3 ชั่วโมงต่อมา
“ใช่ค่ะคุณพ่อ คุณพ่อไม่ได้หูฝาดหรอกค่ะ หนูจะแต่งงานจริง ๆ ค่ะ” สิตางค์ตอบกลับเสียงใสกลับไปยังปลายสายที่อยู่ไกลคนละซีกโลก
“ก็หนูบอกคุณพ่อแล้วไงคะ ว่าหนูจะแต่งก็แต่งกับพีทค่ะ” แต่ดูเหมือนว่าปลายสายจะเข้าใจอะไรยากเย็นเสียจริง และนั่นมันก็ทำให้เธอเริ่มที่จะหงุดหงิดนิดหน่อย
“ใช่ค่ะพ่อ พีท! ปีเตอร์ โฮล์มส์! สุดที่รักของคุณพ่อนั่นแหละค่ะ” หน้าสวย ๆ เริ่มงอง้ำ เมื่อปลายสายซักเธอไม่หยุด
“เฮ้! ซูซี่ ผมขอโทษครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขอโทษทันที เมื่อเห็นว่าเขากำลังรบกวนเธอขณะคุยโทรศัพท์
“ช่วยทีนะคะ” เธอยื่นโทรศัพท์ให้เขา เพราะดูเหมือนถ้าเธอจัดการเองทุกสิ่งอย่าง กว่าจะเข้าที่เข้าทางก็คงจะมะรืนนี้
“นะ...นี่มัน? ” เขาประหลาดใจเล็กน้อยที่จู่ ๆ สาวมั่นไฟแรงสูงแบบเธอก็มาขอความช่วยเหลือปุบปับ
“แต่ก็ช่างเถอะ ไหน ๆ เธอก็เป็ว่าที่ภรรยาของเขาอยู่แล้ว สามีที่ดีก็ควรที่จะช่วยเหลือภรรยาสิน่า” ชายหนุ่มคิดออกมา ก่อนจะเอื้อมแขนยาว ๆ ไปรับโทรศัพท์มือถือของเธอ
“คุณพ่อของฉัน” เธอกล่าวออกมาเหมือนกับจะรู้คำถามที่อยู่ในใจของเขา
“สวัสดีครับ คุณอนันต์ ผมพีทนะครับ ผมต้องขอโทษจริง ๆ ที่ไม่ได้ขออนุญาตคุณก่อน แต่ว่าลูกสาวคุณวิเศษจริง ๆ ขอบคุณมาก ๆ นะครับเธอเป็สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของผม”
“ถ้าในโลกใบนี้มีการแข่งขันนักปั้นน้ำเป็ตัวระดับโลกล่ะก็ เธอก็จะขอส่งเขาเข้าประกวดละกัน เพราะมั่นใจได้เลยว่าบนโลกใบนี้คงไม่มีใครจะเก่งเกินกว่าเขาเป็แน่ นี่ขนาดไม่มีเวลาเตรียมตัว แต่เขาก็ยังไหลไปมาได้ราวกับคิดพล็อตเื่ไว้ล่วงหน้ามาเป็ปี ๆ ต่อให้เขาไม่ได้เกิดในตระกูลนักธุรกิจที่มั่งคั่ง เธอก็ยังเชื่อว่าถ้าเกิดเขาหันไปเอาดีด้านการแต่งนิยายขาย เขาอาจจะกลายเป็นักแต่งนิยายที่ขายดีที่สุดในโลกก็ได้” หญิงสาวนึกประหลาดใจกับความสามารถพิเศษของว่าที่สามี ขณะมองชายหนุ่มที่กำลังสร้างนิยายรักหวานแหววของพวกเธอ ให้กับบิดาของเธอฟัง
“ครับผม แล้วเจอกันนะครับ ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ แน่นอนครับ ผมจะดูและซูซี่ให้ดีที่สุดครับ” บทสนทนาจบลง หลังจากที่เขาได้คุยกับบิดาของเธอมาพักใหญ่
“คุณพ่อคุณ ดีใจมากกับเื่ของเรา ท่านบอกว่านี่เป็ข่าวที่ดีที่สุด ที่ท่านได้รับจากคุณในรอบ 10 ปี แล้วก็บอกว่าภูมิใจในตัวพวกเรามาก” เขาหันมาเล่าพร้อมทำหน้าตายียวน
“อุ๊ยตาย! จริงเหรอคะพีท ฉนต้องขอบคุณคุณมากเลยนะคะ ที่ช่วยทำให้คุณพ่อของฉันมีความสุขมากขนาดนี้” หญิงสาวกรอกตาให้กับความกวนประสาทของเขา ที่ช่างสรรหาคำพูดมากวนใจเธอ
“กล้าพูดมาได้นะ ไอ้บ้า!” เธอกำลังหงุดหงิด และเธอก็รู้ดีว่าที่หงุดหงิดนั้นไม่ใช่เพราะคำพูดที่ของบิดา แต่มันเป็เพราะเขา ที่รู้ดีเหลือเกินว่าอะไรบ้างที่มันจะทำให้เธอปั่นป่วน บางครั้งเธอก็ยังสงสัยว่าเขาอาจจะเป็เ้ากรรมนายเวรที่ตามจองเวรไม่เลิกเสียที
“ที่รัก คุณบ่นอะไรเหรอครับ คืออย่างงี้นะผมเพิ่งจะทดลองเข้ามาเป็สามีของคุณ ทำให้ผมจึงยังไม่ค่อยเข้าใจภาษาไทยเท่าไหร่ ดังนั้นถ้ามันไม่ลำบากจนเกินไป กรุณาช่วยพูดภาษาที่เราเข้าใจกันได้ด้วยนะครับคุณว่าที่ภรรยา” เขาบ่นออกมา เมื่อเห็นว่าเธอบ่นพึมพำเป็ภาษาบ้านเกิด ถึงแม้เขาจะฟังไม่ออก แต่ก็รู้อยู่ดีแหละว่ามันคงไม่ใช่คำพูดดี ๆ สักเท่าไหร่
“ได้ค่ะที่รัก คราวหน้าฉันจะพูดภาษาที่คุณสามารถเข้าใจได้นะคะ” เธอกล่าวเน้นประโยคหลังชัดถ้อยชัดคำ
"หึ! แล้วไอ้ภาษาที่เขาเข้าใจได้เนี่ย บนโลกใบนี้มันยังมีด้วยเหรอ? ไอ้ภาษาที่ “ปีเตอร์ โฮล์มส์” เข้าใจเนี่ย " สิตางค์บ่นกระปอดกระแปดออกมาเบา ๆ ั้แ่ที่เธอรู้จักกับเขามา เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้จะไม่มีทางเข้าใจอะไรเลย ถ้าหากเขาไม่้าที่จะเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้เื่ราวดี ๆ ที่ชาวบ้านชาวช่องเขาทำกัน
"ชู่ว! คุณบอกรักผมเป็ภาษาไทยอีกแล้ว ถ้าคุณอยากปลดเปลื้องความรู้สึกกับผม คุณควรพูดภาษาอังกฤษนะครับที่่รัก ไม่ต้องเขินไปนะครับ เดี๋ยวก็จะชินไปเองถ้าเราทำกันบ่อย ๆ " เมื่อเขายังเห็นเธอพ่นภาษาแม่ของตัวเองออกมา พร้อมกับหน้าหวาน ๆ ที่แดงเถือกด้วยความโมโห ราวกับพร้อมจะะเิออกมา เขายิ่งอยากแกล้งเข้าไปใหญ่
ไวเท่าความคิดมือหยาบหนาเอื้อมไปหยิกที่แกมเนียนใสของเธอ ก่อนจะพบว่า "ว้าว นิ่มจัง " แก้มเนียนที่นุ่มนิ่มของเธอ ทำให้เขาถึงกับประหลาดใจ แต่พอนึกไปถึงพฤติกรรมการบริโภคของเ้าหล่อนแล้วเขาก็พอที่จะเข้าใจได้
"ฮึ่ย! ปล่อยนะ" เธอสะดุ้งโหยงเมื่อมือของเขาสำผัสกับใบหน้าของเธอ กระแสร้อนผ่าวแผ่ซ่านออกมาจากกายแกร่งของเขา
"ฮึ่ย! ไอ้คนบ้า กล้าเอามือสกปรก ๆ มาจับหน้าเธอได้ยังไงนะ ดูสิมาจับหน้าคนอื่นเค้า มืออุ่น ๆ นี่ไปจับอะไรมาวะเนี่ย นี่ถ้าเป็สิวขึ้นมาแม่จะเรียกค่าเสียหายให้คุ้มเลย" เธอก็ยังคงเป็สิตางค์คนเดิม คนที่ไม่เคยรับรู้ถึงอารมณ์ใด ๆ ของมนุษย์ปกติชน ในหัวของเธอไม่เคยคิดถึงอะไรยกเว้น เงิน!!!!
"เงียบไปเลย ช็อกล่ะสิ โอ๋ ๆ นะครับ ผมเข้าใจคนมันฮ็อต สาว ๆ เวลาเข้าใกล้ผมก็มักจะเป็แบบนี้ล่ะครับ คุณต้องฝึกบ่อย ๆ นะครับซูซี่ เดี๋ยวจะหัวใจวายเอาถ้าเราแต่งงานกัน วันแต่งเนี่ยคุณต้อง Kiss Kiss ผมด้วยนะครับ" เขายังแกล้งเธอต่อเมื่อเห็นหน้าสวย ๆ เบะเหยเก แสดงความขยะแขยงออกมาตอนที่เขาจับไปที่ใบหน้าเธอ
"ได้ค่ะ พีทฉันจะรีบไปฝึกนะคะ ถ้าเกิดว่าคุณอยากให้ฉันชินกับเสน่ห์อันร้อนแรงของคุณจริง ๆ ล่ะก็ ช่วยออกไปข้างนอกทีนะคะ คุณอยู่ตรงนี้แล้วฉันหายใจหายคอไม่สะดวกจริง ๆ ค่ะ" เธอพูดพร้อมทำจมูกฟุดฟิด
"แค่กลิ่นผมก็ทำคุณละลายเลยเหรอซูซี่ คุณนี่มันสาวน้อยแสนซนจริง ๆ " เขาแกล้งยกแขนเสยผมไปมา ขณะพูดจายียวนกวนประสาทเธอ
"ใช่ค่ะพีทเสน่ห์คุณนี่มันเหลือร้ายจริง ๆ แผ่ขจรขจายไปทั่วเหมือนสกังค์เลยค่ะ"
“ขอบคุณมากเลยครับซูซี่ คุณนี่ปากหวานน่ารักที่สุดในโลกเลย อ้อ..แล้ววันนี้ช่วยแต่งตัวสวย ๆ หน่อยนะครับ เรามีงานฉลองที่คุณจะต้องคุกเข่าขอผมแต่งงานต่อหน้าเพื่อน ๆ อีกครั้ง” ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปเขาหันมากล่าว และโปรยยิ้มที่คิดว่ามันน่ารักที่สุดให้กับเธอ แต่ดูเหมือนเจตนารมณ์ของเขาน่าจะถูกแปลอย่างผิดวัตถุประสงค์ เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนเธอก็คงยังเห็นว่า ไอ้รอยยิ้มทุเรศๆนั่นมันช่าง “ อุบาทว์” เสียจริง ไม่น่าเชื่อเลยว่าเื่บ้า ๆ แบบนี้จะเกิดขึ้นได้ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าครั้งนี้เื่พิลึก ๆ ของตัวเองจะจบลงแบบไหน
“เฮ้อ....ถ้าจบแบบที่เขาตายพร้อมกับทิ้งทรัพย์สินมูลค่าหมื่นล้านเหรียญไว้ให้เธอก็คงจะดีสินะ ” เอ๊ะว่าแต่ !!!
"พีท คุณเชิญใครมาบ้างคะ " เ้าของใบหน้าแดงก่ำร้องะโถามว่าที่สามีหนุ่ม
"ทุกคนเลยครับ ทุกคนเลย ผมอยากให้ทุกคนมาเป็พยานรักของเรา" เขาชะโงกหน้ากลับมาตอบคำถามเธออีกครั้ง ก่อนจะโยนรายชื่อแขกในสมุดที่ผู้ช่วยของเขาจัดการเชิญมาเรียบร้อยแล้ว
"หกร้อยยี่สิบห้า! คุณจะเชิญทำไมเยอะแยะฮะพีท?" เมื่อเห็นลำดับรายชื่อแขกคนสุดท้าย เธอก็ต้องใสุดขีด
"เยอะเหรอครับ นี่น้อยกว่างานเลี้ยงอายุครบ 16 ของผมอีกนะเนี่ย “โฮลมส์” ทำอะไรเล็ก ๆ ส่วนตัว ๆ ไม่เป็น่ะครับคุณผู้หญิง " เขายักไหล่พร้อมกับกล่าวออกมาหน้าตาย และนั่นมันเป็เหมือนกับคำเตือนกลาย ๆ ว่าคุณต้องทำตัวให้ชินกับการเป็ " Mrs.Holmes" นะครับจากเขา