
“พ่อยุทธ์คุยอะไรกับใครล่ะดุจ”
“กับดินค่ะ บอกว่าเื่งาน สำคัญมาก แต่ดุจไม่ได้ถามว่าเื่อะไรกันแน่ค่ะคุณแม่”
แค่ได้ยินชื่อคนที่คุณยายดาราไม่ปลื้มเอาเสียเลยเท่านั้น ก็ไม่อยากพูดหรือถามอะไรต่อแล้ว เลยหันไปหาแขก ชวนคุยเื่อื่นแทน ไม่กี่อึดใจชัยยุทธ์ก็เดินเข้ามา
“คุณพี่มาแล้ว”
ดุจเดือนรีบลุกขึ้นหมายจะไปเลื่อนเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะให้ ซึ่งเป็ตำแหน่งประจำของสามี ทว่าปัถพีเดินตามหลังมา ก็รีบจัดการอย่างรู้งานก่อน จากนั้นเขาก็ยกมือไว้คุณยายดารา ดุจเดือนและแขกด้วยท่าทีนอบน้อม ก่อนจะยิ้มให้สุพศินที่รู้จักมักคุ้นกันดีมานานปี และได้เจอกันในงานแวดวงธุรกิจบ่อยครั้ง
“ไม่ยักรู้ว่าจะมากินข้าวด้วย พ่อยุทธ์ไม่ได้บอกนายดินเหรอจ๊ะ ว่าวันนี้มีแขกพิเศษมา”
คุณยายดาราเอ่ยขึ้น ขณะที่ปัถพีกำลังชั่งใจว่าจะไปนั่งตรงไหนดี แม้ในใจไม่ได้อยากมาร่วมโต๊ะด้วยสักนิด แต่พ่อก็ชวนไว้ั้แ่อยู่ออฟฟิศแล้ว และกำชับกำชาอีกที ตอนจะออกจากห้องทำงานเมื่อครู่ พอเจอคำพูดแบบไล่กลายๆ ของคุณยายดาราเข้า เลยเกิดอาการลังเล
“ก็เพราะมีแขกพิเศษมานี่ไงครับคุณแม่ ผมถึงได้ลากดินมาคุยงานที่นี่ แล้วบังคับให้อยู่กินข้าวด้วยกัน”
แม้จะไม่ค่อยยุ่งเื่ในบ้านสักเท่าไหร่ แต่คนอย่างชัยยุทธ์ก็อ่านใครต่อใครขาดมานานแล้ว โดยเฉพาะคนในบ้าน เลยเอ่ยเสียงเรียบนุ่ม ไม่ให้แขกคิดว่าเขาแข็งข้อกับแม่ยายเลยสักนิด
“ดินไปนั่งข้างซีลก็ได้”
แล้วรีบจัดแจงอย่างไม่เกรงใจใคร ส่วนลูกชายต่างสายเื ที่พยายามคิดและมองคุณยายดาราในทางบวกเข้าไว้นั้น ก็รับคำเบาๆ แล้วไปทรุดกายลงนั่งยังเก้าอี้ ซึ่งสุพศินเป็คนลุกขึ้นเลื่อนรอให้ด้วยความมีมิตรไมตรีอันดี แม้จะรู้จากปากแม่ และได้ยินคุณยายดาราเอ่ยถึงลูกต่างสายเืคนนี้ยังไง เขาก็เลือกที่จะไม่เอามาใส่ใจ
“ทำงานเป็ยังไงบ้างจ๊ะน้องดาว”
ระวิวรรเองก็รู้ดีไม่น้อย ว่าคุณยายดาราคิดหรือรู้สึกยังไงกับปัถพี เลยไม่อยากทำให้บรรยากาศเสีย จึงรีบชวนคุยเื่อื่น แล้วคนถูกชวนคุยก็สบช่อง ขณะจ้องมองมือขาวๆ ของสุพศิน ตักปลากะพงนึ่งมะนาวมาใส่จานให้นั้น ก็รีบคิดหาทางเล่นงานเ้านายจอมกีดกันทันที
“ก็ดีค่ะ วันนี้มีคอมพานีวิสิทด้วยนะคะ แต่น้องดาวไม่ได้ลงไปสังเกตการณ์ด้วยหรอกค่ะ”
“อ้าว! ทำไมล่ะลูก”
คราวนี้ดุจเดือนเป็คนสงสัยระคนไม่เข้าใจ เพราะไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกิจการเลยสักครั้ง อีกทั้งสามีก็อยากให้อยู่บ้าน คอยดูแลสมาชิกในครอบครัวและคนงานในบ้านมากกว่า
ตลอดจนงานนอกอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับวงการธุรกิจไม่ว่าจะเป็ งานการกุศล งานบุญ หรืองานอื่นๆ แค่นี้ก็ไม่มีเวลาว่างแล้ว ไหนจะคอยดูแลแม่ที่อายุมากๆ แล้วอีกต่างหาก
“ถามคุณพ่อดูสิคะคุณแม่”
ลูกสาวบุ้ยหน้าไปหาพ่อซึ่งกำลังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ ด้วยความเอร็ดอร่อย ในหัวนั้นก็กำลังคิดว่าจะตอบออกไปยังไงดี ไม่ให้ภรรยากับแม่ยายระแคะระคาย
“มีอะไรหรือคะคุณพี่” ดุจเดือนเลยหันไปหาสามีแทน
“นั่นสิพ่อยุทธ์”
คุณดาราเองก็สนใจใคร่อยากรู้ ในทุกๆ เื่ที่เกี่ยวกับหลานสาวคนโปรด โดยเฉพาะเื่ที่หลานถูกลดความสำคัญอย่างนี้ด้วย
“อ้อ! พอดีผมมอบหมายรายงานสำคัญให้น้องดาวทำน่ะครับ เลยไม่มีเวลาไปสังเกตการณ์งานอื่น แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะครับ คอมพานีวิสิทมีบ่อยๆ ไปเมื่อไหร่ก็ไม่สาย แค่เตรียมตัวให้พร้อมก็เป็พอ จริงมั้ยลูก”
ชัยยุทธ์ส่งสีหน้ามีเลศนัยไปหาลูกสาว สายตานั้นก็ส่งไปบอกว่าให้พอได้แล้ว ก่อนที่เื่จะไปกันใหญ่ นั่นถึงทำให้คนคิดจะเล่นงานพี่ชายต่างสายเืยอมรามือ ด้วยรู้ดีว่าถ้าขืนพูดมากไปกว่านี้ ตัวเองนั่นล่ะที่จะเป็ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเสียเอง
‘ฝากไว้ก่อนเหอะนะไอ้พี่ดิน วันนี้จะยอมให้ คราวหน้าอย่าได้หวัง จะเอาคืนให้หน้าหงายและให้อายคนทั้งชั้นเลย ชิ!’
=======================
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
??“???“???“? Promotion Valentine's Day จ้า??“???“???“?
shorturl.at/guGZ8 <= ในรอยรักร้าว 389 เหลือ 259บ.
shorturl.at/bhFGM <= อาญาซาตาน 490 เหลือ 199บ.
shorturl.at/fiJU0 <= วิมานสอยดาว 467 เหลือ 199บ.
shorturl.at/imJKT <= ร้อยดาวฯ 460 เหลือ 199บ.
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
========================
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================