EP : 7 ซื้อที่ดิน
ร่างสูงมองหนังสือหย่าที่ถูกวางเอาไว้ในเรือนด้วยสายตาเรียบนิ่ง อย่างอธิบายไม่ถูก เขาอยากให้นางหย่ากับเขา แต่พอนางไม่อยู่แล้วเขากับรู้สึกแปลกๆ
ทั้งที่ตอนนางอยู่ที่นี่นั้นเขาออกจะรำคาญนางเนื่องจากเขามีคนรักอยู่แล้วเพียงแค่ยังไม่ได้แต่งนางเข้าตระกูล แต่พอจะแต่งนางเข้าตระกูลก็มีเื่เสียก่อน ทำให้เขาแต่งกับนางไม่ได้
เขารอคอยถึงหนึ่งปีถึงได้ตัดสินใจแต่งนางเข้ามาเป็อนุของเขาอีกคน แต่ไม่คิดว่าอีกคนที่เขาไม่สนใจไยดีอยู่ๆ ก็หนีหายไปพร้อมกับทิ้งหนังสือหย่าเอาไว้ให้กับเขาที่อยากให้นางยอมหย่ากับเขานักหนา แต่พอนางไปโดยไม่ร่ำลาก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะไม่พอใจ
เขามองไปรอบห้องของบางอย่างยังคงเหลืออยู่ แต่ของบางอย่างก็หายไป ของที่หายไปนั้นก็เป็ของนางทั้งนั้น ส่วนของบางอย่างที่นางได้จากเขานั้นยังคงอยู่ นั่นทำให้เห็นว่านางไม่ได้สนใจเขาอีกต่อไปแล้ว หนึ่งปีที่ผ่านมานั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับนางเลย แต่พอหนีหายไปเช่นนี้นั้นทำให้เขาอดรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป
“ทำไมข้าต้องรู้สึกเ็ปด้วย” โม่ฉิงหลานเอ่ยพลางขมวดคิ้ว อย่างไม่ชอบใจเพราะขนาดเขายังไม่เคยเป็แบบนี้กับใครมาก่อนเลย
“ไปเสียได้ก็ดี” โม่ฉิงหลานเอ่ยแค่นั้นก่อนจะหันหลังเดินออกจากเรือนไปโดยไม่หันกลับมามองด้านในอีก
“คุณชายขอรับท่านประผู้นำสั่งให้คุณชายไปหาขอรับ” ชายหนุ่มคนสนิทเอ่ยบอก
โม่ฉิงหลานพยักหน้าก่อนจะเดินจากไปคงหนีไม่พ้นเื่ของเว่ยลู่เซียนแน่ๆ เขาคงโดนบ่นหูชาเป็แน่
“ท่านตาวันนี้ข้าจะเดินไปรอบๆ เมือง ท่านจะไปกับข้าด้วยหรือไม่” หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จแล้วเว่ยลู่เซียนก็เอ่ยถาม ตอนเช้าตรู่นางติดต่อไปถามพี่ชายของนางก็ได้ทราบว่าออกเดินทางกลับไปที่ตระกูลแล้ว นางก็ได้ติดต่อท่านพ่อกับท่านแม่ของนางได้คุยกันนิดหน่อยเพราะทางนั้นกำลังติดงาน
“เ้าจะไปหาที่เปิดโรงหมอหรือ” ชายชราเอ่ยถามเพราะก่อนหน้านี้เหมือนจะได้ยินหญิงสาวบอกตนเช่นนั้น
“เ้าค่ะ แต่ถ้าหาไม่ได้คงต้องหาซื้อที่ดินแล้วก็สร้างโรงหมอเอง” เว่ยลู่เซียนกล่าวตอบก่อนจะหยิบหมวกสานมาสวมใส่ อันที่จริงนางยังไม่ได้ถามชื่ออีกฝ่ายเลย แถมนางก็ยังไม่ได้บอกชื่อตัวเองด้วย ว่ากันง่ายๆ เลยก็คืออยู่ด้วยกันจนมานอนห้องด้วยกัน แต่ดันไม่รู้จักชื่อกันมันก็ตลกดีนะ
“ข้าไปด้วยดีกว่าเพื่อจะได้จดจำเส้นทางด้วย” ชายชราบอก จากนั้นทั้งสองก็พากันเดินออกไปจากโรงเตี๊ยมทันที ก่อนจะเดินไปดูรอบๆ ก็ยังไม่มีพื้นที่จะทำให้เป็ที่พึงพอใจ
“ในตลาดก็ไม่มี” เว่ยลู่เซียนเอ่ยพลางคิดว่าน่าจะไปที่ส่วนอื่นบ้าง นางเดินไปก็ถามทางชาวบ้านบางคนว่ามีใครสนใจจะขายที่ดินให้หรือไม่ แต่ชาวบ้านคนหนึ่งบอกให้นางไปที่ศาลากลางเมืองเพื่อติดต่อเ้าหน้าที่ที่ขายที่ดินจะดีกว่าเพราะที่นั่นมีแผนที่ให้ดูอยากได้ส่วนไหนก็บอกได้เลย พอได้ยินแบบนั้นเธอก็กล่าวขอบคุณก่อนจะเดินยังศาลากลางเมืองที่เป็ที่ทำการขายที่ดิน
“ข้ามาติดต่อเื่ซื้อที่ดิน” เมื่อเข้ามาด้านในเว่ยลู่เซียนก็เอ่ยบอกแก่พนักงานชายหนุ่มที่นั่งอยู่ทันที
“นี่คือแผ่นที่เมืองจุดที่แดงนั้นมีเ้าของแล้วจุดที่เขียวยังไม่มี ใกล้ตัวเมืองจะไร่จะสิบเหรียญทอง ไกลออกไปที่เขตนอกเมืองติดป่านิดๆ ห้าสิบเหรียญเงิน” ชายหนุ่มอธิบายบอกช้าๆ มองการแต่งตัวของหญิงสาวตรงหน้าแล้วแม้จะดูเหมือนสาวชาวบ้านธรรมดาแต่การวางตัวนั้นกลับเหมือนผู้ดี
เว่ยลู่เซียนที่เห็นแบบนั้นก็ว่าจะซื้อที่ดินด้านนอก แต่หากคิดไปคิดมามันไม่คุ้มเท่าไรถ้าไปอยู่ด้านนอก แต่มันปลอดภัยสำหรับนางที่อาจจะเจอคนที่รู้จักนางหากอยู่ในตัวเมือง เว่ยลู่เซียนคิดหนักเพราะอยากได้ทั้งสองที่ หรือจะเอาที่ในเมืองเปิดโรงหมอส่วนด้านนอกนั้นเป็ที่พักดี
“ข้าเอาตรงนี้สองไร่ แล้วเอาตรงนี้สิบไร่” นางเอ่ยบอกเพราะตรงนั้นไม่มีใครอาศัยอยู่พอดี เลยทำให้นางซื้อเยอะหน่อย เพื่อเอาไว้ปลูกสมุนไพร แล้วก็ของอย่างอื่น
“อืม รอครู่เดียวเดี๋ยวข้าจัดการเื่ให้” ชายหนุ่มพนักงานเอ่ยบอกก่อนจะลุกเดินหายไปเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตัดสินใจได้แล้ว
เว่ยลู่เซียนรอไม่นานชายหนุ่มพนักงานก็กลับมาพร้อมกับกระดาษหลายแผ่น
“เ้าลงชื่อของเ้าตรงนี้ก็จบแล้ว ทั้งหมดยี่สิบห้าเหรียญทอง” ชายหนุ่มพนักงานเอ่ยบอกในตอนที่หญิงสาวกำลังลงชื่อกับกระดาษ
“นี่ยี่สิบห้าเหรียญทอง” เว่ยลู่เซียนเอาเงินออกมาจากแหวนมิติแล้วส่งให้กับอีกฝ่ายทันที จากนั้นก็เก็บโฉนดที่ดินของตัวเองที่ได้จากชายหนุ่มพนักงานที่ส่งมาให้เก็บใส่ในแหวนมิติทันที แต่ก่อนจะออกไปนางก็เห็นที่ดินอีกที่หนึ่งที่น่าสนใจ
“ข้าสนใจที่ตรงนี้ทั้งหมด” นางหันไปบอกชายหนุ่มพนักงานที่มองนางอย่างใ
“ทั้งหมดนี้เลยหรือ” ชายหนุ่มพนักงานถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่” นางตอบกลับไปเพราะมันติดกับป่าเลยไปจนถึงตัวเมืองแถมยังใกล้กับแม่น้ำอีกด้วย มันจะทำให้นางง่ายต่อการหาแหล่งน้ำเพื่อมารดน้ำสมุนไพรของนางอีกด้วย
“ทั้งหมดสี่สิบห้าเหรียญทองขอรับ” ชายหนุ่มพนักงานเอ่ยบอกพลางสงสัยว่านางหญิงสาวคนนี้จะซื้อที่ห้าสิบไร่ไปทำไม
“นี่และนี่ของเ้า” เว่ยลู่เซียนส่งเงินไปให้กับชายหนุ่มพนักงานก่อนจะส่งให้อีกหนึ่งเหรียญทองจากนั้นก็เดินจากไป
“เ้าซื้อมาอะไรเยอะแยะทำอย่างกับว่าเ้าจะตั้งรกรากที่นี่อย่างนั้นแหละ” ชายชราอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม นางซื้อเยอะเกินไปที่จะเอาไว้อยู่คนเดียว
“ก็ไม่แน่เ้าค่ะ เพียงแต่ซื้อเอาไว้แล้วทำให้ข้ารู้สึกสบายใจแปลกๆ เ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกยิ้มๆ จากนั้นก็แวะไปที่โรงไม้เพื่อจะให้ช่างไม้ไปสร้างโรงหมอและที่พักให้กับนาง นางวาดรูปแบบที่้าให้กับช่างไม้พร้อมกับอธิบายไปด้วย
“ข้าจะทำให้เสร็จภายในสามวันขอรับ ส่วนที่พักนั้นแค่สองวันก็เสร็จแล้วขอรับ” นายช่างบอกก่อนจะรับเงินมาครึ่งหนึ่งเพื่อเอาไปซื้ออุปกรณ์มาทำของเพิ่ม
“ท่านตาคงหิวแย่แล้ว” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกพลางยิ้มนิดๆ
“ก็นิดหน่อย จริงสิข้ามีเื่จะบอกพอดีหลานชายของข้าบอกว่าอีกสองวันจะมารับข้ากลับแล้ว เลยอยากจะขอบคุณเ้าเื่ที่รักษาข้าแล้วก็เื่ที่ดูแลข้าด้วย” ชายชราบอกพลางทำหน้าคิดหนักไปด้วย
“ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ ข้าเป็หมอมันคือหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว อีกอย่างท่านตาก็จ่ายเงินข้าด้วยท่านไม่ได้ให้ข้ารักษาฟรีๆ เสียเมื่อไร” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกเพราะยังไงนางก็ไม่มีทางที่จะไปพบกับหลานชายของชายชราผู้นี้แน่
เพราะเหตุการณ์บางอย่างมันชวนให้นางคิดว่าชายชราคนนี้คิดจะแนะนำหลานชายของตัวเองเหมือนกับคนอื่นๆ ที่แนะนำลูกหลานของตัวเองให้นางรู้จัก