ชัยชนะของเฟยหลงเหนือหลิวเฟิงนั้นสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งสนาม แต่สำหรับยอดฝีมือที่แท้จริงแล้ว มันเป็เพียงการสั่งสอนคนเย่อหยิ่งเท่านั้น การประลองที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในรอบต่อไปต่างหาก
การประลองในรอบ 60 คนสุดท้ายดำเนินไปอย่างดุเดือด อาทิตย์หมัดเหล็กยังคงใช้พลังหมัดที่แข็งแกร่งทลายการป้องกันของคู่ต่อสู้จนเอาชนะไปได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ส่วนสวี่เจี๋ยต้องผ่านการต่อสู้ที่เหนื่อยยากและยืดเยื้อ แต่ในที่สุดเขาก็สามารถอาศัยความอึดและลูกตื๊อเฉือนเอาชนะไปได้อย่างหวุดหวิด
และแล้วก็ถึงคราวของเฟยหลงอีกครั้ง
"คู่ที่ห้า! เฟยหลง...ปะทะ...เฉินซาน ศิษย์เอกแห่งสำนักศิลาบรรพต!"
เมื่อชื่อของคู่ต่อสู้ถูกประกาศ สวี่เจี๋ยที่นั่งอยู่ข้างสนามก็รีบสะกิดเฟยหลง "ระวังตัวด้วยเฟยหลง! สำนักศิลาบรรพตขึ้นชื่อเื่พลังป้องกันที่ไร้เทียมทานและเพลงหมัดที่หนักหน่วงราวกับภูผาถล่ม! อย่าไปปะทะกับเขาตรงๆ เด็ดขาด!"
เฟยหลงพยักหน้ารับแล้วก้าวขึ้นสู่ลานประลอง คู่ต่อสู้ของเขาก็คือ เฉินซาน ชายหนุ่มผู้มีร่างกายกำยำล่ำสัน แววตาของเขาสงบนิ่งและมั่นคงราวกับหินผา เขายืนโค้งคำนับให้เฟยหลงอย่างให้เกียรติ ซึ่งแตกต่างจากหลิวเฟิงอย่างสิ้นเชิง
"ข้าเฉินซาน ขอชี้แนะ"
"เฟยหลง ขอชี้แนะ"
ฆ้อง!
เฟยหลงยังคงใช้กลยุทธ์เดิม เขาเคลื่อนไหววนรอบตัวเฉินซาน รักษาระยะห่างและมองหาช่องว่าง แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป เฉินซานไม่ได้ไล่ตามอย่างบุ่มบ่าม เขากลับย่อตัวลงเล็กน้อย ตั้งท่าร่างที่มั่นคงราวกับหยั่งรากลึกลงไปในพื้นหิน มันคือ "ท่าร่างเต่าศิลา" ท่าป้องกันอันเป็เอกลักษณ์ของสำนัก
เฟยหลงลองซัดฝ่ามือระลอกคลื่นเข้าใส่เพื่อทดสอบ แต่เมื่อฝ่ามือของเขาปะทะเข้ากับแขนที่ยกขึ้นมาป้องกันของเฉินซาน เขาก็รู้สึกราวกับว่าได้ผลักเข้ากับกำแพงหินหนา แรงสั่นะเืของเขาสลายไปในกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งของอีกฝ่ายจนหมดสิ้น
เมื่อเฉินซานมองเห็นว่าการป้องกันได้ผล เขาก็เปลี่ยนเป็ฝ่ายรุกทันที!
"เพลงหมัดศิลาทลาย!"
เขาคำรามลั่นแล้วทะยานเข้าใส่ หมัดของเขาไม่ได้รวดเร็ว แต่ทุกหมัดที่ปล่อยออกมานั้นหนักหน่วงและแฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล เสียงหมัดที่แหวกอากาศนั้นดังทึบๆ ราวกับก้อนหินที่ถูกขว้างออกมาจากเครื่องยิง
เฟยหลงถูกบีบให้ต้องใช้ทักษะการเคลื่อนไหวทั้งหมดที่เขามีเพื่อหลบหลีกการโจมตีที่ทรงพลังนั้น เขาพลิ้วไหวราวกับใบไม้ที่ลอยตามลม แต่ก็เป็ใบไม้ที่กำลังจะถูกพายุหินโหมกระหน่ำ!
"เกิดอะไรขึ้น! ทำไมเด็กหนุ่มคนนั้นถึงเอาแต่หลบ!" ผู้ชมคนหนึ่งะโขึ้น"เพลงหมัดของเฉินซานหนักหน่วงเกินไป! หากโดนเข้าไปแม้แต่หมัดเดียวคงได้กระดูกหักแน่!"
สถานการณ์บนลานประลองพลิกผันไปโดยสิ้นเชิง เฟยหลงที่เคยคุมเกมได้ทั้งหมดในการต่อสู้ครั้งก่อน บัดนี้กลับกลายเป็ฝ่ายที่ถูกไล่ต้อนอย่างต่อเนื่อง เขารู้ดีว่าพลังป้องกันของเฉินซานนั้นสมบูรณ์แบบเกินกว่าที่ฝ่ามือธรรมดาของเขาจะทำลายได้ และการหลบหลีกไปเรื่อยๆ ก็มีแต่จะทำให้พลังของเขาหมดลงเสียก่อน
ต้องเปลี่ยนวิธี... เฟยหลงคิดในใจ มารดาสอนว่า...น้ำไม่ได้เพียงแค่ไหลหลีกเลี่ยงโขดหิน...แต่เมื่อเวลาผ่านไป...มันสามารถเซาะหินให้กร่อน
ได้...ต้องหา...รอยแยก...
เขาตัดสินใจเดิมพัน!
ในจังหวะที่เฉินซานปล่อยหมัดตรงที่รุนแรงที่สุดออกมา เฟยหลงไม่ได้หลบไปด้านข้าง แต่กลับก้าวเท้าเข้าหา! มันเป็การเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนการฆ่าตัวตายในสายตาของทุกคน!
เฉินซานเองก็ประหลาดใจ แต่ก็สายเกินกว่าจะดึงหมัดกลับแล้ว!
เฟยหลงไม่ได้ใช้ฝ่ามือรับหมัดนั้นตรงๆ เขายกแขนขึ้นปัดเปลี่ยนทิศทางของหมัดให้เฉี่ยวร่างของเขาไป...และในจังหวะที่ร่างกายของทั้งสองเข้าใกล้กันที่สุดนั้นเอง...เฟยหลงก็ได้ซัดฝ่ามือของเขาออกไป
แต่ฝ่ามือในครั้งนี้แตกต่างออกไป...มันไม่ได้แข็งกร้าว...แต่กลับ "อ่อนนุ่ม"
เขาััฝ่ามือลงบนจุดที่แขนของเฉินซานปะทะกับแขนของเขา แล้วปล่อยลมปราณที่ไม่ได้เป็ "แรงผลัก" แต่เป็ "แรงสั่นะเื" ที่ถูกเค้นอัดเป็เกลียวสว่านพุ่งทะลวงเข้าไป! มันคือเคล็ดวิชาที่เขานึกขึ้นได้จากการพยายามควบคุมเปลวเทียน...การส่งพลังเข้าไปโดยไม่ทำลายรูปลักษณ์ภายนอก!
อึ่ก!
เฉินซานถึงกับผงะถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงทันที เขารู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงอยู่ภายในแขน ลมปราณที่เคยไหลเวียนอย่างมั่นคงพลันปั่นป่วนจนน่าเวียนหัว ท่าร่างเต่าศิลาที่สมบูรณ์แบบของเขาพังทลายลงในพริบตา
เขาเงยหน้าขึ้นมองเฟยหลงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ "พลัง...อะไรกัน..."
เฟยหลงไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยืนนิ่ง มองคู่ต่อสู้ของเขาด้วยสายตาที่สงบ
เฉินซานพยายามจะตั้งท่าอีกครั้ง แต่ลมปราณภายในที่ปั่นป่วนทำให้เขาไอออกมาเป็เืคำเล็กๆ เขามองเฟยหลง...แล้วก็ถอนหายใจยาว เขายกมือขึ้น...
"ข้ายอมแพ้...วิชาของท่านล้ำลึกนัก" เขากล่าวอย่างยอมรับในความพ่ายแพ้โดยดุษฎี แล้วโค้งคำนับเล็กน้อยก่อนจะเดินลงจากลานประลองไปอย่างสมศักดิ์ศรี
เฟยหลงยืนหอบหายใจเล็กน้อย...นี่คือการต่อสู้ที่แท้จริงครั้งแรกของเขา...การต่อสู้ที่ผลักดันให้เขาต้องก้าวข้ามขีดจำกัดและค้นพบการประยุกต์ใช้วิชาในรูปแบบใหม่ เขามองฝ่ามือของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
บนแท่นพิธี ทูตพิเศษแห่งสำนักัครามที่นิ่งเงียบมาตลอด เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็ครั้งแรก แววตาของเขาฉายแววแห่งความสนใจอย่าง
แท้จริง...
“น่าสนใจ...น่าสนใจยิ่งนัก...เด็กคนนี้...ไม่ใช่แค่มีพร์ แต่ยังสามารถสร้างสรรค์วิชาขึ้นมาใหม่ได้ในระหว่างการต่อสู้...น่าสนใจจริงๆ”
เฟยหลงผ่านเข้ารอบ 32 คนสุดท้ายได้สำเร็จ...และได้ประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ความแข็งแกร่งของเขานั้น...ลึกล้ำกว่าที่ใครจะจินตนาการได้