ตอนที่17 ปิดดีล
หลงปิงดื่มน้ำและเช็ดปากเสร็จเรียบร้อยก่อนกวาดตามองผู้คนในโต๊ะอาหารแล้วกล่าวถึงผลลัพธ์อันรับรู้มาจากองครักษ์ว่า
“แม่ครัวช่างเหิมเกริมเสียจริงนะครับผมให้องครักษ์จัดการไปแล้ว คิดจะใช้พิษดอกวิสทีเรียกับผมก็คงต้องโดนโทษหนักหน่อยไว้ผมจะหาแม่ครัวคนใหม่เอง อ้อ!ไม่ต้องแจ้งความหรอกนะครับ องครักษ์จัดเตรียมหลักฐานไว้พร้อมแล้วผมจะจัดการที่เหลือให้เอง”
คุณชายสามพยักหน้าส่งสัญญาณให้เหลียงเกอมาพาออกไปจากห้องรับประทานอาหารหลังจากกล่าวถึงแผนการของตนให้ทุกคนรับรู้เสร็จสิ้นเขารู้ดีว่าจะไม่มีใครกล้าต่อรองอะไรออกมาเพราะในสถานการณ์ตอนนี้ตนเป็ต่อทั้งยังเจตนากล่าวถึงข้อมูลอันสำคัญของแม่ครัว โดยเป็เปิดหน้าชนเพื่อกระตุ้นให้ฝั่งอาเปิดเผยความลับหรือความชั่วทั้งหลายออกมา
สมาชิกตระกูลหลงต่างไม่มีใครกล้ากล่าวอะไรออกมาขณะหลงปิงกำลังนั่งรถเข็นออกไปจากห้องอาหารบรรยากาศโดยรวมยังคงตึงเครียดเพราะเป็เหตุร้ายแรงต่อชายหนุ่มทั้งยังเป็เจตนาฆาตกรรมจากแม่ครัวผู้ทำงานอยู่กับตระกูลหลงมานานหลายปีด้วย
พอร่างหลงปิงพ้นห้องอาหารออกไปแล้วหลายคนถอนหายใจออกมาเสียงดังด้วยความรู้สึกหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือหลงฟางจิง เธอรับรู้ความผิดปกติภายในห้องอาหารั้แ่ไช่อิงกล่าวท้วงเื่ถ้วยแบ่งออกมาพลางรู้สึกประหลาดใจต่อท่าทีของสะใภ้สามเป็อย่างยิ่ง จึงรีบรับประทานอาหารอย่างรวดเร็วด้วยความอึดอัดใจ
ครั้นเห็นว่าหลงปิงออกไปแล้วหลงฟางจิงบอกกับทุกคนแล้วลุกเดินออกไปจากห้องอาหารทันทีโดยไม่รอคำอนุญาตจากใครทั้งสิ้นว่า
“หนูไปทำงานก่อนนะคะ”
บรรดาแม่ครัวและคนรับใช้ยังคงยืนก้มหน้าเรียงรายอยู่ชิดผนังห้องอาหารโดยไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาเก็บถ้วยชามตามปกติสักคนเพราะมื้อนี้มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นหลายคนรับรู้ถึงการประกาศาระหว่างผู้คนในตระกูลหลงแล้วด้วยเหตุอันร้ายแรงที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้
หลงลู่เอินฟางอิ่ง ลูกชายและสะใภ้คนโตต่างหันขวับจ้องมองไช่อิงด้วยสายตามีความหมาย ทุกคนไม่พอใจในท่าทีเปลี่ยนไปของสะใภ้สามเพราะแต่เดิมเธอเป็คนโง่หัวอ่อนไม่เคยกล้าต่อปากต่อคำสักครั้งขณะที่เวลานี้กลับพูดแย้งขึ้นมาโดยไม่เกรงกลัวพวกตนสักนิดทำให้ทุกคนต่างรู้สึกไม่พอใจและเกลียดชังสะใภ้สามเป็อย่างยิ่ง
ทันใดนั้นหลงลู่เอินสั่งการให้ไช่อิงไปพบที่ห้องทำงานก่อนออกไปจากห้องอาหารด้วยเสียงดังอย่างไม่พอใจถึงขีดสุดว่า
“ไช่อิง! ไปพบฉันที่ห้องทำงาน.....เดี๋ยวนี้!”
โม่เจียอีหันหน้ามาเยาะเย้ยต่อผลลัพธ์การทำตัวช่วยเหลือสามีของไช่อิงด้วยความสะใจโดยไม่คิดแยกแยะชั่วดีว่า
“แกเตรียมตัวเก็บของออกไปจากบ้านนี้ได้เลยปากพล่อยดีนัก.....สมน้ำหน้า!”
ฟางอิ่งจ้องมองไช่อิงด้วยสายตาโกรธแค้นเช่นกันพลางเค้นเสียงพูดกับสะใภ้สามอย่างมีเลศนัยว่า
“นังไช่อิง! แกลืมสัญญาที่ให้ไว้กับฉันแล้วเหรอพ่อแกได้ตกงานแน่ ไม่มีใครจะช่วยแกได้อีกแล้ว”
ฟางอิ่งลุกขึ้นเดินไปประคองสามีที่มีท่าทางห่อเหี่ยวกะทันหันโดยพากันเดินตรงไปยังทิศทางขึ้นสู่บันไดชั้นบนซึ่งไม่มีการดื่มกาแฟเป็รายการสุดท้ายเหมือนเช่นเคย
“ในเมื่ออยู่ไม่เป็ก็ไม่ควรอยู่อีกต่อไป ยังมีผู้หญิงอีกมากที่อยากเป็สะใภ้สาม”
หลงลู่หลิงเช็ดปากแล้วจ้องมองไช่อิงพร้อมกล่าวบางอย่างออกมาโดยมีแววตาเยาะเย้ยแฝงความสมเพชเวทนาหญิงสาวในที เขาลุกจากโต๊ะอาหารพร้อมภรรยาจากนั้นทั้งสองคนจ้องมองไช่อิงให้เจ็บช้ำใจอีกครั้งก่อนเดินควงแขนจากไปพร้อมกัน
เวลานี้เหล่าคนรับใช้และแม่ครัวต่างเงยหน้าขึ้นมาเพราะคิดว่าเ้านายเดินออกไปจากห้องอาหารกันหมดแล้วทุกคนกำลังจะเดินเข้ามาเก็บอุปกรณ์การรับประทานอาหารออกไปทำความสะอาด ทุกสายตาพลันเหลือบเห็นไช่อิงลุกขึ้นยืนแล้วยักไหล่ด้วยท่าทีผ่อนคลายซึ่งแตกต่างจากบรรยากาศตึงเครียดอย่างสิ้นเชิง
สะใภ้สามกำลังจะเดินออกไปจากห้องอาหารพลันได้ยินเสียงพูดมาจากหลงมู่ตานโดยเธอไม่จำเป็ต้องหันหลังกลับมามองว่า
“ทนได้ก็ทนทนไม่ได้ก็ต้องทนนะคะ คิดเสียว่าทำเพื่อคุณชายสาม”
สะใภ้สามชะงักฝีเท้าครู่หนึ่งก่อนยิ้มมุมปากอย่างเข้าใจ เธอตระหนักทันทีได้ว่าหัวหน้าแม่ครัวและคนรับใช้อีกหลายคนน่าจะเป็คนของสามีแน่นอนซึ่งเป็ความเชื่อมั่นจากสัญชาตญาณ พลางรู้สึกดีที่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในบ้านหลังใหญ่
หญิงสาวไม่ได้กล่าวคำใดออกมาอีกแต่เธอเดินตรงขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ซึ่งมีห้องทำงานของหลงลู่เอินอยู่ตรงกลางคฤหาสน์พอดีพลางเคาะหน้าประตูห้องอย่างมีมารยาทก่อนเปิดเข้าไป
ไช่อิงเปิดประตูเข้าไปอยู่ในห้องทำงานแล้วยืนนิ่งครู่หนึ่งพลางกวาดตาสำรวจภายในห้องอย่างรวดเร็วแล้วพบสิ่งผิดปกติบางอย่างจึงระมัดระวังตัวให้มากกว่าปกติเธอพบว่าหลงลู่เอินนั่งไขว่ห้างรออยู่บนโซฟาในตำแหน่งประธานขณะกำลังจ้องมองตนอยู่ ส่วนฟางอิ่งยืนอยู่ใกล้กับตนเองมากที่สุด
ทันใดนั้นสะใภ้สามเอี้ยวตัวหลบฝ่ามือพิฆาตจากฟางอิ่งที่พุ่งเข้าใส่ใบหน้าเธออย่างไม่ให้สุ้มเสียงใดมาก่อนได้ทันเฉียดฉิวแล้วหันหน้าจ้องมองอาสะใภ้ของสามีพลางกำหมัดแน่นทั้งสองข้าง เธอพร้อมต่อสู้โดยไม่ยินยอมเป็ฝ่ายถูกกระทำเพียงข้างเดียว
ฟางอิ่งพลาดโอกาสตบหน้าสั่งสอนหญิงสาวผู้เป็สะใภ้หลานชายตัวดีเธอกรีดร้องเสียงดังลั่นด้วยความโกรธแค้นพลางตั้งท่าจะพุ่งตัวเข้าใส่ไช่อิงอีกครั้ง แต่ถูกสามีปราดเข้ามาดึงตัวห้ามปรามไว้ก่อนว่า
“หยุด! ทำร้ายเธอไปเดี๋ยวก็เป็เื่อีกตอนนี้เสี่ยวปิงให้ท้ายแม่นี่เป็พิเศษ คุณใจเย็นก่อนสิ อย่าให้เสียงานใหญ่เลยน่ามานั่งก่อน.....เร็วเข้า!.....ค่อยๆ พูดกันดี ๆ ก็ได้”
หลงลู่เอินจับแขนภรรยาทั้งสองข้างไว้แน่นแล้วดึงตัวให้มานั่งบนโซฟาตัวใหญ่ด้วยกันแทนโซฟาในตำแหน่งประธานเหมือนเดิมพลางชี้นิ้วสั่งให้ไช่อิ่งนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ฝั่งตรงข้ามตนกับภรรยา
ไช่อิงยินยอมเดินไปนั่งลงแต่โดยดีเพราะอยากรู้ว่าสองสามีภรรยาจะว่ากล่าวสิ่งใดกับตนพลางคาดเดาว่าเวลานี้ตนอาจเป็ต่อสำหรับการเข้าถึงสามีโดยทั้งคู่ยังคิดว่าตนเป็ตัวหมากที่มีค่าอยู่จึงไม่กล้าทำอะไรผลีผลามหรือรุนแรงกับตน ทว่าเลือกเจรจาอย่างมีเหตุผลแทน
“มีอะไรเหรอคะ”สะใภ้สามเดินไปนั่งลงแล้วสบตาสองสามีภรรยาอย่างไม่หวาดเกรง พลางถามด้วยความอยากรู้
“ถามได้!.....ว่ามีอะไร?!หล่อนอยู่ที่นี่มาสามเดือนแล้ว แต่ยังเข้าหาเสี่ยวปิงไม่ได้เลยใช่ไหมหน้าที่หล่อนคือต้องเข้าหาและนอนกับเขาให้ได้ หล่อนต้องตั้งท้องภายในสองเดือนนี้นี่คือคำสั่ง! จำใส่กะโหลกไว้ด้วย!!!”
ฟางอิ่งตอบแทนสามีด้วยความโมโหอย่างถึงขีดสุดเธอพยายามสะกดกลั้นความโกรธแค้นไว้ต่อการที่หญิงสาวขัดขวางแผนการสำคัญของตนทั้งต้องเชื่อฟังสามีเพราะไม่อยากให้แผนการใหญ่ผิดพลาดจึงเปิดโอกาสให้กับไช่อิงอีกครั้ง
อนึ่งคุณนายใหญ่แห่งตระกูลหลงรู้ดีว่าการจะหาหญิงสาวเข้ามาสร้างความไว้วางใจให้กับหลานชายได้เป็เื่ยากเย็นแสนเข็ญเพราะหลงปิงไม่ไว้ใจใครสักคนในตระกูลหลง ยกเว้นสององครักษ์ที่พวกตนไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้
ฟางอิ่งและสามีเคยให้องครักษ์ฝ่ายตนสืบประวัติของสององครักษ์มาก่อนกลับพบว่าทั้งคู่เป็เด็กกำพร้าแล้วถูกส่งมารับใช้หลงปิงจากบุคคลปริศนาั้แ่หลานชายอายุได้เพียงสิบสองปีซึ่งเป็่เวลาเดียวกับตนส่งลูกชายสองคนไปเรียนต่อต่างประเทศทำให้หมดโอกาสเข้าควบคุมสององครักษ์ั้แ่นั้นเป็ต้นมา
ประการสำคัญสองปีมานี้ฟางอิ่งและสามียังตระหนักได้ว่าองครักษ์ทุกคนภายในบ้านได้กลายเป็คนของหลงปิงไปทั้งหมดทำให้ไม่สามารถเรียกใช้สอยให้ทำงานพิเศษภายในหรือภายนอกคฤหาสน์ได้สะดวกนักยกเว้นจะต้องจ้างคนภายนอกให้ทำงานบางอย่างแทน
คุณนายแห่งตระกูลหลงไม่พอใจไช่อิงเป็อย่างมากเพราะพบว่าพฤติกรรมเปลี่ยนไปทั้งยังกล้าโต้เถียงพวกตนซึ่งไม่ใช่พฤติกรรมเดิมของสะใภ้คนเก่าที่ตนควบคุมมาได้ถึงสามเดือนเธอทั้งสงสัยและอยากรู้การเปลี่ยนแปลงของสะใภ้สามยิ่งนักจึงสั่งให้ลูกน้องตระกูลฟางช่วยสืบประวัติอยู่ทว่าเวลานี้เธอไม่สามารถอดกลั้นความเกลียดชังไช่อิงได้จึงอยากลงโทษหญิงสาวตรงหน้าก่อน
ไช่อิงหรี่ตามองสองสามีภรรยาทั้งการชี้นิ้วด่าตนของฟางอิ่งด้วยความสนใจเธอไม่คิดเสียเวลากล่าวโต้ตอบอย่างโง่เขลาแต่สนใจในกำหนดเงื่อนเวลาจากอีกฝ่ายเพราะเป็เงื่อนไขรับรู้มาั้แ่แรกจากร่างเก่าจึงสอบถามเผื่อรับรู้ข้อมูลลับเพิ่มเติมว่า
“เอ! ตอนนี้คุณสามีก็กำลังใจดีกับฉันอยู่แต่ถ้าพวกคุณบอกเหตุผลเร้าใจกว่านี้ว่าทำไมฉันต้องตั้งครรภ์เร็ว.....ก็น่าจะดีนะคะ เวลาคนเราจะทำอะไรสักอย่างถ้าแรงจูงใจไม่มากพอ บางทีมันก็เหนื่อยและท้อเอาได้นะคะ”
หญิงสาวลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่รับรู้ต่อความโกรธแค้นจากสองสามีภรรยาเวลานี้เธอมั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าทั้งคู่สมรู้ร่วมคิดกันในบางเื่ซึ่งเธอยังไม่รู้คำตอบแต่คิดจะสืบค้นให้ถึงที่สุดทว่าเธอแปลกใจที่ทั้งคู่ไม่ได้กล่าวถึงเื่การใช้พิษดอกวิสทีเรียสักนิดคล้ายกับว่าเจตนาฆาตกรรมสามีเป็เื่ของแม่ครัวเพียงคนเดียวเท่านั้น
“แก!!!”
ฟางอิ่งเตรียมผุดลุกขึ้นโน้มตัวไปกระชากไช่อิงมาจากฝั่งตรงข้ามด้วยความโมโหเธอไม่คาดคิดว่าหญิงสาวหัวอ่อนในวันวานจะกล้าปะทะฝีปากกับตนในวันนี้ทั้งยังลอยหน้าลอยตาตอบจนรู้สึกหมั่นไส้อยากตบสั่งสอนยิ่งนัก
หลงลู่เอินรีบคว้าแขนภรรยาไว้อย่างรวดเร็วเขาเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความโมโหต่อไช่อิงเช่นกันทว่าจำต้องรักษากิริยาไว้เพื่อไม่ทำให้ตัวหมากสำคัญต้องรู้ตัวแล้วย้ายข้างไปช่วยเหลือหลานชายแทนจึงตอบหญิงสาวด้วยท่าทีสงบนิ่งว่า
“เอาละ.....ฉันเข้าใจแล้วเอาเป็ว่าฉันจะให้เงินรางวัลถ้าทำสำเร็จสักหนึ่งล้านเป็ไงมันเป็เงินมากเกินกว่าที่เธอจะหาได้ทั้งชีวิตด้วยซ้ำไปไม่มีใครใจดีให้เงินเธอได้มากขนาดนี้หรอกนะ”
“สิบล้านค่ะแค่วันนี้ฉันไปชอปปิงไม่กี่ชั่วโมงสามียังใจดีให้เงินฉันไปซื้อของตั้งห้าล้านเชียวนะคะ ประธานหลงจะขี้เหนียวกว่าสามีฉันได้ไงปิดดีลที่สิบล้านค่ะ ไม่งั้นไม่เจรจาด้วย อ้อ!จะไล่พ่อฉันออกจากงานก็ได้นะคะ ถ้าพวกคุณหาคนใหม่ได้ดีกว่าฉัน.....บายค่ะ”
ไช่อิงกล่าวเสร็จแล้วลุกขึ้นยืนโดยไม่สนใจท่าทีใของสองสามีภรรยาเธอเดินไปเปิดประตูห้องทำงานแล้วออกไปโดยทิ้งะเิเม็ดเงินจำนวนสิบล้านไว้ พลางมั่นใจว่าทั้งคู่ไม่กล้าไล่พ่อออกจากงานแน่นอนทั้งนึกสงสัยต่อท่าทีของ
เหล่าองครักษ์ในคฤหาสน์ตระกูลหลงเป็อย่างยิ่ง
เอ!สรุปแล้วพวกองครักษ์อยู่ฝ่ายสามีฉันหมดเลยใช่ไหมถึงไม่มีใครมาช่วยสองผัวเมียนั่นเลย จะว่าเป็การคุยความลับระหว่างพวกเขากับฉันแล้วไม่ให้องครักษ์เข้ามายุ่งด้วยแต่ทำไมในห้องถึงมีกล้องสอดแนมตัวจิ๋วเหมือนอยู่หน้าคฤหาสน์เลยล่ะ น่าสนใจเสียจริง!
หญิงสาวครุ่นคิดถึงความผิดปกติในห้องทำงานของสองสามีภรรยาโดยก่อนหน้าเธอหยุดยืนนิ่งครู่หนึ่งแต่ไม่ได้หันหน้าไปมองตำแหน่งติดตั้งกล้องสอดแนมเพราะคิดว่าไม่จำเป็จึงอาศัยเพียงสัญชาตญาณร่วมกับพลังจิตที่เพิ่งฝึกฝนได้เล็กน้อยตรวจสอบแทนพลางมั่นใจว่าแจกันดอกไม้ประดิษฐ์ในห้องทำงานของหลงลู่เอินมีกล้องสอดแนมอยู่แน่นอน
สะใภ้สามปิดดีลโดยไม่ได้สนใจเงินสิบล้านหยวนมากไปกว่าความลับเกี่ยวกับการตั้งครรภ์กับสามีพลางตั้งมั่นในการสืบค้นความลับของตระกูลหลงให้มากขึ้นทั้งจากโลกอินเทอร์เน็ตและสอบถามผู้คน
เธอจงใจปิดดีลข้อตกลงเพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าตนเป็คนโลภเงินอยู่แล้วกลับห้องพักเพื่อไปอาบน้ำให้สบายตัว โดยไม่ได้สนใจเหตุการณ์วุ่นวายก่อนหน้าอีกเพราะมั่นใจว่าสามีและสององครักษ์คงจัดการได้เรียบร้อย
ระหว่างอาบน้ำอยู่นั้นเธอพึมพำเป็ระยะด้วยความสงสัยต่อเหตุการณ์หลายอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นเพราะมีความขัดแย้งถึงพฤติกรรมของผู้คนจนอดรู้สึกสงสัยทุกคนไม่ได้ว่า
“เอ!สรุปว่าการวางยาพิษดอกวิสทีเรีย เป็ความแค้นของแม่ครัวคนเดียวเหรอดูท่าทางสองผัวเมียนั่นก็เหมือนไม่รู้เห็นอะไรด้วยถ้าสองคนนั่นหรือคนใดคนหนึ่งเป็คนบงการ ก็น่าจะมีหลุดแสดงอะไรออกมาบ้างสิแปลกจริง ๆ เลย”
“หลงฟางจิงแยกตัวไปทำงานต่อทั้งที่มีเื่ร้ายแรงขนาดนี้ เธอสงบและดูใจเย็นเกินไป นี่ก็ดูแปลกอีกคน”
“หลงลู่หลิงกับเมียก็แปลกเห็นชัด ๆ ว่าไม่ชอบสามี แต่ไม่แสดงอะไรออกมาโต้ง ๆ ปล่อยให้แม่แสดงคนเดียวปวดหัวซะจริง!”