พลั่ก!
หลิวเฉิงถูกผลักจนหน้าหงาย
“คนลามก ออกไปจากห้องข้าเลยนะ!” หว่านอิ๋งอิ๋งออกแรงผลักหลังของหัวหน้าองครักษ์หนุ่ม ดันให้เขาออกไปจากห้องนอนของคุณหนูและนาง
“อิ๋งอิ๋ง ข้าพร้อมรับผิดชอบเ้าแล้ว เ้าเองก็รับผิดชอบข้าด้วย”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ออกไปจากห้องข้าเดี๋ยวนี้!”
หัวหน้าองครักษ์หนุ่มถูกปิดประตูใส่หน้า เขายกมือกำลังจะเคาะประตูซ้ำแต่นางกลับส่งเสียงออกมาก่อน
“อย่าเคาะเด็ดขาด! ไม่เช่นนั้นข้าจะออกไปไล่ฟันท่านแน่”
เขาเดินหัวเสียไปหาไห่ฮ่าวที่ห้องพัก เ้าของห้องที่กำลังนั่งจิบน้ำชาเงี่ยหูฟังเหตุการณ์ เมื่อเห็นหัวหน้าตนผลักประตูเข้ามาก็หัวเราะหึๆ
“หัวหน้าหลิว ท่านพูดกับสตรีไม่เป็จริงๆ สินะ เห็นก็เห็นแล้ว จูบก็จูบแล้ว ยังไม่ได้ใจของนางอีก”
ปัง!
หลิวเฉิงตบโต๊ะแล้วนั่งลงข้างไห่ฮ่าวทั้งยังแย่งจอกชาในมือของเขาไปกระดกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“หว่านอิ๋งอิ๋ง สตรีบ้า! เ้าไม่รู้หรอกว่านางน่าโมโหเพียงใด? ข้าจูบนางทีแรกนางก็อาจจะใอยู่ แต่ครั้งที่สองนางจะดิ้นหนีก็ทำได้ แต่นางก็ไม่ได้ทำ เช่นนี้ไม่นับว่านางก็เต็มใจหรอกหรือ? แล้วยังมาหาว่าข้าเป็คนลามกอีก”
ไห่ฮ่าวยิ้มน้อยๆ “ท่านร้ายกาจนัก ยามนี้ซ่อนภรรยาเอาไว้อยู่ข้างตัว หากข้าไม่บังเอิญเห็นเข้า ท่านก็คงไม่คิดจะบอกข้า”
หลิวเฉิงหน้ามุ่ย “ตอนนั้นนางยืนกรานจะให้ข้าถอนหมั้นให้ได้นี่”
ไห่ฮ่าวขมวดคิ้ว เขานึกทบทวนเื่ราวสองสามวันนี้แล้วก็พลันนึกออก เขายื่นหน้าไปใกล้แล้วทำหน้าเ้าเล่ห์ พูดด้วยเสียงต่ำๆ
“หัวหน้า ที่ท่านจูบนางเป็เพราะหึงข้ากับนางใช่หรือไม่?”
หลิวเฉิงไม่ตอบแต่ถลึงตาใส่คนถาม
“อืม....ข้าเกือบสิ้นชื่อไปแล้วสินะ โทษฐานไปยุ่งกับภรรยาของท่าน”
“ช่างเถอะๆ นางพูดยากเช่นนี้ ปล่อยนางไปก่อน ถึงอย่างไรท่านพ่อของข้ากับท่านพ่อของนางก็กำหนดไว้แล้วว่าจะให้แต่งกันปลายปีนี้”
“อ๋า? นี่ข้าต้องเตรียมเงินใส่ซองให้พวกท่านไว้เยอะๆ สักหน่อยแล้ว”
หลิวเฉิงรินน้ำชาใส่จอกแล้วยกขึ้นจิบก่อนจะลุกขึ้น
“พวกเราลงไปหาอาหารอร่อยกินแก้โมโหสตรีกันเถอะ”
ชิงเว่ยเว่ยกับไต้เส้าจวินกลับมาถึงโรงเตี๊ยมตอนหัวค่ำ ทั้งสองเข้าไปแจ้งให้อาจารย์ใหญ่หวังทราบว่าฝ่ามืออัคคีที่จับตัวหมอรักษากระดูกผู้หนึ่งออกไปจากเมืองิซา
หวังต้าจิ้งในฐานะที่เป็ผู้นำขบวนในครั้งนี้จึงได้ประชุมแบ่งกลุ่มเพื่อออกแยกย้ายสืบหาคนร้ายแหกคุกผู้นั้น
“อาจารย์เ้าคะ ข้าอยากไปกับอาจารย์ไต้”
“ได้ เว่ยเว่ยไปกับเส้าจวิน”
หลิวเฉิงเห็นเช่นนั้นก็มียกมือขึ้น “อาจารย์ใหญ่หวัง ข้าขอไปกับแม่นางหว่านนะขอรับ”
หว่านอิ๋งอิ๋งหันไปทำตาเขียว นางอุตส่าห์พยายามหลบหน้าเขาแล้ว หลิวเฉิงยังจะอยากจับคู่กับนางอีก นางปรายตามองไปทางเขา หลิวเฉิงเลิกคิ้วเล็กน้อยให้กับนาง นางจึงเบือนหน้าไปอีกทาง
“ดีเหมือนกัน เดี๋ยวให้ไห่ฮ่าวไปกับจงกว้านซี วันพรุ่งนี้พวกเ้าก็แยกย้ายกันไปบนถนนสายหลักในเมืองนี้ตามแผนที่ ขยับเข้ามาดู” อาจารย์ใหญ่หวังใช้ปลายนิ้วเคาะบนแผ่นหนังที่วางอยู่
คนทั้งหมดเข้ายืนรุมล้อมโต๊ะที่กางแผนที่เมืองิซาเอาไว้ แต่ละคนชี้ไปบนถนนที่ตนเองอยากจะไปสำรวจ หว่านอิ๋งอิ๋งชี้ไปยังถนนทิศใต้ ละแวกนั้นมีหอคณิกาสองแห่ง
‘คนร้ายมักจะซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ที่ดูเหมือนจะอันตรายเสมอ’
หลิวเฉิงเองก็คิดเช่นนั้น เขาพยักหน้าพอใจในการเลือกของนาง
...พรุ่งนี้เขากับนางก็ได้ไปด้วยกันแล้ว ต้องหาโอกาสปรับความเข้าใจกันให้สำเร็จ...
หลังรับประทานอาหารเช้า หลิวเฉิงไปยืนรอหว่านอิ๋งอิ๋งที่หน้าโรงเตี๊ยม พอนางเห็นว่าเขาอิ่มก่อนจึงวางตะเกียบแล้วรีบลุกตามไป
“เ้าไม่ต้องรีบก็ได้นะ”
“ไปเถอะ ไม่ต้องพูดแล้ว” นางแอบมองมันเผาบนเตาที่ซุ้มเล็กๆ ข้างล่าง
หลิวเฉิงแวะเข้าไปซื้อ เขาถือห่อกระดาษไว้ในอุ้งมือ เดินตามไปยื่นให้กับนาง “เ้าคงยังไม่อิ่ม รับไปเถอะ”
นางมองรอบๆ ไม่มีคนรู้จักนางและเขาอยู่แถวนี้ องครักษ์คนอื่นๆ ล้วนจับคู่แยกย้ายกันไปหมดแล้ว หญิงสาวจึงรับห่อมันเผาจากเขามาบิออกแล้วยกขึ้นกัด
ทั้งสองเดินไปด้วยกันโดยไม่ได้พูดสิ่งใดกระทั่งถึงหน้าหอคณิกาแห่งแรก วันนี้หว่านอิ๋งอิ๋งแต่งกายเยี่ยงบุรุษ ทั้งสองไม่อาจจะนำกระบี่เข้าไปในสถานที่เริงรมย์ได้ อาวุธทุกอย่างจะต้องยื่นไว้ที่โต๊ะรับฝากด้านหน้า
ภายในหอหยกแดงซึ่งลือกันว่าเป็เ้าของเดียวกันกับหอหยกขาว ข้างในถูกทำให้มืดมิด ใน่เช้าไม่มีการแสดงบนเวทีแต่มีบริการห้องพิเศษสำหรับผู้ที่้าจะเข้ามาดื่มสุราและพูดคุยกับหญิงงาม
“ที่นี่ ดูเหมือนจะเป็ที่นัดหมายคุยธุระกันมากกว่าจะใช้เสพสุข”
“เ้าทายถูกแล้ว แม้จะดูเหมือนเป็หอคณิกา ทว่าส่วนใหญ่คนที่มาล้วนนัดพบและคุยกันเื่สำคัญทั้งสิ้น เ้าดูห้องนั้น ท่าทางถมึงทึงน่ากลัวของบุรุษสองคนนั่น น่าจะมาตกลงกันเื่ขายอาวุธ”
หว่านอิ๋งอิ๋งมองตามสายตาของหลิวเฉิงไป ห้องนั้นแง้มประตูบานหนึ่งไว้เพราะเสี่ยวเอ้อกำลังลำเลียงอาหารจึงมองเห็นคนในห้องทั้งสองได้ค่อนข้างชัดเจน
“ท่านแน่ใจหรือ?”
“ข้าแอบฟังมือปราบที่นี่คุยกันมาก่อนแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นมีโอกาสที่ฝ่ามืออัคคีจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่”
“เป็ไปได้มาก แต่ว่าเถ้าแก่เนี้ยค่อนข้างจะระวังตัว”
ยังพูดไม่จบประโยค หญิงสาววัยกลางคนแต่งหน้าหนาเตอะ เสื้อผ้าผมเผ้างดงามก็มองมาเห็นพวกเขาพอดี
“คุณชายทั้งสอง พวกท่านช่างดูดีและหล่อเหลานัก ข้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เพิ่งมาที่ิซานี่กระมัง?”
“ถูกต้อง ท่านมีสิ่งใดจะแนะนำข้าหรือไม่?”
“ยังเช้าอยู่เลย เห็นทีท่านคงจะหาที่เงียบๆ อยู่ใช่หรือไม่?”
“ก็ทำนองนั้น ท่านหาห้องเหมาะสมให้ข้าที?”
“ได้สิเ้าคะ ท่าน้าคนปรนนิบัติสักกี่คน”
“เอามาสองคนก็พอ ข้ากับน้องชายอยากจะกินดื่ม คุยธุระกันเงียบๆ” เถ้าแก่เนี้ยผู้มีสายตาคมกริบเรียกให้สาวงามพาชายหนุ่มขึ้นไปยังห้องชั้นบนของหอหยกแดง ระหว่างที่เดินไปหว่านอิ๋งอิ๋งพยายามสอดส่ายสายตาไปรอบๆ ทว่ายังไม่พบความผิดปกติ มีเพียงเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยดังหึ่งๆ จับความไม่ได้
บุรุษมากมายในชุดชนเผ่าเดินขวักไขว่ไปมา บ้างก็เพิ่งเข้าไปในห้อง บ้างก็เพิ่งออกมา หว่านอิ๋งอิ๋งสังเกตเห็นว่ามีบุรุษไม่กี่คนเท่านั้นที่ดูเหมือนมาหาสตรีร่วมเตียง
ครั้นเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ตัวเตี้ยที่แทบจะติดพื้น หลิวเฉิงก็ชะโงกหน้ามาใกล้ “คนที่เราเห็นพวกนี้ในยามเช้า ส่วนใหญ่มาพูดคุยเื่ค้าขาย คนที่้าหลับนอนกับหญิงงามต้องมาในยามค่ำ เ้าระวังตัวเอาไว้”
หว่านอิ๋งอิ๋งหงุดหงิดที่หลิวเฉิงไม่บอกนางมาตามตรง คำว่าระวังตัวของเอาไว้ของเขารบกวนจิตใจนางยิ่งนัก
‘หรือว่าจะบอกให้ข้าระวังเตากำยาน เมื่อคืนคุณหนูให้ยาข้ามาเรียบร้อยแล้ว กำยานปลุกกำหนัดพวกนี้ไม่มีทางทำให้ข้าปั่นป่วนได้หรอก’
หว่านอิ๋งอิ๋งฉวยโอกาสที่ทุกคนเผลอ หยิบเอายาที่ซ่อนไว้ในถุงใบเล็กออกมากิน ชิงเว่ยเว่ยเตือนให้นางระวังควันที่ผสมผงนิทราหรือผงปลุกกำหนัด แถบทะเลทรายมักจะนิยมใช้ของพวกนี้
หัวหน้าองครักษ์ไม่ยอมดื่มสุราที่ถูกยกเข้ามา เขาแอบเอาเข็มเงินออกมาทดสอบพิษในกาก่อนจะพยักหน้าให้หว่านอิ๋งอิ๋งดื่มได้ พอดื่มไปได้สักครู่ชายหนุ่มก็แสร้งขอตัวไปเข้าส้วม
“ข้าท้องเสียคงต้องฝากแม่นางน้อยคนงามไว้กับเ้าเสียก่อน”
**********************
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กเื่ "ซือซือฮองเฮาพันโฉม"
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3ODMzNyI7fQ 
