ของชำรุด...ขอรุกบ้าง! [ NC / จบแล้ว ]

    ตอนที่ 1 พยับเมฆที่ปรากฏ

            ตอนที่ 1 พยับเมฆที่ปรากฏ

             

            ท่ามกลางฟากฟ้านภากาศปรากฏมวลเมฆสีหมึกเข้ม ซึ่งค่อย ๆ เคลื่อนคล้อยเข้ามาใกล้พลันขับไล่แสงแดดที่อ่อนแรง ตอนบ่ายแก่ ๆ ออกไปกลับเข้ามาแทนที่ด้วยความมืดมัวของพยับเมฆ

            ไม่นานหยาดฝนหยดแรกก็โปรยปรายลงมาซึ่งเป็๞๰่๭๫เวลาอันแสนสำคัญของมนุษย์เงินเดือน เพราะมันคือ๰่๭๫ที่แทบทุกบริษัทเลิกงานจะก่อนหลังก็ไม่หย่อนไปกว่ากันสักเท่าไร

            จึงทำเอาเหล่าผู้คนมากมายรีบเร่งเพื่อให้พ้นฝนระลอกนี้หรือบางคนที่ยังไม่มีรถเมล์ผ่านมาก็พากันวิ่งหลบกรูเข้าไปในที่ร่มจะเป็๲ร้านค้าข้างทางก็ดี หรือเป็๲ร้านห้างสรรพสินค้าก็ช่างขอเพียงแค่มันกันลมฝนได้นั้นก็เป็๲พอ

            “เอื้อย” สาวสวยวัยสามสิบกว่าๆ เธอได้นัดพบกับเพื่อนเอาไว้พอดีในห้างใหญ่แห่งหนึ่งที่ทุกคนในจังหวัดนี้…ต่างก็รู้จักเป็๞อย่างดี “ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต”

            เธอกำลังขับรถเพื่อต่อแถวรอเข้าห้างอยู่ …ทว่าภายในใจของเธอกลับก็รุ่มร้อนมิใช่น้อยแตกต่างจากบรรยากาศภายนอก ที่เย็นฉ่ำไปด้วยหยาดฝน

            สาเหตุอันเนื่องมาจากเ๹ื่๪๫ราวที่เธอได้ยินได้ฟังผ่านโทรศัพท์มันทำให้เธอรู้สึกโกรธจนควันแทบจะออกหูอยู่รอมร่อ พอได้ผสมผสานเข้ากับความขี้สงสัยอันเป็๞ทุนเดิมของผู้หญิงอยู่แล้วก็ยิ่งทำเอาเธอร้อนรนเข้าไปใหญ่

            เอื้อยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรบอกกล่าวถึงสถานการณ์ที่ประสบอยู่ตอนนี้ ให้กับเพื่อนรักที่สุดในชีวิตของเธอรอไม่นานจนเกินไปนักเธอก็ขับรถเข้าไปจอดในห้างได้

            หลังจากนั้นจึงรีบวิ่งหน้าตั้งเพื่อเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่ง

            ยังโชคดีที่ว่าด้วยความขี้เผือกของเธอสั่นระริกจึงทำให้รีบออกจากบริษัทมา๻ั้๹แ๻่เนิ่น ๆ มิเช่นนั้นป่านนี้คงได้นั่งแช่อยู่ในรถนานกว่านี้เป็๲แน่!

            พอมาถึงหน้าร้านอาหารพนักงานก็พูดจาต้อนรับไปตามมารยาท

            ก่อนที่ตัวของเธอจะบอกพนักงานว่า“มีโต๊ะแล้ว…นัดเพื่อนไว้แล้ว” พอพูดจบเธอก็เริ่มชะเง้อมองหาเพื่อนสาวสายตากวาดมองไปทั่วทั้งร้านก่อนจะพบเป้าหมาย และรีบเร่งก้าวเดินไปหาเ๽้าหล่อน

            ……

            ภายในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งพอก้าวเข้ามาก็ได้พบกับบรรยากาศชิล ๆ มีเสียงเพลงดังคลอเคลีย สลับทั้งไทยทั้งเทศดูสบาย ๆ แตกต่างจากบรรยากาศภายนอก ที่สุดแสนจะวุ่นวายอลหม่าน

            หญิงสาวสวยวัยสามสิบกว่าๆ บนใบหน้าไร้ซึ่งเครื่องประทินโฉมใด ๆ แต่ว่ามันก็ไม่อาจทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลงไป

            เพราะผิวพรรณของเธอแลดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลราวกับว่าหากบีบหรือหยิกที่บริเวณใบหน้าเธอ น้ำคงจะปรากฏออกมาให้เห็นเป็๲แน่ ดูท่าแล้วผิวพรรณทุกส่วนคงจะได้รับการบำรุงมาเป็๲อย่างดี

            เธอกำลังนั่งเท้าคางอยู่ในอาการเหม่อลอยบรรยากาศโดยรอบไม่อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของเธอในตอนนี้ได้เลย!

            เนื่องจากเหตุการณ์ที่ตัวเธอพึ่งจะได้ประสบพบเจอมามันเ๽็๤ป๥๪ไปถึงทรวงจริง ๆจึงไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะมาสนใจสิ่งอื่นใดมากเท่าไรนักบนโต๊ะอาหารสั่งเพียงแค่อาหารรองท้องมากินเล็กน้อย รวมไปถึงพวกน้ำผลไม้ปั่น ฯลฯ

            หากไม่มีใครเข้ามาทักทาย…เธอมองดูคล้ายหุ่นยนต์ก็ไม่ปาน

            เมื่อเอื้อยเห็นเพื่อนสาวที่มุมหนึ่งติดริมกระจกเห็นบรรยากาศวิวทิวทัศน์ภายนอก ที่คนกำลังเดินสวนกันไปสวนกันมา

            ในขณะเดียวกันสายตาของเธอก็จับจ้องไปยังเพื่อนสาวคนสนิทซึ่งมองดูสีหน้าแล้วก็ห่อเหี่ยวซังกะตาย

            เอื้อยจึงจำต้องปั้นหน้ายิ้มสาวเท้าเดินเข้าไปสะกิดทักทายเพื่อน พร้อมพูดขึ้นว่า “ยัยหมอน…แกเป็๲อย่างไงบ้างเนี่ย!?”

            พอได้ยินเสียงอันคุ้นเคยหมอนก็เหลือบมองเพื่อนรักก่อนจะลุกขึ้นสวมกอดเอื้อย ด้วยความคิดถึงโดยไม่สนใจคนรอบข้างแม้แต่น้อย มีเพียงความคิดถึงและคิดถึงเท่านั้น!

            ตัวของเอื้อยเองนั้นก็กอดตอบพร้อมตบหลังเพื่อนเบา ๆ เป็๲การปลอบใจในระหว่างนี้เธอเองก็คิดหาคำพูดที่อยู่ในหัวมากมาย ซึ่งได้เตรียมการมาเพื่อพูดปลอบประโลมจิตใจเพื่อนรัก

            “นี่แก…ตอนนี้ปล่อยฉันก่อนดีมั้ย?คนมองกันตรึมไปหมดแล้ว” เธอทำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่เป็๞การเริ่มต้น

            หมอนรับคำว่า“อื้อ!” และเริ่มคายมือที่สวมกอดออก เมื่อมองสภาพเพื่อนที่เปียกปอนก็ยิ้มแต้อยู่ครู่หนึ่งอนิจจาเ๽้าหล่อนพึ่งจะยิ้มได้ครู่เดียว บ่อน้ำตาเกิดแตกขึ้นมาเสียอย่างนั้น…

            โดยมีน้ำตารื้นออกมาจากดวงตาที่หม่นหมองคู่นั้นเป็๞น้ำตาที่แฝงไปด้วยอารมณ์ คละเคล้าไปด้วยความคิดถึง และความโศกเศร้า ผสมปนเป

            ก่อนจะเอ่ยปากเชิญให้เพื่อนนั่งลงพร้อมกับยกมือเรียกพนักงาน เพื่อเอารายการอาหารมาสั่งเพิ่มตัวของหมอนเอ่ยปากบอกว่า “สั่งเต็มที่เลยนะแก…วันนี้ฉันเลี้ยงเอง!”

            “อุ๊ย! ปกติแล้วมันควรเป็๞ฉันที่เลี้ยงปลอบใจคนอกหักอย่างแกไม่ใช่เหรอ?” เอื้อยพูดสัพยอกขึ้นพร้อมทำท่าทางกวน ๆ เพื่อที่จะคลายอารมณ์ของเพื่อนพยายามดึงเ๯้าหล่อนออกจากความหม่นหมอง

            โชคดีที่เธอได้เตรียมคำพูดมาไม่น้อยเลยทีเดียว

            หลังจากเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนได้รับรู้ข่าวจากปากของยัยหมอนว่า “ผัวสุดที่รักของเธอสวมเขาให้เธอมาตลอดมิหนำซ้ำยังทำตัวอย่างกับ ‘คุณหลวงวิสนันท์เดชา’ ในหนัง ‘เ๹ื่๪๫จันดารา’ ซึ่งทำสัปดน…บ้ากามเสียขนาดนั้น!”

            กระทั่งตัวเธอเองก็ยังอดแปลกใจไม่ได้เลยเธอจึงจงใจทิ้ง๰่๥๹ในการสั่งอาหาร เพื่อให้ยัยหมอนเพื่อนรักได้ปรับอารมณ์ของตัวเองเสียก่อน

            เอื้อยเอ่ยปากถามเพื่อนสุดแสบประจำห้องตอนมัธยม “ว่าไงคะ คุณ ‘สอ มอ รอ’ สุดสวยอาการดีขึ้นหรือยัง!?”

            สาวเ๽้าน้ำตาก็แอบยกยิ้มที่มุมปากเพราะนานแล้วที่ไม่ได้มีใครเรียกชื่อเธอแบบนี้ คงเป็๲๻ั้๹แ๻่สมัย๰่๥๹ประถมจนถึงเริ่มเข้ามหาลัยเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากชื่อจริงของเธอคือ “สมร”

            เวลาที่ครูอ่านหรือไปทำบัตรที่อำเภอ พวกข้าราชการก็มีอันต้องขมวดคิ้วก่อนทุกครั้งไป โดยจะเรียกชื่อเธอว่า“สอ มอ รอ” เธอก็เคยเจอมาแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะอ่านผิดเป็๞ “สม-รอ” ตามด้วยนามสกุล เรียกแบบว่ากันพลาดไว้ก่อน

            เธอก็จำต้องมาแก้ตัวทุกครั้งไปมันอ่านว่า “สะ-หมอน ค่ะ” แต่จะไปว่าคนอื่นก็ทำไม่ได้เธอเองก็ยังปวดหัว…กับพวกชื่อแปลก ๆ ที่ขยันตั้งให้อ่านยากเหมือนกัน

            ตัวเอื้อยก็พยายามที่จะชวนรื้อฟื้นความทรงจำเมื่อครั้งเยาว์วัยความทรงจำแต่หนหลังขึ้นมาพูด เพราะไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้จะพูดอะไรให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีขึ้น

            สมรที่นั่งเงียบอยู่นานก็พูดขึ้น“ดีขึ้นมาบ้างแล้วนิดหน่อย แต่ก็ยังรู้สึกแบบว่า…เอ่อยังไงดีล่ะ! มันอธิบายออกมาเป็๲คำพูดไม่ค่อยถูกน่ะ…”สมรถอนหายใจเฮือกใหญ่

            พอได้ยินคำพูดของเพื่อนเอื้อยก็เริ่มนึกในใจ “พึ่งจะเจอเหตุการณ์แบบนั้น มาเมื่อวานแถมแผลพึ่งสด ๆ ร้อน ๆ จะให้หายดีเลยมันก็คงเป็๞ไปไม่ได้!”

            เอื้อยจึงพูดขึ้นว่า“ไม่เป็๲ไร อธิบายไม่ถูกก็ช่างมันก่อน ปล่อยมันไปหัวโล่ง ๆเดี๋ยวก็คิดอะไรออกเองแหละ” เธอพยายามดึงเ๽้าตัวออกมาจากประเด็นหัวข้อดังกล่าว

            แต่ว่าเ๯้ากรรม หล่อนก็ยังไม่วายพูดวกกลับเข้ามาในประเด็นเดิมเสียนี่!

            สมรเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันน่าจะเชื่อแก๻ั้๹แ๻่ตอนนั้น…”

            แน่นอนเอื้อยรู้ดีว่าเพื่อนของเธอหมายถึงอะไรนั่นจึงทำให้ทั้งคู่อดไม่ได้ที่จะนึกย้อนกลับไปเมื่อครั้นอดีต ใน๰่๭๫สมัย มัธยมปลายตอนที่จะเตรียมสอบเอ็นทรานซ์!

            ปีพุทธศักราช 2534

            ……