ขณะนี้ที่เมืองซู มีผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างหยุดยืนอยู่หน้าโทรทัศน์หรือเฝ้าดูห้องไลฟ์สดทางอินเทอร์เน็ต
ตอนแรกผู้คนต่างพากันอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตื่นจากสภาวะตกตะลึงแล้วรีบส่งข้อความแชทกันอย่างรวดเร็ว
[คอมเมนต์ : สุดยอด…]
[คอมเมนต์ : ที่เขาพูดมันก็ถูก เพราะระหว่างฝาแฝดมีความสัมพันธ์ลึกลับบางอย่างที่ไม่มีใครรู้!]
[คอมเมนต์ : ก่อนหน้านี้ฉันยังนึกว่าพ่อหนุ่มคนนี้พูดจาเลอะเทอะ เมื่อก่อนฉันไม่เข้าใจหรอกว่าฟิสิกส์มหภาคหรือฟิสิกส์จุลภาคคืออะไร จนกระทั่งเขาอธิบายเื่ฝาแฝดให้ฟัง ตาแก่อย่างฉันถึงเพิ่งจะเข้าใจแจ่มแจ้ง]
[คอมเมนต์: พิธีกรคนนี้มีฝีมือดีแฮะ ฉันเพิ่งรู้เป็ครั้งแรกว่าปฏิกิริยาร่วมของฝาแฝดสามารถเชื่อมโยงกับกลศาสตร์ควอนตัมได้ เื่นี้ฉันโต้แย้งไม่ได้จริง ๆ เพราะฉันเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยนะ!]
การบรรยายของเจียงเจ๋อนั้นเข้าใจง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็ชาย หญิง เด็ก หรือผู้สูงอายุต่างก็สามารถเข้าใจเหตุผลในนั้นได้
สิ่งนี้ทำให้ความสามารถของเจียงเจ๋อได้ฉายแสงอีกครั้ง เหล่าผู้เข้าสัมภาษณ์ที่ก่อนหน้านี้ยังคงขุ่นเคืองใจในตัวเจียงเจ๋อ ในตอนนี้ต่างพากันเงียบกริบและหันกลับมาทบทวนตัวเอง
หากวัดกันที่วุฒิการศึกษาหรือประสบการณ์ พวกเขาล้วนเหนือกว่านักศึกษามหาวิทยาลัยสื่อสารมวลชนเมืองซูทั่วไปมาก บางคนถึงขั้นเรียนจบจากต่างประเทศ ทว่าความทระนงตนที่พวกเขามีค่อย ๆ เลือนหายไป หลังจากที่เจียงเจ๋อแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา
"หมอนี่ทำเอาคนที่ไม่ยอมแพ้ใครอย่างฉันเริ่มจะยอมให้แล้วแฮะ"
"ฉันนึกว่ามีแค่ฉันคนเดียวที่เริ่มยอมรับเขา ไม่นึกเลยว่าทุกคนจะเป็แบบนี้เหมือนกัน?"
"หึ... เขาแค่จับจุดที่ผู้คนไม่รู้นั่นแหละ ถ้าให้เวลาฉันสักหน่อย ให้ฉันได้อ่านกลศาสตร์ควอนตัมเพิ่มอีกนิด ฉันก็คงคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างโทรจิตของฝาแฝดกับกลศาสตร์ควอนตัมได้เหมือนกัน"
"พอเลย ๆ เื่นี้เราแพ้แล้ว อย่ามัวแต่ไม่ยอมรับข้อดีของคนอื่นเลย"
"ไม่สิ! โจทย์ยากข้อต่อไปของเขาไม่ใช่เื่นี้ แต่คือการทำให้หลานชายในสถานะปัจจุบันฆ่าปู่ในห้วงเวลาอดีตได้อย่างไร นี่ต่างหากคือโจทย์ที่ยากที่สุดในครั้งนี้"
"ฉันสังหรณ์ใจว่าขอเพียงเขาแก้ปัญหานี้ได้ ก็คงไม่ไกลจากการไขปริศนาแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ แล้ว"
"..."
ภายในห้องประชุมผู้บริหาร
เหล่าพิธีกรทั้งเหล่าจ้าว เหล่าหวัง และคนอื่น ๆ ต่างมีสีหน้าตกตะลึงและจมดิ่งอยู่กับเื่ความเป็เอกภาพของฝาแฝด ลำพังแค่ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงพวกเขาก็เคยเห็นมากับตา
ใครจะไปคิดว่าแิของเจียงเจ๋อจะแปลกใหม่ขนาดนี้ แถมยังหาจุดโต้แย้งไม่ได้เลย
เหล่าจ้าวซึ่งเป็หัวหน้าสถานีรู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก เขาหันไปมองหวังกั๋วเซิ่งด้วยความตื่นเต้น "นายดูเหมือนจะคว้าสมบัติล้ำค่าได้จริง ๆ แล้วนะ"
หวังกั๋วเซิ่งไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กำลังลังเล "ไม่สิ จะเป็สมบัติหรือเป็ก้อนหินยังไม่แน่ชัด เพราะมันไม่มีวิธีที่จะใช้การพัวพันเชิงควอนตัมมาอธิบายการที่หลานชายในสถานะปัจจุบันชักนำปู่ในห้วงเวลาอดีตได้เลย"
"เื่นี้... ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องกังวล ดูต่อไปเถอะว่าเจียงเจ๋อจะแก้ปัญหานี้ยังไง"
โดยไม่รู้ตัวเหล่าผู้บริหารและพิธีกรที่นี่ต่างตกอยู่ในสภาวะลังเลและสงสัยอีกครั้ง
ความจริงในขณะนี้ เหล่าหวังผู้รับผิดชอบการตรวจสอบเรตติ้งต้องตกตะลึงกับจำนวนผู้ชมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้มีแปดหมื่นคน แต่ตอนนี้กลับเพิ่มขึ้นอย่างประหลาดจนถึงสองแสนคนแล้ว
เขารู้สึกกระวนกระวายใจมาก หากไม่ใช่เพราะไม่สามารถละทิ้งหน้าที่นี้ได้ เขาคงอยากจะพุ่งตัวเข้าไปในสตูดิโอเพื่อฟังการดำเนินรายการของเจียงเจ๋อด้วยตัวเองทันที
"เ้าหนูนี่ทำอะไรลงไปกันแน่ เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงยอดผู้ชมออนไลน์กลับพุ่งสูงลิ่วจนน่าเหลือเชื่อ นี่มันไม่ใช่ระดับที่คนทั่วไปทำไม่ได้ขนาดนี้?"
...
ในขณะนี้ภายในสตูดิโอ การบรรยายของเจียงเจ๋อยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ
"บางทีบางคนอาจจะไม่สามารถััถึงความเป็เอกภาพของฝาแฝดได้ แต่ผมยังมีตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนกว่านั้น ซึ่งเป็ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันนั่นคือความผูกพันระหว่างแม่กับลูก"
"ที่เมืองหยางเฉิงเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีพนักงานออฟฟิศหญิงคนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากประสบอุบัติเหตุพลาดตกบันไดระหว่างทางไปทำงาน แรงกระแทกจากการตกครั้งนั้นเกือบทำให้ก้านสมองส่วนหลังของเธอแตก ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง นั่นหมายถึงความตายในทันที"
"เพื่อนสนิทที่รับหน้าที่พาสาวออฟฟิศมาส่งโรงพยาบาล จู่ ๆ ก็ได้รับสายเรียกเข้าจากมือถือของสาวออฟฟิศคนนั้น พอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็แม่ของสาวออฟฟิศคนนั้น"
"เมื่อรับสายคุณแม่ที่อยู่อีกฝั่งไม่ได้ถามอะไรเลย แต่กลับโพล่งถามเพื่อนสนิทของลูกสาวทันทีว่าลูกสาวเกิดอะไรขึ้น คุณแม่บอกว่าเธอรู้สึกหนังตากระตุกอย่างรุนแรงใจคอไม่ดีและกังวลมาก ด้วยความจนใจ เพื่อนร่วมงานจึงเล่าความจริง หลังจากปลอบคุณแม่อยู่พักใหญ่จึงวางสายไป"
เมื่อเล่าถึงตรงนี้ สีหน้าของเจียงเจ๋อก็ดูจริงจังขึ้น "คำเรียกทั่วไปคือ 'แม่ลูกใจตรงกัน' หากเรียกแบบวิชาการหน่อยคือ 'โทรจิต' และถ้าวิชาการกว่านั้นก็คือ 'การพัวพันเชิงควอนตัม'"
"ทำไมถึงเกิดโทรจิต? ก็เพราะว่า ฝาแฝด แม่กับลูกสาว หรือแม่กับลูกชาย ข้อมูล DNA ภายในร่างกายของพวกเขามีความสอดคล้องกันอย่างสูง และในชั่วขณะหนึ่งมันได้สอดคล้องกับ 'การพัวพันเชิงควอนตัม' แล้วมันคือข้อมูลอะไรกันล่ะ?"
ในฐานะผู้ที่มีระดับความรู้เทียบเท่าศาสตราจารย์ แม้เจียงเจ๋อจะไม่ได้สอนชีววิทยาแต่เขาก็มีความรู้ด้านนี้อยู่บ้าง "รากเหง้าของความผูกพันระหว่างแม่ลูกหรือฝาแฝด โดยเนื้อแท้แล้วคือภาวะไมโครคิเมริซึม"
"ภาวะไมโครคิเมริซึมคืออะไร… ไมโครคิเมริซึมเกิดจากการที่เซลล์จำนวนเล็กน้อยของบุคคลหนึ่งเคลื่อนย้ายไปยังร่างกายของอีกบุคคลหนึ่งเช่น แม่ไปสู่ลูก แฝดพี่ไปสู่แฝดน้อง แม่ลูกและฝาแฝด เดิมทีพวกเขาเคยอยู่ในร่างกายเดียวกัน และมีความเป็ไมโครคิเมริซึมระหว่างกันและกัน"
"เื่นี้อาจจะดูซับซ้อนไปสักหน่อย ท่านผู้ชมทางบ้านทุกท่าน ขอเพียงทราบว่าไม่ว่าจะเป็แม่ลูกหรือฝาแฝด เดิมทีคือหนึ่งเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับสถานะก่อนเกิดการพัวพันเชิงควอนตัมอย่างสมบูรณ์แบบ!"
"ถ้าจะให้อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นไปอีก คุณแม่คืออนุภาคใหญ่ ลูกคืออนุภาคเล็ก ฝาแฝดคนพี่คืออนุภาคใหญ่ ฝาแฝดคนน้องคืออนุภาคเล็ก เมื่ออนุภาคเล็กตกอยู่ในอันตรายในชั่วขณะหนึ่ง อนุภาคเล็กจะหมุนตัวเพื่อแสดงว่ามันเผชิญกับอันตราย ดังนั้นคุณแม่หรือฝาแฝดคนพี่ที่อยู่ห่างไกลกันคนละที่ก็จะััได้ในเวลาเดียวกัน"
"ดังนั้นตัวอย่างมากมายในชีวิตจริง ล้วนพิสูจน์ถึงฟิสิกส์จุลภาค นั่นคือการมีอยู่ของ 'การพัวพันเชิงควอนตัม' เพราะท้ายที่สุดแล้วมนุษย์เราก็คือปัจเจกที่ประกอบขึ้นจากอนุภาคจำนวนนับไม่ถ้วน"
หลังจากคำอธิบายที่เข้าใจง่ายเช่นนี้ ผู้คนที่เข้าใจก็ยิ่งมีมากขึ้น เมื่อเข้าใจความหมายในคำพูดของเจียงเจ๋อ ประชาชนทั่วไปจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเริ่มตระหนักถึงความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์
[คอมเมนต์ : บ้าเอ๊ย! เมื่อก่อนฉันไม่เคยเชื่อเื่การพัวพันเชิงควอนตัมอะไรนั่นเลย แต่หมอนี่กลับยกตัวอย่างได้เห็นภาพชัดเจนขนาดนี้ แถมยังเป็เื่ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน ให้ตายเถอะ ฉันต้องเชื่อแล้วล่ะ!]
[คอมเมนต์: พี่ชายคนนี้พูดดีมาก ฉันที่เป็ลูกพี่ในวงการนักเลง ไม่พูดเกินจริงเลยว่าฉันจบแค่ประถม แต่ตอนนี้ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้วว่าการพัวพันเชิงควอนตัมคืออะไร]
[คอมเมนต์: ฉันรู้สึกว่าการดูการดำเนินรายการของสหายคนนี้ แม้แต่คนที่จบมัธยมอย่างฉันก็ได้รับความรู้มากมายที่หาไม่ได้ในชีวิตจริง ยอดเยี่ยมจริง ๆ !]
[คอมเมนต์: มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่สงสัยว่าระหว่างพ่อลูกไม่มีโทรจิตเหรอ?]
[คอมเมนต์: ไม่ต้องให้คุณพูดหรอก ฉันเป็นักศึกษาปริญญาโทด้านชีววิทยา ฉันบอกคุณได้เลยว่าโทรจิตระหว่างพ่อลูกนั้นต่ำจนน่าใ ส่วนโอกาสระหว่างแม่ลูกและฝาแฝดนั้นสูงจนน่าใ!]
[คอมเมนต์: ทำไม ทำไม]
[คอมเมนต์: ไม่มีทำไมหรอก เพราะโดยเนื้อแท้แล้วพ่อกับลูกไม่ได้เป็หนึ่งเดียวกัน มีเพียงแม่กับลูกเท่านั้นที่เป็หนึ่งเดียวกันไงล่ะ]
[คอมเมนต์: ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง ได้ความรู้เลย!]
เมื่อเจียงเจ๋อยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจน ประชาชนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาดูทั้งในรายการทางโทรทัศน์และห้องไลฟ์สด
เหล่าหวังผู้รับผิดชอบหลังบ้านมีสีหน้าตื่นตระหนกอย่างมาก เขามองดูจำนวนผู้ชมสถานีโทรทัศน์ที่พุ่งทะยานในจอมอนิเตอร์ ซึ่งตอนนี้แตะระดับ 2 แสน 5 หมื่นคนแล้ว
เขาเริ่มรู้สึกมึนงง อยากฟังการดำเนินรายการใจจะขาดแต่ก็ทิ้งหน้าที่ไม่ได้!
ไม่นานนัก ข้อความแชทบนอินเทอร์เน็ตก็ถูกเ้าหน้าที่หลังบ้านรายงานให้เจียงเจ๋อทราบ เมื่อเจียงเจ๋อได้ยินดังนั้นก็เพียงแต่ยิ้มบาง ๆ
จริง ๆ แล้วเขาไม่จำเป็ต้องให้หลังบ้านรายงานหรอก นั่นเพราะเสียงแจ้งเตือนเบา ๆ จากระบบที่ดังขึ้นข้างหูอย่างต่อเนื่อง ได้บ่งบอกชัดเจนว่ายอดผู้เข้าชมกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
...
ในขณะนี้ภายในห้องประชุม เหล่าจ้าวรู้สึกหนาวสั่นเมื่อก้มลงมองก็พบว่าขนลุกไปทั้งตัว เขาฉุกคิดขึ้นมาว่าหรือนี่จะเป็การพัวพันเชิงควอนตัมที่เจียงเจ๋อพูดถึงกันนะ หรือว่าลูกชายของเขาจะเกิดอุบัติเหตุ?
ดังนั้นเขาจึงโทรศัพท์หาลูกชายด้วยความหวาดหวั่น "เ้าลูกบ้า! ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน! อยู่โรงพยาบาลหรือเปล่า แล้วาเ็ตรงไหนไหม?"
ปลายสายส่งเสียงชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความมึนงงกลับมา "พ่อ… พูดเื่อะไรครับ ผมกำลังคุยสัญญาอยู่กับลูกค้า!"
"ดึกดื่นป่านนี้คุยสัญญาอะไรกัน?"
ปลายสายตอบกลับมาอย่างเก้อเขิน "คือมีเศรษฐินีอยากเซ็นสัญญาข้อตกลงใหญ่กับผม คืนนี้ผมเลยต้องอยู่เป็เพื่อน..."
"ถุย ๆ ๆ แกมันคนต่ำตม!" เหล่าจ้าวมีสีหน้าไม่พอใจแล้วรีบวางสายทันที
เขาพูดอย่างเซ็ง ๆ ว่า "ไม่แม่นเลยสักนิด ขนลุกแล้วลูกชายจะเกิดอุบัติเหตุอะไรกัน สิ่งที่เจียงเจ๋อพูดไม่ใช่แบบนี้สักหน่อย!"
เมื่อเห็นดังนั้นหวังกั๋วเซิ่งผู้รับผิดชอบแผนกกระจายเสียงมุมปากก็กระตุก เขาชี้นิ้วไปที่เครื่องปรับอากาศที่อยู่ข้างหลังเหล่าจ้าว "เป็ไปได้ไหมว่าก่อนหน้านี้คุณบ่นว่าร้อน ก็เลยเปิดเครื่องปรับอากาศแล้วลืมปิด มันเลยทำให้ขนลุก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเสี่ยวเจียงแม้แต่นิดเดียว?"
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของเหล่าจ้าวก็ยิ่งดำคล้ำลง ด้านเซียวสืออี หวังหลิน และเหล่าพิธีกรคนอื่น ๆ อดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะ
ความจริงสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วเมืองซู แม้จะไม่ใช่เื่แม่ลูกใจตรงกันทั้งหมด แต่เพราะการให้ความรู้่ค่ำของเจียงเจ๋อก็ช่วยหลีกเลี่ยงคดีที่ไม่จำเป็บางอย่างไม่ให้เกิดขึ้นได้
เช่น ลูกชายที่จนตรอกเตรียมจะฆ่าเ้าของร้านที่ติดหนี้ จู่ ๆ ก็ถูกโทรศัพท์จากแม่ปลุกให้ตื่นจากภวังค์ จึงละทิ้งการฆ่าฟันและเลือกเส้นทางกฎหมายเพื่อทวงหนี้คืน
หรืออย่างเช่น ลูกสาวที่ทุกข์ระทมเพราะความรักกำลังจะะโสะพานฆ่าตัวตาย แต่โทรศัพท์สายหนึ่งจากแม่โทรมาบอกว่าผู้ชายก็แค่พวกเ้าชู้เหมือนกับหมู ทำให้ลูกสาวรอดพ้นจากโศกนาฏกรรมการตายในต่างถิ่นได้สำเร็จ
ตัวอย่างเหล่านี้มีให้เห็นอยู่ทั่วไป!
ไม่นานนัก เสียงของเจียงเจ๋อก็ดังขึ้นจากหน้าจอขนาดใหญ่อีกครั้ง "ในเมื่อการพัวพันเชิงควอนตัมสามารถเพิกเฉยต่อระยะทางของพื้นที่ได้ ดังนั้นขั้นต่อไปคือการพิจารณาว่า การพัวพันเชิงควอนตัมสามารถเพิกเฉยต่อเวลาได้หรือไม่!"
"การไขปริศนาแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ไม่อาจแยกออกจากทุกสิ่งที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้ได้! หากควอนตัมสามารถเพิกเฉยต่อเวลาในอดีตได้มันจะทำได้อย่างไร? และหากทำไม่ได้เราควรสร้างเงื่อนไขอย่างไรเพื่อให้มันทำได้?"